เหลียงซานตื่นอีกทีในเช้าวันต่อมา เมื่อมองรอบๆก็เห็นว่าหรงเอ๋อร์มานอนเฝ้าอยู่ข้างๆทำเอาชื่นใจอยู่มิน้อยที่เป็ห่วง
“ หรงเอ๋อร์ “ เหลียงซานทำการลูบหัวอย่างอ่อนโยน รวมถึงเป็การปลุกไปในตัวด้วย
“ อืม “ เลี่ยงหรงตื่นออกมาก็เห็นว่าพี่เหลียงตื่นแล้ว จึงเอยถามด้วยความเป็ห่วง
“ พี่เป็อย่างไรบ้าง “
“ พี่มิได้เป็อันใด เพียงแค่เหนื่อย “ คงเพราะตลอดทั้งวันก็นั่งเคลียร์เื่ศพกับเื่เ้าเมือง
“ หรงเอ๋อร์พี่มิมีแรงทานเลย “ เหลียงซายเอยด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย แล้วหันมาออดอ้อนเลี่ยงหรงหวังให้ป้อนให้ทานหน่อย
“ ได้ “ อย่างน้อยรสชาติก็มิได้แย่ พอทานได้แหละ
“ พี่อยากอาบน้ำหรือไม่ ข้าจะได้ไปเตรียมมาให้ “ เหลียงซานยิ้มอย่างกรุ้มกริ่มทำเอาเลี่ยงหรงรู้สึกถึงภัยอันตรายที่กำลังมาเยือน
“ หรงเอ๋อร์ “
“ พี่มิต้องเลย “ เหลียงซานได้โอกาสก็ทำการซุกไซ้ไปตามซอกคอของเลี่ยงหรง มิใช่เพียงแค่นั้นยังทำการกดจมูกเบาๆหอมกรุ่นสูดดมกลิ่นเหม่ยกุ้ยจางๆตามคอ ส่วนมือมิค่อยจะอยู่เฉยนัก ทำการปลดผ้าที่เป็คลุมออก
คราวนี้ดูเหมือนเลี่ยงหรงยังคอยนวดไหล่ให้อีกด้วยทำเอาผ่อนคลายลงมิน้อยเลย
“ หรงเอ๋อร์นวดตรงนี้ให้พี่หน่อยสิ “ เหลียงซานจับมือของเลี่ยงหรงเลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆตรงด้านล่างไปอยู่ที่ตรงเอวก่อนจะให้ลูบเบาๆแล้วเลื่อนไปตรงหน้าท้องที่มีกล้ามเป็ลอนๆของเหลียงซานอยู่
“ พี่ “ เล่นอะไรเนี่ย
หึ เขินแต่ก็มิยอมกระชากมือออก แต่พูดมิยังจะขาดคำ มืออีกข้างของเลี่ยงหรงตีเข้าไปหลังของเหลียงซานแต่ก็มิได้แรงมากนัก
หืม เขินได้รุนแรงนัก คิดซะว่าแมวข่วน
“ พี่ “ แต่เลี่ยงหรงคราวนี้มิยอมแล้ว ตีไปที่เอวของเหลียงซานทีหนึ่ง
“ พอแล้ว “ จะอาบเสร็จมั้ยเนี่ย
จุ๊บ เหลียงซานจูบไปที่ไหล่ของเลี่ยงหรงทีหนึ่ง มิใช่แค่นั้นยงเริ่มทำรอยอีก ทำเอาเลี่ยงหรงทำคืนบางแต่มิได้จูบนะแต่กัดเข้าไปใหม่ของเหลียงซานอยู่หลายรอยเลยทีเดียว
ชอบความรุนแรงก็มิบอก
เนื่องจากอาบกันมานานมากจนน้ำเริ่มหายอุ่นแล้วก็ยังมิได้อาบจริงจังสักที สุดท้ายก็ต้องให้เสี่ยวซานไปน้ำอุ่นมาเติมให้ใหม่ตามคำสั่งของเหลียงซาน
