บทที่ 39 เนตรหยินหยาง (รีไรต์)
สองย่าหลานพากันร่ำไห้อีกครา
"เสี่ยวหยวนเป่า วิญญาณของเหล่าเฮยยังอยู่ที่นี่หรือไม่"
เจ้าก้อนแป้งน้อยกะพริบดวงตากลมโตสุกใสปริบ ๆ
"อยู่เจ้าค่ะ อยู่ข้าง ๆ ท่านเลย กำลังกระดิกหางส่ายหัวอยู่เลย!"
แม่เฒ่าหลี่น้ำตานองหน้า พลางมองไปยังความว่างเปล่ารอบกาย "เหล่าเฮย... ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ! "
คนอื่นมองไม่เห็นสิ่งใด มีเพียงเจ้าก้อนแป้งน้อยที่เห็นว่า สองขาหน้าของเหล่าเฮยวางพาดอยู่บนตัวแม่เฒ่าหลี่ พยายามทำท่าทางเลียน้ำตาปลอบประโลม ดวงตาของเหล่าเฮยเองก็คลอไปด้วยหยาดน้ำตา ดูแล้วน่าเวทนายิ่งนัก
เจ้าก้อนแป้งน้อยเกาผมแกละเบา ๆ "แม่เฒ่าหลี่ ท่านอยากมองเห็นเหล่าเฮยหรือไม่เจ้าคะ"
"อยาก! ข้าอยากเห็น! ข้าจะมองเห็นมันได้หรือ เสี่ยวหยวนเป่ามีวิธีหรือ"
สิ่งแรกที่แม่เฒ่าหลี่นึกถึงคือการเชิญวิญญาณ ซึ่งโดยทั่วไปร่างทรงมักจะใช้วิธีให้วิญญาณมาเข้าสิงร่างญาติเพื่อสื่อสาร...
"เช่นนั้นท่านนั่งลงก่อนเจ้าค่ะ แล้วหลับตาลงก่อน" หยวนเป่าส่งสัญญาณให้แม่เฒ่าหลี่นั่งย่อตัวลง
แม่เฒ่าหลี่ทำตามอย่างงุนงง
จากนั้นเจ้าก้อนแป้งน้อยก็ยื่นมือน้อย ๆ อันนุ่มนิ่มไปแตะเบา ๆ ที่ระหว่างคิ้วของแม่เฒ่าหลี่
ริมฝีปากจิ้มลิ้มพึมพำบางอย่าง ดูคล้ายกับมนต์คาถา
เมื่อพึมพำจบ เจ้าก้อนแป้งน้อยก็บอกว่า "เสร็จแล้วเจ้าค่ะ! ท่านย่าลืมตาได้แล้ว ข้าเปิด 'เนตรหยินหยาง' ให้ท่าน แต่มันจะอยู่ได้เพียงชั่วเวลาครึ่งก้านธูปเท่านั้นนะเจ้าคะ"
แม่เฒ่าหลี่ลองลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่นางเห็นตรงหน้าคือหมาดำตัวใหญ่ที่กำลังเลียใบหน้าอันเหี่ยวย่นของนางอยู่จริง ๆ!
ในพริบตานั้น น้ำตาก็ไหลพรากออกมาอีกรอบ
"เหล่าเฮย! คู่ทุกข์คู่ยากของข้า! ลำบากเจ้าแล้วจริง ๆ ..."
ทุกคนที่เหลือ...ต่างพากันอัศจรรย์ใจ
แม่เฒ่าหลี่มองเห็นเหล่าเฮยจริง ๆ ด้วย
นี่คือการเปิดเนตรหยินหยางหรือ!
ช่างมหัศจรรย์ยิ่งนัก
ทุกคนต่างพากันจ้องมองไปที่เสี่ยวหยวนเป่าโดยพร้อมเพรียง ยามนี้เจ้าก้อนแป้งน้อยกำลังหาวหวอดออกมาคำหนึ่ง
เอ้อร์เป่าเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย
ทังเสี่ยวชุ่ยเช็ดน้ำตาพลางเอ่ย "น้องหยวนเป่า ทุกคนบอกว่าเจ้าเก่งกาจนัก เจ้าสามารถทำให้เหล่าเฮยฟื้นคืนชีพได้หรือไม่ พวกเราทำใจไม่ได้ที่มันต้องตาย..."
เสี่ยวหยวนเป่ารีบส่ายหน้าทันควัน "ฟื้นไม่ได้เจ้าค่ะ พี่เทียนโกวฟื้นได้เพราะเขามีแต้มบุญหนุนนำ ไม่ใช่คนธรรมดา ทว่าเหล่าเฮยฟื้นไม่ได้ ข้าทำได้เพียงสวดส่งวิญญาณเท่านั้น..."
ทุกคนต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก หากเจ้าก้อนแป้งน้อยสามารถชุบชีวิตคนตายหรือสัตว์ที่ตายไปแล้วให้ฟื้นขึ้นมาได้ตามใจชอบ...
นั่นคงจะน่าสะพรึงกลัวเกินไป
ไม่ใช่ว่าจะเก่งกาจเหนือกว่าท่านพญายมในนรกไปแล้วหรือ
หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เจ้าก้อนแป้งน้อยย่อมต้องถูกคนชั่วลักพาตัวไป เพื่อบังคับให้นางชุบชีวิตผู้คนให้พวกมันเป็นแน่...
ไม่กล้าคิดเลยจริง ๆ
จากนั้นทังเสี่ยวชุ่ยก็เอ่ยต่อ "เช่นนั้น ให้ข้าได้มองเห็นเหล่าเฮยบ้างได้หรือไม่"
นางขอเพียงได้เห็นเป็นครั้งสุดท้าย
เสี่ยวหยวนเป่ายังไม่ทันเอ่ยคำ เอ้อร์เป่าก็รีบห้ามปรามไว้ก่อน
"พี่เสี่ยวชุ่ย แม่เฒ่าหลี่ได้เห็นและร่ำลาเหล่าเฮยแล้วก็นับว่าพอแล้ว หยวนเป่าเปิดเนตรให้ท่านย่า ย่อมต้องเสียแรงไปไม่น้อย หากเปิดอีก นางจะเหนื่อยจนล้มพับไปได้"
เอ้อร์เป่าเป็นคนละเอียดรอบคอบ จากการสังเกตของเขา ทุกครั้งที่เสี่ยวหยวนเป่าทำเรื่องลี้ลับเช่นนี้ นางจะหาวและง่วงนอน นั่นแสดงว่านางเสียพลังสมาธิไปมาก จำต้องได้รับการพักผ่อนเพื่อชดเชยพลังที่เสียไป
เขาไม่อยากให้น้องสาวต้องเสียพลังไปกับเรื่องเล็กน้อยจนเกินกำลัง น้องสาวยังเล็กนัก ร่างกายยังต้องเติบโต
ทังเสี่ยวชุ่ยใบหน้าแดงซ่านด้วยความละอายใจ "ตกลงจ้ะ หยวนเป่า ข้าขอโทษนะ"
เจ้าก้อนแป้งน้อยไม่ได้เก็บมาใส่ใจ "พี่เสี่ยวชุ่ย หากพี่อยากเปิดเนตรหยินหยาง รอให้ข้านอนให้อิ่มก่อน แล้วพรุ่งนี้ข้าจะเปิดให้พี่นะเจ้าคะ ข้าจะพาพี่ไปดูผีเร่ร่อนแถวหลุมศพ มีเยอะแยะเลยเจ้าค่ะ..."
ทังเสี่ยวชุ่ย "..."
ทุกคนในที่นั้น "..."
"มะ...ไม่เป็นไร พี่ว่าอย่าดีกว่า..."
ใครจะไปรับไหวกันเล่า!
คำพูดของเจ้าเด็กคนนี้ ยามนี้ทุกคนต่างพากันเชื่อถืออย่างสนิทใจ
นางบอกว่าแม่เฒ่าหลี่จะมีเคราะห์เลือดตกยางออก ก็มีเคราะห์จริง ๆ! ในระหว่างที่แม่เฒ่าหลี่ต่อสู้กับพวกอันธพาล นางได้รับบาดเจ็บไม่น้อย
ทว่าเสี่ยวหยวนเป่าไม่ได้ทักเรื่องเสี่ยวชุ่ย และเพราะเสี่ยวชุ่ยถูกท่านย่าปกป้องไว้เป็นอย่างดี นางจึงไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลย มีเพียงแม่เฒ่าหลี่คนเดียวที่เจ็บตัว
ทั้งจับสิ่งอัปมงคล สู้กับอันธพาล เปิดเนตรหยินหยาง เจ้าก้อนแป้งน้อยช่างมีอิทธิฤทธิ์กว้างขวางนัก! ไม่อาจไม่ยอมสยบได้เลยจริง ๆ
ยามนี้นางบอกว่าจะพาไปดูผีเร่ร่อนตามหลุมศพ หามีผู้ใดสงสัยในความสามารถไม่ ทว่าความตื่นเต้นเช่นนั้นไม่มีใครอยากลองดี ไม่ใช่ว่าชีวิตราบรื่นจนอยากหาเรื่องใส่ตัวหรอกนะ!
เวลาเนตรหยินหยางของแม่เฒ่าหลี่มีจำกัด หลังจากพูดคุยกับเหล่าเฮยได้ครู่เดียว
ภาพของมันก็เริ่มเลือนรางและหายไปในที่สุด
"ขอบใจนะเสี่ยวหยวนเป่า เหล่าเฮยต้องลำบากมามาก ช่วยสวดส่งวิญญาณมันทีเถิด ให้ชาติหน้ามันได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดี..."
แม่เฒ่าหลี่เอ่ยขอร้อง
"ได้เลยเจ้าค่ะ!" เจ้าก้อนแป้งน้อยพยักหน้าหงึกหงัก
ต่อให้แม่เฒ่าหลี่ไม่บอก นางก็ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว
นางชอบเหล่าเฮย
"เหล่าเฮย ไปกันเถิด! ข้าจะสวดคาถาไปสู่สุคติให้เจ้า เพื่อให้เจ้าเดินทางอย่างสงบไปรายงานตัวที่ยมโลก ชาตินี้เจ้าสละชีพเพื่อปกป้องเจ้านาย เมื่อไปถึงนรก ย่อมมีการจดบันทึกแต้มบุญไว้ให้แน่นอน อย่าได้หวาดกลัวไปเลยนะ!"
ทว่าร่างเงาของเหล่าเฮยกลับส่ายหน้า แสดงท่าทีไม่ยินยอมจากไป
เสี่ยวหยวนเป่าเอียงคอถามอย่างสงสัย "ทำไมรึ เจ้ายังมีความปรารถนาใดที่ยังไม่สมหวังอีกหรือ?"
เหล่าเฮยพยักหน้า พลางส่งเสียงเห่าใส่เสี่ยวหยวนเป่า...
เสี่ยวหยวนเป่าเบิกตากว้าง "หา เจ้าจะบอกว่า เมื่อเช้าที่เจ้าเข้าไปหาอาหารในป่า เจ้าได้คลอดลูกหมาไว้ในป่ารึ เจ้าอยากให้พวกเราไปช่วยลูกหมาลงมาจากเขาอย่างนั้นรึ"
ทุกคนหันไปมองซากศพของเหล่าเฮย เป็นจริงดังว่า ท้องของมันดูแฟบลงไปถนัดตา ตอนที่เอาเหล่าเฮยมาส่งคืนเมื่อวาน เพราะมันท้องแก่จัดจนมุดรูหมาไม่ได้
ทว่ายามนี้ ท้องกลับว่างเปล่าแล้ว
ที่แท้มันก็แอบไปคลอดลูกมานี่เอง
เมื่อลองคิดดูอีกที เหล่าเฮยเพิ่งจะคลอดลูกในป่าเมื่อเช้ามืด ก็รีบวิ่งกลับมาปกป้องเจ้านาย นี่คือนิสัยที่ยอมพลีชีพเพื่อนายอย่างแท้จริง ช่างจงรักภักดีเหลือเกิน!
เหล่าเฮยตัวนี้ ช่างเลี้ยงไม่เสียข้าวสุกตลอดชีวิตจริง ๆ ในสภาพที่ร่างกายอ่อนแอถึงเพียงนั้น มันยังคงองอาจหาญกล้าไม่หวั่นเกรงสิ่งใด! แม้ตายไปแล้ว สิ่งแรกที่มันทำคือไปตามคนมาช่วยเจ้านาย...
แม่เฒ่าหลี่ได้ยินดังนั้น น้ำตาก็ไหลพรากออกมาอีกครา "เหล่าเฮย...เหล่าเฮยของข้า... เป็นพวกเราที่ทำผิดต่อเจ้า...ชาติหน้าเจ้าไปเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยเถิดนะ ฮือ ๆ ..."
นางรู้สึกเวทนาจับใจ
นางจำได้แล้ว ปกติเหล่าเฮยเก่งกาจนัก หมาเพียงตัวเดียวก็สามารถรับมือชายฉกรรจ์ได้สบายมาก ทว่าวันนี้มันกลับดูสิ้นแรง ในสถานการณ์คับขันเมื่อครู่ นางไม่ทันได้สังเกตท้องของมันเลย หากรู้เช่นนี้ นางจะยอมให้เหล่าเฮยออกไปขวางหน้าพวกนั้นได้อย่างไร!
นางคงยอมให้มันหนีไปก่อนแล้ว
ซานเป่ารีบเอ่ย "น้องสาว พวกเราไปช่วยลูกหมากันเถิด! คลอดเมื่อเช้า ยามนี้อากาศหนาวจัด ผ่านมาครึ่งค่อนวันแล้ว ไม่รู้ว่ายังจะมีชีวิตอยู่หรือไม่ พวกเรารีบไปกันเถิด!"
ลูกหมาที่เพิ่งลืมตาดูโลก ควรจะอยู่ในที่อบอุ่นเพื่อกินนมแม่ ทว่าเหล่าเฮยเพื่อมาปกป้องเจ้านาย จึงไม่อาจดูแลลูกได้และต้องลงเขามา ด้วยสภาพอากาศเช่นนี้ โอกาสรอดชีวิตของลูกหมานั้นช่างน้อยนิดยิ่งนัก
ต้าเป่าเสริม "เหล่าเฮยตายไปแล้ว ไม่อาจเรียกคืนมาได้ เราลองไปดูเถิดว่ายังพอจะช่วยลูก ๆ ของมันได้หรือไม่"
"ขอเพียงยังมีลมหายใจอยู่ หากป้อนน้ำข้าวบ้างก็อาจจะรอดชีวิตได้..." ไฉ่ซื่อเองก็ทนไม่ได้ เหล่าเฮยแสนดีถึงเพียงนี้ ลูก ๆ ของมันย่อมต้องเป็นหมาที่ดีแน่
"เช่นนั้นพวกเราไปช่วยลูกหมากันเดี๋ยวนี้เลย เหล่าเฮย เจ้านำทางไปเจ้าค่ะ"
ทุกคนปรึกษากันแล้ว แม่เฒ่าหลี่อายุมากแล้ว แม้นางจะอยากเข้าป่าใจจะขาด ทว่าขาแข้งไม่เอื้ออำนวย อีกทั้งร่างกายยังได้รับบาดเจ็บจึงไปไม่ได้
ส่วนเสี่ยวชุ่ยเป็นเด็กผู้หญิง ไม่ค่อยได้เข้าป่าและเดินไม่เร็วนัก จึงต้องรออยู่ที่บ้านกับย่า