ลึกซ่อนราชันย์

    ตอนที่ 39 สัตว์เวท

    ตอนที่39 สัตว์เวท

              ลึกเข้าไปในรอยร้าวเล็กๆนั้นปรากฏต้นหญ้าต้นหนึ่งใบมันมีลักษณะเรียวยาวแตกแฉกออกเป็น 12 แฉกด้วยกัน ส่วนลำต้นนั้นมีลักษณะเป็นปล้องๆ อวบน้ำปลายต้นมีดอกอยู่หนึ่งดอกลักษณะคล้ายบัวตูม ส่วนสีนั้นหรือยังไม่แน่ชัดเพราะอยู่ในมุมมืด

              หญ้าชนิดนี้ตามตำราราชันมังกรหมวดหมู่การปรุงยาชื่อของมันคือ ต้นแอลดาร์ก สามารถนำมาปรุงยาทะลวงขีดจำกัดพลังเวทได้ส่วนจะทะลวงขั้นที่เท่าไหร่ไปนั้นขึ้นอยู่กับสีของต้นและใบ

              ซึ่งจะเรียงจากสีอ่อนไปสีเข้ม เช่นเขียวอ่อนเขียวเข้ม แดงอ่อน แดงเข้ม ฟ้าอ่อน ฟ้าเข้ม น้ำเงินอ่อน น้ำเงินเข้ม ม่วงอ่อนม่วงเข้ม และสีดำ

              ยิ่งเข้มเท่าไหร่การทะลวงขีดจำกัดก็ยิ่งสูงเท่านั้นเช่นสีเขียวอ่อนสามารถทะลวงจากระดับ 1ดาวไป 2 ดาว ส่วนเขียวเข้มทะลวงจาก 2ไป 3 หรือ 3 ไป 4ยิ่ง เข้มก็ยิ่งทะลวงระดับสูงๆ ได้

              หญ้านี้หาได้ตามป่าลึกที่มีมอนสเตอร์อันตรายซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสีเขียวและสีแดงทั้งนี้การพบ 1 ต้นถือว่าโชคดี หากนำไปขายยิ่งได้กำไรสูงแต่ถ้าสามารถสกัดกลายเป็นน้ำยาได้ ราคาจะทวีคุณขึ้นไปอีก ถ้ามีน้ำยาทะลวงขีดจำกัดจะลดทอนการฝึกทะลวงคอขวดได้

              ไผ่เจอแค่ต้นเดียวมันอยู่ในรอยแยกที่ลึกมาก ด้วยความพยายามอันล้นเหลือของไผ่ไม่นานก็สามารถนำหญ้าแอลดาร์กออกมาได้โดยการทำลายหินจนแหว่งออกเมื่อได้มาก็ส่องดูสีปรากฏว่าไม่ทำให้ผิดหวัง เป็นสีฟ้าอ่อน ไผ่เก็บหญ้าเดินลงดันเจี้ยน สายตาสอดส่องหาสมุนไพรเรื่อยๆ แต่ก็ไม่เจอต้นแอลดาร์ก มีแต่สมุนไพรทั่วไปและสัตว์เวทประเภทค้างคาว

              ทางเดินลึกลงไป ไผ่พยายามเลี่ยงสัตว์เวทจนมาถึงชั้น3

              ชั้นนี้ไม่ต่างจากชั้นแรกเพียงแต่มีขนาดกว้างและไกลกว่า ส่วนสัตว์เวทก็เป็นประเภทแมวที่อยู่รวมกันเป็นฝูง มันมีความว่องไวสามารถซุ่มโจมตีได้อย่างแนบเนียนแต่ไม่พ้นประสาทสัมผัสของไผ่ ยิ่งอยู่นานยิ่งขี้เกียจ ชั้นนี้ไม่มีสมุนไพรใดๆให้เก็บ จึงมุ่งหน้าไปยังชั้น 4อย่างรวดเร็วโดยการวิ่งแม้แมวจะโจมตีระหว่างทางแต่ก็โจมตีไม่โดนเพราะความเร็วของไผ่เหนือกว่าพวกมันหลายขุม

              ชั้นที่ 4 เป็นโขดหินที่มีน้ำหยดติ่งตลอด ไม่รู้ว่าน้ำมาจากไหนส่วนสัตว์เวทนั้นเป็นประเภทงูอนาคอนด้า มันใหญ่มากและโจมตีก่อนเสียด้วย แต่ไม่ใช่ปัญหาชั้นนี้ไผ่วิ่งหนีงูอย่างเดียวไม่แม้แต่จะโจมตี จนไปถึงชั้นที่ 5 ด้วยความรวดเร็วราวสายลม

              หากเป็นคนอื่น การที่จะเข้ามาถึงชั้น 5 นับว่าเป็นเรื่องยากเพราะระยะทางที่ไกล สภาพอากาศภายในถ้ำไม่เอื้ออำนวย พื้นมีแต่โขดหินนักผจญภัยที่มาเป็นกลุ่มใหญ่ต้องเจออุปสรรคเหล่านี้ทำให้การเดินทางเป็นไปอย่างล่าช้า

