3 ปีต่อมา...
วันเวลาผ่านไปรวดเร็วจนคุณพ่อม้ายร่างใหญ่จำแทบไม่ได้ กรยังคงมีชีวิตปกติเหมือนอย่างที่เคยเป็ เพียงแต่ว่าบ้านหลังใหญ่ของเขาไม่มีภรรยาและลูกๆคอยอยู่ให้ปวดหัว แต่ถึงอย่างนั้นมันก็แอบทำให้ร่างสูงรู้สึกเหงาหงอยอยู่บ้าง...หลังจากที่ภรรยารับรู้เื้ัของสามี เื่ราวการหย่าก็เกิดขึ้นในอีก 3 เดือนถัดไป แม้ว่ากรจะพยายามหาคำอธิบาย แต่นิภาก็ตัดสินใจไปแล้ว...
ในตอนแรกเธอโกรธเป็ฟืนเป็ไฟที่สามีกล้าทำเช่นนั้น แต่พอเวลาผ่านไปและได้ตั้งสติ นิภาก็รับรู้ว่าไม่ได้มีแค่เธอเพียงคนเดียวที่รู้สึกว่าครอบครัวเริ่มสั่นไหว เธอเป็สาวสังคมที่เพื่อนพ้องรักใคร่ และเป็ที่สนใจกับเหล่าหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ทั้งหลาย...
เมื่อลูกชายคนโตไปร่ำเรียนที่ต่างประเทศ และลูกสาวเข้าเรียนมหาลัยโดยที่ไม่ต้องคอยตามเป็ห่วง มันก็ทำให้นิภารับรู้ถึงอิสระมากขึ้น เธอออกไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงและได้เจอผู้คนมากมาย โดยเฉพาะกับเหล่าบรรดาผู้ชายที่เข้ามาพัวพันเรื่อยๆ แต่ถึงอย่างนั้นนิภาก็ไม่ได้เอนเอียงไปถึงเตียงนอนเหมือนสามีจอมโกหกของเธอ เพียงแค่อาจจะมีแตะมือกันในที่ลับตาคนบ้าง หรือไม่ก็หอมแก้มทั้งทายกันเบาๆ หรืออาจจะมากกว่านั้น...แต่ก็ไม่ถึงขั้นลากกันขึ้นไปบนห้อง
ระหว่างที่เก็บของย้ายออกจากบ้าน...
นิภาก็พึ่งรู้....ว่าเสื้อผ้า กระเป๋า เครื่องประดับทั้งหลายที่มีอยู่ ครึ่งหนึ่งมาจากของขวัญของผู้ชายที่เธอได้พบเจอในงานเลี้ยง บางคนเป็เพื่อนของเพื่อน บางคนเป็รุ่นพี่ที่มหาลัย หรือบางคนก็เป็คนรักเก่าสมัยเรียน แม้ว่าอายุเข้าเลขสี่ แต่ก็ไม่มีอะไรช่วยให้เสน่ห์ของเธอลดลงเลย...
โชคดีที่การหย่าครั้งนี้ไม่ได้ใหญ่โตจนถึงขั้นขึ้นศาล...และวันเวลาหลายปีมันก็ทำให้ภรรยาเก่าและสามีเลิกคิดเื่ในอดีต 3 ปีที่ผ่านมานี้ นิภาได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่เกินกว่าที่เธอคาดหมาย เธอควงชายมากมายั้แ่นักธุรกิจไปจนถึงหลานท่านทูต และกรก็เห็นภาพเ่าั้จนชินตาแล้ว ทุกครั้งที่เป็วันเกิดหรือวันสำคัญของเหล่าลูกๆ นิภามักจะมีเพื่อนสนิทที่เป็ผู้ชายติดสอยห้อยตามมาด้วยเสมอ กรจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าภรรยาเก่าของเขาไปสนิทกับใครบ้าง จนตอนนี้ร่างสูงเลิกนับไปแล้ว แต่ที่แน่ๆ ทั้งสองยังทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดีอยู่ตลอดเวลา และมีครั้งสองครั้งที่ได้พูดคุยปัญหาชีวิตให้กันฟังเล็กน้อย...
“ฉันนึกว่าได้เลื่อนตำแหน่งแล้วสภาพของคุณจะดีกว่าตอนอยู่กับฉันซะอีก”
“ตำแหน่งสูง งานก็สูง” เสียงเข้มตอบกลับคนที่นั่งทานอาหารเย็นอยู่ตรงหน้า...
หลังจากที่ทั้งคู่ไปส่งลูกสาวที่สนามบินจึงได้แวะหาอะไรรองท้องก่อนที่จะบอกลากัน เมื่อนิภาได้เห็นใบหน้าซีดเซียวของสามีเก่า เธอก็คิ้วขมวดและอดสงสัยไม่ได้ ทั้งๆที่ตอนนี้ตำแหน่งของเขาสูงขึ้นไปว่าเล่น แน่นอนว่าหลังจากที่หย่าร้างกับภรรยาไป กรก็ทำการทำงานจนเป็บ้าเป็หลัง...แม้ตำแหน่งที่ได้มานั้นจะมีค่าตอบแทนมหาศาล แต่มันก็ทำให้สภาพของร่างสูงเปลี่ยนไปอย่างมาก
“แล้วคุณล่ะ เป็ไงบ้าง”
“ฉันหรอ ก็เรื่อยๆนะ”
กรพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะตักอาหารเข้าปากเป็คำๆ
“เคี้ยวช้าขนาดนี้เมื่อไหร่จะกินเสร็จ คุณบอกมีงานต้องไปที่บริษัทต่อไม่ใช่หรอ”
“ก็เพราะผมรู้ไงว่าผมมีงานเลยไม่อยากไป”
“เอาเถอะ คุณไม่อยากไป แต่ฉันต้องไปแล้ว”
นิภาลุกขึ้นพร้อมกับหอบหระเป๋าเอกสารขึ้นบ่า เพราะตอนนี้เธอก็มีธุรกิจเล็กๆเป็ของตัวเองเช่นเดียวกัน
“เอาเป็ว่าฉันเลี้ยงก็แล้วกัน”
“อ่อ…ขอบคุณครับ”
“หาเวลาพักบ้างล่ะ เดี๋ยวเป็บ้าไปซะก่อน จำคำที่ลูกสาวคุณบอกได้หรือเปล่า”
“เข้าใจแล้ว”
กรพยักหน้า ก่อนที่ภรรยาเก่าของเขาจะถอนหายใจพร้อมกับเดินไปจัดการค่าอาหาร ร่างสูงมองเนื้อสเต็กบนจานก่อนจะใช้มีดเฉือดเนื้อช้าๆ แต่เสียงข้อความจากทางบริษัทก็ทำให้มือหนาวางมีดและซ้อมลงด้วยความเหน็ดเหนื่อย
“คืนนี้คงต้องออกไปเที่ยวบ้างแล้วล่ะ”
กรพูดกับตัวเอง ก่อนจะหันไปมองที่หน้าร้าน ภรรยาเก่าของเขาเดินขึ้นรถไปกับหนุ่มปริศนาหน้าใหม่อีกคนซึ่งน่าจะเป็เพื่อนร่วมธุรกิจที่เธอเคยบอก เห็นทีคราวนี้ร่างสูงคงต้องลากเพื่อนออกไปสังสรรค์คลายเครียดอย่างที่เธอแนะนำจริงๆ