มังกรพลิกสวรรค์

    ตอนที่ 54 เดือนดับ!

            ตอนที่ 54 เดือนดับ!

            

            

            

            

            

            ดวงตาสีโลหิตของหลินเฟยสาดประกายขึ้นอย่างเช็นชาฉับพลันเรือนกายของหลินเฟยก็สาดประกายสีทองออกมาอย่างเรือนลางพลังกดดันของวงจรสมบูรณ์ขั้นปราณยุทธเงินก็ระเบิดออกไป

            

            “น่าเสียดายนัก หากโลหิตเทพเหล่านั้นบริสุทธิ์ได้สักครึ่งนึงของผู้อาวุโสตี้ ก็คงจะดีเรือนกายของข้าคงจะสามารถก้าวผ่านไปยังขั้นต่อไปได้”

            

            หลินเฟยกำหมัดจนแน่นทะยานร่างบินเข้าหากลุ่มหมอกที่คล้ายกับผืนผ้าใบนั้นจากนั้นก็ต่อยออกไปหนึ่งหมัด!

            

            เส้นทางเมฆา!

            

            หมัดของหลินเฟยพุ่งออกไปพร้อมกับภาพของกลุ่มเมฆสีดำทมิฬก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเสียงฟ้าร้องคำรามดังออกมาจากกลุ่มเมฆ สามารถมองเห็นเส้นแสงสายฟ้าแวบไปมาไม่น้อยกว่าที่อยู่ภายในกลุ่มหมอกสีดำแม้แต่น้อย

            

            ใบหน้าของสี่ภูตผีบิดเบี้ยวแต่ก็ยังคงเต็มไปด้วยความดุร้ายหากมองจากที่ห่างไกลจะเห็นกลุ่มเมฆสีดำสองกลุ่มปะทะกันจนเกิดเป็นเสียงดังกระหึ่มกึกก้อง!

            

            กลุ่มเมฆของหลินเฟยพลังทลายลงไปโลหิตพุ่งออกจากปากร่างปลิวกระเด็นออกไปเกือบร้อยจ้างถึงจะหยุดลงแต่ใบหน้าภูติผีทั้งสี่มีสองที่แตกกระจายออกไป

            

            หม่าสุ่ยหลงหรี่ดวงตาเล็กลงจดจ้องไปยังหลินเฟยมองเห็นใบหน้าของหลินเฟยซีดขาวลงไปพลังปราณในร่างดูจะยุ่งเหยิงอยู่ไม่น้อย แต่แววตายังเต็มไปด้วยความต้องการที่จะต่อสู้กลิ่นอายแห่งการเข่นฆ่าสังหารค่อยๆก่อตัวขึ้นเป็นจิตสังหาร จิตสังหารที่หลินเฟยกำลังสะสมเพิ่มเติมด้วยตนเอง!

            

            ใบหน้าของร่างมังกรหลินเฟยปรากฏขึ้นอย่างเลือนรางที่ด้านหลังแม้จะดูไม่ชัดเจนก็กระจายเป็นพลานุภาพสะกดข่มออกมาอย่างเผด็จการ กลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาดูเก่าแก่โบราณอย่างน่าเหลือเชื่อหากมันปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนก็เพียงพอที่จะทำให้ปฐพีต้องสั่นสะท้าน

            

            หม่าสุ่ยหลงที่กำลังห้อทะยานเข้ามาหยุดชะงักไปเล็กน้อยความรู้สึกไม่สบายใจยังคงมีอยู่แต่สำหรับมันแล้วหลินเฟยไม่นับเป็นตัวอะไร

            แม้ตอนนี้มันจะสามารถมองเห็นได้ว่าเรือนกายของหลินเฟยกระจายกลิ่นอายของความสมบูรณ์ขั้นปราณยุทธเงินออกมาแต่นั่นก็ยังห่างกับมันอยู่หนึ่งช่วงขั้น!

            

            “แสร้งทำเป็นภูติผี? นี่คือเล่ห์กลของเจ้า ดี! ทีนี้มาดูกันว่าข้าจะทำให้เจ้ากลายเป็นภูตผีที่แท้จริงได้หรือไม่!”

            

            มันสะบัดมือใบหน้าภูติผีอีกสองก็กรีดร้องพาเอากลุ่มหมอกสีดำโจมตีเข้าใส่หลินเฟยอย่างดุร้ายครั้งนี้กลุ่มหมอกนั้นแพร่กระจายออกอย่างรวดเร็วปกคลุมไปทั่วร่างของหลินเฟยจนดูเหมือนหลินเฟยกำลังจมเข้าไปในกลุ่มหมอกสีดำ

            

            กลุ่มหมอกสีดำปกคลุมไปทั่วร่างของหลินเฟยจนมองไม่เห็นเขาอีกต่อไปใบหน้าภูติผีอีกสองใบหน้าหลอมรวมเข้ากับกลุ่มหมอกจนกระจายเป็นกลิ่นอายของความตายออกมา ใบหน้าทั้งสองผลุบๆโผล่ๆตรงโน้นทีตรงนี้ทีพร้อมกับเสียงกรีดร้องบาดหูดูน่าสยดสยองต้นไม้ใบหญ้าแม้แต่ผืนดินด้านล่างกลายเป็นสีดำสนิทเหี่ยวเฉาลงไปโดยสิ้นเชิง

            

            ภายในกลุ่มหมอกร่างกายของหลินเฟยเหี่ยวแห้งลงไปอย่างรวดเร็วแต่ดวงตากลับสาดประกายเจิดจ้าใบหน้าอันเลือนลางของมังกรที่อยู่ด้านหลังแผดร้องคำรามออกมาจนทำให้นภากาศถึงกับสั่นไหว

            

            กระชากสวรรค์!

            

            พื้นดินที่เคยเป็นสีดำตอนนี้เริ่มเดือดระอุขึ้นอย่างรวดเร็วแผร่กระจายออกไปถึงห้าสิบจ้างความร้อนแรงที่ราวกับจะแผดเผาให้พื้นปฐพีกลายเป็นธารลาวา พร้อมกับเสียดังกระหึ่มของภูเขาขนาดพันจ้างก่อตัวขึ้นจากท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวพุ่งดิ่งลงมาอย่างรวดเร็วซากปรักหักพังบนยอดเขายังคงกระจายกลิ่นอายของกาลเวลาออกมาอย่างไม่รู้จบ

            

            “บัดซบ! วิชาชั้นเซียน! มันต้องเป็นวิชาชั้นเซียนแน่ๆ”

            

            พลังกดดันที่ปลดปล่อยออกมาจากภูเขากดทับลงไปยังหม่าสุ่ยหลงอย่างรุนแรงมันไม่เคยเชื่อว่าภาพที่มันเห็นอยู่ในแผ่นหยกนั้นจะเกิดจากพลังของหลินเฟย แต่ในตอนนี้มันก็ได้รับรู้แล้วว่าหลินเฟยสามารถปลดปล่อยพลังระดับนี้ออกมาได้จริงๆ

            

            กลุ่มหมอกสีดำสลายหายไปแม้แต่ใบหน้าภูตผีทั้งสองก็คล้ายกับโดนหลอมละลายเมื่อพวกมันจางหายไปกิ่งไผ่ก็ปรากฏในสภาพที่หักครึ่งแสงที่เคยสาดประกายสลัวลงจนแทบจะมองไม่เห็น

            

            เงาแห่งความตายคืบคลานลงมาจากฟากฟ้าต่อให้เป็นมันด้วยพื้นฐานฝึกตนวงจรสมบูรณ์ของขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดทองก็ยังไม่เพียงพอที่จะต่อต้านวิชาเวทศักดิ์สิทธิ์ที่สะกดข่มไปทั่วฟากฟ้าเช่นนี้ได้ ในชั่วเวลาแห่งความเป็นความตายนั้นเอง

            

            หม่าสุ่ยหลงกัดปลายลิ้นอย่างรุนแรงพ่นโลหิตออกมาคำใหญ่ตกลงไปบนดรรชนีที่ชี้ตรงออกไปใบหน้าดุร้ายของมันเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมต่อให้ต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างแสนสาหัสมันก็ต้องสังหารหลินเฟยลงไปให้จงได้!

            

            “ถึงเจ้าจะมีเวทศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังแต่ก็ไม่อาจจะสังหารข้าได้!”

            

            ดรรชนีนี้ของหม่าสุ่ยหลงตลบอบอวลไปด้วยคลื่นพลังสีดำเมื่อปลดปล่อยออกไปก็ทำให้ท้องฟ้ามืดสลัวลงพร้อมกับคลื่นพลังที่ระเบิดออกเส้นแสงสีดำพุ่งออกไปกลายเป็นริ้วแสงสีดำยาวเข้าปะทะกับภูเขาขนาดพันจ้าง!

            

            น่าตกใจยิ่งที่คลื่นพลังสีดำนี้ประกอบไปด้วยกลิ่นอายของขั้นกำเนิดปราณแท้!

            

            ภูเขาของหลินเฟยแตกสลายลงไปทันทีเกิดเป็นเสียงที่ดังกึกก้องราวฟ้าคำรามพร้อมกับคลื่นพลังม้วนกวาดออกไปชั้นแล้วชั้นเล่า

            หลินเฟยกระอักโลหิตออกมาโซเซถอยหลังไปหลายก้าวเส้นผมกระเซอะกระเซิง คลื่นพลังนั้นเต็มไปด้วยพลังของขั้นกำเนิดปราณแท้

            แม้จะเห็นได้ชัดว่ามันเป็นเพียงเส้นใยศักดิ์สิทธิ์ที่ปรมาจารย์มอบไว้ให้ลูกหลานไว้ป้องกันตัวคล้ายกับของวิเศษช่วยชีวิต

            

            แต่ดูเหมือนทางฝั่งของหม่าสุ่ยหลงจะไม่ได้ดูดีไปกว่ากันมากนักใบหน้าดุร้ายของมันไร้สีเลือดหอบหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นแต่มันก็ยังคงพุ่งตรงเข้าหาหลินเฟยพร้อมกับทำท่าคว้าจับดาบไม้ไผ่ก็ปรากฏขึ้นฟาดฟันเข้าใส่หลินเฟย

            

            หลินเฟยแค่นเสียงเย็นชาสะบัดมือดาบปราบพยัคฆ์ก็ปรากฏพร้อมกับกระบี่สีแดงเพลิงที่ลอยอยู่ด้านหลังมันคือกระบี่วิหคเพลิงของหม่าอี้จื่อนั่นเอง

            หลินเฟยจะพลาดที่จะเก็บของวิเศษช่วยบินเช่นนั้นไปได้อย่างไรเพียงแต่ก่อนนี้เขายังไม่สามารถลบล้างจิตวิญญาณของหม่าอี้จื่อบนตัวกระบี่ไปได้ในที่สุดระหว่างเดินทางหลินเฟยก็ทำให้เขาเป็นเจ้านายของกระบี่เล่มนี้จนได้

            

            มือซ้ายของหลินเฟยทำมุทราชี้ไปกระบี่วิหคเพลิงคำรามหึ่มโจมตีไปยงหม่าสุ่ยหลงในทันทีพร้อมกับเปลวไฟที่ก่อร่างเป็นวิหคเพลิง

            

            “เจ้าคนสารเลว! คืนสมบัติของลูกข้ามา!”

            

            หม่าสุ่ยหลงเดือดดาลถึงขีดสุดเส้นเลือดปูดโปนขึ้นทั่วใบหน้าแม้แต่บุตรของมันยังไม่สามารถปลุกจิตวิญญาณของกระบี่วิหคเพลิงนี้ขึ้นมาได้

            แต่หลินเฟยกลับสามารถทั้งยังเป็นผู้สังหารบุตรของมันแถมยังเอาของวิเศษคู่กายของบุตรชายมันไปอีกด้วยแล้วจะไม่ให้มันเดือดดาลได้อย่างไร

            

            “มีปัญญาก็มาเอาไป!”

            

            หลินเฟยตวาดกร้าวพุ่งออกไปต่อสู้กับหม่าสุ่ยหลงอย่างองอาจด้วยค่าตอบแทนที่หม่าสุ่ยหลงต้องจ่ายเพื่อใช้เส้นใยศักดิ์สิทธิ์ของปรมาจารย์ในการต่อต้านเวทศักดิ์สิทธิ์ของหลินเฟยทำให้มันอ่อนแอลงไม่น้อยทำให้หลินเฟยสามารถจะต่อสู้กลับไปได้อย่างสูสี

            

            หลินเฟยและหม่าสุ่ยหลงฟาดฟันดาบใส่กันไปมากว่าร้อยครั้งในชั่วเวลาสิบกว่าลมหายใจดาบปราบพยัคฆ์สะบัดออกไปทุกครั้งจะทำให้กระบี่ไม่ไผ่สั่นสะท้าน

            นอกจากนั้นแล้วหม่าสุ่ยหลงยังต้องคอยพะวงกับกระบี่วิหคเพลิงที่มีจิตวิญญาณสถิตอยู่มันบินฉวัดเฉวียนไปมาหาโอกาสโจมตีด้วยตัวของมันเองโดยไม่ต้องให้หลินเฟยคอยควบคุมแม้แต่น้อย

            

            “ตาย!”

            

            หม่าสุ่ยหลงร้องคำรามโยนกระบี่ไม้ไผ่ออกไปขัดขวางกระบี่วิหคเพลิงก่อนจะทำท่าคว้าจับส่งแผ่นยันต์ออกไปมากกว่าร้อยแผ่น

            

            ยันต์สีดำเต็มไปด้วยพลังของการระเบิดพวกมันพาเปล่งแสงวาบจากนั้นก็ระเบิดออกด้วยพลังทำลายล้างที่ทำให้พื้นดินต้องสั่นสะเทือน หากจะให้เปรียบเทียบก็คงจะเทียบเท่าได้กับพลังของการระเบิดตนเองของผู้ฝึกตนขั้นหลอมรวมปราณกำเนิดไม่ต่ำกว่าสิบคน!

            

            ดวงตาของหลินเฟยเบิกกว้างด้วยความตกใจรีบถอยกรูดออกไปในทันทีเขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อพลังคุกคามของยันต์ระเบิดนี้ได้และรัศมีของการระเบิดยังไม่ใช่น้อยๆ หากโดนเข้าไปคงต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน

            

            

            ในช่วงเวลาคับขันดวงตาซ้ายของหลินเฟยปรากฏเส้นแสงสีทองขึ้นมามันคือเสี้ยวหนึ่งของดาวห้าแฉกทันทีที่มันปรากฏขึ้นก็เหมือนกับว่าเวลาจะไหลช้าลง สรรพสิ่งคล้ายกับเงียบสงัดลงไปหลินเฟยรวบรวมพลังฝึกตนให้พุ่งขึ้นไปจากนั้นจึงร่ายใช้เวทระดับต่ำเวทแรกของ เนตราดาราสยบฟ้าออกมา

            

            เดือนดับ!

            

            ท้องฟ้าด้านบนค่อยๆถูกย้อมกลายเป็นสีดำดวงดาวมากมายเริ่มแข่งกันสาดประกายแสงออกมาพร้อมกับแรงกดดันที่เต็มไปด้วยพลานุภาพสยบของสวรรค์และปฐพี

            

            ดวงดาวมากมายพุ่งตกลงมาหลอมรวมเข้ากับร่างของหลินเฟยจนสาดประกายเจิดจ้าเพียงชั่วสายฟ้าแลบคล้ายกับว่าหลินเฟยกำลังจะกลายเป็นดวงดาวก่อนที่อานุภาพของยันต์ระเบิดจะมาถึงหลินเฟยก็กลายเป็นดวงดาวขนาดร้อยจ้าง!

            

            ดวงดาวระเบิดออกกลายเป็นพลังทำลายล้างที่ม้วนกวาดออกไปหลายร้อยจ้างเสียงระเบิดดังออกไปคล้ายกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลายทุกอย่างภายในระยะทำการคล้ายกับวันโลกาวินาศพลังระเบิดของยันต์ทั้งร้อยใบกระจายหายไปอย่างหมดจดไม่ต้องพูดถึงหม่าสุ่ยหลง

            

            มันอึ้งตะลึงตาค้างพลังที่หลินเฟยแสดงออกมานี้เทียบได้กับขั้นกำเนิดปราณแท้ขั้นต้นอย่างแน่นอนซึ่งมันเคยเห็นเพียงปรมาจารย์ชราของมันที่อยู่ในขั้นกำเนิดปราณแท้ขั้นต้นเช่นกันถึงจะปลดปล่อยพลังระดับนี้ออกมาได้!

            

            “เป็นไปไม่ได้”

            

            คล้ายกับโลกพลิกย้อนกลับมันสุดแสนจะเสียใจที่มาตามล่าหลินเฟยเพียงลำพังมันไม่มีทางคาดคิดได้ว่ามันได้ตายไปด้วยพลังของหนึ่งในเนตรบรรพกาล

            

            เนตรดาราสยบฟ้า!

    คล้ายกับเรื่องมังกรพลิกสวรรค์ ที่คุณอ่าน