โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 95 วังสัตตบงกช

    ขจรกลับมาถึงบ้านก็เข้าไป กอดหอมแก้ม ถิงถิงด้วยความคิดถึง เอาช็อคโกเล็ตเพ็นนิลซูล่า ที่อร่อยที่สุดในโลกให้ถิงถิงกิน

    พอถิงถิงกินก็ชมว่าอร่อย โผเข้ามากอดขจร แล้วบอกว่า

    “ ขอบคุณมากนะคะ ป่ะป๋า”

    ขจรได้ฟังแบบนี้ก็ชื่นใจ

    “ กินนิดหน่อยก็พอแล้ว เดี๋ยวหมดชิ้นนี้ต้องไปแปรงฟันนะ เดี๋ยวจะฟันผุเอา”

    ท่านชายเอ่ยอย่างมีเมตตา ถิงถิงกินช็อคโกเล็คนมชิ้นสุดท้ายก็วิ่งไปหาพี่เลี้ยงเพื่อไปแปรงฟันทันที

    “ เธอกลับมาก็ดีแล้ว เสด็จอาของฉันโทรมาหาฉันหลายรอบแล้ว เขาอยากเจอเธอ ไม่รู้เรื่องอะไร ถามก็ไม่ยอมบอก”

    “ ผมจะโทรไปหาท่านเดี๋ยวนี้เลยครับ”

    “ สวัดดีครับ ผมขจร ขอสายท่านหญิงรัตนาวดีหน่อยครับ”

    “ ครับผมกลับมาแล้ว หา !  ให้ไปหาเดี๋ยวนี้เลย ได้ครับ.. ไม่มีธุระอะไรครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้ครับ”

    “ ว่าไง เสด็จอาเรียกเธอไปพบเดี๋ยวนี้เลยเหรอ?”

    “ ใช่ครับ ท่านไม่ได้บอกว่าเรื่องอะไร ผมไปก็จะรู้เอง ผมกลับมาแล้วค่อยเล่าให้ฟังนะครับ”

    ท่านชายให้คนขับรถ พาขจรไปส่งแทน พอไปถึงเห็นรถคันใหญ่ๆ มาจอดด้านหน้าตึกหลายคัน พอลงจากรถ หัวหน้าแม่บ้านก็รีบมาพาตัวขจรเข้าไปในห้องโถง ด้านในมีผู้หญิงวันเดียวกันหรืออ่อนกว่า ท่านหญิงรัตนาวดีอยู่ หกคน ขจรเข้าไปทำความเคารพทุกท่านทันที

    “ มาแล้ว นี่ไงเหมือนชายรองหลานฉันไหม”

    “ อืม เหมือนมากเลยนะ แต่ว่า เขาจะทำได้เหรอยังเด็ก อยู่เลยนะ”

    “ ได้ซิ พวกเธอไม่เห็นหนังหน้าของฉันเหรอ?”

    “ นั่นซิ ลองเลย ฉันขอลองเป็นคนแรกก่อนเลย”

    ขจรได้ฟังทีแรกก็มึนงงไปสักพัก แต่พอจับใจความได้ ก็รู้ว่า ท่านหญิงชวนพระสหายมาอีกหกคนนี่ ไม่ใช่แนะนำตัวขจรให้รู้จักกับทุกคน แต่ว่า ต้องการให้ขจรช่วยทำเบบี้ เฟสให้เหมือนกับที่ ทำให้ท่านหญิงรัตนาวดี อย่างแน่นอน

    ขจรส่ายหัวมึนตึบเลยจริงๆ

    “ จร นี่คือท่านหญิง สุรัสวดี เป็นธิดาของ หม่อมเจ้ากำแพงเพชรศรีสวัสดิ์ และนี่คือ ท่านหญิง.....”

    ท่านหญิงรัตนาวดีแนะนำให้ขจรรู้จักเพื่อนๆ ทุกคน แล้วก็ตบท้ายว่า

    “ ตอนนี้พวกเขาก็มีความรู้สึกเหมือนกับฉันก่อนที่เธอจะช่วยรักษาให้ฉันจนกลายมาเป็นแบบนี้ ดังนั้นอยากให้เธอช่วยรักษาพวกเขาให้เป็นแบบฉันด้วย หวังว่าเธอคงไม่ปฏิเสธนะ”

    “ ก็ได้ครับ แต่ว่าวันนี้สมุนไพรวิเศษที่มีอยู่นั้น สามารถช่วยรักษาได้อีกแค่ 3 คนเท่านั้น ต้องขอให้อาจารย์ท่านส่งมาให้ คงต้องใช้เวลาอีก 1 เดือนครับ”

    “ ไม่เป็นไร รักษาแค่สามคนก่อนก็ได้ พวกเธอจับสลากกันใคร จะรักษาก่อน”

    ทั้งหกคนไม่ค่อยมั่นใจเท่าไร แต่ก็มีอยู่สามคนเชื่อในตัวท่านหญิงเลยรับอาสาเป็นหนูลองยาให้กับทุกๆ คนก่อน

    ขจรตวัดมือออกมา แล้วก็มีกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์สีขาว ปรากฏตรงหน้า แล้วทำการดูดพลังของมันออกมา แล้วก็เริ่มเอามืออีกขวา สัมผัสที่หน้าผากของท่านหญิงสุรัสวดีเป็นคนแรก พอพลังกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์แทรกเข้าไปในร่าง ขจรก็กระตุ้นพลังปราณของตนเข้าไปช่วยให้ตัวยาผ่านเข้าไปทั่วร่าง เส้นผมที่เป็นสีขาวเกือบทั้งหัว ก็เริ่มกลายเป็นดำขลับเป็นธรรมชาติ ผิวพรรณเริ่มเปล่งประกายสีขมพูอ่อนๆ ผิวพรรณที่มีร่องรอยเหี่ยวแห้ง ก็กลับมีน้ำมีนวลขึ้นอย่างน่าประหลาด

    “ เรียบร้อยแล้วครับ”

    ทุกคนไม่มีใครพูดอะไรออกมา เพราะว่าได้แต่อ้าปากค้าง ท่านหญิงสุรัสวดี หยิบกระจกออกมามองหน้าของตน ถึงกับร้องกรี๊ด ออกมาแบบสาวๆ

    “ เป็นไปได้ยังไงกันนี่ หมอเทวดาจริงๆ ฉันกลับมาเป็นสาวอีกครั้งแล้ว ขอบคุณมากท่านหมอน้อย”

    “ เห็นไหมฝีมือของเหลนของฉัน เป็นยังไง” ท่านหญิงรัตนาวดี เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ

    “ ฉันขอเป็นคนต่อไป”

    “ ไม่ได้ต้องเป็นคิวของฉันก่อน”

    “ ได้ไง ท่านหมอ ฉันให้ ร้อยล้าน ช่วยทำให้ฉันก่อนเลยนะ”

    “ เอ๊ะ ได้ไง ฉันให้สองร้อยล้านเลย”

    ท่านหญิงเห็นเพื่อนๆ ส่อที่จะทะเลาะกันบานปลาย เลยต้องมาห้ามเอาไว้

    “ หยุด นี่พวกเธอคิดว่า ลูกหลานของฉันเห็นแก่เงินหรือไง ให้เขาตัดสินใจว่า

    จะรักษาใครก่อนก็แล้วกัน ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่ให้เขารักษาให้ใครทั้งนั้น”

    ทุกคนเงียบกริบไม่กล้าเถียงกัน ท่านหญิงรัตนาวดี รู้สึกดีที่ได้ข่มเพื่อนๆ ทั้งหลายได้แบบนี้

    “ แล้วแต่เธอเลย จะรักษาใครก่อนก็ได้” ท่านหญิงรัตนาวดีเอ่ย

    ขจรเริ่มมองหน้าคนที่เหลือ ก็เริ่มรักษาคนที่อายุมาก สุดสองคนที่มีอาการป่วยไข้หลายโรคด้วยกัน ขจรรักษาให้ไปอีกคนทำให้ที่เหลือต่าง อยากจะให้ขจรช่วยรักษาหนักขึ้นไปอีก แต่มาถึงคนที่ สาม ท่านหญิงสิริปทุมวดีขจรพอใช้ฝ่ามือถ่ายพลังวิเศษจากกล้วยไม้ศักดิ์สิทธิ์เข้าไป ก็ยิ่งตกใจยิ่งนัก เพราะในท้องของท่านกลับมี เศษหนังควาย อยู่ในท้อง ทำให้ท้องมีอาการบวมขึ้นมาผิดปกติ ขจรถ่ายพลังให้แล้วทำให้ใบหน้าและร่างกายกลับมาเป็นสาวได้อีกครั้ง แล้วขจรก็พูดขึ้นมาว่า