หลิวหยางที่รออยู่ข้างนอก : ทำไมนานกันจังวะ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็พากันออกมานั่งที่ห้องรับรอง เมื่อเข้ามาก็เห็นว่าลู่เฟินนอนหนุนตักพี่หลิวหยางอยู่อย่างสบายใจ บนโต๊ะก็มีชาและขนมวางอยู่
“ นานจริง “ เห็นรอยยิ้มของสหายที่แทบจะหุบยิ้มไม่ได้ออกมาก็รู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ หาหรือว่าจะ
“ เสี่ยวซานไปนำชามา “ เลี่ยวซานผู้ที่มีหน้าที่ทุกอย่างตามคำสั่งของเหลียงซานอย่างมิขาดตกหล่นแม้แต่น้อย
“ พวกเ้ามากันช้าเสียจริง “ หลิวหยางทำการปลุกลู่เฟินที่นอนอยู่ให้ลุกขึ้นมาเพราะตอนนี้ทั้งคู่มาแล้วเรียบร้อย
ลู่เฟินงัวเงียอยู่เล็กน้อย พอเห็นว่าคนที่รออยู่มาแล้วก็แต่งกายให้เรียบร้อยหน่อย
“ ที่นี้ก็มากันครบแล้ว เลี่ยงหรงเล่าให้ฟังมาบางแล้ว ทีนี้เหลียงซานตอนที่ตามคนร้ายไปเกิดอันใดขึ้น “ หลิวหยางเปิดบทสมนามาก็เข้าเื่โดยทันที
เหลียงซานก็เล่าเื่เมื่อคืนอย่างมิคิดจะปิดบังแม้แต่น้อย
“ มิน่าเชื่อว่าแร่สีขาวจะมีประโยชน์เช่นนี้ “ นับว่าเป็ความโชคดีเสียแล้วที่เลี่ยงหรงได้ปราบโจรในครั้งนั้น
“ แล้วทางเ้าละว่าอย่างไร “ เหลียงซานถามกลับไปยังหลิวหยางบาง
ย้อนกลับไปเมื่อคืน
หลังจากแยกย้ายกันเรียบร้อยทั้งคู่ก็มายังที่หอโคมเขียวทันที มิใช่เพียงแค่นั้นยังมีหน่วยลับของเหลียงซานมาด้วย เพื่อเกิดอันใดขึ้น
เพราะหอนี้มีหลายห้องทำให้จับตาดูได้ยากพอสมควร ไม่รู้ว่าต้องไปท่ใด จึงไปดักรอสถานที่เกิดเหตุของศพที่สามกับห้องของศพแรกดู
ลู่เฟินมาอยู่ตรงหลังคาระเบียงห้องของศพแรก แต่รอเท่าใดก็มิเห็นมีผู้ใดมา จนได้ยินเสียง
แอด
มีใครสักคนเปิดประตูเข้ามา เหมือนจะหาอะไรบางอย่างอยู่ คนที่เข้าเป็สตรีน่าจะเป็นางโลมในหอแห่งนี้ ค้นหาอยู่สักพักก็ออกจากห้องไป ลู่เฟินมิเห็นว่านางเอาสิ่งใดไปแสดงว่าหามิเจอหรือจะเป็ของที่ชินอ๋องกับเลี่ยงหรงมาค้นห้องก่อนหน้านั้นหรือเปล่านะ
แอด
ใครอีกละที่นี้ พอเล็งมองดูดีๆคราวนี้เป็สตรีแต่เป็คนละคนกับที่มาก่อนหน้านี้ก็เหมือนจะทำการค้นบางอย่างเช่นเดียวกัน พอมิเจอก็ออกไป
