สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 112 นางร้ายกว่าเจ้า

            ติงเซิ้นซายืนอยู่หน้ากระจกเขามองรอยแผลเป็นยาว ๆ บนหน้าตัวเองแล้วขมวดคิ้วอย่างดุร้าย

     

            “รักษาแผลภายในร่างกายข้าได้แต่กลับรักษารอยแผลนอกกายไม่ได้?”

     

            เขาตบโต๊ะอย่างแรง“รอยแผลเป็นนี้ไม่ใช่ตั้งใจแกล้งข้าหรอกหรือ? บิดาข้าเสียเงินตั้งมากมายเพื่อเชิญมารักษาข้าแล้วรอยแผลเป็นบนหน้านี้จะรักษาไม่ได้เลยหรือ?”

     

            ติงซื่อบ่าวประจำตัวติงเซิ้นซาพูดขึ้น“คุณชายรอง นักพรตเคยบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือ ผ่านไปสักช่วงหนึ่งรอยแผลเป็นบนหน้าก็จะหายเองเพียงแค่ท่านต้องทายาเป็นประจำ ไม่เกินหนึ่งเดือนรอยแผลนี้ก็จะจางลง”

     

            “จางลง?”

     

            ติงเซิ้นซาหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว“เพียงแค่จางลง แต่ไม่ใช่หายไป?”

     

            ติงซื่อรีบตอบกลับ “นายท่านบอกแล้วไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ให้หน้าท่านมีรอยแผลแน่นอน เพียงแค่มีคนรู้วิธีรักษานายท่านก็จะไปหาคนคนนั้นอย่างไม่ลังเล คุณชาย ท่านก็น่าจะรู้ดี ในบรรดาบุตรชายทั้งสามคนนายท่านรักท่านมากที่สุดแล้ว”

     

            เหอะ! ติงเซิ้นซาเปล่งเสียงออกมา“รักข้ามากกว่า? แล้วติงหว่านเชียวเล่า?!”

     

            ติงซื่อไม่กล้าตอบกลับ เขารู้ดีว่าคุณชายรองติงเซิ้นซาอิจฉาคุณชายสามติงหว่านเชียวอย่างมากนั่นก็เป็นเพราะคุณชายสามมีพลังวรยุทธ์แข็งแกร่งกว่า หรืออาจเป็นเพราะเหตุนี้ทำให้คุณชายสามมักจะไม่อยู่บ้าน แต่กลับย้ายไปอยู่ที่สำนักไท่ซ่างเต้าแทนในเมืองหลวงนี้ทุกคนต่างรู้ดี ในสำนักไท่ซ่างเต้าเฟิงเสี่ยวหยางแข็งแกร่งที่สุดรองลงมาก็คือติงหว่านเชียว

     

            คุณชายสามเด็กกว่าคุณชายรองอยู่สองปีแต่ไม่ว่าคุณชายรองจะพยายามไล่ตามน้องชายตัวเองเท่าไหร่เขาก็ไม่สามารถตามทันอยู่ดี

     

           เดิมทีตอนนั้นคุณชายสามก็จะเข้าสำนักต้าติงเหมือนกัน แต่เพราะคุณชายรองกลัวว่าน้องชายจะกดทับตนจึงร้องไห้โวยวายหลังจากนั้นคุณชายสามก็เก็บข้าวของ แล้วพาบ่าวประจำตัวไปสนามประลองของสำนักไท่ซ่างเต้าเล่ากันว่า ตอนที่เขาแสดงความสามารถในสนามประลอง คุณชายสามติงหว่านเชียวถูกยกย่องให้เป็นผู้มีพรสวรรค์คนที่สองในรอบร้อยปี...แน่นอนว่าอันดับหนึ่งต้องเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างเฟิงเสี่ยวหยางนั่นเอง

     

            คุณชายสามทำแบบนี้นับเป็นการหลีกทางให้คุณชายรองแต่ความอิจฉาของคุณชายรองก็ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้

     

            “เอาโอสถระเบิดวิญญาณมาให้ข้า” ติงเซิ้นซายื่นมือออกไป

     

            ติงซื่อสะดุ้งทันที “คุณชายทำอย่างนั้นไม่ได้นะ นักพรตท่านนั้นก็บอกแล้วอย่างไรเล่า โอสถระเบิดวิญญาณนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อร่างกายท่านคืนสู่สภาพเดิมแล้วแม้โอสถนี้จะเพิ่มพลังวัตรของท่านได้ แต่ของแบบนี้ หากใช้ไม่ถูกวิธีอาจทำร้ายตัวเองได้เช่นกันนายท่านกำชับไว้ตั้งหลายหนให้ข้าห้ามไม่ให้คุณชายใจร้อน”

     

            ติงเซิ้นซาขมวดคิ้ว “บิดาข้าก็แค่เสียดายเงินเท่านั้นแหละอีกอย่าง เรื่องของข้าเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาห้าม?”