    “ ตอนนี้ในท้องของท่านหญิงมีหนังควาย อยู่ชิ้นหนึ่ง ไม่ทราบว่า ท่านหญิงเคยมีเรื่องกับใครมาก่อนหรือไม่ขอรับ”

    ทุกคนล้วนตกใจแตกตื่น มองหน้าท่านหญิงสิริปทุมวดี และมองไปที่ท้องที่เริ่มบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

    “ หนังควายเลยเหรอ?”

    “ ใช่ครับ มันเริ่มขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตอนเช้าผมเชื่อว่า ท่านหญิงจะเริ่มกินอาหารไม่ได้ แล้วหากกินอะไรไป ต้องอาเจียรออกมาหมดแน่ๆ”

    “ ตายแล้ว ฉันจะทำอย่างไรดี ฉันจะไปมีเรื่องกับพวกพ่อมดหมอผีที่ไหนได้”

    “ ใจเย็นก่อนเธอ ถามขจรเขาดูก่อน ว่าช่วยได้ไหม”

    ทุกคนกลับมามองหน้าขจรอีกครั้ง

    “ ช่วยได้ครับ ไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่ว่านี่เป็นแค่ปลายเหตุ พวกมันที่ทำ  อาจจะเล่นของแรงขึ้น ต้องหาสาเหตุให้เจอให้ได้”

    ขจรใช้ฝ่ามือปล่อยเข้าไปที่บริเวณที่ท้อง แล้วถ่ายพลังปราณออกไป แล้วควบคุมแผ่นหนังควาย ให้หดตัวเล็กลง แล้วทำการผลักดันออกมาจากท้องขึ้นมาทางลำคอแล้วออกมาจากปาก มันเป็นเศษหนังชิ้นเล็กๆ เท่านั้น

    ท้องของท่านหญิงก็ค่อยๆ แห้งกลับมาเป็นเช่นปกติอีกครั้ง

    “ ทำไมมันถึงได้เล็กขนาดนี้ ทำไมทำให้ท้องของฉันบวมใหญ่ได้”

    “ นี่มันเป็นหนังควายที่ทำการปลุกเสกเอาไว้ หากถูกน้ำก็จะบวมขึ้นทีละนิด”

    ขจรขอกาละมังมา 1 ใบ แล้วก็โยนเศษหนังความลงไป มันก็ค่อยๆบานใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง ยิ่งขจรปล่อยความร้อนออกไปในน้ำ มันก็ยิ่งบานขึ้นจนเต็มกาละมัง

    ทุกคนล้วนตกใจไม่คิดว่า มันจะขยายใหญ่ได้เท่านี้

    “ ตายแน่ หากปล่อยเอาไว้ฉันต้องตายแน่ๆ ที่นี่ฉันจะทำอย่างไรดีนี่ หากต่อไปมันเอาตะปู หรือ ของอุบาทว์อะไรมาเสกเข้าท้องฉันอีก ฉันจะทำอย่างไรดี”

    “ ไม่ต้องห่วงนะครับ นี่คือเบี้ยแก้ เป็นของศักดิ์สิทธิ์ของหลวงตาแจ่ม ท่านมอบให้ผมเอาไว้ ตอนนี้ผมมอบให้ ท่านหญิงเอาไว้ป้องกันของอัปมงคลเหล่านี้ หากรู้ตัวคนร้ายที่ทำ ก็ให้แจ้งตำรวจจัดการกับพวกมันเลยนะครับ”

    “ เธอรู้ดีอย่างนี้ ฉันว่าเธอไปที่ตำหนักของฉัน ช่วยดูคนของฉันหน่อยได้ไหม ใครมันกล้าทำเรื่องอุบาทว์กับฉันแบบนี้”

    “ นี่ ขจรเขาไม่ใช่หมอผีนะ เขามาเป็นหมอรักษาคนไข้ จะไปช่วยเธอปราบพวกนั้นได้อย่างไรกัน” ท่านหญิงรันตนวดีเอ่ยเตือนเพื่อน

    “ ก็ไม่รู้ซิ ฉันเห็นเขาแล้วฉันรู้สึกปลอดภัย อยากให้เขาไปช่วยเท่านั้น เธอก็ช่วยพูดให้ฉันหน่อยซิ”

    “ ได้ไหม หากเธอไม่อยากไป ก็ปฏิเสธได้นะ” ท่านหญิงรัตนาวดีหันมาถามความสมัครใจ

    “ ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปตำหนักของท่านหญิง”

    “ ดี นี่คือที่อยู่ของฉัน พรุ่งนี้เราเจอกันนะ”

    “ ฉันก็อยากให้ หมอจรไปที่บ้านของฉันบ้าง ฉันรู้สึกเหมือนมีไอดำ ปกคลุมบ้านของฉันอยู่” ท่านหญิงท่านอื่นๆ ก็เริ่มอยากให้ขจรไปที่บ้านบ้าง ไม่รู้ว่าสาเหตุอะไร

    “ พอหยุดได้เลย ฉันรู้พวกเธอกำลังคิดอะไรกัน เขาเป็นคนของนาคบดินทร์ จะแต่งกับใครฉันต้องเป็นคน ตรวจสอบดูก่อน อย่าคิดจับคู่โดยที่ฉันไม่รู้ ไม่อย่างนั้นฉันตัดเพื่อนทันทีนะ” ท่านหญิงรัตนาวดีเอ่ยอย่างรู้ทันเพื่อนๆ ทำให้ทุกคนถึงกับยิ้มเจื่อนๆ

    พอทุกคนกลับไปหมด ท่านหญิงก็บอกกับขจรว่า

    “ ต่อไปนี้เธอห้ามเรียกฉันว่าท่านหญิงอีก เรียกฉันว่าเสด็จย่า”

    ขจรถึงกับอึ้งที่ ท่านหญิงเอ่ยแบบนี้ แต่ก็ต้องทำตามคำสั่งของท่าน

    “ ขอรับ เสด็จย่า”

    “ ดีมาก ตอนนี้ได้ข่าวว่าเธอกำลังจะสร้าง บ้านพักคนชราใช่หรือไม่”

    “ ขอรับ ทีแรกตั้งใจจะให้พวกเขาได้อยู่ฟรีตลอดชีวิต แต่ท่านชายแนะนำให้เก็บเงิน 60 %   แล้วบริจากอีก 40 %  ก็เลยทำตามที่ท่านชายบอกครับ”

    “ ฉันอยากจะช่วยทำบุญด้วย ฉันจะขอช่วยครึ่งหนึ่งได้ไหม อย่างน้อยจะได้มีสัดส่วนที่บริจาคมากขึ้น”

    “ ยินดีครับ  เพราะคนชราตอนนี้ยังมีอีกมาก ที่ยังขาดแคลนที่อยู่อาศัยยามบั้นปลายชีวิต หากเสด็จย่าเมตตาพวกเขาก็จะได้จากไปอย่างสงบ”

    “ ดี พรุ่งนี้ให้ชายใหญ่โทรมาหาฉันด้วยนะ” 

    “ ขอรับ”

    พอขจรกลับไปแล้ว ท่านหญิงรัตนวดีก็ยังคงยิ้มอย่างมีความสุข จนนางกำนัลคนสนิทต้องเอ่ยเบาๆ ว่า

    “ ท่านหญิงดูมีความสุขมากเลยนะเจ้าคะ”

    “ คนแก่ จะมีความสุขอื่นใดได้เล่า นอกจากร่างกายของตนที่แข็งแรงดูเยาว์วัยแล้ว ยังเห็นลูกหลานเก่งๆ และเป็นคนดี มีคุณธรรมแบบนี้ แม้นว่าเขาไม่ใช้สายเลือดแท้ๆ ของนาคบดินทร์ก็ตาม ฉันเพิ่งเข้าใจชายใหญ่ก็วันนี้

    ทำไมเขาถึงรับเด็กคนนี้เป็นบุตรบุญธรรม”

    “ จริงเจ้าค่ะ คุณชายขจร เป็นคนดีจริงๆ และยังรักษาเก่งราวกับหมอเทวดาเลย บ่าวแอบได้ยินว่า พวกท่านหญิงพวกนั้นอยากให้คุณชายเป็นหลานเขยกันทุกๆ คนเลยเจ้าค่ะ”

    “ เฮอะ ฝันไปเถอะ ใครที่จะเป็นสะใภ้นาคบดินทร์ ต้องผ่านการเห็นชอบจากฉัน เสียก่อน”

    “ จริงเจ้าค่ะ”

    ตอนเช้าขจรเล่าเรื่อง ของท่านหญิงรัตนาวดีให้ท่านชายภาสกรให้ฟังทั้งหมด

    “ จริงรึ ที่เสด็จะอาให้เธอเรียกท่าน ว่า เสด็จย่า”

    “ ครับ”

    “  แสดงว่าท่านยอมรับในตัวเธอแล้ว  เดี๋ยวฉันจะโทรหาเสด็จอาเอง เรื่องโครงการบ้านพักคนชรา หากท่านเห็นด้วย โครงการนี้อาจจะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีคนสร้างมาก็เป็นได้”

    เช้านี้ขจรได้บอกกับกิ๊ฟว่าจะหยุดเรียนก่อน 1 วัน ช่วยบอกแจ้งอาจารย์หมอธารินทร์ให้ด้วย

    “ ตอนนี้ทางมหาลัยเขาจัดให้เรียนตอนเช้า แล้ว ลงวอดร์ดตามอาจารย์หมอทุกวันพฤหัสและศุกร์ วันอื่นๆ ก็จัดให้ลงห้องแลป ช่วยเลคเชอร์อย่างเดียวไม่ได้แล้วนะ”

    “อืม..เข้าใจ หากเสร็จเร็ว จะรีบเข้าไปก็แล้วกัน”

    ขจรบึ่งรถไปตามที่อยู่ของท่านหญิงสิริปทุมวดี ให้มา ขจรมาถึงวังขนาดใหญ่พอๆ กับ วังมโนรมย์ มีป้ายติดทางเข้าประตูว่า วังสัตตบงกช  พอแจ้งยามว่าเป็นใคร ยามก็รีบเปิดประตูให้ขจรเข้าไปในทันที

    ด้านหน้าวังสัตตบงกชมี สระบัวสีขาวกับสีชมพู  อยู่เต็มสระ ตัววังก็มีลักษณะคล้ายๆ กันกับ วังมโนรมย์ พอรถจอด ก็มีคนรับใช้แต่งกายเหมือนกันเข้ามาต้อนรับ แล้วพาเดินเข้าไปด้านใน พบท่านหญิงสิริปทุมวดีนั่งอยู่ตรงกลาง เหล่าลูกหลานเกือบสามสิบคน นั่ง โอบล้อมอยู่ด้านข้าง ทุกคนมองขจรเป็นจุดเดียว แต่ละคนมองขจรด้วยความไม่พอใจบ้าง สงสัยบ้าง ทุกคนไม่ได้ไปไหนต้องรออยู่ที่นี่ เพื่อให้ขจรได้พบ เพื่ออะไรนั้นท่านหญิงไม่ได้บอกอะไรทั้งสิ้น

    ขจรยิ้มแย้มกับทุกคน แล้วเข้าไปกราบท่านหญิงสิริปทุมวดี ซึ่งท่านก็เรียกให้ขจรเข้ามาใกล้ๆ แล้วกระซิบบอกกับขจรเบาๆ ว่า

    “ ช่วยดูหน่อยซิ ว่าหน้าไหนมันเป็นคนทำกับฉัน”

    ขจรถึงกับอึ้ง แล้วนี่เขาจะไปรู้ได้ยังไง ว่าใครเป็นคนทำ แต่ละคนหน้าตาก็คล้ายๆกันหมด ใครจะไปดูออก แต่แล้วตอนที่ขจรสาดสายตามองไปทั่วๆ ทุกคน

    เขาก็พบว่า มีวิญญาณชายแก่คนหนึ่งใส่ชุดราชประแตนถือไม้เท้า ยืนอยู่บนราวบันไดวนชั้น 2 มองลงมาด้วยสายตาที่โกรธแค้น ไม่รู้ว่าชายแก่นั้นมองใคร เพราะดูแล้วมองกวาดไปทั่วทุกคน

    ทันใดนั้นก็มีชายหนุ่มวัยสามสิบปี ก็เดินเข้ามาพร้อมกับหญิงสาวแสนสวยคือแพรไหมดาราสาวที่ขจรได้ช่วยชีวิตเอาไว้จากงูทับสมิงคลา

    “ เสด็จย่า มีเรื่องอะไรกันครับ ทำไมเรียกทุกคนมาประชุมกันแบบนี้”

    “ ชายกลางมาก็ดีแล้ว นี่คือ หมอขจร ที่รักษาย่าจนหายดีเห็นไหม?”

    “ โอ้โห เสด็จย่าดูสวยขึ้นเหมือนตอนเป็นสาวๆ เลยนะครับ ขอบคุณมากนะครับที่ช่วยรักษา เสด็จย่าของผม”

    “ ครับยินดีครับ” ขจรสังเกตชายแก่คนนั้นมองมาที่ชายกลางเป็นคนเดียวเสียแล้ว

    แพรไหมเข้าไปกราบท่านหญิงสิริปทุมวดี แต่ดูท่านไม่สนใจเท่าไร แล้วแพรไหมก็หันมาทักขจร

    “ เจอกันอีกแล้วนะ เดี๋ยวนี้เป็นหมอไปแล้วเหรอ?”

    ขจรได้แต่พยักหน้า แล้วบอกกับท่านหญิงสิริปทุมวดีว่า

    “ ให้ทุกคนแยกย้ายกันออกไปก่อน ผมขอตรวจสอบห้องนอนของท่านหญิงก่อนนะครับ”

    ท่านหญิงพยักหน้า แล้วก็ไล่ทุกคนออกไปทำงานของตนกันได้แล้ว แล้วก็พาขจรขึ้นไปชั้นบน แต่ไม่ให้แพรไหมขึ้นไป ปล่อยให้นั่งรอห้องโถงใหญ่ ท่านชายกลางจึงได้แตะแขนของแพรไหมเบาๆ แล้วตามขึ้นไปด้วย พอขึ้นมาบนชั้นสอง ขจรเห็นภาพของชายแก่ใส่ชุดราชประแตนที่ผนังก็ตกใจ

    “ ชายในรูปนี้คือใครครับ”

    “ ท่านเจ้าพระยาอรรธสิทธิ์ฤทธิไกร สามีของฉันเอง” ท่านหญิงสิริปทุมวดีเอ่ยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก และ เคารพ

    ขจรยังเหล่มอง ท่านเจ้าพระยาอรรธสิทธิ์ ที่ยังมองจ้อง ท่านชายกลางอย่างไม่พอใจนัก จนกระทั่งมาถึงห้องนอน ขจรใช้มือสัมผัสเฟอร์นิเจอร์ แต่ละชิ้น แล้วไปหยุดที่ กรอบรูปถ่ายเล็กๆ ที่ท่านเจ้าพระยาอรรธสิทธิ์ ถ่ายคู่กับ ท่านหญิงสิริปทุมวดีตอนสาวๆ

    ทันใดนั้นเอง ก็มีเงาหน้าของพระยาอรรธสิทธิ์ พุ่งออกมาจากรูป เข้าปะทะกับร่างของขจร จนต้องเซถอยหลังไปสองสามเก้า

    “ ทุกคนออกจากห้องนี้ไปก่อน ขอเวลาผมตรวจสอบอะไรบางอย่างก่อนสักครู่ครับ”

    ท่านหญิงสิริปุทมวดี เชื่อขจรมาก จึงสั่งทุกคนออกไปรอข้างนอก ชายกลางไม่ชอบใจนักที่ ขจรเข้ามาวุ่นวายในวังสัตตบงกชแห่งนี้

    ภายในห้องนอน ขจรวางภาพลงบนโต๊ะ แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “ ไม่ไปผุดไปเกิด แสดงว่ายังยึดติดกับทางโลก ท่านเจ้าคุณยังต้องการอะไรกันแน่ ออกมาเถอะ”...