จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 104 แผนการร้าย Re

    ตอนที่ 104  แผนการร้าย  Re

            ไป่ฉีตอนนี้อยู่ที่สำนักงานใหญ่ของบริษัท LSA   ด้านหน้าของเขาคือตัวแทนทำสัญญาของบริษัท  นอกจากนี้ยังมีฝ่ายกฎหมายรวมอยู่ด้วย  ไป่ฉีนั่งอ่านรายละเอียด  ก่อนจะวางสัญญาลง


            “ผมคงเซ็นให้ไม่ได้ครับ” ไป่ฉีกล่าว


            “เราให้ค่าลิขสิทธิ์น้อยไปเหรอครับ” ชายที่เป็นตัวแทนถาม


            “ไม่ได้อยู่ตรงนั้นครับ  บังเอิญว่าสัญญานี้มีข้อกำหนดให้ผมต้องหักเงินรายได้ที่ผมได้จากค่าลิขสิทธิ์ส่วนหนึ่งส่งให้กับทางบริษัทด้วย  เมื่อผมลองคำนวณดูแล้วค่าลิขสิทธิ์ที่ผมได้มันหายไปเยอะมาก และผมไม่เห็นด้วยกับการหักเงินรายได้จากการขายลิขสิทธิ์นี้ส่งเข้าบริษัท  เพราะสิ่งนี้มันเกิดจากความสามารถของผมเอง  ผมไม่ได้ใช้ทรัพยากรของบริษัทในการเขียนนิยายด้วยซ้ำ  ดังนั้นทางบริษัทจะมาอ้างเรื่องนี้เพื่อให้ผมส่งเงินส่วนหนึ่งให้ไม่ได้” ไป่ฉีกล่าว


            “แต่นายโปรโมตนิยายของตัวเองผ่านงานรายการที่ทางบริษัทหาให้” ชายที่เป็นตัวแทนพูดโจมตีจุดนี้ทันที


            “แต่ผมก็เปิดให้พวกแฟนคลับนิยายร่วมสนุกโดยการแชร์ข้อมูลของผมจากหน้าเว็บของบริษัท  นอกจากพวกเขาจะเข้ามาดูข้อมูลของผมแล้ว  ยังมีบางส่วนเข้าไปดูและติดตามดาราคนอื่นด้วย  ผมควรคิดค่าโปรโมตกับบริษัทและดาราคนอื่นด้วยไหมครับ” ไป่ฉีสวนกลับทันทีเช่นกัน


            “นั่น........” ชายที่เป็นตัวแทนถึงกับพูดไม่ออก


            “อีกอย่าง  รายได้จากการไปออกรายการผมก็จ่ายส่งให้กับทางบริษัทเป็นค่าตอบแทนที่หางานให้ไปแล้ว  พวกคุณได้คืบจะเอาศอกหรือยังไงกัน” ไป่ฉีเริ่มแสดงท่าทีไม่พอใจ  แม้เมิ่งชิงชิงจะรออยู่ข้างนอกห้อง  แต่เพราะห้องเป็นกระจกใส  จึงสามารถมองเห็นสีหน้าของไป่ฉีได้ชัดเจน


            “นั่นมัน.......” ฝ่ายทางบริษัทพูดไม่ออก  พวกเขาไม่คิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะแสดงท่าทีแข็งกร้าวกับคนของบริษัทแบบนี้  จากที่ฟังมาจากเฉินเฟิง  ไป่ฉีเป็นเด็กที่มีสัมมาคารวะดีมาก หรือนี่คือธาตุแท้ของเด็กคนนี้กัน


            “คงได้ยินมาจากคุณเฉินเฟิงใช่ไหมครับ  เรื่องที่ผมเป็นคนมีสัมมาคารวะ  แต่การมีสัมมาคารวะนั่นสำหรับคนที่ดีกับผมไม่ใช่กับคนที่คิดจะหาผลประโยชน์จากผมเพียงฝ่ายเดียว  นอกจากนี้ตัวผมที่นั่งอยู่ตรงนี้อยู่ในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์  ไม่ใช่ในฐานะดาราในสังกัดของพวกคุณ  ขอให้พวกคุณทำความเข้าใจเสียใหม่  ดังนั้นการพูดคุยไม่ควรยกฐานะดาราในสังกัดของผมมาเป็นข้ออ้างในการจ่ายค่าลิขสิทธิ์น้อยลงนะครับ” ไป่ฉีพูดจบเขาก็ปลดปล่อยแรงกดดันออกมาใส่ตัวแทนตรงหน้าทุกคน


