โอตาคุจอมยุทธ์ทะลุมิติ

    บทที่ 35: ผู้ช่วยเหลือที่ไม่คาดฝัน

    ป่าพรุนั้นไม่ต่างอะไรกับนรกบนดิน...

    ไอพิษสีม่วงจางๆ ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือพื้นโคลนเลนสีดำสนิทที่ส่งกลิ่นเน่าเหม็นคละคลุ้ง อากาศร้อนชื้นจนน่าอึดอัดทำให้ทุกการหายใจเป็นไปด้วยความยากลำบากราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดลำคออยู่ตลอดเวลา เสียงหรีดหริ่งของแมลงพิษและเสียงครางของสัตว์อสูรที่ไม่รู้จักดังแว่วมาจากรอบทิศทาง สร้างบรรยากาศที่น่าขนพองสยองเกล้า

    หลังจากที่หนีรอดตายจากอุโมงค์ใต้ดินของเมืองเมฆาชาดมาได้สำเร็จ ความรู้สึกโล่งใจของเย่เฟิงและสหายก็คงอยู่ได้เพียงไม่นานนัก ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความสิ้นหวังระลอกใหม่ที่ถาโถมเข้ามาอย่างโหดร้าย

    ร่างกายที่เปียกปอนและเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลจากท่อระบายน้ำเริ่มส่งกลิ่นเหม็นเน่า บาดแผลที่ได้รับมาจากการต่อสู้เริ่มอักเสบจากการติดเชื้อในสภาพแวดล้อมที่สกปรกและเต็มไปด้วยพิษร้าย และที่เลวร้ายที่สุด...ยาเม็ดและเสบียงอาหารเพียงน้อยนิดที่พวกเขาได้รับมาจากท่านผู้เฒ่าซูนั้นได้หมดลงแล้วเมื่อสองวันก่อน

    "ข้า...ข้าไม่ไหวแล้ว..."

    สือเหล่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้นโคลนอย่างหมดแรง ใบหน้าของเขาซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย ร่างกายสั่นสะท้านด้วยพิษไข้ที่กำลังลุกลาม

    "อดทนไว้ สือเหล่ย!" จางหู่รีบเข้าไปพยุงร่างของน้องชายร่วมสาบาน แม้ว่าสภาพของเขาจะไม่ได้ดีไปกว่ากันเลย บาดแผลฉกรรจ์ที่แขนของเขากำลังบวมเป่งเป็นสีม่วงคล้ำและปวดตุบๆ ราวกับมีคนเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ

    เย่เฟิงมองสภาพของเพื่อนทั้งสองคนด้วยหัวใจที่หนักอึ้ง พลังปราณของเขาเองก็ร่อยหรอลงไปมากจากการใช้เคล็ดวิชาแปลงโฉมและนำทางในความมืดมิด ตอนนี้พวกเขาหลงทาง...อ่อนแอ...และกำลังจะตายอย่างช้าๆ อยู่ในป่าที่ไม่มีใครรู้จักแห่งนี้

    'เราประเมินความโหดร้ายของโลกภายนอกต่ำเกินไป' เขากัดฟันแน่น 'การมีแค่พลังและความฉลาดนั้นยังไม่พอ...ในสถานการณ์คับขันเช่นนี้...โชคชะตาก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน'

    และราวกับสวรรค์จะได้ยินคำรำพึงของเขา...

    ในจังหวะที่ความหวังของพวกเขากำลังจะดับมอดลงอย่างสมบูรณ์...ประสาทสัมผัสที่เฉียบคมเกินมนุษย์ของเย่เฟิงก็ตรวจจับบางสิ่งที่ผิดปกติได้!

    "ข้างหน้า..." เขากระซิบเสียงแหบพร่า "ไอพิษ...มันจางลง"

    คำพูดนั้นเป็นเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ จางหู่และเย่เฟิงรวบรวมพลังเฮือกสุดท้ายช่วยกันพยุงร่างที่อ่อนแรงของสือเหล่ยให้ลุกขึ้น แล้วมุ่งหน้าไปยังทิศทางนั้นอย่างทุลักทุเล

    เมื่อพวกเขาฝ่าพงหนามและเถาวัลย์ที่รกทึบออกไปได้...ภาพที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าก็ทำให้พวกเขาทั้งสามคนต้องตกตะลึงจนอ้าปากค้าง!

    มันคือลานกว้างเล็กๆ ที่ดูราวกับเป็นแดนสุขาวดีกลางขุมนรก! ที่นี่ไม่มีไอพิษ ไม่มีต้นไม้ที่บิดเบี้ยวอัปลักษณ์ มีเพียงผืนหญ้าสีเขียวขจีและดอกไม้ป่าหลากสีสันที่กำลังเบ่งบานส่งกลิ่นหอมสดชื่น และใจกลางของลานกว้างนั้น...มีกระท่อมไม้หลังเล็กๆ ที่ดูเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้านตั้งอยู่อย่างสงบ!

    รอบๆ กระท่อมมีสวนสมุนไพรที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ มีทั้งพืชพรรณที่ดูเป็นมงคลและพืชที่มีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวส่งกลิ่นอายอันตรายออกมาอย่างชัดเจน...ทั้งหมดนี้ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยม่านพลังงานบางเบาที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า...ซึ่งเย่เฟิงสัมผัสได้ทันทีว่ามันคือค่ายกลป้องกันที่ทรงพลังอย่างยิ่ง

    "ที่...ที่นี่มันอะไรกัน?" สือเหล่ยพึมพำอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

    ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้คำตอบ...ประตูไม้ของกระท่อมก็พลันเปิดออกช้าๆ...

    เอี๊ยด...

