ชวีหนานอีพยักหน้า มองการแสดงออกแล้วก็ชื่นชมในความจริงใจซื่อสัตย์นี้ “คุณหนูฮัวผู้เป็นธรรม เป็นหนานอีที่ตื้นเขินเกินไป” กลับคำกล่าวเป็น “ถูกต้อง ยังต้องขอให้คุณหนูช่วยไขข้อสงสัย”
ฮัวหรูเหยียนนำชาแบ่งให้เรียบร้อยอีกครั้ง ครานี้ถึงเงยหน้ากล่าวกับชวีหนานอีว่า “มิกล้า”
ชวีหนานอีกล่าว “คุณหนูไม่ต้องถ่อมตัว หนานอีแค่เพียงอยากถามคุณหนู คุณหนูเหตุใดจึงมั่นใจว่าบนโลกนี้มีเทพเจ้าที่ฟังคำปรารถนาของผู้คน?”
ฮัวหรูเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาสื่อนัยตำหนิ “หรือใต้เท้าชวีไม่เชื่อว่าบนโลกนี้มีเทพเจ้า? ควรรู้ จักรพรรดิบูชาเทพเจ้าฟ้าดิน จูโฮว ต้าฟู บูชาภูเขาแม่น้ำ ชาวบ้านคนธรรมดาบูชาบรรพบุรุษ ใต้เท้าชวีสงสัยในจิตวิญญาณเทพ แสดงว่าบรรพบุรุษ...”
คำกล่าวนี้มิได้กล่าวแจ่มแจ้ง กลับกลายเป็นความเคร่งขรึมขึ้นอย่างมากแล้ว
หากชวีหนานอีบอกว่าเขาไม่เชื่อเรื่องเทพ แน่นอนว่าไม่เชื่อเรื่องบรรพบุรุษที่เป็นวิญญาณในสวรรค์ การไม่เชื่อในบรรพบุรุษก็คือไม่ยอมรับในบรรพบุรุษ เป็นการไม่กตัญญู คนที่ไม่กตัญญู เป็นข้าราชการได้อย่างไร ทั้งจะเรียกว่าเป็นคนได้เช่นไร?!
บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาก แม้แต่ถังโยวที่ไม่ละเอียดอ่อนก็ยังสังเกตว่ามีบางสิ่งไม่ถูกต้อง นางขยับนิ้วเท้าอ้วน ๆ อย่างกระวนกระวาย ขยับก้นที่แข็งทื่อไปแล้วไปมา ทันใดนั้น เก้าอี้ยาวไม่สามารถรับน้ำหนัก ส่งเสียงดังปัง ถังโยวรีบกลั้นหายใจ ไม่กล้าขยับ กลัวเก้าอี้ยาวแตก ตนเองจะขายขี้หน้าไปจนถึงต้นตระกูลอีกครา
อาจเป็นเพราะเสียงดังปังนี้ บรรยากาศที่เดิมตึงเครียดค่อย ๆ เปลี่ยน มีรอยร้าวขึ้น ชวีหนานอีหัวเราะเสียงสูงกล่าว “คุณหนูเข้าใจผิดแล้ว หนานอีเพียงอยากสอบถามดูว่าเช่นไรถึงสามารถเห็นร่องรอยของเทพได้? หากแต่มิใช่การไม่ยอมรับการมีอยู่ของเทพ ผู้คนล้วนกล่าว บนหัวสามคืบเป็นเทพเจ้า คำกล่าวที่ไม่เคารพเทพเหล่านั้น ไม่สามารถกล่าวออกมาพล่อย ๆ หนานอียังไม่ได้เป็นฝั่งเป็นฝา ยังหวังให้เทพเจ้าคุ้มครอง ได้ตบแต่งสาวงามอ่อนช้อยเป็นภรรยา”
ถังเหลาเหย่ร่วมกล่าวทันที “ใช่ ๆ บนหัวสามคืบเป็นเทพเจ้า คำกล่าวพล่อย ๆ ไม่กล้ากล่าวออกมาหรอก”
ฮัวหรูเหยียนก็ไม่อยากขัดแย้งถึงทางตันกับชวีหนานอีเพราะสองสามประโยคนี้ จึงรีบกล่าวอย่างสดใส “เป็นหรูเหยียนคิดไม่รอบคอบ เข้าใจผิดหนานอีแล้ว เพียงแค่ หรูเหยียนยังไม่ผ่านการคัดเลือกจำแนก และไม่เคยเรียนวิธีกราบไหว้บูชา การสื่อสารกับเทพก็ยังไม่เข้าใจ ไม่สามารถไขข้อสงสัยให้ใต้เท้า เป็นจริงคือหรูเหยีนความรู้ตื้นเขินนัก”
ชวีหนานอีส่ายหัวกล่าว “ไม่ ๆ หากคุณหนูความรู้ตื้นเขิน เช่นนั้นแล้วข้าน้อยมิใช่ว่าไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยหรือ?” เลิกคิ้วยิ้ม เรื่องราวนี้ก็ยกผ่านเพียงเท่านี้
ถังโยวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาว มองตรงนั้น มองตรงนี้ รู้สึกเพียงสับสนงุนงง ไม่รู้ว่าที่พวกเขาดึงมาดึงไปจริง ๆ แล้วหมายความว่ากระไร?!
ถังเฉียนฟังไม่เข้าใจเช่นกัน แต่นางก็ตั้งใจฟังมาก อยากเข้าใจมากขึ้นถึงเนื้อหาบางอย่างที่ตนเองไม่รู้ ด้วยเหตุนี้ ถังโยวเห็นท่าทางของถังเฉียนก็เข้าใจผิดคิดว่าถังเฉียนฟังเข้าใจในบทสนทนาของชวีหนานอีและฮัวหรูเหยียน จึงเกิดความสงสัยอย่างมากในความฉลาดของตนเอง ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ดีเอาเสียเลย ต้องกำจัดออกไปให้หมดสิ้น ดังนั้น ถังโยวหันศีรษะกลับไปถามลวี่เยาเสียงเบา ๆ ว่า “เจ้าฟังบทสนทนาของท่านพี่และคุณหนูฮัวเข้าใจหรือไม่?” ถังโยวคิดว่าตนเองเสียงเบาพอแล้ว จะไม่ดึงดูดความสนใจของคนรอบ ๆ กลับไม่รู้ว่าในศาลามีกันไม่กี่คน ลมพัดต้นหญ้าขยับก็สามารถดึงดูดสายตาของทุกคนได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเสียงของนางที่ไม่เคยต่ำ
ตามจริงแล้วชวีหนานอีก็สงสัยอย่างมากเช่นกันว่าลวี่เยาจะตอบเช่นไร
แต่เห็นลวี่เยากลับพยักหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ แสดงออกว่าตนเองฟังเข้าใจ
ถังโยวสะกิดใจอย่างแปลกประหลาด ไม่กล้าเชื่อว่าความรู้ของตนนั้นเทียบไม่ได้กับสาวโง่ นางไม่ตายใจไล่ถาม “เจ้าพูดมา แท้จริงแล้วพวกเขากล่าวถึงอะไร?”
ลวี่เยาเลียนแบบท่าทางถังโยว โค้งตัว ทำเสียงต่ำ ตอบกลับอย่างลึกลับสองคำ “กล่าวมั่ว”
ถังโยวไม่สงบแล้ว “อะไรนะ?”
ลวี่เยาส่งสายตาว่า ‘เหตุใดเจ้าจึงโง่กว่าข้าอีก’ ให้กับถังโยว และไม่สนใจนางอีก
ถังโยวคิดทบทวนคำตอบของลวี่เยาอย่างละเอียดสองรอบ รู้สึกแค่สบายใจ รู้สึกดีกว่าก่อนหน้านี้ ใช่แล้ว สิ่งที่พวกเขากล่าวคือ กล่าวมั่ว! คำกล่าวมั่วจริงแท้แน่นอน! มิเช่นนั้นตนเองจะฟังไม่เข้าใจได้อย่างไร? ฮ่า ๆ ๆ......ฮ่า ๆ ๆ ๆ......
ถังโยวแหงนหน้าหัวเราะ หัวเราะจนคิ้วบินระบำไปมา หรูเหยียนสีหน้าเปลี่ยน สาวใช้จู่ลี่เห็นเจ้านายไม่พอใจ แน่นอนต้องออกหน้ากับสิ่งนี้ จู่ลี่ตวาดเสียงหวาน “บังอาจ! คุณหนูบ้านข้าศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้ พวกแม่ค้าปากตลาดเช่นเจ้าสามารถหัวเราะเยาะได้อย่างไร?!”
ถังเหลาเหย่ไม่พอใจแล้ว ต่อให้ลูกสาวบ้านตนไม่ดี ก็ไม่สามารถเป็นแม่ค้าปากตลาดได้! อีกอย่าง ลูกสาวบ้านตนไม่ดีตรงไหน? ในสายตาถังเหลาเหย่ ข้อมือของลูกสาวบ้านตนยังดีกว่าขาโต ๆ ของผู้น้อยต่ำช้า! เขากล้าทุบอกรับประกันว่านี่เป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน เพียงแต่เขาเป็นผู้ใหญ่ จะมาคิดเล็กคิดน้อยกับคนใช้ย่อมไม่ดี จะสูญเสียฐานะไป
ถังโยวไม่พอใจเช่นกัน นางกลับมิได้คิดไตร่ตรองมากนัก เปิดปากกล่าว “ข้าหัวเราะแล้วเป็นอย่างไร? ข้าได้ยินเรื่องน่าขันก็หัวเราะ! ข้าหัวเราะมันละเมิดกฎหมายบ้านเมืองหรือกฎระเบียบบ้าน เจ้านี่มันคนใช้ต่ำทราม ไม่มีเหตุผล ข้าเป็นแขก เจ้าเป็นสาวใช้ กล้าชูหน้าชูตากับข้าได้อย่างไร?”