            'อะไรกัน  รู้สึกทั้งหนักทั้งอึดอัด  บรรยากาศนี้เด็กตรงหน้าเราเป็นคนสร้างเหรอ' ตัวแทนหลายคนสัมผัสได้ว่าบรรยากาศของเด็กหนุ่มตรงหน้านั้นราวกับพวกตัวท็อปของวงการที่มีอำนาจต่อรองใครก็ได้อย่างล้นเหลือ


            ฝ่ายตัวแทนรู้สึกถึงแรงกดดันที่ออกมาจากไป่ฉีมากขึ้นเรื่อย ๆ  มันกดดันจนพวกเขาเหมือนจะหายใจไม่ออก  แม้จะอยู่ในห้องแอร์  แต่เหงื่อก็ยังไหลออกมาจากหน้าผากและหลังของพวกเขา  ยังดีที่พวกเขานั่งอยู่  หากยืนล่ะก็  ตอนนี้พวกเขาคงทรุดลงไปกองกับพื้นแล้ว


            “ถ้าสัญญาณไม่มีการแก้ไขตามที่ผมวงและแก้ไว้ในสัญญาฉบับนี้  ก็ไม่ต้องพูดกัน  ที่จริงก่อนหน้านี้มีบางบริษัทติดต่อเข้ามาเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์ไปทำละคร  แต่ผมก็ยังไม่ขาย  เพราะจะรอให้พวกคุณที่เป็นบริษัทต้นสังกัดของผมเป็นคนเสนอมาก่อน  ผมจะให้เวลา 3 วัน  ไปคิดกันมานะครับ” ไป่ฉีลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไป


            “ไปได้ไม่สวยสินะ” เมิ่งชิงชิงถาม  เมื่อไป่ฉีเปิดประตูออกมาจากห้อง


            “แหงล่ะ  พวกเขาเอาเปรียบผมเกินไป  ผมให้เขาไปเปลี่ยนสัญญามาใหม่  ถ้าไม่  ผมจะขายลิขสิทธิ์ให้กับบริษัทอื่น” ไป่ฉีกล่าว

                                                         

            “นั่นจะทำให้นายมีปัญหารึเปล่า” เมิ่งชิงชิงถาม


            “พวกเขาได้คืบจะเอาศอก  มีที่ไหนกันจะให้ผมนำเงินรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ของตัวเองส่งให้ตามสัดส่วนที่บริษัทกำหนดในสัญญาดาราในสังกัด  แบบนี้มันเอาเปรียบกันชัด ๆ เลย” ไป่ฉีเดินคู่มากับเมิ่งชิงชิงไปที่ลิฟต์  ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินเข้าลิฟต์ไป


            “แต่ถ้านายขัดขืนพวกเขา  ไม่รู้ว่าจะโดนอะไรบ้างนะ” เมิ่งชิงชิงเตือนด้วยความเป็นห่วง


            “ผมไม่กลัวหรอก  ผมจะให้ปู่ซีหลัวช่วยหาทนายให้” ไป่ฉีกล่าว


            “มันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เลยนะ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “หึหึ เรื่องไม่ใหญ่หรอกครับ ผมมีวิธีจัดการอยู่” ไป่ฉีกล่าว


            ไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงเดินออกจากลิฟต์ไปยังงานจอดรถ  แต่ก็มีคนคนหนึ่งมาขวางพวกเขาซะก่อน  ทันทีที่เมิ่งชิงชิงเห็นหน้า เธอก็หลบไปอยู่หลังไป่ฉีทันที


            “สวัสดีครับรุ่นพี่ซีโม่” ไป่ฉีกล่าวทักทายตามปกติ


            “สวัสดีครับอาจารย์ไป่  ผมขอคุยกับชิงชิงได้รึเปล่า” ซีโม่ถาม


            “ดูเหมือนมีเรื่องต้องเคลียร์กันสินะครับ” ไป่ฉันหันมามองเมิ่งชิงชิงเล็กน้อย


            “ไม่มี ฉันอยากกลับบ้านแล้ว  ซีโม่  ถ้านายจะคุยอะไรก็โทรหาฉันเอาละกัน” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “แต่เธอบล็อกเบอร์ฉัน แล้วฉันจะโทรหาเธอได้ยังไงมิทราบ” ซีโม่กล่าว


            “นั่นก็หมายความว่าฉันยังไม่พร้อมจะคุยไง” เมิ่งชิงชิงพยายามลากไป่ฉีไปที่รถ


            “พี่ซีโม่  ผมว่าเราไปหาร้านอาหารที่มีห้องส่วนตัวแล้วนั่งคุยกันดีไหมครับ  เถียงกันไปมาตรงนี้ดูจะไม่เหมาะเท่าไหร่” ไป่ฉีเสนอ


            “เข้าใจล่ะ  งั้นไปที่ร้านนี้” ซีโม่กดสมาร์ทโฟนแล้วยื่นให้ไป่ฉีดู  ก่อนที่เขาจะเดินออกไป


            “ไปกันเถอะครับ  พี่ต้องสู้กับปัญหานี้นะ  อย่าเอาแต่หนี” ไป่ฉีกล่าว


            “ใครเป็นคนสร้างปัญหาให้ฉันมิทราบ” เมิ่งชิงชิงบุ้ยพร้อมกับมองไปที่ไป่ฉี


            ทั้ง 2 เดินไปขึ้นรถ  ก็เห็นรถของซีโม่ขับออกไปก่อนแล้ว  แต่ที่น่าแปลกใจก็คือพวกเขาไม่เห็นผู้จัดการของซีโม่  เมิ่งชิงชิงจึงลองโทรหาฉีฟง ที่เป็นผู้จัดการของซีโม่ทันที


            [ว่าไงชิงชิง เจอซีโม่แล้วสิ  เขาบ่นถึงเธอทุกครั้งที่ว่างเลย] ฉีฟงพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ


            “วันนี้เขาไม่มีงานเหรอคะ” เมิ่งชิงชิงถาม


            [ไม่มีหรอก  เขาลุยงานหนักเมื่อสัปดาห์ก่อนเพื่อจะให้มีวันหยุดวันนี้ 1 วันน่ะ  เห็นบอกว่ามีเรื่องที่จะต้องคุยกับเธอให้รู้เรื่อง] ฉีฟงกล่าว


            “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” เมิ่งชิงชิงกดวางสาย


            “ตื้อเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ  เพื่อนสมัยเด็กของพี่เนี่ย” ไป่ฉีกล่าว ขณะที่เขากับเมิ่งชิงชิงขึ้นมาบนรถ  ก่อนที่เธอจะขับรถออกไป


            ที่ร้านอาหาร

            ตอนนี้ไป่ฉีกำลังนั่งอยู่ในห้องส่วนตัว  ภายในห้องมีโต๊ะวงกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง  ซีโม่กับเมิ่งชิงชิงนั่งอยู่ตรงข้ามกัน  ส่วนไป่ฉีนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างทั้ง 2 คน


            “ให้ผมนั่งฟังด้วยจะดีเหรอครับ” ไป่ฉีถาม


            “ไม่เป็นไรหรอกครับ” ซีโม่กล่าว ก่อนจะหันไปจ้องเมิ่งชิงชิง


            “นายมีอะไรก็พูดมาสิ” เมิ่งชิงชิงกล่าว


            “ชิงชิง ถึงเธอจะคบกับคนอื่นอยู่  แต่ฉันก็จะไม่ตัดใจเด็ดขาด  หากมีวันไหนที่หมอนั่นทิ้งเธอไป  วันนั้นเพื่อนคนนี้จะขอดูแลเธอเอง  ได้รึเปล่า” ซีโม่กล่าว  แม้สีหน้าเขาจะดูเจ็บปวดก็ตาม  มือทั้ง 2 ข้างของเขากำแน่น  บ่งบอกถึงความไม่ยินยอมในใจ


            “เข้าใจแล้ว  หากคนคนนั้นทิ้งฉันไปล่ะก็นะ  แต่ว่านะซีโม่  นายไม่ควรปิดกั้นโอกาสของตัวเองนะ  หากนายเจอคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ  อยู่แล้วมีความสุข  ฉันว่านั่นแหละคือคนที่นายสามารถมอบความรักของนายให้กับเขาได้” เมิ่งชิงชิงยิ้มอย่างอ่อนโยน  เธอคิดว่าการอยู่เป็นเพื่อนกันต่อไปแบบนี้ยังดีกว่าต้องมาคอยหลบหน้ากันจริง ๆ  แต่ก่อนหน้านี้ตัวเธอเองก็ไม่กล้าที่จะพบหน้าซีโม่  จนต้องให้เขาเป็นฝ่ายลากเธอมาคุยเพื่อเคลียร์ปัญหาด้านความรู้สึกกันแทน


            “สรุปตามนั้น  งั้นเรามาสั่งอาหารกันเถอะ อาจารย์ไป่อยากกินอะไรครับ” ซีโม่หันมาถามไป่ฉี


            “รุ่นพี่ถามพี่ชิงชิงดีกว่าครับ  เดี๋ยวผมขอกินอะไรง่าย ๆ ดีกว่า” ไป่ฉีตอบ


            หลังมื้ออาหาร  ซีโม่ขอตัวแยกไปก่อน  ส่วนไป่ฉีกับเมิ่งชิงชิงก็เดินทางไปยังศูนย์ฝึกอบรมของ LSA ที่นั่นเขาเจอกับเฉินเฟิงที่นั่งอยู่ตรงโซฟาหน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ และดูเหมือนเขาจะมีสีหน้าไม่ค่อยดีเท่าไหร่


            “สวัสดีครับคุณเฉินเฟิง  เพิ่งเจอกันเมื่อตอนสายนี่เอง  สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลยนะครับ” ไป่ฉียิ้มทักทายอย่างเป็นกันเอง


            “ไป่ฉี  เรื่องลิขสิทธิ์นิยายที่จะนำมาทำละคร  เธอปฏิเสธไปเหรอ” เฉินเฟิงถาม


            จากนั้นไป่ฉีก็ได้อธิบายให้ฟังถึงรายละเอียดความไม่เป็นธรรมของสัญญา  เฉินเฟิงเองก็เห็นด้วย  แต่ก็ได้บอกว่าให้ระวังพวกผู้บริหารบางคนอาจจะไม่ชอบขี้หน้าและหาทางกลั่นแกล้งเขาได้


            “ขอบคุณสำหรับคำเตือนครับ  ไม่ต้องห่วงหรอกครับ  ครั้งหน้าผมจะนำทนายไปด้วย  ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะเล่นตุกติกอะไรกับผม” ไป่ฉีกล่าว


            ไป่ฉีพูดคุยกับเฉินเฟิงอีกสักพัก  เขาจึงขอตัวไปเข้าคลาสดนตรีก่อน  ส่วนเฉินเฟิงรอให้ไป่ฉีไปแล้ว  เขาจึงหันมาพูดกับเมิ่งชิงชิง


            “ชิงชิง  ยังไงก็ระวังตัวด้วย  ฉันพอรู้มาว่ามีผู้บริหารบางคนไม่พอใจที่ไป่ฉีไม่ยอมเซ็นสัญญาตามที่พวกเขากำหนดเงื่อนไขไว้  คิดว่าพวกเขาคงหาทางกลั่นแกล้งไป่ฉีแน่ ๆ ยังไงรับงานก็ระวังหน่อยล่ะ  ฉันไปก่อนนะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าเรื่องนี้ฉันจะโทรหาเธออีกที” เฉินเฟิงกล่าวก่อนจะขอตัวกลับ


            ห้องผู้บริหารคนหนึ่ง

            “ฮึ่ย  เด็กใหม่นั่นชักจะเอาใหญ่แล้วนะ  เป็นแค่ดาราหน้าใหม่  มีสิทธิ์อะไรมาต่อรองกับทางเรากัน” ชายรูปร่างอ้วนหัวโล้นกล่าวขึ้น


