ข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง

    ตอนที่ 38 ศาลเตี้ยหัวมันต้ม ประมวลกฎหมายสะเทือนแผ่นดิน

    รุ่งอรุณทอแสงสีทองอ่อนสาดกระทบกระเบื้องหลังคาจวนพักรับรองนครเทียนเป่ย ความเงียบสงบดำรงอยู่เพียงชั่วครู่ยาม


    ครืนนนนน!


    พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวสัตว์อสูรบรรพกาลวิ่งตะบึง เตียงไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดกระแทกโยกโยนรุนแรง ลู่ชิงปรือตาขึ้น สีหน้าว่างเปล่าเลื่อนลอย ภาวนาวิงวอนต่อสวรรค์ภายในใจ 'ขอให้เป็นเพียงเสียงฟ้าร้อง... ขอให้ข้าหลับต่อไปได้...'


    "ท่านมหาเสนาบดี! ช่วยด้วย! ขอความเป็นธรรมให้พวกเราด้วยเถิด!"


    เสียงมหาชนนับ 100000 ชีวิตประสานดังก้องอยู่ภายนอกจวน คลื่นเสียงมหาศาลถาโถมซัดกำแพงเมืองมิหยุดหย่อน ปัง! ประตูไม้ถูกผลักเปิด อาฝูวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหอบหายใจแทบขาดใจ ใบหน้าบ่าวรับใช้ซีดเผือด


    "นายท่าน! แย่แล้วขอรับ!"


    ลู่ชิงหลับตาลง ดึงผ้าห่มคลุมร่าง "...ออกไปบอกทุกคนเบื้องนอก... ว่าข้าสิ้นใจตายอย่างสงบไปแล้ว..."


    อาฝูยืนนิ่ง "ต่อให้ท่านกลายเป็นวิญญาณ ข้าน้อยเชื่อว่ายมบาลย่อมเตะท่านกลับมาสะสางคดีอยู่ดีขอรับ... บัดนี้ราษฎรจาก 5 หัวเมืองรอบนอกเดินทางมาถึงครบถ้วน เกวียนบรรทุกฎีกา 500 คัน... รวมคดีทั้งสิ้น 250000 คดี... รอท่านอยู่หน้าจวนขอรับ"


    ห้องพักตกอยู่ในความเงียบระดับสุสาน


    ลู่ชิงนวดขมับเต้นตุบ ๆ 'หาก 1 คดีข้าใช้เวลาจิ้มกระดานพิจารณา 3 ลมหายใจ... 250000 คดี... ต้องใช้เวลา 750000 ลมหายใจ... ต่อให้มิหลับมินอน นิ้วข้าคงแข็งเป็นกรงเล็บไก่ย่างตายซากเป็นแน่!'


    ชายหนุ่มลุกพรวด "ข้าอุตส่าห์สร้างบทลงโทษริบทรัพย์ หวังข่มขวัญคนมิให้กล้าฟ้องร้อง... เหตุใดพวกเขาจึงขนคดีมาเพิ่มให้ข้าอีก 250000 คดีโว้ย!"


    อาฝูยิ้มแห้ง "บารมีตราชั่งสวรรค์ของนายท่านโด่งดังขจรขจาย ราษฎรเสื่อมศรัทธาศาลท้องถิ่น จึงปรารถนาความยุติธรรมจากผังงานตรรกะของท่านเพียงผู้เดียวขอรับ"


    สมองอดีตศาสตราจารย์ประมวลผลค้นหารากเหง้าปัญหาฉับพลัน ประกายความมักง่ายระดับอัจฉริยะลุกวาบ!


    "ข้ากระจ่างแจ้งแล้ว! ปัญหามิใช่จำนวนคดี ทว่าคือการรวมศูนย์อำนาจบริหารไว้จุดเดียว! ภาระงานกระจุกตัวบดขยี้เวลาพักผ่อนของข้า ข้าต้องกระจายอำนาจทิ้งไปให้หมด!"