ต้องเห็นแป้งตลับอันนั้นแน่ๆ
เช้ามาถึงกับสองคนแล้วแต่ดูแล้วน่าจะมิรู้จักกัน มิเช่นนั้นจะเข้ามาหาทำไมสองรอบแถมยังมาเวลาใกล้เคียงกันอีก แต่สตรีที่เข้ามาเมื่อสักครู่มีวรยุทธิ์อยู่มิน้อยแต่กลิ่นอายมิเหมือนกับสตรีที่เจอในป่าเลยก็น่าจะเป็คนละคนกัน
ทางหลิวหยางที่มาดักอยู่ที่ศพที่สาม ก็ยังมิเห็นมีใครมาเลยสักคนจนเห็นมีสตรีนางหนึ่งเข้าไปในห้องของศพแรกแล้วก็กลับออกมาท่าทีดูอารมณ์เสียมิน้อย นางดินกลับตรงที่ศพที่สามเดินวนๆอยู่หลายรอบบ่นพึมพำอะไรเข้าสักอย่างเนี่ยแหละ แล้วก็นั่งไปนั่งตรงริมหน้าต่าง
หรือว่าจะนัดใครเอาไหว
จนกระทั่ง
“ เ้า “ พอเห็นสตรีที่มีวรยุทธิ์เข้ามานางก็ชี้หน้า อารมณ์ของนางตอนนี้โกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก
สตรีที่เข้ามิพูดอันใดมากความหยิบมีดออกมา
เดี่ยวนะ!! นั่นมันมีดที่เจอในป่านิ
สตรีผู้นี้น่าจะคนละคนกับที่เจอในป่าเพราะรูปร่างค่อนข้างเป็คนตัวเล็ก แต่มีดน่ะใช่เลย
“ เพราะเ้าแท้ๆ เ้ามันสกปรกก น่าสมเพช คิดหหรอว่าต่อให้เ้าฆ่าสตรีเ่าั้รวมถึงตัวข้าเองด้วยมันจะไปเกิดอันใดกัน “ นางรู้หรือ ฆ่าปิดปากนี่เอง
“ ไหหนลองพูดอีกทีสิ “
“ ก็เ้ามันน่าทุเรศอย่างไรเล่า ผ่านบุรุษมากี่คนแล้วละ เป็อย่างไรละสุดท้ายแล้วเ้ามันก็แค่… “ สิ้นเสียงเพียงเท่านั้นสตรีที่ถือมีดก็จู่โจมมาอย่างรวดเร็ว หลิวหยาง้าเข้าไปช่วยแต่ก็ยังช้าอยู่จนมือข้างขวาของนางถูกกรีดจนเืออก
หลิวหยางเห็นว่านางอาจจะส่งเสียงจึงรีบป้ายยาสลบอย่างเร็ว ส่วนลู่เฟินที่เริ่มจับััได้ก็รีบมาสมทบกับหลิวหยางทันทีจึงทำให้เข้าปะทะกับสตรีนางหนึ่ง
“ ลู่เฟินจับนางให้ได้ “ หลิวหยางส่งสัญญาณให้มือปราบมานำสตรีผู้นี้ออกไปก่อนเพราะเห็นว่าศัตรูทำท่าจะหนี คราวนี้ปล่อยไปมิได้อุตหาส์ได้รู้อะไรเด็ดๆทั้งที่จะปล่อยไปได้อย่างไรกัน
ศัตรูหยิบหุ่นอะไรสักอย่างเอาไว้ ก่อนจะท่องคาถาอะไรสักอย่าง
เวรแล้ว ผู้ใช้มนต์ดำ
“ ตายซะ “ หลิวหยางเป็คนรับการโจมตีแทนลู่เฟิน
กึก ตูม
แต่สิ่งนั้นกลับกระเด้งกลับไปมาผู้ใช้