            “คุณชูเฟิงก๋วง  ไม่เห็นต้องโกรธขนาดนั้นเลยนี่คะ  เด็กแบบนั้นน่ะ  ส่งมาให้ฉันสั่งสอนก็หมดเรื่อง” หญิงสาวแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตที่รัดจนราวกับกระดุมที่เธอติดพร้อมจะหลุดกระเด็นออกมาได้ทุกเมื่อ  กระโปรงที่สั้นจนเกือบจะเห็นกางเกงในยามเธอนั่งไขว่ห้าง  ใช่แล้วเธอจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเสี้ยนหรัว ที่มีตำแหน่งเป็น PD มือทองใน LSA ที่มีรายการกว่า 20 รายการอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเธอ


            “เสี้ยนหรัว  อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าตลอดหลายปีมานี้คุณทำเรื่องอะไรเอาไว้” ชูเฟิงก๋วงชี้หน้าเสี้ยนหรัว


            “งั้นคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่คุณยักยอกเงินบริษัทไปเหรอคะ หึหึ” เสี้ยนหรัวนำจุดอ่อนของชูเฟิงก๋วงที่เธอบังเอิญไปได้ยินเข้า  แถมเธอยังมีหลักฐานอยู่ในกำมือเสียด้วย


            “นังงูพิษ  ฮึ่ย  งั้นบอกมาก  เธอจะจัดการยังไงกับมัน” ชูเฟิงก๋วงถาม


            “ไม่เห็นยากเลยนี่คะ  แค่ใช้ยานี่” เสี้ยนหรัวหยิบยาเม็ดหนึ่งขึ้นมา  เธอให้คนรู้จักคนหนึ่งไปซื้อมาจากตลาดมืด รู้สึกจะชื่ออะไรดับ ๆ สักอย่าง


            “มันคือยาอะไร” ชูเฟิงก๋วงถาม


            “ยาชนิดนี้เป็นยาปลุกกำหนัด  เท่าที่ฉันถามจากเพื่อนมา  ไม่ว่าชายหรือหญิงที่กินยานี้เข้าไปไม่ว่าจะกินแบบเม็ดหรือแบบละลายในน้ำดื่ม  ผลที่ได้จะทำให้เกิดกำหนัด  ทั่วร่างจะเหมือนถูกไฟเผา  ในตอนนั้นการสัมผัสเพศตรงข้ามจะช่วยลดความทรมานลงได้  แต่ผลของยาจะยังตกค้างอยู่  จนกว่าจะได้ปลดปล่อย  ซึ่งอย่างน้อยก็คงสัก 6 ครั้งได้ละมั้ง” เสี้ยนหรัวเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา


            “ยานั่นปลอดภัยรึเปล่า” ชูเฟิงก๋วงถาม  เขาไม่อยากเสี่ยง  หากยานี้ไม่ปลอดภัยแล้วไป่ฉีเกิดตายขึ้นมา  เกรงว่าตำรวจจะสืบมาถึงตัวเขาน่ะสิ


            “รับรองว่าปลอดภัยแน่นอน  ถ้าใช้กับวัยรุ่นน่ะนะ” เสี้ยนหรัวกล่าว


            “คุณมีแผนอะไร” ชูเฟิงก๋วงถาม


            “แค่หาวิธีให้ไป่ฉีกินเจ้านี่เข้าไป  จากนั้นให้คนพาเขาที่กำลังเกิดกำหนัดไปส่งที่ห้องของฉัน  ซึ่งภายในห้องนั้นจะมีกล้องเซ็ตเอาไว้ทุกมุม  เราจะใช้คลิปพวกนั้นบังคับให้ไป่ฉีทำตามที่เราต้องการยังไงล่ะ ฮิฮิ” เสี้ยนหรัวหัวเราะ


            “เข้าท่าดี  เขาเป็นคนมีความสามารถ  หากเราสามารถใช้งานอะไรเขาก็ได้แลกกับการไม่เผยแพร่คลิปนั่น  มันคงสร้างกำไรให้ไม่น้อย  ดีเลย  เสี้ยนหรัวคุณจัดการได้เลย” ชูเฟิงก๋วงกล่าว


            “เข้าใจแล้วค่ะ  เดี๋ยวจะจัดการให้นะคะ” เสี้ยนหรัวยิ้ม


            ส่วนไป่ฉีหลังเลิกคลาสเขาก็กลับบ้านพร้อมกับเมิ่งชิงชิง  โดยไม่ได้รู้ถึงแผนร้ายของเสี้ยนหรัวแม้แต่น้อย

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน