ณ โรงพยาบาล กรุงเทพชัยปราการ
หญิงสาวที่เกิดอุบัติเหตุในตอนเช้า ได้ถูกส่งตัวมารักษาต่อที่โรงพยาบาลแห่งนี้ซึ่งเป็ที่สอน นักศึกษาแพทย์ อย่างขจรด้วยเช่นกัน
ตอนนี้เธอพักอยู่ในห้องพิเศษ ภายในห้องมีเพื่อนผู้หญิงวัย ยี่สิบกว่าๆ เพียงคนเดียว มายืนเฝ้าในห้อง มีอาจารย์หมอ กำลังตรวจดูฟิลม์แอ๊กซเรย์ และบันทึกของการรักษาั้แ่เกิดเหตุ
“ กระดูกซี่โครงที่หักสองซี่ มันไปทิ่มที่ปอดด้านซ้าย ทำให้เืไหลทะลักเข้าท่วมปอด แต่โชคดีที่ทำการเดนเืออกมาได้ทัน แล้วช่วย CPR อย่างทันท่วงที นักศึกษาแพทย์คนนั้นมีไหวพริบดีมาก สามารถวินิจฉัยอาการได้ถูกต้อง มิเช่นนั้น อาการคงสาหัสกว่านี้ ส่วนกระดูกข้อขาที่หัก ตรวจดูแล้วเหมือนแค่ข้อเท้าเคลื่อนเท่านั้นไม่มีรอยแตกหักอะไร ที่แขนก็เป็เช่นเดียวกัน ส่วน อาการอื่นๆ ก็ไม่น่าห่วง แค่ผ่าตัดเล็ก เอากระดูกที่หักมาเชื่อมต่อเข้าที่ เท่านั้น แล้วพักอีก สักเจ็ดวัน ก็น่าจะหายดีและกลับบ้านได้
เดี๋ยวผมจะให้ศัลยแพทย์มาคุยรายละเอียดอีกที”
“ ขอบคุณ อาจารย์หมอมากนะคะ”
อาจารย์หมอออกไปแล้ว เพื่อนสนิทของหญิงสาวก็เข้ามาหา
“ ไม่เป็อะไรก็ดีแล้วนะแอล ฉันโทรบอก พ่อกับแม่แกแล้ว พวกเขาอยู่ที่สิงคโปร์ บอกว่าจะรีบกลับมาทันที แกไม่ต้องเป็ห่วง รีบพักผ่อน อย่าไปสนใจเื่อื่น”
หญิงสาวมืชื่อว่าแอล ฟังเพื่อนสาวที่ชื่อว่า ม่อนแล้วรู้สึกแปลก จึงเอ่ยขึ้นมาว่า
“ มือถือฉันอยู่ไหน เอามาให้หน่อยซิ”
“ ่นี้แกยังป่วย อย่าไปสนใจเื่อื่นๆ เลย รอให้หายดีก่อน ดีกว่าไหม?”
“ เอามา” แอลพูดสั้นๆ จ้องหน้าม่อน เขม็ง ทำให้ม่อนต้องเอามือถือของแอลออกมาให้ดู
พอแอลเปิดมือถือ ส่องเข้าไปในโลกโซเชียล แอลถึงกับหน้าแดง อารมณ์โกรธมาเต็ม จิ้มๆ สไลด์ไปมาอย่างเอาเป็เอาตาย
“ นี่ อะไรกัน ทำไมมีแต่คลิป ผายปอด นี่มัน น่าเกลียดที่สุด ทำไมมีแต่คนเอาคลิปนี้มาลงกันวะเนี่ย หมดกันชีวิตกู”
“ ใจเย็นก่อนแก ก็แค่ถูกผายปอดธรรมดา ไม่มีใครคิดเื่อื่นหรอกน่า"
“ แต่มันเกินไปไหม มันหักข้อเท้าฉัน แล้วกดนมฉัน แทบจะแตก แถมยังดูมันบดปากของฉันจนบวมขนาดนี้ โอ๊ย...ฉันอยากจะฆ่ามันจริงๆ ต่อไปฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน แกรู้ไหมว่ามันเป็ใคร”
“ แกจะไปขอบคุณเค้าเหรอ?”
“ ไม่ ฉันจะฆ่ามัน”
“ อย่าบ้าน่า เขาช่วยชีวิตแกไว้นะเว้ย”
“ ฉันไม่สนแล้ว ฮือ ๆ ๆ อย่าให้ฉันเจอแกอีกก็แล้วกัน”
แอลเริ่มร้องไห้ ด้วยความอับอาย
“ บ้าไปกันใหญ่ ฉันว่าแกนอนพักไปก่อน ฉันจะไปบอกให้พยาบาล เอายานอนหลับมาให้แกกินดีกว่า”
ในห้องเรียน กิ๊ฟเดินหน้าบึ้งเข้ามาหาขจร แล้วเปิดมือถือให้ดูคลิป ที่ขจรกำลังผายปอด ช่วยชีวิตหญิงสาวเอาไว้
ขจรมองแล้วก็ ไม่ได้คิดอะไร
“ ก็แค่ช่วยชีวิตคนแค่นั้น”
“ จริง? จับนมเขาจนทะลักออกมา แล้วยัง บดปากกันจนบวมเจ่อขนาดนั้น คิดอะไรกับเค้าป่ะเนี่ย?”
“ หือ..ใครจะไปคิด เราแค่ทำตามสัญชาตญาณเท่านั้น”
“ ใครจะรู้เล่า บอกมานะ จูบปากเน็ตไอดอลแบบนี้ ไม่รู้สึกอะไรบ้างเลยหรือไง?”
“ ไม่เลย”
“ สัญญากับเรา ต่อไปห้ามไปจูบกับใครแบบนี้อีก”
“ แต่ว่านี่มัน...” ขจรจะพูดต่อ แต่ว่าเห็นสายตาเพชฌฆาตของกิ๊ฟที่มองมา
จึงรีบพยักหน้า สัญญาทันที
“ ดีมาก”
กิ๊ฟยิ้มออกมาอย่างดีใจ ขจรได้แต่ยิ้มตาม ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ
ตอนเย็น ขจรไปที่ค่ายมวย เพื่อเริ่มทำงานเป็วันแรก โดยที่ พี่ธงเข้ามาตรวจดูอาการ ด้วยความสงสัย
“ นี่มึงหายดีแล้วหรือไงวะ”
“ หายดีแล้ว ไม่อยากอยู่เฉยๆ”
ครูทิมเดินเข้ามา พร้อมกับ หญิงสาวคนหนึ่งวัย 20 ปี เดินเข้ามา
“ นี่คือ คุณซาซ่า เขา้า เด็กล่อเป้า ตอนนี้คนอื่นๆ เข้ามีคิวกันหมด เอ็งพร้อมแล้วหรือยัง”
“ พร้อมแล้วครับ”
ขจรรีบไปใส่ชุดป้องกัน แล้ว มายืนต่อหน้า คุณซาซ่าทันที โดยที่ครูทิมกับพี่ธงยืนอมยิ้ม มองอยู่ด้านข้าง
ซาซ่ายิ้มหวานให้ขจร ที่ยิ้มตอบเพราะถือว่า เป็ลูกค้าคนแรก แต่พอสวมนวมเสร็จ ไม่มีพูดอะไรสักคำ ก็ฟาดแข้งซ้ายเข้าใส่ขจรทันที ป๊าป ๆ ๆ ๆ ๆ ชุดแรก ซาซ่าเตะเข้าลำตัวไปถึงห้าที ทำเอาขจรถึงกับใ ไม่คิดว่า ซาซ่า จะเตะได้เร็วและแรง เช่นนี้ จากนั้น ซาซ่าก็ระดมเตะออกไปเป็ชุด ทั้งซ้ายและขวา แล้วตามไปด้วยหมัด และเข่า ทำเอาขจร ถึงกับต้อง เซไปเซมา จนครบเวลาสามนาที
ซาซ่า ก็เอ่ยกับครูทิมว่า
“ เด็กใหม่คนนี้ ไม่เลวเลยนะครู”
“ คุณซาซ่า อัดมันไปได้เลย ไม่ต้องยั้ง มันจะได้แกร่งขึ้น”
“ ได้ พร้อมยังเด็กใหม่”
ขจรฟังทั้งสองพูดก็ชักงง แต่ไม่ทันได้คิดอะไร คราวนี้ทั้งสปีดการเตะ การต่อย แล้วก็การออกหมัด มากันเป็ชุด ทำเอาขจร ถึงกับแข้งขาสั่น นึกไม่ถึงว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ จะสามารถออกหมัด และ เท้าได้อย่างต่อเนื่อง เหนือกว่าไอ้เข้ม ที่ขจรเป็เด็กล่อเป้าเป็ครั้งแรก
ยกสองจบลง พี่ธงก็เข้ามาหาขจรแล้วบอกว่า
“ เป็ไงบ้างวะ”
“ คุณซาซ่านี่ ทั้งเร็วและหนัก แถมยังปล่อยอาวุธออกมาเป็ชุด หากไม่มีนวมป้องกัน ผมว่า ผมคงร่วงไปั้แ่ ยกแรกแล้ว”
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เธอเป็นักชกมืออาชีพ มึงรอดมาถึงยกสามได้ ต่อไปมึงเจอสมาชิกคนอื่นๆ ก็เป็เื่ง่ายแล้ว”
“ มืออาชีพเหรอ?”
ยกสามเริ่มขึ้น ซาซ่า ยังไม่มีวีแววว่าจะเหนื่อย แต่ ขจรเริ่มมีอาการเป่าปาก แต่ก็ไม่ถอย คราวนี้ซาซ่า เริ่มออกแรงอย่างเต็มที่ ปล่อยอาวุธออกไปเป็ชุด ไม่ว่าจะเตะ ต่อย เข่า ศอก แต่ว่า ขจรก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ท่าสุดท้าย ซาซ่า หมุนตัวแตะไซด์คิด เข้ากลางอกของ ขจร จนต้องไปนอนล้มจ้ำเบ้ากับพื้น
“ ไม่เลว อดทนใช้ได้ พรุ่งนี้ฉันจองเขาเวลานี้อีก” ซาซ่าเอ่ยกับ ครูทิมที่พยักหน้า
รับรู้ แล้วเดินเข้ามาหาขจร แล้วบอกว่า
“ พรุ่งนี้เจอกันเวลาเดิม”
ขจรลุกขึ้นยืน ขาที่เริ่มสั่นก็กลับมาเป็ปกติ
“ วันนี้เอ็งคง ล้าพวกนักมวยอาชีพ ก็แบบนี้แหละ เขาจะฝึกเป็เวลา และจริงจังเหมือนตอนชกบนเวที พรุ่งนี้เขาจองเวลาเอ็งแล้ว มาให้ทันเวลาล่ะ”
“ ครับครู”
ขจรคิดจะขอรับงานอีกรอบ แต่ทว่า พี่ธงเข้ามาตบไหล่แล้วบอกว่า
“ วันนี้พอแค่นี้ก่อน จ๊อบนี้มึงก็ได้เงินไป 1,600 บาทแล้ว อย่าให้คนอื่นอิจฉามึงไปมากกว่านี้เลย”
ขจรเห็นสายตา เด็กล่อเป้าคนอื่นๆ ที่มองมาด้วยความอิจฉา ก็พยักหน้าเข้าใจ
ระหว่างนั้นก็มีเสียงมือถือของ ขจรดังขึ้น เป็เสียงของคนแม่
“ จร พ่อถูกยิง ที่หน้าโกดังเฮียล้ง เพื่อนพ่อเขาโทรมาบอก แม่กับเจนกำลังปิดร้าน แล้วจะรีบไป”
“ แล้วพ่อเป็อะไรมากหรือเปล่าครับ”
“ แม่ไม่รู้” ขจรรีบเปลี่ยนชุด รีบกลับบ้านทันที
“ เกิดอะไรขึ้นวะ”
“ พ่อผมถูกยิง”
“ ไป เดี๋ยวกูไปส่ง”
ขจรซ้อนมอเตอร์ไซด์ของพี่ธง แล้ว รีบพากันมา ที่โกดังเฮียล้ง เป็สถานที่พ่อทำงานเป็ยาม อยู่ใกล้ๆกับบ้านในชุมชนข้างวัด พอ มาถึงก็ ก็มีคนมามุงดูกันมาก มีรถมูลนิธิ มารออยู่แล้ว
ขจรเข้าไปก็พบว่า มีศพของรปภ. สิบคน ถูกยิงตาย นอนกับพื้นเกลื่อนกราด แต่ว่ามีพ่อเพียงคนเดียวที่ยังรอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พวกเขากำลังช่วยปั้มหัวใจของพ่อ ที่หน้าอกมีรูะุปืน อยู่สามนัด เืไหลทะลักออกมาไม่หยุด เห็นแม่กับเจน และจ้อย ยืนร้องไห้ ตัวสั่นไปหมด พอเห็นขจรมาก็รีบเข้ามาหาทันที
“ เกิดอะไรขึ้น”
“ มีคนเข้ามาขโมยของในโกดังเฮียล้ง พวกมันเอาของไปแล้วไม่พอ กลับยิงทีี่เฝ้าโกดังหมดเลย พ่อเฝ้ายามอยู่ก็ถูกยิงไปด้วย” เจนรีบเล่าอย่างรวดเร็ว ขจรรีบเข้าไปดูอาการพ่อใกล้ๆ
“ บัตรประชาชนของคนเจ็บได้มาหรือยัง”
“ ให้น้องไปเอาแล้ว พาพ่อไปส่งโรงพยาบาลก่อนได้ไหม”
“ ไม่ได้ ไม่มีบัตรแล้วจะตรวจสอบสิทธิได้อย่างไร ว่าจะต้องไปรักษาที่ไหน”
“ พาพ่อผมไปที่ โรงพยาบาลกรุงเทพชัยปราการ เขามีสิทธิ์ที่นั่น”
“ ไม่ได้ หากไม่มีบัตร พวกพี่ก็ไม่อาจลงงานของ มูลนิธิได้”
ขจรส่ายหัว แล้ว ก้มลงไปดูอาการของพ่อทันที
“ ผมเป็นักศึกษาแพทย์ ขอดูาแหน่อยครับ”
คนที่กำลังปฐมพยาบาลอยู่ รีบบอกว่า
“ตอนนี้เืไหลไม่หยุด กำลังช่วยห้ามเือยู่ น้องถอยไปเถอะ ช่วยอะไรไม่ได้หรอก”
ขจรไม่สนใจ ยกมือที่กดแผละุปืน ทั้งสามรูออกเพื่อดูาแ พบว่า รูะุปืน สามรู เืไหลออกมา ไม่หยุด ขจรลูบหลังของพ่อ พบว่าะุไม่ทะลุ ะุยังคงฝังใน ะุน่าจะเข้าไปตัดหลอดเืแดงใหญ่ เืถึงได้ออกมากเช่นนี้
“ พี่มีเืกรุ๊ปบีบ้างไหม ผมจะให้เืกับพ่อเอง”
“ ไม่มีหรอก พวกพี่แต่ชุดปฐมพยาบาลชุดเล็กเท่านั้น รถพี่เป็รถขนศพเสียมากกว่า”
ขจรไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ เลยได้แต่ใช้ผ้าก๊อต กดไปที่าแะุปืน แต่มันมีถึงสามรู ในตำแหน่งที่มือเดียวกดไม่อยู่ จึงใช้ผ้าก๊อดยัดไปที่รูะุปืน แล้วกดเอาไว้อย่างนั้น โดยให้พี่จากมูลนิธิ ช่วยกดแผลอีกคน
ทันใดนั้นเอง ในสมองของขจร ก็เกิดมโนภาพ ขึ้นมาว่า เขากำลังฝึกท่องคาถาโดยที่ท่านฤาษี กำลังเขียนบนกระดานชนวน ให้เขาฝึกท่องจำ เป็คาถาห้ามเื
“ นี่คือคาถาห้ามเื ที่ตกทอดมาั้แ่สมัยา ผู้ที่ท่องคาถา จะต้องมีจิตใจที่บริสุทธิ์ ตั้งมั่น ไม่วอกแวก ถึงเวลาเกิดเื่ขึ้น หากไม่มีสมาธิพลังคาถาก็จะใช้ไม่ได้ผล พูดตามข้า อย่าให้ผิดแม้แต่คำเดียว”
“วะ โร วะ รัญ ญู วะ ระ โท วะ รา หะ โรวะ โร วะ รัญ ญู วะ ระ โท วะ รา หะ โร”
ขจรรีบท่องคาถาบทห้ามเืนี้ ครบสามครั้ง เืที่ไหลออกมาก็ค่อยๆ หยุดไหลอย่างน่าอัศจรรย์ คนที่ช่วยห้ามเืมองหน้าขจร ด้วยความใ
“ เืหยุดไหลแล้ว เป็ไปได้ยังไง”
ขจรไม่ตอบ เพราะตัวเขาเองก็อดรู้สึกแปลกใจเช่นกัน
“ บัตรของพ่อมาแล้ว” จอยขี่มอเตอร์ไซด์รับจ้าง โชว์บัตรประชาชนของพ่อ
แล้วก็รีบพา พ่อส่งโรงพยาบาลทันที
พ่อถูกพาเข้าห้องฉุกเฉิน หมอทำการผ่าตัดเอาะุออกมาทั้งสามนัด อาการของพ่อปลอดภัยแล้ว ตำรวจมากันเต็มไปหมด เพื่อจะเข้ามาสอบสวนรายละเอียด
โดยมีเฮียล้ง ก็มากับบอดี้การ์ดหลายสิบคน
“ ไม่ต้องเป็ห่วงนะเื่ค่าใช้จ่าย อั๊วจะออกให้ทั้งหมด”
เฮียล้งเอ่ยกับแม่และน้องๆ
“ ไม่เป็ไรคะ พอดีลูกชายเป็นักเรียนแพทย์ที่นี่ ทางโรงพยาบาลเขารักษาให้ฟรีค่ะ”
“ เร๊อะ ดีจริง ถ้าเช่นนั้นอั๊ว จะให้ค่าทำขวัญให้กับครอบครัวของพวกลื้อ ไม่ต้องห่วงนะ หากว่า เขารู้สึกตัวเมื่อไร บอกคนของอั๊วด้วย งานนี้ยามแจ้งเป็พยานคนเดียวที่เหลือรอด อั๊วจะส่งคนมาคุ้มกันเอง” เสี่ยล้ง ให้ลูกน้องมอบเงินสดให้กับแม่เอาไว้ใช้ หนึ่งหมื่นบาท แล้วก็กลับไป ทิ้งให้ลูกน้องเฝ้า อยู่แถวโรงพยาลบาล สี่คน ตำรวจเข้ามาถามรายละเอียดกับครองครัวทั้งหมด รวมทั้ง ขจรด้วย
“ ลุงแกมีเื่กับใครมาก่อนหรือเปล่า”
“ ไม่เห็นมีนะครับ”
“ ถ้าเช่นนั้น ก็น่าจะเหลือแค่ประเด็นเดียว คนร้ายคิดเข้าไปในโกดัง เพื่อขโมยของบางอย่าง แต่ลุงแกอาจจะจำหน้าคนร้ายได้ จึงถูกสังหารปิดปาก โชคดีรอดมาได้ ผมจะให้ตำรวจมาคอยคุ้มกันใน่นี้ หากลุงแก้ฟื้น ผมจะกลับมาใหม่นะครับ”
“ เดี๋ยวครับ รู้ไหมว่า ของที่คนร้ายเอาไปจากโกดัง คืออะไร?” ขจรถามด้วยความสงสัย
“ เฮียล้ง บอกว่า ไม่ทราบ เพราะลูกค้าใส่กล่องแล้วเอามาฝากไว้ รอการส่งออกไปประเทศออสเตรเลีย แล้วตัวลูกค้าเอง ก็ไม่ได้อยู่ในประเทศไทยด้วย”
ขจรได้ฟัง ก็เริ่มเป็ห่วงพ่อจริงๆ กลัวว่า เื่จะไม่จบแค่นี้
ณ ตึกสูงระฟ้าใจกลางกรุงเทพ ในห้องเพนเฮ้าท์ มีชายหนุ่มวัย 35 ปี ชื่อภาคิน นักธุรกิจชื่อดัง ลูกชายนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล กำลังกอดสาวสวยหุ่นนางแบบ อยู่ในอ่างน้ำวน มีเสืยงมือถือดังขึ้น
“ อะไรนะ มีคนรอดอย่างนั้นหรือ ไหนพวกมึงบอกว่า จัดการพวกมันทั้งหมดแล้วไง”
“ พวกเรายิงเข้าหน้าอกของมัน ไม่ต่ำกว่าคนละสามนัด ผมก็ว่ามันไม่น่ารอด แต่ว่ามันกลับรอดมาแล้ว เอายังไงต่อดีครับนาย”
“ พวกมึงรีบเอาของที่ปล้นมาได้ไปส่งที่ บ่อนของกูที่เขมร ส่วนมึงเองก็ไม่ต้องกังวล ทำตัวให้เป็ปกติ กูจะส่งนักฆ่าไปจัดการกับมันเอง”
“ ครับนาย”
ชายหนุ่มที่เป็เ้านาย รีบกดโทรศัพท์โทรออกหมายเลขใหม่ ทันที
“ หว่านไจ๋ กูมีงานให้มึงทำ”
คนที่อยู่ปลายสาย ชื่อหว่านไจ๋ เป็นักฆ่ามือดีชาวไต้หวัน หลบหนีคดีลอบสังหารเ้าหน้าที่ระดับสูงของไต้หวัน มาอยู่เมืองไทย มันใช้มีดสั้นเขี้ยวเสือ แบบเดียวกันกับ ชาวหมู่เกาะสุมาตรา พอมันได้รับคำสั่ง
ก็ตวัดมีดสั้น กรีดเข้าไปที่ผนังห้องที่เป็ไม้ กลายเป็รอยที่ห้าสิบ ซึ่งเป็รอยที่มันรับงานมาแล้วทั้งหมด และไม่เคยมีใครรอดแม้แต่คนเดียว…..