ครั้งแรกที่นางได้เห็นวิชาหมัดของเย่จิงอวิ๋นปรากฏ ก็สัมผัสได้ถึงความลึกลับ จึงรู้ว่ามันต้องมีความลับอะไรบางอย่าง แต่คิดไม่ถึงว่ามันจะเป็นวิชาหมัดเทพทลายจากยุคโบราณ
เมื่อศิษย์พี่ใหญ่ลงมือแล้ว ศิษย์น้องเช่นนางจะมัวโอ้เอ้ได้อย่างไร?
ฉับพลันดวงตาสีเขียวมรกตของนางก็เหลือบมองไปยังเซวี่ยหลิงอวิ๋นเบา ๆ ก่อนจะเหยียดมือออกพลันปรากฏกระจกเรียบง่ายไม่โดดเด่นขึ้นบนฝ่ามือ
ทันทีที่กระจกบานนี้ปรากฏ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดภายในนิกายเทพกระบี่พลันตอบสนอง
นางยกกระจกขึ้นพร้อมกับลำแสงเก้าสีในกระจกพุ่งออกมาราวกับผีเสื้อที่กำลังแหวกออกจากรังไหม
ในเวลาเดียวกันก็สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่าว่ากระจกบานนี้กำลังขยายใหญ่ขึ้น และในชั่วพริบตามันก็ได้มีขนาดใหญ่ปกคลุมท้องฟ้าแล้ว
กลิ่นอายอันศักดิ์สิทธิ์สูงส่งหาสิ่งใดเปรียบได้พวยพุ่งออกมา จวนจะถึงเวลาปิดฉากแล้ว
ในเวลาเดียวกัน พลังทำลายล้างจากกฎแห่งฟ้าดินก็ลงมาเยือนดั่งพายุขนาดยักษ์
นี่คือพลังแห่งฟ้าดินที่เซวี่ยหลิงหยุปรากฏไม่อาจต้านทาน อีกทั้งยังมีกระจกโบราณไร้นามซึ่งเขย่าขวัญสั่นประสาทเขาเป็นอย่างยิ่ง
ต้องรู้ก่อนว่ากระจกบานนี้อยู่ในระดับเดียวกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนศาสตราอมตะ!!
หลังจากนั้นร่างมายาที่มีขนาดใหญ่กว่าเทพพฤกษาโบราณก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลัง หยู่เหวินเซิ่งซิน
เมื่อเทียบกับร่างนี้แล้ว พูดได้แค่ว่าเทพพฤกษาโบราณเปรียบเสมือนน้องชายตัวเล็ก ๆ ก็ว่าได้
และร่างนี้ไม่เพียงแต่หนาแน่นราวกับมีกายเนื้อเท่านั้น ทว่ายังมีแรงกดดันอันมหาศาลและกลิ่นอายที่รุนแรงยิ่งกว่ามาก
แค่มองดูอากาศที่บิดเบี้ยวอีกทั้งยังเกิดเสียงอื้ออึงจนแทบไม่ได้ยินเสียงลมหายใจของตนเอง ก็ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้แล้ว
เมื่อภาพมายานี้ปรากฏขึ้นมา บนท้องฟ้าที่มีสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ซึ่งปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้ได้ค้อมหัวและคำรามต่ำ โดยเป็นสัญญาณของการเคารพทันที
นี่คือร่างจิตวิญญาณหยินหายนะ
ฉับพลันนั้นเอง
“ไป!!”
หยู่เหวินเซิ่งซินสูดลมหายใจเบา ๆ พร้อมกับโบกมือออกไป กระจกโบราณที่ปกคลุมท้องฟ้าพลันส่องแสงดุจดวงตะวันที่เจิดจ้า
ในเวลาเดียวกันร่างจิตวิญญาณหยินหายนะที่ดูเหมือนจะเชื่อมโยงกับร่างของหยู่เหวินเซิ่งซิน ก็พลันยกมือขึ้นออกท่าทางเดียวกับนาง
หึ่ง หึ่ง
ฟิ้วววว~~
ฟิ้ววววววว~~
“...”
เห็นเพียงแสงสีฟ้าที่ร่วงหล่นลงมาราวกับหยาดฝนจากกระจกโบราณ โดยที่มีเสียงหวีดแหลมทะลวงชั้นบรรยากาศลงมาอย่างไม่ขาดสาย โดยมันพุ่งตรงไปทิศทางที่เซวี่ยหลิงอวิ๋นยืนอยู่นั่นเอง
หากมองอย่างละเอียดแล้ว แสงสีฟ้าเหล่านั้นคือปราณกระบี่อันแหลมคม!
พลังของมันแต่ละเล่มนั้นล้วนไม่ด้อยไปกว่ากระบี่เซียนเหินเลยแม้แต่น้อย
ไม่ว่าห่าฝนปราณกระบี่นี้จะกวาดไปทิศทางใด อากาศจะบิดเบี้ยวปริแตก
กระบี่ทุกเล่มยังอัดแน่นไปด้วยแรงกดดันของมหาปราชญ์!!
ทันใดนั้นท้องฟ้าก็สูญเสียสีสันไปชั่วขณะ
“ฮึ่ม!” ใบหน้าของซวนหยวนชิงเทียนมืดลง กลิ่นอายอันเยือกแข็งพวยพุ่งออกมาจากดวงตา
นางไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนออกมาเฉิดฉาย
พริบตาที่กระบี่ออกจากฝัก โลกทั้งใบล้วนอับแสง ยกเว้นเพียงกระจกโบราณที่เกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
ทันทีที่เสียงคมกระบี่ดังขึ้น กลิ่นอายอันแหลมคมได้เข้าห้อมล้อม เซวี่ยหลิงอวิ๋นและคนอื่น ๆ อีกทั้งยังทำให้ทุกสรรพสิ่งสั่นสะเทือน
ในเวลาเดียวกันแสงสีทองระยิบระยับก็พลันส่องไปทั่วหล้า ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว ขุนเขาและแม่น้ำ ภาพทั้งหมดนี้ปรากฏขึ้นบนกลางอากาศ
และหลังจากนั้น
“เก้ารูปแบบหายนะ ฟ้าคนรวมเป็นหนึ่ง!!”
เมื่อเสียงอันเยือกเย็นดังขึ้น กระบี่ยักษ์สีทองขนาดมหึมาก็ปรากฏ โดยฝั่งหนึ่งมีดวงอาทิตย์เจิดจ้า อีกฝั่งเป็นดวงจันทร์เย็นยะเยือก ที่ค่อย ๆ พุ่งเข้าหาเซวี่ยหลิงอวิ๋น
ไม่ว่ามันจะผ่านไปทิศทางใด ทิศทางนั้นจะกลายเป็นความว่างเปล่า ไร้ซึ่งสุ้มเสียง ไม่ว่าพลังใด ๆ ก็ไม่อาจหยุดยั้งมันได้
ครั้งนี้ ซวนหยวนชิงเทียนรู้สึกเดือดดาลถึงขีดสุด
นางต้องการจะผ่าสะบั้นเซวี่ยหลิงอวิ๋นและคนอื่น ๆ ให้กลายเป็นความว่างเปล่าเสียให้หมด
เย่เสวียนที่กำลังมองดูคนอื่น ๆ เคลื่อนไหวนั้น เขาก็รู้สึกว่าเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน
มันเป็นความตื้นตันจากการที่ทุกคนพร้อมใจกันปกป้องนิกายและท่านเจ้านิกายอย่างแท้จริง!!
.................
เวลานี้เขาจึงเกิดความฮึกเหิมขึ้นมาอีกครั้ง
เย่เสวียนไม่ลังเลที่จะปลดปล่อยกระบวนท่าที่สอง คลื่นกระทบฝั่ง ออกมา
กระบี่ยักษ์สีแดงฉานพุ่งขึ้นไปในอากาศราวกับจะแยกเซวี่ยหลิงอวิ๋นและคนอื่น ๆ ให้กลายเป็นสองส่วน
...................
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นกินเวลาเพียงกะพริบตาหนึ่งครั้ง เมื่อเซวี่ยหลิงอวิ๋นเห็นฉากทั้งหมด เขาก็ตกอยู่ในอาการตกตะลึงโดยสมบูรณ์ และคนอื่น ๆ นิ่งงันราวกับถูกแช่แข็งกลายเป็นประติมากรรมรูปปั้น
หลังจากสามลมหายใจเขาก็ได้สติขึ้นมา
นี่มันบ้าอะไรกัน?
เจ้าคนพวกนี้มันเป็นสัตว์ประหลาดแบบไหน?
คนหนึ่งมีวิชาหมัดของเทพพฤกษาโบราณ
คนหนึ่งไม่เพียงแต่จะมีกระจกไร้นามที่ทำให้เขาสั่นกลัว ทว่ายังมีกายาที่ทำให้เขารู้สึกกดดันจนแทบจะไม่สามารถขยับเขยื้อนได้
คนหนึ่งมีกระบี่ยักษ์สีทองที่ราวกับหมายคร่าชีวิตเขาอยู่กรายๆ
ที่สำคัญที่สุดยังมีกระบี่เซียนเหินและเคล็ดวิชานั่นอีก!!
................
ใครหน้าไหนมันบอกว่านิกายเทพกระบี่อยู่ในสภาพทรุดโทรมใกล้ล่มสลาย มรดกสืบทอดล้วนมลายหาย?
ไอ้นั่นมันต้องตาบอดขนาดไหน?
นิกายเล็ก ๆ ใกล้ล่มสลายมันจะไปมีของเช่นนี้ได้อย่างไร?
ศิษย์ของนิกายนี้ล้วนเป็นปีศาจ
อาวุธและสมบัติต่าง ๆ ล้วนท้าทายสวรรค์
นี่มันคือความรู้สึกที่ไม่อาจหยั่งถึงความน่ากลัวของศัตรูได้
หากเป็นนิกายเล็ก ๆ ที่อยู่ในสภาพทรุดโทรม แค่กระท่อมหนึ่งหลังก็ยังไม่มีปัญญาหา
แต่นี่มันเรียกได้ว่าเกินกว่าขุมอำนาจใหญ่ไปไกลแสน
.................
เซวี่ยหลิงอวิ๋นละสายตาไปทางหลินเฟิงเจ้านิกายเทพกระบี่ พร้อมกับเผยความตกตะลึงผ่านแววตา
“เป็นไปได้หรือไม่ว่าเจ้านิกายผู้นี้จะเป็นผู้กลับชาติมาเกิดพร้อมกับพลังที่หาได้มีผู้ใดเทียบเคียง?” เขาไม่สามารถหยุดการคาดเดาในใจได้
ระหว่างที่เขากำลังคาดเดาไปต่าง ๆ นานา หมัดเทพทลายของ เย่จิงอวิ๋น ก็มาโผล่อยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
จากนั้นเซวี่ยหลิงอวิ๋นก็ดึงสติกลับมาพร้อมกับหลบอย่างหวุดหวิด
ทว่าอย่างไรก็ตาม เหล่าผู้อาวุโสและเหล่าศิษย์ไม่ได้โชคดีนัก พวกเขาถูกหมัดชกเข้าอย่างจัง จนกลายเป็นละอองเลือดในชั่วพริบตา
ทันใดนั้นดวงตาของเซวี่ยหลิงอวิ๋นได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ ทุกคนล้วนแต่เป็นยอดฝีมือของสำนักดาบสัตโลหะที่ตนได้ทุ่มเททรัพยากรมากมายเพื่อฟูมฟักคนเหล่านี้
เขาออกคำสั่งแก่เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ที่เหลือให้ทำการตอบโต้กลับไปอย่างบ้าคลั่ง
ทันใดนั้นเองปราณวิญญาณที่ถูกปลดปล่อยออกมาพร้อมกันจนเสมือนภูเขาไฟระเบิด อาวุธต่าง ๆ นานาถูกนำออกมา หลังจากนั้นเคล็ดวิชาทั้งหลายก็ถูกใช้ออกมาอย่างพร้อมเพรียง
ไม่ช้า ห่าฝนสีฟ้าก็ได้พุ่งมาประชิดตัวเซวี่ยหลิงอวิ๋นแล้ว
เวลานี้เขาแทบจะหายใจไม่ออก หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ โดยไม่ต้องใช้ความคิด เขารวบรวมพลังปราณปกคลุมทั่วทั้งร่างกายพร้อมกับใช้เคล็ดวิชาทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีนี้
“อ๊ากกกก!!”
“มือข้า!!”
“เท้าข้า!!”
“อ๊ากกก หน้าข้า!!”
ผู้อาวุโสและศิษย์ชั้นยอดบางคนที่ไม่สามารถหลบเลี่ยงการโจมตีนี้ได้ ชั่วพริบตา มือ เท้า และอวัยวะส่วนต่าง ๆ ได้ถูกตัดเป็นชิ้น ๆ บางคนถึงกับศีรษะขาดกระเด็นและตกตายไปในพริบตา
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนอันน่าสังเวชนั้น เหล่าอาวุโสและศิษย์ที่เหลือต่างหวาดกลัว ซึ่งพวกเขาได้ใช้เคล็ดวิชาโลหิตคุ้มกายที่เป็นไม้ตายก้นหีบเพื่อหลบหนี