    ชายหนุ่มดีดนิ้ว "อาฝู! ไปเรียกจูหยวน กุนซือชรา ตุลาการสูงสุด แลช่างแกะสลักทั้งหมดมาพบข้าเดี๋ยวนี้! จากนั้น... ไปเหมาหัวมันต้มมาให้มากที่สุดในแผ่นดิน!"


    ...


    มินานนัก คณะกรรมการความกาวแลช่างฝีมือ 100 ชีวิต คุกเข่ารอฟังคำสั่ง ทุกคนสีหน้าเคร่งเครียด เชื่อมั่นว่าลู่ชิงกำลังประกาศกลยุทธ์สะเทือนฟ้าดินรับมือวิกฤตฎีกา 250000 คดี


    ทว่าคำสั่งแรกกลับเรียบง่าย "จงไปเอาแท่นพิมพ์หัวมันต้มกลับมาใช้งานเดี๋ยวนี้"


    จูหยวนกะพริบตา "ท่านอาจารย์... เราเผชิญวิกฤตฎีกา 250000 คดี ท่านจักให้พิมพ์ตำราแจกโจรหรือขอรับ"


    ลู่ชิงแสยะยิ้ม "เพราะข้ามิอาจแบ่งร่างเป็น 250000 คน ไปนั่งฟังพวกเขาทะเลาะกันได้น่ะสิ! แทนการปล่อยให้คนแห่มาหาข้า เหตุใดพวกเรามิส่งศาลไปหาพวกเขาแทนเล่า!"


    ชายหนุ่มหยิบกระดานผังงาน วาดเส้นลูกศรแลกล่องสี่เหลี่ยมรวดเร็ว "คนแบ่งร่างมิได้ ทว่ากระดาษคัดลอกได้! จงนำผังงานตรรกะของข้าไปแยกส่วน แกะสลักเงื่อนไขลงบนหัวมันต้ม พิมพ์ลงบนกระดาษฟาง แยกชุดคดีลักทรัพย์ คดีวิวาท คดีหนี้สิน! ผู้ใดมีคดีประเภทใด จงใช้ผังงานกระดาษแผ่นนั้น!"


    ลู่ชิงหาววอด "คดีเล็กน้อย... บทลงโทษ 'ตบปากตนเอง 10 ที' พอ! ทะเลาะวิวาท... 'ทำนาชดใช้ 1 เดือน'! หากเถียงกันมิเลิก... 'ยึดทรัพย์เข้าพระคลังหลวงให้หมด'! ระดมคนต้มหัวมัน 10000 หัว! คืนนี้ข้าต้องได้กระดาษผังงาน 100000 แผ่น!"


    คืนนั้น นครเทียนเป่ยสว่างไสว โรงพิมพ์เฉพาะกิจทำงานตลอดราตรี กลิ่นแป้งมันต้มสุกผสมกลิ่นหมึกดำลอยคลุ้งทั่วเมือง ช่างแกะสลักผลัดเวรแกะเงื่อนไขลูกศร เสียงประทับตราดังสะเทือนมิขาดสาย กระดาษฟางประทับผังงานไหลทะลักดุจสายน้ำหลาก


    รุ่งอรุณ กระดาษฟาง 100000 แผ่น ตั้งเป็นภูเขาสูงตระหง่านกลางลานจวน


    ตุลาการสูงสุดปลาบปลื้ม น้ำตาคลอเบ้า "ตำรากฎหมาย 100000 แผ่นนี้ ล้ำค่ายิ่งนัก..."


    ลู่ชิงเดินหาวออกมา ปรายมองภูเขากระดาษ เอ่ยสั้นกระชับ "แจกให้หมด"


    ทุกคนอ้าปากค้าง "แจกหรือขอรับ!?"


    "ส่งม้าเร็วขนไปแจก ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ! หมู่บ้านละ 1 ปึก! บอกพวกเขากลับไปลากนิ้วตามลูกศร ตัดสินคดีกันเอง! คดีเล็กน้อยจงยุติในหมู่บ้าน อย่าแบกคดีข้ามเมืองมากวนการนอนของข้าอีก!" ลู่ชิงมองด้วยสีหน้าเอือมระอา "หัดใช้สมองแบ่งงาน โยนงานให้ผู้อื่นทำบ้าง!"


    วาทกรรมมักง่ายพลันสะกดขุนนางทั้งลานเมืองให้เงียบสงัด


    ตุลาการสูงสุดเบิกตากว้าง ร่างกายสั่นสะท้านดุจถูกอสนีบาตฟาด ทรุดเข่ากราบกระดาษเปื้อนหมึกมันต้ม "ท่านมหาเสนาบดี... ท่านมิได้เพียงสร้างกฎหมาย ทว่าท่านกำลังทำลายการผูกขาดอำนาจของศาลส่วนกลาง! ท่านกระจายอำนาจบริหาร คืนตราชั่งความยุติธรรมสู่มือราษฎร! นี่คือระบบยุติธรรมโปร่งใสแลยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์!"


    กุนซือชรากราบโขกศีรษะ "ท่านอาจารย์ยอมสละอำนาจสูงสุด เพื่อความสงบสุขของราษฎร!"


    ลู่ชิงชะงักฝีเท้า 'คืนอำนาจราษฎรบ้าอะไร... ข้าแค่ผลักภาระโว้ย!'


    ชายหนุ่มคร้านจะอธิบาย โบกมือปัดเดินกลับเข้าห้องพัก ทิ้งตัวลงเตียงนอนอย่างอารมณ์ดี ดึงผ้าห่มคลุมโปงพึมพำเปี่ยมสุข "คงได้นอนยาว ๆ เสียที..."


    มินานนัก เกวียนเทียมม้าหลาย 100 คันบรรทุกกระดาษผังงานกระจายส่งออกไปทั่วทุกสารทิศ ผู้ใหญ่บ้านต่างเมืองแย่งกันรับผังงานประทับตรารอยมันต้ม ราวกับรับคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์จากสรวงสวรรค์


    ...


    นครหลวง ห่างไกลจากแดนเหนือ 1000 ลี้


    ภายในหอว่าราชการผู้ตรวจการแผ่นดิน ปัง! เสียงฝ่ามือกระแทกโต๊ะไม้แดงดังก้อง!


    "อุกอาจที่สุด!"


    กัวไห่ ขุนนางผู้ตรวจการมณฑล เลื่องชื่อด้านความตงฉินประดุจไม้บรรทัดเหล็ก กำม้วนฎีกาลับแน่น "ตั้งศาลเตี้ยตามหมู่บ้าน! แจกกระดาษฟางเปื้อนคราบสกปรกตัดสินคดี! มอบอำนาจตุลาการให้ผู้ใหญ่บ้านชาวนา! หากเป็นจริง ย่อมเท่ากับแดนเหนือกบฏ ท้าทายราชสำนัก!"


    ขุนนางผู้น้อยรายงานเสียงสั่น "บัดนี้คดีในศาลเทียนเป่ยลดลงแทบเป็นศูนย์ ราษฎรต่างสรรเสริญมหาเสนาบดีลู่ชิงเป็นดั่งเทพเจ้า..."


    กัวไห่แค่นหัวเราะ "ราษฎรถูกล่อลวงด้วยเล่ห์เหลี่ยมมักง่าย! ทว่าความศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎหมายหลอกข้ามิได้! ข้าจักเดินทางไปแดนเหนือ ทลายศาลเตี้ยให้ราบคาบด้วยตาตนเอง!"


    ...