     

            ติงซื่อไม่กล้าพูดต่อ เขาติดตามติงเซิ้นซามาโดยตลอดไม่มีใครจะรู้จักนิสัยของติงเซิ้นซาได้ดีเท่าเขาอีกแล้ว หากเขาขัดคำสั่งของติงเซิ้นซาเกรงว่าตัวเองก็คงมีจุดจบไม่ดีนัก

     

            ติงซื่อจึงจำใจนำโอสถระเบิดวิญญาณที่นักพรตมอบให้ออกมาโอสถนี้อยู่ในระดับสีทองเลยทีเดียว ถือว่าติงวู่เสียแรงไปไม่น้อย เพื่อบุตรชายเขาสามารถหาโอสถระดับสีทองมาได้หากนำไปที่โรงประมูล โอสถนี้ต้องมีราคาสูงอย่างคาดไม่ถึงแน่นอนถึงแม้ติงหว่านเชียวจะมีความสัมพันธ์กับสำนักไท่ซ่างเต้า สำนักไท่ซ่างเต้าจึงมีความสัมพันธ์ดีๆ กับตระกูลติง แต่ทว่าอย่างไรก็คงต้องเก็บค่าโอสถนี้ไม่น้อยเหมือนกัน

     

            ติงเซิ้นซานำโอสถระเบิดวิญญาณเม็ดกลม ๆออกมาจากกล่อง เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดพึมพำกับตัวเอง “ข้าทนรอต่อไปไม่ไหวแล้วไอ้สารเลวนั่นทำให้ข้าอับอาย ข้าต้องให้มันรู้จักคำว่าสำนึกเสียใจซะบ้าง”

     

            เขานำโอสถระเบิดวิญญาณใส่เข้าไปในปากจากนั้นก็นอนลงบนเตียงเพื่อพักผ่อน

     

            ติงซื่อไม่กล้ารบกวนเขาจึงรีบวิ่งไปหาติงวู่

     

           ขณะนี้ติงวู่เพิ่งจะหนีคำถามมากมายของติงฮูหยินมาได้เขาอยู่ในห้องตำราด้วยใจที่ว้าวุ่น ติงซื่อวิ่งมารายงานว่าติงเซิ้นซากินโอสถระเบิดวิญญาณเข้าไปแล้วทำให้ติงวู่ตกใจทันที “เจ้านี่มันไร้ค่าจริง ๆ ทำไมไม่ห้ามคุณชายรองเอาไว้!”

     

            ติงซื่อคุกเข่าลง “นายท่าน ข้าจะห้ามได้อย่างไร...หากข้าบังอาจห้ามละก็คุณชายต้องตีข้าตายแน่ ๆ ข้าไม่ได้กลัวตายแต่หากข้าตายแบบนี้ก็ไม่มีประโยชน์อะไร...”

     

            แน่นอนว่าติงวู่รู้จักนิสัยบุตรชายตัวเองเป็นอย่างดีเขาจึงโบกมือ “เจ้ารีบไปเชิญนักพรตจากสำนักไท่ซ่างเต้ามาที่จวนเดี๋ยวนี้”

     

            ติงซื่อไม่กล้ารีรอเขารีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

     

           ติงวู่เดินวนไปวนมาในห้องด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ราวกับกินขี้สุนัขมาก็ไม่ปาน“ข้าก็รู้นิสัยเขาตั้งแต่แรกแล้ว ตอนนั้นไม่ควรเอาโอสถระเบิดวิญญาณให้เขาเก็บไว้เองเลยนั่นเป็นถึงโอสถระดับสีทองที่สำนักไท่ซ่างเต้ามอบเป็นรางวัลให้ติงหว่านเชียวเชียวนะเมื่อติงหว่านเชียวรู้ว่าพี่ชายตัวเองได้รับบาดเจ็บจึงตั้งใจมอบมันให้เขาแต่ก็กลัวความหยิ่งทะนงของพี่ชาย จึงขอร้องให้นักพรตเป็นคนเอามามอบให้แล้วบอกว่าข้าเป็นคนซื้อมา...”

     

            เขาถอนหายใจ “ไม่ช้าก็เร็วทั้งหมดนี้ต้องพังในมือเขาแน่ ๆ”

     

            เมื่อพูดกับตัวเองจบเขาก็เดินออกจากห้องตำราไปหาติงเซิ้นซาเขายืนลังเลอยู่ที่หน้าห้องครู่หนึ่งแต่ก็ไม่กล้าเข้าไปรบกวนเขารู้ว่าหลังจากกินโอสถระเบิดวิญญาณแล้วจะเป็นอย่างไร หากเข้าไปรบกวนติงเซิ้นซาในตอนนี้ไม่แน่อาจเกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดได้

     

            ในเวลาเดียวกัน อันเจิงและคนอื่น ๆ ก็กลับถึงสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์แล้ว

     

            เมื่อเข้าไปในสำนักก็เห็นหลางจิ้งยืนอยู่ใต้ต้นไม้อย่างเดียวดายราวกับไม่รู้จะทำตัวอย่างไร

     

            อันเจิงเดินเข้าไปถาม “เป็นอะไรไปคนที่นี่ไม่ดีกับเจ้าหรือ?”

     

            หลางจิ้งที่สวมชุดใหม่ทั้งตัวส่ายหน้า“ไม่มี ๆ คนที่นี่ดีกับข้ามาก ไม่มีใครไม่เคารพข้าเลย แต่ว่า...ก็เป็นเพราะแบบนี้ข้ากลัวว่าตัวเองจะทำลายความมั่นใจที่พวกเจ้ามีต่อข้า”

     

            อันเจิงยิ้มพลางพูด“นั่นคงเป็นเพราะเจ้าอยู่ตัวคนเดียวนานเกินไปจึงไม่ชินกับการใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่น ระหว่างลูกผู้ชายไม่มีอะไรที่จะจบไม่ได้ด้วยเหล้าหากมี งั้นก็ต้องดื่มกันสองยก”

     

            ในคืนนั้น เมื่อเหล้าตกถือท้องหลางจิ้งและเหล่าชายกำยำในสำนักก็กอดไหล่คุยเล่นกัน

     

            หลังดื่มเหล้าไปสามไห หลางจิ้งนั่งยอง ๆบนแท่นกลางสนามซ้อม เขาเงยหน้ามองดวงจันทร์จากนั้นก็หอนเสียงดัง...

     

            ตู้โซ่วโซ่วที่ดื่มจนเริ่มเมาหันไปมองหน้าอันเจิงแล้วถาม“นี่จะทำอย่างไรดี?”

     

            อันเจิงโบกมือ “ลากลงมาดื่มอีกไห!”

     

            หลางจิ้งหลับไปสิบสี่ชั่วโมงเต็ม ๆหลังจากตื่นมาเขายังคงปวดหัวอยู่ เมื่อเดินออกมาเขาก็เห็นชายร่างกำยำโชกเหงื่อหลายคนยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตรเขารู้สึกถึงความอบอุ่นราวกับอยู่ในบ้านทันที และขณะที่เขายังไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกชายกำยำหลายคนเข้ามาลากออกไป เขากำลังฝึกตัวเองให้เป็นเช่นชายกำยำเหล่านั้นนั่นก็คือถอดเสื้อแล้วเล่นมวยปล้ำกับคนอื่น ๆ จากนั้นก็ล้มหน้าเปื้อนดิน

     

            อันเจิง ตู้โซ่วโซ่ว ชวีหลิวซี และกู่เชียนเยว่พวกเขาทั้งสี่คนนั่งล้อมเป็นวงกลมอยู่ในห้อง

     

            ชวีหลิวซีมองอันเจิงแวบหนึ่ง “ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?ติงเซิ้นซาอยากต่อต้านเจ้าถึงได้เข้าสำนักวรยุทธ์ชางคนในบ้านเขาคงต้องใช้ความสามารถไม่น้อยถึงจะออกจากสำนักต้าติงได้ ทุกคนรู้ดีหากจบจากสำนักต้าติงจะมีอนาคตที่สดใส แต่เขากลับยอมทิ้งอนาคตแบบนี้เพื่อมาหาเจ้าโดยเฉพาะคาดว่าถ้าไม่ตายก็คงไม่ลดละต่อกันแน่”

     

            ตู้โซ่วโซ่วโบกมือ “ถึงอย่างไรก็ไม่มีวิธีอื่นแล้วเขาอยากทำอะไรก็ช่าง เราแค่เตรียมรับมือเท่านั้น”

     

            อันเจิงพูดขึ้น “สำหรับติงเซิ้นซาไม่มีอะไรต้องคิดมากต่อให้เขาจะมีพลังวัตรเพิ่มมากขึ้นก็ไม่น่ากลัว แต่ในทางกลับกันเหยียนชวี่ต่างหากที่ต่อกรด้วยยากกว่า”

     

            ตู้โซ่วโซ่วถอนหายใจ“รู้อย่างนี้ไม่เข้าสำนักวรยุทธ์ชางตั้งแต่แรกดีกว่า สถานที่เน่า ๆ แบบนั้น”

     

            กู่เชียนเยว่กลอกตามองตู้โซ่วโซ่ว“หมูอ้วน เจ้าคิดว่าที่อื่นจะดีกว่าสำนักวรยุทธ์ชางงั้นรึ?ที่นั่นอย่างน้อยก็ถือว่ายังมีหน่วยทหารที่ใสสะอาดคอยควบคุมอยู่สำนักวรยุทธ์ชางก็ยังต้องยุติธรรมอยู่ดี จากประสบการณ์ที่ชนเผ่าข้ามีต่อมนุษย์ ที่อื่นคงสกปรกกว่านี้หลายเท่า”

     

            ตู้โซ่วโซ่วขัดขึ้น“เชียนเยว่นี่เจ้าพูดผิดแล้วนะ อย่าพูดเหมารวมแบบนั้นสิ”

     

            กู่เชียนเยว่ส่ายหน้า “ข้าไม่ได้พูดผิดหากเจ้าคิดว่าข้าพูดผิด อย่างนั้นเราก็มาถกเรื่องนี้กันหากเจ้าไม่ชนะข้าก็มาตีกับข้าเลย”

     

            “เจ้าอยากอัดข้าก็บอกมาเถอะอย่าเสียเวลามาคิดแผนเลย! ข้าไม่ตีกับเจ้าหรอก”

     

            กู่เชียนเยว่เอามือเท้าคาง “น่าเบื่อ...”

     

            อันเจิงหัวเราะ “ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้พวกเราก็วางรากฐานในเมืองหลวงแล้วความจริงแล้ว การใกล้ชิดกับสำนักวรยุทธ์ชางและหน่วยทหารก็เพื่อช่วยมารดาของเสี่ยวชีเต้าตอนนี้นางยังอยู่ในคุก ถึงแม้เสี่ยวชีเต้าจะรู้กาลเทศะไม่เอ่ยปากพูดแต่พวกเราต่างก็รู้ว่าใจเขาร้อนรนแค่ไหน เรื่องนี้ถึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราเรื่องอื่นก็อย่าได้ใส่ใจเลย”

     

            เมื่อพูดถึงตรงนี้ ผู้เฒ่าฮั่วก็พาคนของโรงจวี้ฉ่างเข้ามา

     

            “ท่านอัน ฮูหยินของเราบอกว่า หวังอยากพบหน้าท่านตอนนี้”

     

            ชายผู้นั้นดูกังวลเป็นอย่างมากเขาขมวดคิ้วแน่น ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังกลัวคืออะไรกันแน่

     

            อันเจิงรู้ว่าต้องมีเรื่องสำคัญและเร่งด่วนฉะนั้นเขาจึงรีบลุกขึ้นทันที “ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”

     

            อันเจิงออกมาจากสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์และเดินทางไปโรงจวี้ฉ่างอย่างรวดเร็วเมื่อมาถึงจึงพบว่าที่นี่คึกคักไม่น้อย ด้านนอกมีรถม้าเรียงเป็นขบวนยาวไม่รู้ว่ามีผู้ยิ่งใหญ่จากไหนมามากมาย

     

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” อันเจิงถาม

     

            “วันนี้มีการประมูลประจำเดือน ผู้คนมากมายต่างก็มาเพื่อต้องการของวิเศษทั้งนั้นฮูหยินก็เลยถือโอกาสนี้เชิญท่านมา เพราะสามารถอ้างกับคนด้านนอกได้ว่าท่านมาเพื่อช่วยประเมินของวิเศษ”

     

            อันเจิงพยักหน้า เขาถูกพาเข้าไปในห้องหนึ่งที่ชั้นสามของโรงจวี้ฉ่างในห้องนั้น จวงเฟยเฟยกับผู้จัดการโรงจวี้ฉ่างรวมไปถึงจางอี้ฟูก็อยู่ด้วย

     

            “เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” เมื่ออันเจิงเดินเข้าไปจึงถามขึ้น

     