แสง? จริงสิแร่สีขาวก่อนน่านี้เ้าเหลียงซานให้มานี่น่า แต่มิเห็นบอกเลยว่ามันใช้อย่างไรเลยพกติดตัวเอาไว้เฉยๆมิรู้เลยว่าจะมีประโยชน์เอาตอนนี้เสียได้
ตลอดการต่อสู้หลิวหยางคอยเป็ฝ่ายป้องกันให้ส่วนลู่เฟินอาศัยจังหวะคอยโจมตี
ถึกใช้ย่อยแฮะ
หลิวหยางและลู่เฟินเริ่มได้ยินฝีเท้าเป็จำนวนมีทั้งที่กำลังวิ่งมา เดินมา เป็จำนวนมากก็คิดจะรีบปิดบัญชีสักที มิเช่นนั้นจะเสียเวลาไปมากกว่านี้
“ ลู่เฟิน “ ให้ตายเถอะเป็ศัตรูที่มากันห้าคนพวกมันเริ่มเเข้าไปใกล้สตรีที่สลบอยู่คงหวังจะฆ่า หลิวหยางจึงรีบสัญญาณให้หน่วยลับรีบเข้ามาอย่างโดยด่วน
แต่ก็มิช้านักหน่วยลับก็มาหลิวหยางบอกให้ฝากจัดการด้วยแล้วรีบนำสตรีนางนี้ไปที่กองมือปราบอย่างรวดเร็ว ส่วนทางนี้จะตามไปที่หลังเอง
“ หึ “ พูดคำอื่นบางก็ได้นะ แต่หัวเราะอะไรนักหนาเหล่าแม่นาง
น่าจะล่อให้ไปยังพื้นที่ที่มีดวงจันทร์หน่อยน่าจะดีกว่า
“ ข้าเห็นรอยสักอยู่ใต้ล้มผ้า “ หลิวหยางจึงบอกให้ลู่เฟินเวลาโจมตีให้อยู่ในที่ที่ดวงจันทร์ส่องถึงหน่อยน่าจะดี
เห็นทีต้องเสียสละหลังคาซะแล้ว ไม่งั้นไม่จบง่ายๆ หลิวหยางซัดลมปราณไปที่หลังคาอย่างรุนแรงจึงเป็จังหวะให้ลู่เฟินฟันศัตรูเข้าที่ท้องพอดี จึงอาศัยจังหวะนี้ป้ายสลบเข้าแล้วจับกดลงกับพื้น อุดปากด้วยเพื่อท่องคาถา จนสลบไปจึงพาไปขังไว้ที่คุกกองมือปราบ
“ เื่ทั้งหมดก็เป็เช่นนี้แหละ “
“ แล้วทางที่คนร้ายจับตัวมาละ “
“ ยังมิฟื้นน่ะ ส่วนาแก็รักษาเพียงเล็กน้อยที่มิให้เอาถึงตายก็พอ “
“ เช่นนั้นเอานี่ไปใส่ที่คอกับที่แขนเอาไว้ “ เหลียงซานให้แร่สีขาวกับเสี่ยวซานเพื่อนำไปให้สตรีที่ถูกจับมาเมื่อวานใส่เพื่อป้องกันเอาไว้
พอพูดคุยกันเบื้องต้นเสร็จเรียบร้อยก็ทานอาหารกันก่อน เพราะนอกจากเหลียงซานแล้วอีกสามคนที่เหลือยังมิได้ทานอันใดั้แ่เมื่อคืนแล้ว
เหลียงซานจึงอาสาทำอาหารง่ายๆให้ก็เมนูไข่เจียวทานกับข้าวเนี่ยแหละ พอทานกันเสร็จเรียบร้อยจึงไปที่กองมือปราบกัน
กองมือปราบ
เพราะผู้ใช้มนต์ดำถึงสองคน แล้วยังนักโทษทางอาญาอีกเป็จำนวนมาก ทำให้เสี่ยวซานเห็นว่าควรให้หน่วยลับเป็ผู้ดูแลชั้นในสุดบริเวณด้านนอกให้เป็หน้าที่ของเหล่ามือปราบ