    10 วันต่อมา ณ หมู่บ้านเล็กเขตนอกเมืองเทียนเป่ย


    ใต้ร่มต้นไทรใหญ่อายุ 100 ปี ชาวบ้านยืนเบียดเสียด กัวไห่ปลอมตัวสวมเสื้อผ้าชาวนา แฝงตัวปะปนท้ายฝูงชนกวาดมองจับผิด


    ไร้ศาลาว่าการ ไร้บัลลังก์พิพากษา ไร้ทหารถือหอกคุม... มีเพียงแคร่ไม้ไผ่เก่า 1 ตัว


    บนแคร่นั้น ชายชราหลังค่อมผู้เป็นผู้ใหญ่บ้าน สวมแว่นตาหินสีขุ่น ถือกระดาษฟาง 1 แผ่น รอยหมึกบิดเบี้ยวเทอะทะ คราบแป้งหัวมันต้มแห้งกรัง ซ้ำร้ายมุมกระดาษปรากฏมดดำไต่ตอม 3 ตัว!


    กัวไห่ขมวดคิ้ว 'นี่หรือคัมภีร์กฎหมาย? กระดาษเปื้อนคราบอาหารมดขึ้น กระบวนการยุติธรรมถูกเหยียบย่ำจนสิ้นสลายแล้ว!'


    มินาน คู่กรณี 2 ฝ่ายเดินออกมายืนหน้าแคร่ ฝ่ายโจทก์กล่าวหาจำเลยลอบเปลี่ยนทิศทางร่องน้ำเข้านา ฝ่ายจำเลยอ้างทำตามธรรมเนียมดั้งเดิม พยานฝั่งละ 10 คนด่าทอโวยวายมิยอมลดราวาศอก


    กัวไห่ยิ้มหยัน คดีพิพาทที่ดินเป็นคดีซับซ้อนสูงสุด ศาลเมืองหลวงยังต้องรังวัดที่ดิน ตรวจโฉนด เรียกพยาน ใช้เวลาอย่างน้อย 3 เดือน! ข้าอยากรู้นักว่าตาเฒ่าตาฝ้าฟางจักใช้กระดาษเปื้อนเศษอาหารแก้ปัญหาอย่างไร!


    ผู้ใหญ่บ้านเคาะไปป์ยาสูบ "เงียบ"


    เสียงแหบพร่ามิได้ดังนัก ทว่าปาฏิหาริย์บังเกิด ชาวบ้านเตรียมวางมวยกลับหุบปากสงบลงทันที!


    ชายชราคลี่กระดาษฟางเปื้อนมันต้ม ใช้นิ้วชี้แตะกล่องสี่เหลี่ยมลำดับแรก


    "ผู้ใดขุดร่องน้ำนี้ก่อน"


    "บิดาข้าขุดก่อน!" โจทก์ตะโกน


    "มีผู้ใดยืนยันหรือไม่" ชายชราเลื่อนนิ้วตามลูกศร


    "ข้ายืนยัน!" ชายชราอีกคนยกมือ


    นิ้วเลื่อนไปกล่องถัดไป ชายชราหรี่ตายื่นหน้าเข้าใกล้กระดาษ "เอ่อ... ตัวหนังสือเล็กแลโย้เย้เหลือเกิน..."


    เด็กวัดวัย 10 ขวบยืนกินขนมแป้งทอด รีบปีนมาชะโงกหน้าดู "ท่านปู่ผู้ใหญ่ ท่านถือกระดาษกลับหัว! ตรงนี้เขียนว่า เจตนาเปลี่ยนทิศน้ำเพื่อประโยชน์ส่วนตนใช่หรือไม่"


    ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะร่วน พลิกกระดาษกลับด้าน "ขอบใจเจ้ามากไอ้หนู"


    กัวไห่แทบกระอักเลือด ผู้พิพากษาถือตำรากลับหัว ซ้ำต้องให้เด็ก 10 ขวบช่วยอ่านกฎหมาย! บัดซบที่สุด!


    ผู้ใหญ่บ้านหันมองจำเลย "ตกลงเจ้าจงใจเบี่ยงร่องน้ำเข้านาตนเองใช่หรือไม่"


    จำเลยหน้าซีดเผือด ยามเห็นพยานบุคคลยืนยันแน่นหนา จำต้องคอตก "ข้ายอมรับผิด"


    ผู้ใหญ่บ้านใช้นิ้วลากตามลูกศร ไหลลงสู่กล่องสุดท้ายทันที "บทลงโทษคือ ตบปากตนเอง 10 ที! คืนร่องน้ำดังเดิมภายใน 1 วัน! แลไปทำนาชดใช้ผู้เสียหาย 1 เดือน!"


    กัวไห่อ้าปากค้าง! ตบปากตนเอง!? ไปทำนาให้ผู้เสียหาย!? บทลงโทษวิปลาสสิ่งใดกัน!


    ผู้ใหญ่บ้านยังพิจารณามิจบ เคาะไปป์ยาสูบเบา ๆ "หากผู้ใดดื้อดึงมิทำตามคำตัดสิน... ให้ริบทรัพย์สินแลที่ดินทั้งหมดเข้าพระคลังหลวง!"


    เพียงวาทะริบทรัพย์ดังขึ้น วิญญาณคู่กรณีแทบหลุดจากร่าง! ชาย 2 คนเตรียมฆ่ากันตายเมื่อครู่ รีบพุ่งกอดคอกันกลมเกลียวราวพี่น้อง!


    "มิต้องถึงมือหลวงหรอกท่านปู่!" โจทก์ร้องลั่น "ตกลงกันได้แล้ว!"


    จำเลยหน้าตาตื่นลนลาน "ข้าจักรีบตบปากตนเองเดี๋ยวนี้! ข้าวสาร 2 กระสอบข้าจักแถมหมูให้อีก 1 ขาด้วย! อย่าริบที่นาข้านะ!"


    เพียะ! เพียะ! จำเลยรีบตบปากตนเองรุนแรง


    "ยอดเยี่ยม! ปิดคดี! แยกย้ายไปทำนาได้!" ผู้ใหญ่บ้านพับกระดาษยัดใส่พกเสื้อ


    กัวไห่ยืนนิ่งแข็งทื่อเป็นหินศิลา 'คดีกินเวลา 3 เดือนในเมืองหลวง... จบลงภายใน 3 ลมหายใจ...?' ขุนนางตงฉินกัดฟันแน่น 'บังเอิญ... ต้องเป็นเพียงความบังเอิญแน่แท้!'


    ...


    วันเดียวกันนั้น กัวไห่เดินทางตรวจหมู่บ้านลำดับ 2 คดีวิวาทแย่งควาย... จบลงในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป! หมู่บ้านลำดับ 3 คดีแบ่งมรดกมิลงตัว... จบลงด้วยผังงานแผ่นเดิม! ดั้นด้นสังเกตการณ์จนครบ 10 หมู่บ้าน!


    ไม่ว่าคดีใด ผู้ใหญ่บ้านแต่ละแห่งมิได้รอบรู้กฎหมาย บางคนตาบอดสี บางคนหลับใน ทว่าเพียงราษฎรจิ้มปลายนิ้ว ลากตามเส้นลูกศรบนกระดาษ... คำถามซับซ้อนถูกย่อยสลายเหลือเพียงกติกาเรียบง่าย! ตรรกะบังคับข้อเท็จจริงปรากฏ อคติส่วนตัวแลความโง่เขลาของผู้พิพากษา... ถูกระบบตรรกะขจัดทิ้งจนหมดสิ้น!


    ยามเย็น กัวไห่หยุดยืนหน้าศาลาประชาคมหมู่บ้านลำดับ 10


    ป้ายกระดานผังงานคัดลอกลงกระดาษฟาง ติดหราเด่นชัด ขอบเปรอะคราบมันต้ม ราษฎรชาวนาผู้มิอาจอ่านหนังสือยืนมุงดู เด็กน้อยวัย 10 ขวบลากนิ้วชี้ตามลูกศร พลางสอนบิดามารดา "ท่านพ่อ หากมีคนขโมยไก่บ้านเรา ตอบตรงกล่องนี้ ลากนิ้วมาตรงนี้ คนขโมยต้องชดใช้ 2 เท่า!"


    "กฎหมายช่างเข้าใจง่ายดายปานนี้เชียวหรือ!" บิดาลูบหัวบุตรชายปีติ


    กัวไห่ยืนเซถอยหลัง แข้งขาอ่อนแรง กำแพงความเชื่อเรื่อง 'กฎหมายต้องสถิตบนหอคอยงาช้าง' พังทลายละเอียดเป็นผุยผง!


    "สวรรค์..." กัวไห่น้ำตาคลอเบ้า "มหาปราชญ์ลู่ชิง... มิได้เพียงสร้างกฎหมาย... ทว่าแปลงรหัสกระบวนการยุติธรรม... ให้กลายเป็นสัจธรรมจับต้องได้! ระบบนี้แฝงความยุติธรรมสมบูรณ์แบบในตัวเอง แผ่นดินมิเดือดร้อนผู้พิพากษาฉลาดหลักแหลมอีกต่อไป เพียงลากนิ้ว ความยุติธรรมย่อมบังเกิด!"


    กัวไห่โขกศีรษะลงพื้นหน้าป้ายผังงาน "ยอดคน! นี่คือการกระจายอำนาจศาลโปร่งใสแลยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์! ข้าช่างโง่เขลาตาบอด บังอาจสงสัยปัญญาองค์เทพนิทรา!!"


    ...


    รัตติกาลปกคลุมทั่วแดนเหนือ แสงจันทร์ทอดผ่านช่องหน้าต่างโรงเตี๊ยม สาดลงบนโต๊ะไม้กองทับด้วยกระดาษฟางนับ 100 แผ่น กัวไห่นั่งนิ่งเพียงลำพัง ตลอด 1 คืนเต็ม ชายชรามิได้หลับตาแม้เพียงครู่เดียว


    "หากพยานกล่าวเท็จ..." นิ้วชี้ลากตามลูกศร "...ย่อมย้อนกลับไปตรวจสอบหลักฐาน"


    กัวไห่หยิบอีกแผ่น มือเริ่มสั่นสะท้าน "หากผู้ตัดสินมีส่วนได้เสีย... ให้ส่งต่อคดีแก่หมู่บ้านข้างเคียงทันที!"


    สีหน้าเคยหยิ่งผยองแปรเปลี่ยนเป็นตื่นตะลึงสุดขีด "เขาคิดระบบตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจไว้หมดแล้ว..." เขาไล่ดูอย่างบ้าคลั่ง คดีที่ดิน คดีหนี้สิน คดีวิวาท ยิ่งเปิดอ่าน... ความเย่อหยิ่งสั่งสมมาทั้งชีวิตในฐานะขุนนางผู้คุมกฎหมาย ยิ่งแตกสลายพังทลาย!


    "ข้าโง่เขลาเหลือเกิน... ข้าคิดว่าลู่ชิงทำลายความศักดิ์สิทธิ์แห่งกฎหมาย ทว่าแท้จริง เขากำลังทำให้ราษฎรตาดำ ๆ เป็นเจ้าของกฎหมายเสียเอง!"


    รุ่งอรุณวันถัดมา กัวไห่เรียกเสมียนแลองครักษ์เข้ามา "รวบรวมผังงานลูกศรทุกฉบับ จัดหมวดหมู่ เย็บรวมเป็น 1 เล่ม ห้ามตกหล่นแม้แต่แผ่นเดียว!"


    กระดาษฟางถูกร้อยเล่มเข้าด้วยกันจนแล้วเสร็จ กัวไห่หยิบพู่กัน เขียนอักษรบนปกช้า ๆ ด้วยมือสั่นเทา


    [ ประมวลกฎหมายแพ่งแลอาญาแห่งต้าฮั่น ]


    กลิ่นเปรี้ยวบูดของแป้งมันต้มหมักหมมบนกระดาษลอยเตะจมูก ทว่าขุนนางตงฉินหลับตาสูดดมเข้าปอดลึกซึ้ง "กลิ่นเปรี้ยวนี้ คือกลิ่นหยาดเหงื่อราษฎร! กลิ่นอายแผ่นดินแท้จริง! กฎหมายปราศจากกลิ่นอายราษฎร ย่อมถือเป็นกฎหมายบกพร่อง!"


    เขาปิดสมุดลงทะนุถนอม "นำม้าเร็วที่สุด 3 ตัว! ส่งคัมภีร์เล่มนี้ถึงราชสำนักโดยเร็วที่สุด! คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์เล่มนี้ สมควรเป็นแสงสว่างของคนทั้งจักรวรรดิ!"


    ...


    อีกด้านหนึ่ง ณ จวนพักรับรองนครเทียนเป่ย


    ขบวนเกวียนบรรทุกกระดาษเคลื่อนตัวออกจากเมืองจนหมดสิ้น ลู่ชิงมองภาพนั้นด้วยความโล่งอก น้ำตาแทบไหล


    "ในที่สุด... ข้าจักได้นอนเสียที..."


    ชายหนุ่มหมุนตัวกลับเข้าห้อง ปิดหน้าต่าง ลงกลอน 3 ชั้น ดึงม่านมิดแสง แขวนป้ายไม้หน้าประตู


    [ ห้ามรบกวน! หากละเมิด... โบย 50 ไม้! ]


    เขาปัดมือ พยักหน้าพึงพอใจ "ครานี้ ต่อให้ฟ้าถล่มดินแยก ย่อมมิอาจปลุกข้าจากการงีบหลับ 3 วัน 3 คืนนี้ได้แน่นอน..."


    ลู่ชิงทิ้งตัวเอนกายลงเตียงนุ่ม ดึงผ้าห่มคลุมถึงคอ ทว่าศีรษะยังมิได้กดทับหมอน...


    ตูม!!


    เสียงถีบประตูด้านนอกกระแทกดังสนั่นประดุจอสนีบาตฟาด!


    ลู่ชิงสะดุ้งเฮือก ลืมตาโพลง!


    เสียงแหลมสูงของขันทีราชทูตหลวง ดังกึกก้องทะลวงเข้าห้องนอน "ราชโองการด่วนจากองค์ฮ่องเต้!!!"


    ลู่ชิงนิ่งค้างอยู่บนเตียง


    ราชทูตหลวงประกาศเสียงก้อง "ฮ่องเต้ทอดพระเนตรประมวลกฎหมายแล้ว! ทรงพอพระราชหฤทัยยิ่งนัก! ทรงโปรดเกล้าแต่งตั้งลู่ชิง เป็นมหาประมุขศาลยุติธรรมแห่งจักรวรรดิ!!"


    "พร้อมพระบัญชา! ให้ท่านเดินทางเข้านครหลวง! ชำระคดีทุกมณฑลทั่วแผ่นดิน! จำนวนกว่า 1000000 คดี!!"


    ทั่วทั้งห้องเงียบงัน ลู่ชิงยืนนิ่ง วิญญาณลอยออกจากร่าง สมองคำนวณตัวเลขมหาประลัย 1000000 คดี... นครหลวง ศูนย์รวมขุนนางบ้างาน 1000 คน...


    'ข้าเพียงแค่วาดกระดานลัดคิวงาน! เหตุใดกลายเป็นการถูกดึงตัวเข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจบริหารสูงสุดไปได้วะโว้ยยยย!!'


    ตุ้บ!


    ร่างสูงโปร่งหงายหลังล้มตึง สลบเหมือดคาเตียงเป็นครั้งที่ 4 ของสัปดาห์! อาฝูร้องลั่นจวน แผดเสียงก้องกังวานสะเทือนฟ้าดิน


    "นายท่านนนนนนน!!"


    [จบตอนที่ 38]

    คล้ายกับเรื่องข้าไม่ได้อยากเป็นเจ้าเมือง ที่คุณอ่าน