    ร่างของหญิงชราคนหนึ่งเดินออกมา...นางมีหลังค่อมเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยริ้วรอยแห่งกาลเวลา แต่ดวงตาของนางกลับสว่างและคมปลาบอย่างน่ากลัว ในมือถือไม้เท้าหัวอสรพิษที่ดูราวกับมีชีวิตจริง

    "ที่นี่ไม่ใช่ที่สำหรับพวกหนูสกปรกหลงทาง!" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจ "ไสหัวไปให้พ้นจากเขตของข้า! ก่อนที่พวกเจ้าจะได้กลายเป็นอาหารของเหล่าอสรพิษในสวนของข้า!"

    "ท่านผู้อาวุโส! ได้โปรดเมตตาด้วย!" จางหู่รีบประสานมือคารวะ "พวกเราเป็นเพียงผู้เดินทางที่โชคร้าย ถูกศัตรูตามล่าจนต้องหนีมา...พวกเราบาดเจ็บสาหัสและต้องการที่พักพิงเพียงชั่วคราวเท่านั้น!"

    แต่หญิงชรากลับไม่แม้แต่จะชายตามองเขา "เรื่องของพวกเจ้า! ไม่เกี่ยวกับข้า! ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามลมหายใจ...หากยังไม่ไป...ก็จงอยู่ที่นี่ไปตลอดกาลในฐานะปุ๋ยของข้าก็แล้วกัน!"

    สถานการณ์ดูเหมือนจะสิ้นหวัง...แต่แล้วเย่เฟิงที่ยืนเงียบมาตลอดก็ก้าวออกมาข้างหน้า

    เขาไม่ได้กล่าวคำอ้อนวอน...แต่สายตาของเขากลับจับจ้องไปยังสวนสมุนไพรของหญิงชรา

    "ท่าน...เป็นผู้ใช้วิชาพิษ...แต่ก็เป็นหมอเทวดาเช่นกัน" เขากล่าวขึ้นมาลอยๆ

    คำพูดนั้นทำให้หญิงชราถึงกับชะงักไปชั่วครู่

    เย่เฟิงชี้ไปยังต้นหญ้าสีดำสนิทที่มีใบเป็นหยักแหลมคมราวกับใบมีด "หญ้าเก้าสุสานนั่น...พิษของมันร้ายแรงอย่างยิ่ง สามารถสังหารคนได้ในเก้าก้าว...แต่หากนำไปผสมกับแก่นของบัวเหมันต์...มันจะกลายเป็นยารักษาเส้นลมปราณที่ฉีกขาดชั้นเลิศ...น่าเสียดาย...ที่ในสวนของท่านยังขาดบัวเหมันต์อยู่"

    คราวนี้...หญิงชราถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริง!

    สูตรยานี้เป็นความลับสุดยอดที่นางค้นพบด้วยตนเอง! ไม่มีทางที่ใครในยุทธภพนี้จะล่วงรู้ได้! แต่เด็กหนุ่มท่าทางธรรมดาตรงหน้ากลับพูดมันออกมาได้อย่างง่ายดาย!

    "เจ้า...เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร!?" นางถามเสียงสั่น

    "ข้าเพียงแค่ชอบอ่านตำราเก่าๆ ที่ถูกลืมเท่านั้น" เย่เฟิงตอบอย่างสุขุม "พวกเรากำลังถูกศัตรูที่ร้ายกาจตามล่า บาดเจ็บสาหัสและต้องการที่พักฟื้น...หากท่านผู้อาวุโสเมตตาให้ที่พักพิงและรักษาพวกเรา...เมื่อพวกเราหายดีแล้ว พวกเราจะยอมทำภารกิจที่อันตรายที่สุดให้ท่านหนึ่งอย่างเป็นการตอบแทน..."

    เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหญิงชรา...

    "...ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปเก็บ 'บัวเหมันต์' ที่ท่านต้องการ...หรือสิ่งอื่นใดก็ตาม"

    ข้อเสนอที่ตรงไปตรงมาและจี้ใจดำนี้ทำให้หญิงชรานิ่งอึ้งไปนาน...นางมองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง...เขาทั้งฉลาด...กล้าหาญ...และที่สำคัญ...เขารู้ในสิ่งที่นางต้องการ

    "หึ...ปากดีนักนะเจ้าหนู..." นางแค่นเสียงออกมาในที่สุด "ก็ได้! ข้าจะช่วยพวกเจ้า! แต่จงจำไว้...หากพวกเจ้าหายดีแล้วคิดจะเบี้ยวไม่ทำตามสัญญา...ข้ารับรองว่าพวกเจ้าจะได้กลายเป็นปุ๋ยชั้นดีให้กับสวนของข้าอย่างแน่นอน!"

    นางหันหลังแล้วเดินกลับเข้าไปในกระท่อม "เข้ามาได้แล้ว! ยืนบื้ออยู่ตรงนั้นข้าก็ไม่มียาไปโยนให้หรอกนะ!"

    ม่านพลังงานที่มองไม่เห็นพลันเปิดออกเป็นช่องทางเล็กๆ...

    เย่เฟิงและสหายมองหน้ากันด้วยความดีใจและความโล่งอกอย่างถึงขีดสุด! พวกเขารอดแล้ว!

    พวกเขาได้พบกับที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุด...ในสถานที่ที่อันตรายที่สุด...และได้พบกับผู้ช่วยเหลือที่แปลกประหลาดที่สุด...แต่ราคาที่ต้องจ่ายสำหรับความช่วยเหลือครั้งนี้...ก็คือภารกิจใหม่ที่อันตรายไม่แพ้กัน!

    คล้ายกับเรื่องโอตาคุจอมยุทธ์ทะลุมิติ ที่คุณอ่าน