ในใจถังเหลาเหย่ร้องเรียกว่า ดี
ใบหน้าที่สวยสดงดงามของฮัวหรูเหยียนมิใช่ดอกท้อยิ้มแย้มแจ่มใสอีกแล้ว แต่เป็นออกเขียวเล็กน้อยไม่ชัดเจน นางตำหนิกล่าว “ที่นี่เป็นที่ที่เจ้าจะกล่าวอะไรได้ที่ไหน!”
หนึ่งประโยคสองความหมาย จู่ลี่กลับฟังเข้าใจแล้ว รีบคุกเข่าลงขอร้อง “ข้าน้อยไม่ควรกล่าวมาก นายท่านกรุณาสั่งสอน”
ฮัวหรูเหยียนขมวดคิ้วใบหลิวเล็กน้อย มองภายนอกทำให้คนสงสาร นางกล่าว “เคยบอกกับพวกเจ้าแล้ว ไม่อนุญาตให้ซ่อนเร้นฐานะตน ไปท่องเที่ยวข้างนอก ต้องเรียนรู้ที่จะถ่อมตน กล่าวเสียงดังสูงเฉกเช่นคนตลาดได้อย่างไร?”
ถังเหลาเหย่ขมวดคิ้ว คำกล่าวนี้ไม่น่าฟังเอาเสียเลย!
ถังเฉียนเขินอายหน้าแดง ถังโยวคิดกลับไปกลับมาถึงคิดได้ ฮัวหรูเหยียนนังตัวดี หยิบยืมการอบรมสั่งสอนสาวใช้มาว่านางใช่หรือไม่?
จู่ลี่ยอมรับผิดอีกครั้ง “คำกล่าวของข้าน้อยไม่เหมาะสม ทำให้นายท่านขายหน้า นายท่านกรุณาสั่งสอน”
ขณะนี้ หากว่าฮัวหรูเหยียนลงโทษจู่ลี่ ก็จะทำให้นางร้ายกาจจนเกินไป หากไม่ทำโทษจู่ลี่ก็ทำให้อ่อนแอเกินไป ไม่มีความคิดเห็นเป็นของตน อย่างไรเสีย ไร้กฎก็ไร้ระเบียบ
เห็นเพียงฮัวหรูเหยียนยิ้มอ่อนเยาะเย้ยตนอย่างขำขันจึงกล่าว “ก็เป็นนายอย่างข้าที่ไม่ได้อบรมสั่งสอนคนรับใช้ให้ดี ทำให้ทุกท่านหัวเราะเยาะ ก็ดี เจ้าไปขอโทษคุณหนูใหญ่ถัง หากนางยกโทษให้ เรื่องนี้ก็ถือว่าผ่านไป”
หนึ่งประโยคที่ร่างเขียนเบา ๆ กลับจัดการได้พอเหมาะพอดี ทำให้คนเกิดความรู้สึกที่ดี
มีหญิงสาวประเภทหนึ่ง มีความสามารถควบคุมจิตใจคน ฮัวหรูเหยียนเป็นหนึ่งในนั้นที่โดดเด่นอย่างไม่ต้องสงสัย คำกล่าวนี้ของนางเมื่อออกไป ถังเหลาเหย่เริ่มกังขา เมื่อครู่เป็นตนเองที่ไม่ควรเข้าใจผิดนาง? เดิมนางเป็นสาวงามมีเมตตา จะเป็นการตีวัวกระทบคราดเช่นนั้นได้อย่างไร?
จู่ลี่รับคำสั่ง คุกเข่าหมุนตัวรอบหนึ่ง หันไปทางถังโยวคารวะยกใหญ่ ก้มศีรษะลงกับพื้น สะอึกสะอื้นกล่าว “เป็นข้าน้อยที่ใช้คำกล่าวไม่เหมาะสม ทำให้คุณหนูใหญ่ถังไม่พอใจ ข้าน้อยสมควรตาย เชิญคุณหนูใหญ่ถังลงโทษ”
ถังโยวไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้ ตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อครู่เป็นจู่ลี่ตะคอกใส่ตนเองอย่างชัดเจน ตอนนี้มาขอโทษขอโพยอย่างจริงใจ กล่าวตามหลักแล้ว ตนเองควรยกโทษให้นาง แต่ในใจกลับรู้สึกไม่สบายเอาเสียเลย
หน้าซาลาเปาของถังโยวขมวด ดวงตาหมุนรอบหนึ่ง จดไว้ในใจ นางเลียนท่าทางของฮัวหรูเหยียน บีบเสียง สะบัด ๆ ผ้าเช็ดหน้า กล่าวอย่างนุ่มนวล “ลวี่เยา เวลานี้ยกให้เจ้าจัดการ”
เสน่หาชั่วกัลป์เล่ม 2 ของน้องหูเหยียนออกแล้วเจ้าค่า ฝาก E-book ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยนะเจ้าคะ
ทุกท่านสามารถคอมเมนต์ให้กำลังใจกันได้น้าขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ

ลิงก์ Ebook (Meb): https://rebrand.ly/hrs639g
***ถึงจะมี Ebookแล้ว แต่ยังเปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ***