บทที่ 20 หนุนหลังเธอเป็เื่ที่สมควรทำ
หลินเม่ยลี่นั่งไขว่ห้างอยู่บ้าน ตักแตงโมที่ถูกผ่านครึ่งเข้าปากด้วยช้อนเล็ก ๆ ในใจรู้สึกพึงพอใจ ตอนนี้อวี้เหยาเหม่ยยัยเด็กสารเลวนั่นคงซวยไปแล้ว
หลินเม่ยลี่บอกกับตัวเองอย่างภาคภูมิใจ แผนการของเธอนั้นยอดเยี่ยมหาใครเทียบ เธอตามหาคนที่เป็อันธพาลที่สุดในย่านนี้มาจัดการ คาดว่าอวี้เหยาเหม่ยคงจะร้องไห้ตัวสั่นด้วยความกลัว ไม่กล้าออกมาขายไอติมหาเงินอีก
เมื่อนึกถึงภาพนั้นหลินเม่ยลี่ก็รู้สึกสดชื่นแจ่มใสขึ้นมาทันที แม้แต่แตงโมก็ยังหวานขึ้น สมน้ำหน้า! ใครใช้ให้ยัยเด็กเวรนั่นไม่เชื่อฟังเธอ เธอก็ต้องสั่งสอนมันบ้าง
โครม! ประตูถูกเตะกระเด็น หลินอี้เสวียนก้าวเข้ามาในบ้านด้วยความโกรธ ในขณะที่ข้างหลังเขามีนักเลงสองคนหน้าบวมปูด กับหญิงวัยกลางคนหน้าเศร้าเดินตาม จินซูเดินตามหลังสุด
หลินเม่ยลี่ใจนมือสั่น ช้อนตักแตงโมหลุดร่วงไปทำให้น้ำที่ออกจากเนื้อแตงโมกระเด็นเลอะหน้าเธอ
“พวกเธอมาได้ยังไง”
“แล้วป้าคิดว่าพวกเรามาได้ยังไง ไอ้พวกนี้ป้าเป็คนจ้าง ใช่ไหม” หลินอี้เสวียนชี้ไปที่สามคนนั้น พวกเขาก้มหน้าด้วยความรู้สึกผิด หลินเม่ยลี่ เห็นว่าความแตกเธอรู้สึกใจหาย แต่ไม่นานเธอก็ตั้งสติได้
“อี้เสวียนฉันเป็ป้าแกนะ แกทำแบบนี้ทำไม” เธอพยายามใช้ฐานะผู้าุโกดดันหลินอี้เสวียน
“ยังรู้ตัวอีกเหรอว่าเป็ป้าผม ป้าแบบไหนกันที่ทำเื่เลวร้ายแบบนี้ได้ลงคอ” หลินอี้เสวียนนึกถึงตอนที่เธอถูกล้อมหัวใจเขาก็ปวดร้าว ถ้าเขามาสายกว่านี้อีกนิด เธอต้องแย่แน่ ๆ
“ก็ได้ ฉันจะขอโทษอวี้เหยาเม่ย ฉันผิดไปแล้ว ฉันขอคุกเข่าขอโทษเธอ” หลินเม่ยลี่คุกเข่าลงกับพื้น ร้องเสียงดังลั่น “ชีวิตฉันช่างน่าสงสาร หลานชายรังแกคนที่ไม่มีใคร หลานสะใภ้ก็ไม่ปล่อยให้ฉันมีที่ยืน” เสียงร้องไห้ของเธอดังจนคนในบริเวณนั้นพากันออกมาดู
จินซูได้แต่รู้สึกขบขัน ป้าหลินนี่ช่างหน้าไม่อายจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็คนจ้างวานคนอื่นมาขู่เธอแท้ ๆ กลับทำเป็เื่ราวใหญ่โตราวกับว่าเป็ความผิดของเธอ
“พวกเธอจะฆ่าฉันให้ตายเลยรึไง ฉันกราบแทบจะเท้าพวกเธอแล้ว พวกเธอยังจะให้ฉันทำยังไงอีก เมียหลานทั้งตบทั้งขู่ฉัน ฉันแค่แกล้งเธอเล่น ๆ จะรังแกฉันเกินไปแล้ว” เสียงอันดังของป้าหลินดังไปทั่วลานบ้าน เรียกให้คนในบ้านอื่น ๆ ออกมาดูเพิ่มขึ้น เธอแสร้งร้องไห้พลางแอบมองปฏิกิริยาของหลินอี้เสวียน
ในสายตาของคนนอก เื่นี้กลายเป็ว่าจินซูเป็คนหาเื่รังแกป้าหลิน แล้วยังบังคับให้ผู้ใหญ่กราบไหว้อีก แต่คนที่อาศัยอยู่ในบริเวณนี้ต่างก็รู้ดีว่าหลินเม่ยลี่ไม่ใช่คนดี ดังนั้นเมื่อได้เห็นเหตุการณ์นี้พวกเขาจึงได้แต่ยืนดูอยู่ห่าง ๆ
“ลุกขึ้น!” หลินอี้เสวียนขมวดคิ้ว ป้าหลินยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นเหมือนก้อนเนื้อเน่า ๆ ไม่ยอมลุกขึ้น จินซูกำลังจะก้าวไปข้างหน้าเพื่อพูด แต่หลินอี้เสวียนก็ยกมือขึ้นห้ามไว้
“คุณนั่งพักก่อนเถอะ เื่นี้ผมจัดการเอง” จินซูรู้สึกสบายใจขึ้น เธอจึงนั่งลงบนเก้าอี้พลางดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างสนใจ เธออยากรู้จริง ๆ ว่าหลินอี้เสวียนจะจัดการกับเื่นี้อย่างไร หลินอี้เสวียนไม่ทำให้จิ่นซูผิดหวังเขาไปหากระดาษปากกา มาวางไว้ตรงหน้าป้าหลิน
“เขียน!”