              ในชั้นนี้นี่เองตรงโถงโล่งแห่งหนึ่งไผ่สัมผัสได้ถึงกลุ่มคนจำนวนมากกว่า500 คนกำลังกระจุกกันอยู่ที่นั่น พวกเขาคือกลุ่มของกิลด์มหาอำนาจ กิลด์เดเรนซ์เป็นกิลด์อันดับ 1 ของเมืองแห่งนี้ เพราะมีลูกชายเจ้าเมืองดำรงตำแหน่งหัวหน้ากิลด์ทำให้พวกเขามีอำนาจทางการเมืองอันสูงส่งมีคนหนุนหลังระดับบิ๊กเบิ้ม แต่ด้วยความต้องการผลึกของเจ้าเมืองลูกชายจึงจัดกองกำลังส่วนหนึ่งลงมาหาผลึกในดันเจี้ยนนี้เพื่อไปเป็นของขวัญให้กับพ่อตนเนื่องจากผลึกนั่นจำเป็นสำหรับการเพิ่มระดับจาก 4 เลเวล 100 ดาว เป็น 5 ดาว

              กลุ่มนี้ลงดันเจี้ยนมา 2 อาทิตย์กว่าแล้วและได้มาพักอยู่ชั้น 5 การเดินทางโดยกลุ่มใหญ่นั้นล่าช้าพวกเขาต้องจัดระบบกำลังตลอดเวลาเพื่อความปลอดภัย ค่อยเป็นค่อยไปยิ่งชั้นนี้มีสัตว์เวทยิ่งทำให้การรับมือยากขึ้นไปอีก

              ไผ่ชำเลืองดูกลุ่มที่ว่าเล็กน้อยแล้วพุ่งอ้อมไปด้วยความเร็วยากที่สายตาจะจับทันไปยังชั้นที่ 6 ทัน ชั้นนี้สร้างความแปลกใจอีกเช่นเคยมันโล่งเตียน มีสัตว์เวทประเภทหมูป่าพุ่งเข้ามาโจมตีแบบดับเครื่องชนไผ่ลองฆ่าดูแล้วสิบกว่าตัวก็ปรากฏผลึกสีแดงเม็ดเท่าหัวยางลบที่ติดกับปลายดินสอร่วงหล่นจึงเก็บไปสี่ห้าก้อนเพื่อที่จะลองให้เรย์ล่าลองตรวจสอบดู ส่วนเจ้าหมูในชั้นนี้อยู่กันเป็นฝูงไผ่จึงกระโดดเหยียบหลังมันข้ามไปยังทางเข้าชั้นที่7 และชั้นนี้เองที่มีอุปสรรคมากมาย ทั้งโขดหินงอกหินย้อย ทางเดินที่คับแคบมีหมูป่าพุ่งเข้ามาโจมตีตลอด กว่าจะถึงชั้น 7 จริงใช้เวลานับครึ่งชั่วโมง

              “เฮ้อหมูพวกนี้มันเป็นบ้าอะไรกันเนี่ย พุ่งมาอยู่ได้” ไผ่บ่นอุบที่ต้องจัดการหมูป่าตัวเขื่องตลอดทางส่วนผลึกที่ตกหลังจากมันตายกระจายอยู่เกลื่อนพื้นก็หาได้สนใจไม่

              เมื่อถึงชั้นที่ 7 สภาพบรรยากาศเปลี่ยนไป มันมืดมิด มีแต่หินกับดิน

              ไผ่มีท่าทีตื่นเต้นเมื่อลงมาถึงชั้นนี้สัตว์เวทมีรูปแบบเป็นหมาป่าเทาที่มีกรงเล็บคมกริบ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับเขาสิ่งที่ไผ่ต้องการในชั้นนี้ก็คือ หญ้าสมุนไพรแอลดาร์กสองต้น มันอยู่ในซอกหลืบ ไผ่รีบมุ่งหน้าไปยังหลืบหินที่ว่านั้นทันทีแล้วชกหมัดทำลายหินกระเซาะเข้าไปเรื่อยๆจนเอาต้นหญ้าออกมาได้ในที่สุด หมาป่าพุ่งเข้ามาโจมตี พวกมันทำอะไรไม่ได้เพราะโดนสัตว์ตัวสีทองที่กลายร่างออกมาจากกำไลจัดการ

              เสือทองตัวนั้นก็คืออสูรบรรพกาลในมิติอากาศธาตุตอนนี้มันย่อตัวเองให้เล็กลงเท่าลูกแมวตัวหนึ่ง ความแข็งแกร่งนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าเดิม หมาป่าที่พุ่งมาจู่ๆก็ตายไปโดยไม่รู้สาเหตุ