เสี่ยวซานผู้มาถึงก่อนก็ทำตามคำสั่งอย่างมิขาดตกหล่น นักโทษทั้งถูกตึงด้วยโซ่ขนาดั์พันรอบตัวจะขยับไปไหนก็ลำบาก
ครึ่งชั่วยามต่อมาทั้งสี่คนก้ได้มาถึงกองมือปราบก็พากันเข้าไปในคุกกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเสี่ยวซานกับหน่วยลับอีกสองคนก็ได้เตรียมน้ำเย็นที่ผสมด้วยเกลือเตรียมเอาไว้ให้แล้ว
สมกับเป็มือขวาของชินอ๋อง รู้ใจดีจริงๆ
“ สาดลงไป “
“ อ๊ากกกกกกก “ เป็บุรุษที่สู้กับเหลียงซานร้องขึ้นมา เมื่อสตรีนะเงียบกริบเลยมิมีเสียงออกมาเลยแม้แต่น้อย
“ เป็เช่นไรบางเหล่า หลับสบายดีหรือไม่ “ การสืบสวนครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็เหลียงซานกับหลิวหยางซะส่วนใหญ่
“ เอาล่ะฆ่าสตรีศพก่อนหน้าทำไม “ เป็หลิวหยางที่ถามแต่มิได้เจาะจงใครสักคนแต่ถามทั้งสองคนเลย
“ มิรู้สิ เื่ของพวกนางโลม “ เอาพูดอย่างงี้ถามคนข้างๆยังสายตากะจะฆ่าอยู่แล้ว
“ งั้นรึ “
“ ก็คงพวกถวายตัวอยากได้ท่านผู้นั้นใจจะขาดอย่างไรล่ะ ฮ่าๆๆๆๆ “ ท่านผู้นั้นกับนายท่านที่ว่า อืมน่าจะคนละคนกัน
ปึก ปัก
สตรีที่อยู่ข้างๆถีบบุรุษผู้ที่พูดจาไม่เข้าหู แม้ทำแบบนี้ไม่รู้ว่าสตรีเ่าั้ที่ว่ามีใครบาง แต่เหลียงซานก็มิได้ให้หน่วยลับเข้าไปห้ามแต่อย่างไร
“ ฮ่าๆๆๆ เ้าเองก็คงถูกทิ้งแล้ว ท่านผู้นั้นมิเอาเ้าหรอก “ ประโยคสุดท้ายพูดกระแทกเสียงใส่ไปทีหนึ่งอย่างสะใจ แต่คนที่สะใจกว่าน่าจะเป็เหลียงซานมากกว่าเห็นศัตรูตีกัน
พอเห็นว่าดูจนพอใจแล้วก็ให้เสี่ยวซานสาดน้ำเกลือใส่ทีหนึ่งเพื่อสติกลับมาเข้าเื่เสียที
“ พวกเเ้าฆ่าพวกนางไปด้วยเื่อันใด “
“ ฮ่าๆๆ ถามนางนี่ดูสิ “ คงมิใช่เื่ความแค้นของสตรีที่มากันแย่งบุรุษหรอกนะ
“ ว่าอย่างไร “ คราวนี้เหลียงซานหันไปถามสตรีที่ทำหน้าอาฆาตแค้นใส่
“ นังเพศยาพวกนั้นมายั่วยวนสามีของนายหญิง “ นายหญิงใครละ สามีของนายหญิงที่ว่านั่นก็คือท่านผู้นั้น แล้วคือใครวะ
“ โห บุรุษที่ว่านั้นน่าหล่อเหล่าน่าดู “ ฆ่ากันโหดชิบหายวาดวาย
“ ไปนำสตรีนางโลมผู้นั้นมา “ ในเมื่อนางมีปัญหากับศัตรูน่าจะเอาสืบสวนพร้อมกันน่าจะดีมิน้อย อาจจะได้รู้อะไรเพิ่มด้วย
เมื่อเสี่ยวซานนำนางโลมเข้ามาขังห้องเดี่ยวกันกับสองคนก่อนหน้านี้ ก็ทำหน้าเหมือนมิพอใจเล็กน้อย แต่ก็ทำอันใดมิได้
“ เ้ามีนามว่าอันใด “ หลิวหยางเอยถามนางโลมจะได้เรียกชื่อได้ถูก
“ หลินฮวา แซ่ข้ามิมี “ มิมีหรือไม่บอกกันแน่
“ เช่นนั้นแม่นางหลินเกี่ยวข้องอย่างไรกับสองคนนี้ “
“ ข้าแค่… “ นางดูอึดอัดอยู่มิน้อย
“ หากเ้ามิตอบดีๆก็เป็ตัวเ้าเองที่ต้องตาย “ เหลียงซ่านส่งสัญญาณให้หน่วยลับนำแซ่มาเพื่อเตรียมพร้อม หากหลินฮวามิตอบความจริงหรือบ่ายเบี่ยง
“ ข้า “ เมื่อเห็นแซ่หลินฮวาก็รู้สึกกลัวขึ้นมา นางอุตส่าห์หนีรอดออกมาได้แล้วแท้ๆ
“ ตอบ “ เหลียงซานกดดันเพิ่มขึ้น เมื่อเห็นว่าหลินฮวามัวแต่เงียบก้มหน้าก้มตา
“ ข้าเคยเป็หญิงรับใช้ของนายหญิงเ้าค่ะ มิใช่แค่ฆ่าแต่สตรีที่เป็ศพสามศพก่อนหน้านี้ด้วย “
“ นังงูพิษ “ สตรีผู้ใช้มนต์ดำทำท่าจะจู่โจมทำร้ายร่างกายหลินฮวาแต่หน่วยลับก็จับนางเอาไว้ได้ เหลียงซานจึงให้จับกรองยาเพื่อทำให้ร่างกายอ่อนแอลง
“ ฮ่าๆๆ สภาพดูไม่จืดเลย “ คราวนี้เป็บุรุษที่นั่งอยู่ข้างๆเอยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย สองคนนี้คงมิถูกกันเอามากๆเลย พอใครเป็อันใดขึ้นมาก็จะเหยียบอีกคนทันที
“ แล้วผู้ใช้มนต์ดำสองคนนี้ล่ะ “ เหลียงซานถาม
“ สตรีผู้นี้เป็หนึ่งสี่องครักษ์ของนายหญิง ล้วนแต่เป็สตรีสองนาง บุรุษสอง ซึ่งตอนนี้มาอยู่ที่เมืองนี้อยู่สามคนเ้าค่ะ “ ส่งมาฆ่าว่างั้นเถอะ ส่งมาตั้งสามคนเลย
“ แล้วพวกเ้าไปทำอันใดมาถึงได้โดยตามฆ่า “
“ นายท่านอยากให้บ่าวรับใช้ของนายหญิงมาเป็อนุให้หมดทุกคนเ้าค่ะ “ ก็เลยสั่งฆ่าสินะ หากตายพวกรับใช้เหล่าก็มิได้มาเป็อนุ
“ แล้วทำให้ต้องฆ่าอย่างโจงแจ้งด้วยล่ะ “
“ เป็การเตือน “ เหลียงซานสงสัยอยู่เื่หนึ่ง คือเื่ของภาพวาดจึงนำมาใหเหลินฮวาได้ดูทุกภาพ
เมื่อหลินฮวาเห็นเช่นนี้นางก็ใมิน้อย อืมเกี่ยวกันด้วยจริงๆ
“ ดูเหมือนเ้าจะรู้อันใด “ หลินฮวาเริ่มตัวสั่นขึ้นเรื่อย แต่มีอย่างหนึ่งคือในรูปทั้งหมดนี้มิมีรูปของหลินฮวานะ แต่นางกลับดูรู้เื่ดีมิน้อย
“ นะ ในภาพวาดเป็ภาพของสาวใช้ของนายหญิงเ้าค่ะ “