            จวงเฟยเฟยส่งสายตาให้คนที่พาอันเจิงมาออกไปเฝ้าหน้าประตูจากนั้นก็รินชาให้อันเจิง “มีเรื่องเร่งด่วนเล็กน้อยจึงจำเป็นต้องเชิญเจ้ามา...ครั้งก่อนที่เจ้าลงมือกำจัดซูเฟยหยิงหลังออกจากโรงจวี้ฉ่างตอนแรกข้าจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเรียบร้อย แต่ทว่าเกิดเรื่องผิดพลาดบางอย่างคนที่ถูกส่งไปหนึ่งในนั้นมีความสัมพันธ์กับหญิงสาวในหงเยว่โหลวด้วยความคิดถึงที่มีต่อนาง เขาจึงแอบหนีกลับมา”

     

            “คนเรามักตามหาความรักหรือตระกูลซูจับได้แล้ว?” อันเจิงถามขึ้น

     

            “ข้าหยุดคนไว้ได้ แต่ข่าวร้ายก็คือเขานำเรื่องนี้ไปบอกหญิงสาวคนนั้นด้วยนางชื่อเสี่ยวเตี๋ย เป็นหญิงที่ไม่สะดุดตาที่สุดในหงเยว่โหลวท่าทางการเดินก็ไม่ได้งดงาม ไม่ได้ดูมีชีวิตชีวามากนัก ทั้งยังเป็นคนที่มีตำแหน่งต่ำต้อยเดิมทีการจัดการเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก...แต่ข้าดันไปสืบมาได้ว่าเสี่ยวเตี๋ยเป็นสายสืบของตระกูลซู”

     

            สีหน้าอันเจิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “สายสืบตระกูลซู?”

     

            จวงเฟยเฟยพยักหน้า “หอนางโลมทุกที่ในเมืองหลวงต่างก็อยู่ในมือของตระกูลซูรวมไปถึงโรงพนันก็เป็นของตระกูลซูด้วย สองที่นี้เป็นที่ที่ล้วงความลับจากคนได้มากที่สุดโดยเฉพาะหอนางโลม ใต้ความอ่อนโยนที่หอมหวานของสาวงาม พวกนางต่างก็ล้วงข้อมูลลับสุดยอดมาได้ทั้งนั้น”

     

            อันเจิงถามขึ้น“ยังสามารถหยุดเรื่องนี้ได้หรือไม่?”

     

            “น่าจะยังทันคนของเราเพิ่งกลับมาก็ถูกจับไว้ได้แล้ว เรื่องนี้เขาเพิ่งบอกเสี่ยวเตี๋ยเมื่อวานนี้เองเสี่ยวเตี๋ยก็เป็นเพียงสายสืบชั้นล่าง นางหวังใช้ความลับนี้แลกกับเงินจึงยังเก็บไว้อยู่ตอนนี้นางกำลังเปรียบเทียบเงินที่คาดว่าจะได้รับจากสองฝ่ายคนของตระกูลซูก็กำลังหาตัวนาง และนางก็รู้จุดจบของตัวเองดี หากไม่ได้เงินก็อาจจะตายหรือต่อให้จะได้เงินก็อาจตายอยู่ดี อย่างไรนี่ก็คือการเสี่ยงชีวิต”

     

            อันเจิงถามต่อ “เรื่องนี้ต้องการให้ข้าทำอะไร?”

     

            “โรงจวี้ฉ่างรับผิดชอบหาตัวเสี่ยวเตี๋ย ส่วนเจ้ารับผิดชอบลงมือถึงแม้เจ้าจะมีชื่อเสียงแต่ไม่มีใครรู้พลังของเจ้าอย่างแท้จริงส่วนพลังในด้านมืดของพวกเราเคยเผชิญหน้ากับพวกของตระกูลซูแล้ว ดังนั้น หากเราออกตัวลงมือเองโรงจวี้ฉ่างก็จะถูกเปิดโปง...ขอโทษนะเรื่องนี้เกิดขึ้นเพราะข้า แต่พวกข้าก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้จนจบ”

     

            อันเจิงส่ายหน้า “บอกข้ามาก็พอว่าคนอยู่ที่ไหน”

     

            จวงเฟยเฟยจับแขนของอันเจิง“ฟังคำเตือนจากข้า เมื่อหาคนเจอ อย่าใจอ่อนเพราะนางเป็นผู้หญิงเด็ดขาดเจ้าก็น่าจะรู้ดี คนที่ตายในมือผู้หญิงแบบนี้มีมากเท่าไหร่แล้ว...จิตใจนางโหดร้ายกว่าเจ้ามาก”

    คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    ราชันธาตุผ่ามิติเซียน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    364K 318
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรข้ามฟ้า

    อสูรข้ามฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.46M 2294
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    ประชันยุทธ์สะท้านฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.58M 3137
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810