ขวับ!! เ้าของชื่อหันมองรัชทายาทของตนที่เริ่มพริ้วกายออกห่าง
กงลี่ส่ายหัว ตัวเขาเป็ผู้ตัดสิน ในกติกามิได้มีบอกกไว้ว่าห้ามกล่าวคำยั่วยุเพราะมันแล้วแต่ว่าทุกคนจะหยุดฟังรึไปต่อ เื่นี้ทุกคนรู้ดียกเว้น ‘ผู้มาใหม่’ ที่เพิ่งเคยร่วมเล่นครั้งแรก “ลู่ชิงเทียนส่งบอลให้องค์หญิง เ้าทำผิดกติกาบอลเกินหนึ่งจิบชาแล้วอย่าลืมสิว่าพวกเรานับทุก่เวลาไม่เว้นแม้แต่่ที่เ้าหยุดพูดคุยในตอนนี้”
“????” ลู่ชิงเทียนอ้าปากค้าง
“????” เ้าหยางหลงหัวเราะ 555
“☹️” เ้าอี้หลิงส่ายหัว
“????” ตั้งมู่เกอตบบ่าสหาย ปุปุ!! และถอยห่าง
“????” เ้าเฟิ่งเซียนยิ้มหวานหยดย้อยอยู่บนกิ่งไม้ตรงกันข้าม “ส่งมา..แล้วไปนั่งรอเฝ้าประตูฝั่งพี่โน่น เื่นี้มิเกี่ยวกับเื่ที่พี่รักชอบข้าแต่มันเป็เื่ของกติกาการเล่นตีบอล” ฟุ่บ!! หยิบบอลออกจากมือชายหนุ่มผู้มากวัยกว่าด้วยตนเองเมื่ออีกฝ่ายยังคงลอยตัวทำหน้าเหวออยู่นิ่งๆ “อ่อ..ไม่แน่บางทีการนั่งสงบอารมณ์ข้างๆ ประตูอาจจะทำให้พี่คิดได้ว่า..คำรักที่พี่เอ่ยออกมามันเป็แค่เื่หลงผิด555”
เ้าเฟิ่งเซียนทะยานตัวขึ้นสูงพร้อมกับร้องเรียกเสียงดัง “หยางหลง!!!” ฟึ่บ!!! ผัวะ!!!! ไม้ขนาดเหมาะมือตีลูกออกไปกลางอากาศมุ่งตรงไปยังพี่ชายฝาแฝดพร้อมกับสาวน้อยที่เขาปักใจทะยานขึ้นสู่ปลายไม้อย่างรวดเร็ว ปล่อยทิ้งลู่ชิงเทียนและอาจารย์าุโกงลี่มองหน้ากัน
“ข้าว่าที่นางพูดมาก็ถูก เ้าคงหลงผิดไปมากชิงเทียน” กงลี่ทะยานตัวออกติดตามกลุ่มผู้แข่งขันทันที
“เฮ้อออ” ผู้พ่ายแพ้ทะยานตัวออกไปช้าๆ อย่างปลงๆ ‘นางช่าง’ ..จับใจเขาจริงๆ
ท้องพระโรง
“อีกหกเดือนจะถึงวันพระราชสมภพของฮ่องเต้แคว้นเพ่ย” ฮ่องเต้เ้าหย่งอี้มองท่านพ่อตาในตำแหน่งราชเลขาเป็ผู้กล่าวขึ้น
“เมื่อครึ่งปีก่อนในวันเกิดของข้า ‘เพ่ยหานหรง' ส่งนกยูงสีทองตัวเป็ๆอายุหกเดือนมาให้” พระองค์มองเหล่าขุนนางอย่างขอความเห็น “ฮองเฮาของข้าชอบมันมาก พวกเ้าคิดว่าข้าควรส่งของขวัญชิ้นใดให้แก่เขาจึงจะสมน้ำสมเนื้อ”
“ข้าว่าควรจะเป็สัตว์เลี้ยงเฉกเช่นเดียวกันคงจะเหมาะสมพะยะค่ะท่านพี่” จวิ้นอ๋องพูดขึ้นมา
“แล้วจะเป็สัตว์ใดเล่า?” ผู้นั่งบนบัลลังค์ทองมีสีหน้าครุ่นคิด เพ่ยหานหรงเป็ถึงฮ่องเต้เช่นเดียวกันก็ควรจะเป็สัตว์หายาก
“ลูกพยัคฆ์ขาวดีหรือไม่พะยะค่ะ” ชินอ๋องเอ่ยขึ้น
“ผู้ใดเลี้ยงพยัคฆ์ขาว?”
“แม่ทัพใหญ่จางเหวินเป่าพะยะค่ะ” ชินอ๋องเ้าหย่งเจี้ยนถวายรับสั่ง ตัวเขานั้นทราบเื่นี้มาจาก ‘จางซิงอี' สหายรุ่นเยาว์ของ ‘เ้าเฟิ่งเซียน’ ที่มาร่วมรับสำรับพูดคุยกันเมื่อวันก่อนว่าท่านพ่อของนางจับเสือขาวได้ ตัวแม่นั้นติดกับดักนายพรานอยู่จึงเข้าช่วยเหลือและพามาเลี้ยงดูที่ค่ายทหารตรงเขตชายแดน “แม่ทัพจางได้เสือขาวมาเลี้ยงดูทั้งหมดรวมสามตัวแต่ละตัวยังมิค่อยเชื่องนักพะยะค่ะ จึงยังมิได้นำเข้ามาในเมืองหลวง”
“เช่นนั้นหรือ?” ฮ่องเต้เ้าหย่งอี้กล่าวเพียงเท่านั้น “วันนี้พอแค่นี้ก่อน..ชินอ๋อง จวิ้นอ๋องตามข้ากลับตำหนัก”
“รับด้วยเกล้า/ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปีหมื่นๆปีพะยะค่ะ” เหล่าขุนนางลุกขึ้นถวายความเคารพจวบจนฮ่องเต้เดินลับสายตาไปพร้อมกับท่านอ๋องทั้งสอง
-----++-------++---
ตำหนักเอ้อหลง:ฮ่องเต้เ้าหย่งอี้
ในห้องโถงรับรองด้านหน้า
“ข้าคิดว่าพวกเราจะเอาลูกเสือขาวไปลำบากนะพี่ใหญ่” จวิ้นอ๋องพูดคุยอย่างเป็กันเองในครอบครัว
“หากมันไม่ได้หย่านมจากแม่ของมันก็คงยาก” ฮ่องเต้เ้าหย่งอี้จิบสุราเหม่อมองฮองเฮาบุรุษที่รักยิ่งกำลังป้อนอาหารแก่นกยูงเจ็ดสี “เื่นั้นคงต้องรอให้พวกเราไปถึงตัวเสือขาวก่อนเถิด…สิ่งสำคัญยามนี้คือเราต้องหาของขวัญสำรองให้แก่เพ่ยหานหรงหากเราไม่ได้เสือขาว และอีกอย่าง” หันมองน้องชายสองคน “พวกเ้าคิดว่าข้าควรจะส่งผู้ใดไปงานวันเกิดถึงแคว้นเพ่ย”
สามพี่น้องนั่งครุ่นคิดใบหน้าขมวดมุ่น
“อย่างแรกคือเราต้องไปเอาลูกเสือขาว อย่างน้อยต้องเป็บุรุษฝึกยุทธแน่นอนว่าราชทูตของแคว้นเ้าคนก่อนนั้นตายไปเสียแล้ว คงต้องเอาราชฑูตคนใหม่พร้อมทหารติดตามไปด้วยมากหน่อย” ชินอ๋องเสนอ
“หากไม่ได้เสือขาวแล้วพี่ใหญ่จะเอาของขวัญใดไปแทน?” จวิ้นอ๋องจิบสุราไปถามไป
“นั่นสิ” ฮ่องเต้นวดคลึงจอกสุราไปมา “คงจะเป็กุหลาบพันปีของฮองเฮาสุดที่รักกระมัง”
ขวับ!!!!! ฮองเฮาหวังป๋อหลิงหันมาอย่างรวดเร็ว “กระหม่อมไม่ว่าหากพระองค์จะเอากุหลาบไปเป็ของกำนัลแต่กระหม่อมให้เพียงหนึ่งต้น” กุหลาบพันปีหายากมาก คนที่ชอบปลูกต้นไม้แบบเขากว่าจะได้ของสิ่งนี้มา ยิ่งยามนี้ต้องดูแลเป็พิเศษ..ตัวเขาเองมีกุหลาบอยู่ห้าต้นแต่ละต้นมีสีดอกไม้แตกต่างกันบางต้นออกดอกขึ้นมาสองสีเป็ที่ตื่นตาตื่นใจแก่เขายิ่งนัก การดูแลรักษาก็นับว่ายาก “กระหม่อมอยากจะถามว่าฝ่าาจะให้ผู้ใดเป็ผู้ดูแลมันยามที่กำลังเดินทาง” ความเงียบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ของขวัญที่ต้องส่งมอบให้แคว้นนี้ช่างยากลำบากเสียจริง เพราะระยะทางแสนไกลแต่ในเมื่อเพ่ยหานหรงยังคงส่งของกำนัลมาให้เช่นแคว้นพันธมิตร ก็มิมีสิ่งใดที่แคว้นเ้าจะมิส่งกลับคืน
“ข้าจะหาคนที่คู่ควร และข้าดีใจที่เ้าตัดสินใจยกดอกไม้ที่เ้าหวงแหนให้หนึ่งต้นตอบแทนที่เพ่ยหานหรงมอบนกยูงสุดล้ำค่ามาให้เ้า” ฝ่าามีสีหน้าอ่อนใจจนฮองเฮาบุรุษสงสารและมันเป็ความจริงที่เขาเองพอใจนกยูงตัวนี้มากและตั้งชื่อให้ว่า ‘อาอวี้’
“เช่นนั้นกระหม่อมมอบกุหลาบให้ไปสองต้น ไม่ว่าพระองค์จะได้เสือขาวหรือไม่ได้ก็มอบกุหลาบให้ฮ่องเต้แคว้นเพ่ยไปดีหรือไม่?”
ฮ่องเต้เ้าหย่งอี้ยิ้มกว้าง อย่างน้อยถ้าหากได้เสือไปด้วยแล้วก็ไม่ต้องนำกุหลาบกลับมา ถือว่าเพ่ยหานหรงได้ของสองต่อ หรือถ้าไม่ได้เสือก็ไม่เป็อะไรเพราะมีกุหลาบแล้วถึงจะเทียบไม่ได้กับนกยูงแต่ก็ไม่เสียหาย “ดียิ่งยอดรัก”
ชินอ๋องเห็นว่าเื่ของขวัญคลี่คลายจึงรีบพูดเื่เดินทางทันที “ราชทูตฟงก็คงมิมีปัญหาอะไรกระมังหากจะต้องได้เดินทางไกล” ราชทูตวัยสี่สิบแปดปีรูปร่างเ้าเนื้อไร้วรยุทธจะให้เดินทางด้วยรถม้าคงใช้เวลาร่วมเดือนครึ่ง แต่ถ้าหาก “หรือว่าพวกเราจะให้รัชทายาทและหยางหลงเดินทางไปกับราชทูตดีพี่ใหญ่ ถือว่าทดสอบพวกเขาด้วย”
ฮ่องเต้เ้าหย่งอี้คิดตาม “ก็ดี ยามนี้อี้หลิงสิบหกหนาว หยางหลงสิบห้าหนาวเพียงแค่เื่เข้าร่วมงานวันเกิดก็คงไม่หนักหนาอะไร?” องครักษ์เงารอบกายรัชทายาทเ้าอี้หลิงรวมกับเ้าหยางหลงมีนับห้าร้อยนายแต่ละคนพลังลมปราณสูงส่งอยู่ในขั้นห้าเกือบทั้งหมด
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ข้าจะพาหยางหลงมาร่วมประชุมในเวลาราชการด้วย” จวิ้นอ๋องเ้าหย่งเซิงเสนอ
“อืม” ฮ่องเต้ตอบรับพร้อมนั่งจิบสุราอาหารกันตามประสาสามพี่น้องจวบจนยามเซิน(15.00)จึงแยกย้ายกลับตำหนัก
ตำหนักอู่หลง
วันรุ่งขึ้นในเวลารับสำรับเช้า (08.00) ทุกคนนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งครอบครัวสร้างความแปลกใจให้สองแฝดยิ่งนัก ท่านพ่อเ้าหย่งเจี้ยน ท่านพ่อเ้าหย่งเซิง ท่านแม่จูเหม่ยเซียนพร้อมน้องชายวัยแปดเดือนเ้าเทียนหลงบนตัก เ้าชินหลงวัยสิบเอ็ดปี เ้าหยางหลงแฝดพี่หันมองเ้าเฟิ่งเซียนแฝดน้องในวัยสิบห้าปีเมื่อเดือนที่ผ่านมาแอบสบตากันคล้ายกับว่าต้องมีสิ่งใดแน่นอนจวบจน
“หยางหลง” เ้าหย่งเจี้ยนเรียกบุตรชายคนโต
“ขอรับท่านพ่อ”