              ในที่สุดก็สามารถเก็บต้นแอลดาร์กต้นที่สองไผ่มองหาต้นแอลดาร์กในชั้นนี้ไม่พบเพิ่มอีก เขจึงมุ่งหน้าไปชั้น 8ซึ่งชั้นนี้เขายังคงตมหาสมุนไพรอีกเช่นเคย แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยจึงไม่มีสมุนไพรดี ๆ ไผ่จึงเดินทางลงไปยังชั้น 9 เขาเจอหมาป่าขนาดใหญ่ มันมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น สามารภใช้เวทมนตร์โจมตีได้แต่ไม่คณาเท้าของเสือบรรพกาลตัวเท่าแมวน้อยที่ตบเอา ตบเอาจนสลายกลายเป็นผุยผงหลงเหลือแต่ผลึกเกลื่อนพื้น

              ไผ่มองหาต้นต้นแอลดาร์กไม่เจอก็ไม่มีอะไรน่าสนใจจึงเดินเก็บผลึกเท่าเม็ดกระดุมที่ตกลงมาจากร่างหมาป่าหลังจากถูกแมวน้อยจัดการเก็บไปเก็บมาเพลินจนเข้าไปสู่ชั้นที่ 10 ทางเดินชั้นนี้ดูคับแคบมีงูพิษพุ่งโจมตีตลอดทาง แต่ก็ไม่วายตายตกไปเพราะแมวน้อย ส่วนผลึกตกออกมาไผ่ก็เก็บแค่สองสามก้อน

              “เอ ถ้าชั้น 10 มันมีบอสด้วยแฮะ ไผ่สัมผัสได้” ไผ่พูดกับตัวเองขณะเดินไปสู่ชั้นที่10

     

              สภาพในห้องโถงหลังประตูห้องเป็นลานดินแข็งโล่งกว้างนับครึ่งกิโลเมตรมีพวกกระทิงไฟอยู่เต็มไปหมด จำนวนมากกว่าร้อยตัว และเหมือนว่าจะมีอีก 6-7 ร้อยตัวที่ห้องข้างๆ ตรงหน้าของไผ่คือประตูขนาดใหญ่บานหนึ่งที่ถูกทำด้วยหินอ่อนทั้งหมดลวดลายที่สลักบนประตูเป็นรูปหัวกระทิง รอคอยให้ผู้คนมาเปิดมัน

    ..........................................

              ด้านนักผจญภัยกิลด์เดเรนซ์

              “หัวหน้าหน่วยที่ 2 เมื่อไหร่เราจะไปถึงชั้น 10 ล่ะ นี่ขนาดแค่ชั้น 5 พวกเราก็แทบจะลุยไม่ไหวกันแล้วนะ แล้วไอ้บอสอะไรที่ว่านั่นจะมีจริงหรือ”หัวหน้าหน่วยที่ 1 เอ่ยถามขณะที่กำลังนั่งพักเหนื่อยจากการต่อสู้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า

              “ข้าก็ไม่รู้แต่มันมีอยู่ในบันทึกโบราณ ก็ต้องรอพิสูจน์นั่นแหละ” หัวหน้าหน่วยที่สองตอบแบบเหนื่อยใจพลางคิดว่าทำไมถึงต้องส่งคนมาตามหาผลึกอะไรนั่นขนาดนี้  ขนาดทางเข้าชั้น 6พวกเขาหากันตั้งนานยังไม่มีวี่แววจะเจอ ส่วนสัตว์เวทอะไรนั่นก็เกิดมาทุกๆ 1 วัน แม้ตอนนี้จะจัดการไปได้เกือบครึ่ง แต่จำนวนมันก็มีเยอะเกินคณานับ   

              “ข้าว่าชั้นที่ 6 มันต้องน่ากลัวกว่านี้เป็นเท่าตัวแน่ แล้วแบบนี้จะไปถึงกันเหรอ ไอ้ชั้น 10 ที่ว่า” หัวหน้าที่ 1พูดพร่ำเพ้อ

              “คงไม่ถึงหรอกข้าว่าอาจจะแค่ชั้นนี้แหละ แต่อย่างน้อยเราก็ได้ผลึกเวทมาตั้งมากคงไม่เสียเวลาเปล่าหรอก”หัวหน้าหน่วย 2 พูดต่อ

              “อืม กลุ่มที่เข้าไปถึงได้คงยังไม่มีในตอนนี้หรอกมั้งถ้ามีข้าว่ากลุ่มนั้นต้องขนคนมามากกว่า 2000คนเป็นอย่างต่ำแหละ เดี๋ยวเสร็จจากการเคลียร์ชั้นนี้น่าจะต้องกลับกันแล้วมั้งเพราะมีปัญหาเรื่องเสบียงกันเหมือนว่าจะไม่เพียงพอด้วย” หัวหน้าหน่วยที่ 1 พูด และเรียกหัวหน้าหน่วยกลุ่มอื่นๆ มาฟังแผนการที่จะดำเนินต่อไป

    ..............................