สายลับจับอ๋องใหญ่ (จบแล้วมีEbook)

    บทที่ 39 ซินเอ๋อร์เข้าวัง

                    “ข้าไม่ให้เจ้าไปเสี่ยงเช่นนั้น!”

                “แต่ท่านอ๋องดูเหมือนจะจำข้าไม่ได้เสียด้วยซ้ำ”

                “หากอยู่ใกล้ชิดกันนานวันเข้าก็อาจจะทรงจับได้ว่าเจ้าเป็นซินเอ๋อร์ผู้นั้นสู้ดีให้ข้าไปรับงานแล้วเจ้ารอช่วยงานข้าที่ข้างนอกวังจะดีกว่า”

                “อืม! จริงของเจ้า...เช่นนั้นเอาตามนี้”

                ไป๋ฉิงเหวินตกลงกับเหลียงเจินซินเรียบร้อยก็ตรงไปหาองครักษ์ซ่งเพื่อยื่น     ใบสมัครทำงานกับท่านอ๋องใหญ่ซ่งจิงเทียนได้ยินก็อมยิ้มยื่นใบสมัครให้เขากรอกในทันที

                ‘ท่านอ๋องทายไว้ไม่พลาดจริงๆนางยังไม่กล้าเข้ามาใกล้นัก แต่ส่งไป๋ฉิงเหวินเข้ามานี่ก็เท่ากับแหย่เท้าข้างหนึ่งเข้ากรงเสือเสียแล้ว’

              “เจ้าอย่าลืมนะว่างานที่ท่านอ๋องใหญ่สั่งต้องไร้ข้อผิดพลาด...ในเมื่อเจ้าสมัครใจจะมารับใช้ท่านอ๋องแล้วก็ควรรู้ไว้ว่าท่านอ๋องเป็นคนจริงจังและลงโทษคนทำผิดอย่างรุนแรง”

                “ขอรับ!”ไป๋ฉิงเหวินรับคำทั้งๆ ในใจโหวงเหวงอย่างประหลาดหากแต่นึกถึงญาติผู้น้องที่รออยู่ด้านนอกก็ฮึดสู้

                เย็นนั้นไป๋ฉิงเหวินกลับมาคฤหาสน์สกุลเหลียงเพื่อเก็บเสื้อผ้าและของใช้ตามไปอยู่ในวังหลวงกับท่านอ๋องใหญ่เหลียงเจินซินใจหายเพราะญาติผู้พี่จะออกมาจากวังได้ก็เมื่อได้รับอนุญาตจากท่านอ๋องเท่านั้น

                “แล้วนี่ท่านอ๋องจะให้เจ้าออกมาจากวังได้เมื่อใด?”

                “ข้าก็ไม่รู้...ต้องแล้วแต่ท่านอ๋อง”

                ผ่านไปเจ็ดวันไป๋ฉิงเหวินก็กลับออกจากวังหลวงด้วยสภาพอิดโรย

                “นี่เจ้าไปทำงานหรือไปทำไร่ไถนามากันแน่?สภาพดูไม่ได้เลย”

                “เจ้าไม่รู้ก็อย่าเดาเลยดีกว่าท่านอ๋องใหญ่ส่งข้าไปกับองครักษ์ผู้นั้นผู้นี้ไปสืบคดีเสียรอบเมืองหลวงแทบไม่ได้พักผ่อน ข้าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”มือปราบหนุ่มไถลตัวลงนอนเกลือกกลิ้งบนที่นอนของญาติผู้น้องจนนางร้องเอะอะ “

                “เสี่ยวเหวินนี่มันเตียงนอนของข้าหากเจ้าไม่ไหวก็ไปนอนห้องรับแขกโน่น”

                ไป๋ฉิงเหวินแทบจะไม่มีแรงยกมือผงกศีรษะอาศัยยกมือขึ้นโบกเบาๆเป็นเชิงปฏิเสธที่จะเปลี่ยนเตียงนอนกว่าจะมาถึงคฤหาสน์สกุลเหลียงได้ชายหนุ่มก็แทบจะพังพาบไปหลายหน“ท่านอ๋องอนุญาตให้ข้าหาผู้ช่วยไปหนึ่งคน ค่าแรงเท่ากับข้าเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ”

                    “นี่เจ้าคิดจะมาพาข้าไปเป็นผู้ช่วยงั้นหรือ?”

                “เจ้าไม่ต้องห่วงตลอดเวลาเจ็ดวันที่ข้าเข้าวังไม่เคยได้เจอท่านอ๋องสักครั้ง เรือนพักของพวกเราก็อยู่ห่างจากตำหนักท่านอ๋องพอสมควร”

                ซินเอ๋อร์รีบขยับเข้ามาใกล้“แล้วองครักษ์ซ่งกับองครักษ์หร่วนเล่า?”

                “พวกเขาข้าก็ไม่เคยเจอหน้าข้าต้องทำงานกับองครักษ์ที่ไม่ใช่กลุ่มคนที่ติดตามท่านอ๋องข้าว่าเจ้าเองก็ไม่เคยเห็นหน้าพวกเขามาก่อนแน่”

                เมื่อได้ยินไป๋ฉิงเหวินยืนยันเช่นนั้นเหลียงเจินซินก็รู้สึกตื่นเต้นหากไม่ต้องเจอคนที่เคยพบเห็นนางเมื่อครั้งเป็นสาวใช้ซินเอ๋อร์งานนี้ก็น่าสนใจนัก

                “เจ้าว่าข้าสมควรเข้าไปทำหรือไม่?”

                “องครักษ์ซ่งยืนยันกับข้าว่าหากข้ารับคนไปทำงานด้วยก็ถือว่าข้าเป็นว่าจ้างดังนั้นไม่ต้องส่งใบสมัครเพียงแต่ข้าต้องรับรองคนของข้าจะไม่ลักทรัพย์หรือสร้างความเสียหายในวังหลวง”

                “เช่นนั้น...เจ้าก็พาข้าไปด้วยได้น่ะสิ!”

                “ข้าถึงได้มาหาเจ้านี่ไง?แต่ขอข้าหลับสักงีบเถอะ ไม่ได้นอนหลับสบายมาหลายคืนแล้ว”

                “เจ้าจะพาข้าไปด้วยจริงเหรอ?”

                “อืม...”ไป๋ฉิงเหวินผงกศีรษะขึ้นเล็กน้อยแล้วก็ฟุบหน้าหลับลงไป

     

                เหลียงเจินซินมองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นเต้นนี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เข้าวังหลวง อาคารแต่ละหลังล้วนงดงามวิจิตรบรรจงเสาต้นใหญ่แกะสลักลวดลายงดงามนางไม่กล้าลงน้ำหนักที่เท้าแรงแทบจะเดินเขย่งปลายเท้าตามหลังญาติผู้พี่ที่เชิดหน้ามือไพล่หลังเดินตามองครักษ์วังหลวงด้วยความภาคภูมิใจมือปราบไป๋เพิ่งรู้สึกว่าตนเองเหนือกว่าญาติผู้น้องจริงๆเป็นครั้งแรกเพราะต่อไปนางจะกลายเป็นลูกน้องของเขาอย่างแท้จริงเขาจะไม่ถูกนางกดขี่เรื่องแบ่งเงินอีกแล้ว!

                แรงดึงเสื้อจากด้านหลังทำให้ไป๋ฉิงเหวินต้องชะงักฝีเท้า

                “มีอันใดอีก?”

                “เราเดินมาตั้งนานแล้วยังไม่ถึงเรือนพักอีกหรือ?ข้าเริ่มจะปวดขาแล้วนะ”     วังหลวงช่างกว้างใหญ่นางเดินผ่านหลายตำหนักแล้วก็ยังไม่ถึงที่พักที่ไป๋ฉิงเหวินบอกสมควรแล้วที่การเข้าออกวังหลวงเป็นเรื่องยุ่งยาก

                พุ่มไม้เล็กๆด้านหน้าสั่นไหวจากค่อยๆ แล้วก็แรงขึ้นจนเหลียงเจินซินตกใจ

                “นะ นั่นอะไร?”นางดึงให้ญาติผู้พี่หันไปมองที่พุ่มไม้

                “เอ๊ะ!มีตัวอะไรอยู่หลังพุ่มไม้?” ไป๋ฉิงเหวินร้องเอะอะขึ้น

                ร่างเล็กๆทั้งสองโผล่ออกมาดึงข้อเท้าของนางไว้จนเหลียงเจินซินเผลอร้องออกมา “อ๊าย!”นางเผลอยกเท้าขึ้นเตะออก

                “โอ๊ย!” เสียงเล็กๆร้องขึ้นหลังจากผลุบกลับเข้าไปในพุ่มไม้

                “ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”องครักษ์ชักดาบพร้อมกับสั่งการ

                “ก็ได้!พวกเราจะออกไป เจ้าเก็บดาบก่อน” เสียงร้องออกมาจากพุ่มไม้ ก่อนร่างเล็กๆที่ดูเหมือนกันมากทั้งสองจะโผล่ออกมาจากพุ่มไม้

                “องค์ชายเหตุใดจึงทำเช่นนี้พะยะค่ะ?” น้ำเสียงขององครักษ์อ่อนลงแสดงถึงความอ่อนอกอ่อนใจ“หากนักสืบซินเผลอเตะถูกพระองค์เขาพวกกระหม่อมก็คงหัวขาดแน่”

                “องค์ชาย!!!”ไป๋ฉิงเหวินกับเหลียงเจินซินแทบจะร้องออกมาพร้อมกัน

                “พวกเจ้ารีบคารวะองค์ชายทั้งสองเร็วเข้า”องครักษ์รีบหันมาบอกคนทั้งสอง ใบหน้าของเด็กชายเชิดขึ้นเล็กๆ อย่างเย่อหยิ่ง

                เมื่อเห็นคนทั้งสองแสดงคารวะพวกตนหมิงฮุ่ยชิงก็กอดอกแล้วปรายตาเล็กน้อยมองชายหนุ่มทั้งสอง “คนใดหรือที่เป็นนักสืบ?”

                เหลียงเจินซินชะงักเล็กน้อยก่อนก้มลงกราบทูล“กระหม่อม นักสืบเหลียงเจินซินหรือเรียกว่านักสืบซิน พะยะค่ะ”

                ไป๋ฉิงเหวินเกรงว่าตนเองจะเสียเปรียบก็รีบเอ่ย“กระหม่อม มือปราบ                   ไป๋ฉิงเหวิน พะยะค่ะ”

                “อืม....เสี่ยวชิงเจ้าดูสิ...พวกเราคนหนึ่งเป็นมือปราบ อีกคนเป็นนักสืบช่างน่าสนุกนัก”องค์ชายหมิงฮุ่ยถิงหันไปมองแฝดผู้น้องด้วยสายตาตื่นเต้น

                องครักษ์ที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้าองค์ชายฝาแฝดล้วนอมยิ้ม‘น่าสนุกงั้นหรือ?นี่คงคิดจะหาเรื่องซนอีกล่ะสิ! ข้าต้องรีบไปบอกองครักษ์เสี่ยนให้รู้ตัวไว้ก่อน’เสี่ยนปินกับตงช่านเป็นองครักษ์ที่ต้องดูแลองค์ชายทั้งสองที่ต้องรับศึกหนักแสนน่าปวดหัวไม่เว้นแต่ละวันโดยเฉพาะในยามที่คู่แฝดถิงชิงหายตัวไปป่านนี้คงจะตามหาตัวกันให้วุ่นไปทั้งตำหนักแล้ว

                “องค์ชาย เหตุใดวันนี้จึงไม่มีผู้ติดตามพะยะค่ะ?”

                “เจ้าน่าจะรู้นะว่าพวกข้าสองพี่น้องต้องเตรียมตัวเพื่อไปท่องยุทธภพดังนั้นพวกเราจึงต้องฝึกการผจญภัยเอาไว้ เริ่มต้นจากในวังหลวงนี่ล่ะ”สีหน้าขององค์ชายหมิงฮุ่ยถิงจริงจังนักใบหน้ากลมขาวใสเริ่มแดงระเรื่อเพราะทั้งวิ่งและปีนป่ายหลบหลีกข้าราชบริพารผ่านมาหลายตำหนัก

                “ท่องยุทธภพหรือพะยะค่ะ?”เหลียงเจินซินทำหน้าฉงน มองร่างเล็กๆทั้งสองที่ติดจะอ้วนป้อมที่สวมชุดสีแดงเลือดหมูปักลวดลายอินทรีสวยงามเชิดหน้ากลมอวบน่าหยิกขึ้นอย่างเชื่อมั่น

                “เจ้าเองก็คงอยากท่องยุทธภพเหมือนกันล่ะสิ?”

                “พะยะค่ะกระหม่อมทำงานเป็นนักสืบเก็บเงินมาหลายปีเพราะอยากไปท่องทั้งห้าแคว้น”เหลียงเจินซินไม่รู้เพราะเหตุใดตนเองจึงอยากจะประกาศปณิธานให้   องค์ชายน้อยทั้งสองได้ทรงทราบ

                “ที่แท้เจ้าก็คิดเหมือนพวกเรา”หมิงฮุ่ยชิงหันไปทางพี่ชาย “เสี่ยวถิง เช่นนั้นพวกเราก็ให้นักสืบซินร่วมติดตามพวกเราไปท่องยุทธภพด้วยอีกคนเถิด”

                “ดีเหมือนกัน....”แฝดผู้พี่พยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะหันมาทางเหลียงเจินซิน“ต่อไปพวกเราสองพี่น้องจะให้นักสืบซินเป็นผู้ติดตามในยามออกท่องยุทธภพ”

                เหลียงเจินซินกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกนี่ไม่ใช่ว่านางกลายเป็นลูกไล่ขององค์ชายฝาแฝดกระปุกไหทั้งสองนี่หรอกนะ.... ‘โอ๊ย! ปากนะปากไม่น่าพูดออกไปเลย คราวนี้คงจะถูกเจ้ากระปุกตั้งฉ่ายตามก่อกวนแน่’

              “พะยะค่ะ” นางจำใจก้มหน้ารับคำ


    ********************

    คล้ายกับเรื่องสายลับจับอ๋องใหญ่ (จบแล้วมีEbook) ที่คุณอ่าน