“เขียนอะไร” ป้าหลินถาม
“จดหมายขอโทษ เขียนเวลา สถานที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และความสำนึกผิดของป้าต่อเหตุการณ์นี้ลงไป รวมถึงพวกนายอีกสามคน เขียนตามนี้ด้วย!” หลินอี้เสวียนชี้ไปที่ผู้สมรู้ร่วมคิดสามคน
จินซูหัวเราะเบา ๆ อยู่ด้านข้างไม่เสียแรงที่ออกมาจากกองทัพ ท่าทางแบบนี้มันเป็วิธีการฝึกทหารในกองทัพชัด ๆ ปากของป้าหลินแทบจะเบี้ยวด้วยความโกรธ นั่งอยู่บนพื้นต่อไม่ไหวเผยตัวขึ้นมาด่าหลินอี้เสวียน
“ฉันเป็ป้าแกนะ แกเป็แค่รุ่นหลาน จะให้ผู้ใหญ่เขียนจดหมายขอโทษได้ยังไง”
“ไม่เขียนงั้นเหรอ งั้นไปสถานีตำรวจ พวกพ้องของป้าสารภาพหมดแล้ว” หลินอี้เสวียนพูดเพียงประโยคเดียว ก็ทำให้ป้าหลินเงียบลงได้
ป้าหลินโกรธแค่ไหนก็จำยอม หยิบปากกาขึ้นมาเขียนลงบนกระดาษ พวกพ้องของเธอก็ทำหน้าสลด คอตกยอมเขียนตามอย่างช่วยไม่ได้ หลินอี้เสวียนไม่ยอมปล่อยผ่านง่าย ๆ เขาเดินวนไปทีละคน คอยชี้จุดที่ผิดในจดหมายสำนึกผิด
“ของนาย... ยังไม่ลึกซึ้งพอ”
“ของนาย... เล่าเหตุการณ์ตอนก่อเื่ไม่ละเอียด”
“เขียนใหม่”
“ทำไมล่ะ” ไอ้ขี้แพ้ที่ถูกเขาดุเงยหน้าบวมช้ำขึ้นมาถามอย่างน่าสงสาร
“ลายมือขี้เหร่”
“ฮ่าๆๆๆ” จินซูอดขำไม่ได้ หลินอี้เสวียนคนนี้ ถ้าไม่ได้เป็ทหารต่อ ไปเป็นักเล่าเื่ตลกก็รุ่งไม่เบา
หลินอี้เสวียนจ้องพวกนั้นเขียนจดหมายสำนึกผิดไปพลาง บอกเล่าให้ชาวบ้านฟังไปพลางว่าภรรยาของเขาถูกกลั่นแกล้งยังไง ป้าของเขาก่อเื่อะไรไว้บ้าง ป้าหลินถึงกับหน้าซีด เด็กหนุ่มนี่ช่างไม่ให้เกียรติเธอเอาเสียเลย แบบนี้ต่อไปเธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในนี้ได้อีกล่ะ
“ไม่ต้องไปสนใจมากหรอก ฉันว่าฐานเสียงของป้าก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว คงไม่แย่ไปกว่านี้แล้วล่ะ” จินซูเห็นความคิดของป้าหลิน จึงปลอบใจอย่างจริงใจ
ระหว่างที่หลินอี้เสวียนจัดการกับปัญหา จินซูก็สังเกตปฏิกิริยาของทุกคนตลอดเวลา กระแสความคิดของผู้คนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว แสดงว่าหลินเม่ยลี่คงสร้างความรำคาญให้คนในนี้ทุกวันแน่ ๆ
พอมีคนหนึ่งพลาดพลั้ง คนอื่นก็พร้อมใจกันซ้ำเติม ไม่นานหลินอี้เสวียนก็ได้รับจดหมายขอโทษสี่ฉบับ เขาอ่านทีละฉบับก็รู้สึกไม่พอใจ
“พวกเธอเขียนอะไรกันเนี่ย แย่ยิ่งกว่าทหารที่แย่ที่สุดที่เคยเจออีก” ทั้งสี่คนได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจ คิดในใจว่าแกนั่นแหละคนที่แย่ที่สุดเท่าที่พวกเราเคยเจอ หลินอี้เสวียนยื่นจดหมายขอโทษให้จินซู
“เธอลองดูสิ หายโกรธหรือยัง” จินซูเหลือบมองคร่าว ๆ แล้วพยักหน้า ป้าหลินถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“หลานไม่โกรธแล้ว งั้นเื่นี้ก็…”
“อืม ฉันหายโกรธแล้ว ขั้นตอนต่อไปลุกขึ้นแล้วไปสถานีตำรวจกันเถอะ!”
“...” ป้าหลินรู้สึกชาไปทั้งตัว “ก็เขียนสำนึกผิดแล้ว นี่ยังไม่จบอีกเหรอ”
“ตามใจลูกเหมือนฆ่าลูก ตามใจญาติเหมือนทำร้ายญาติ วันนี้ป้าทำเื่จ้างวานคนมาขู่เมียผม ถ้าผมไม่ยับยั้งป้าไว้วันหน้าป้าก็อาจจะจ้างวานคนไปฆ่าคนได้ แก้ไขความผิดของป้าก็เพื่อตัวป้าเอง นี่เรียกว่าอะไร”
“ป้องกันั้แ่ต้น” จินซูยิ้มอย่างมีความสุข เธอหายโกรธแล้วจริง ๆ มีคนน่าสนใจอย่างหลินอี้เสวียนอยู่เคียงข้าง เธอรู้สึกว่าตัวเองจะมีอายุยืนยาวถึงร้อยปี ผู้ชายคนนี้มีหลักการ มีวิธีการ ถูกใจเธอจริง ๆ
ป้าหลินทำเป็อวดเก่ง สุดท้ายก็โง่งมสิ้นดี ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่ หลินอี้เสวียนไม่คิดจะปล่อยป้าหลินไป ต้องสั่งสอนสักหน่อย ในกระดาาเขียนสำนึกผิด ป้าหลินเขียนเล่าเื่ราวทั้งหมดไว้ จะแก้ตัวก็ไม่ได้ เธอคิดจะแกล้งเป็ลมสลบไป แต่หลินอี้เสวียนบอกเธอว่า
“ถ้าป้ากล้าเป็ลมเขาก็กล้าลากเธอไปโรงพัก” จินซูที่อยู่ข้าง ๆ ยังเสริมอีกว่า
“ฉันมีเข็มฉีดยา สามารถจิ้มก้นได้ เป็ยารักษาอาการเป็ลมโดยเฉพาะ” ป้าหลินซวยมากที่เจอสามีภรรยาคู่นี้ หลินอี้เสวียนเป็คนเที่ยงตรงและมีคุณธรรม ส่วนจินซูยึดหลักใครไม่ยุ่งกับฉัน ฉันก็ไม่ยุ่งกับเขา ทั้งคู่จึงลงความเห็นตรงกัน พวกเขาควรเรียกรถสามล้อ คุมตัวคนปากจัดทั้งสี่คนตรงไปที่โรงพัก
ผู้กำกับการสถานีตำรวจเคยเป็ทหารเกณฑ์ที่หลินอี้เสวียนฝึกมาก่อน ตอนนี้ย้ายมาทำงานที่นี่ พอเห็นครูฝึกในอดีต หัวหน้าก็ตื่นเต้นมาก และให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก
เื่ที่ป้าหลินก่อไว้ แม้จะไม่ใหญ่แต่ก็ไม่เล็กถือเป็เื่ที่ต้องอบรมสั่งสอน หลินอี้เสวียนแสดงจุดยืนว่าต้องทำให้เธอสำนึกผิดอย่างลึกซึ้ง ถึงจะไม่ก้าวพลาดในอนาคต ไม่ต้องขังนานหรอก สักสองสามวันก็พอ หลังได้ยินหลินอี้เสวียนพูดว่าสองสามวัน สีหน้าป้าหลินก็บิดเบี้ยวไปทันที
…………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
พี่หลินทำดีมากค่ะ รักเมียแล้วต้องปกป้องเมีย
อยู่คุกสักสองสามวันเองป้าหลิน ดีกว่าโดนขังตลอดชีพนะ
ไหหม่า(海馬)