ท่ามกลางความโกลาหลและสายตานับพันคู่ที่จับจ้องมายังณิชาเป็นจุดเดียว บรรยากาศ ณ ลานประลองกลางของโรงเรียนสหเวทเต็มไปด้วยความตึงเครียดและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังอื้ออึง ณิชารู้สึกราวกับกำลังถูกแผดเผาด้วยสายตาเหล่านั้น นางยืนนิ่งแข็งทื่อ มือยังคงกำผ้าปิดปากไว้แน่น ความรู้สึกประหม่าและกระอักกระอ่วนเข้าครอบงำจนแทบหายใจไม่ออก
ในจังหวะนั้นเอง คุณครูสหเวทย์ ผู้ทำหน้าที่พิธีกรบนเวที ก็รีบตั้งสติและเข้ามาควบคุมสถานการณ์ทันที เขากระแอมเสียงดัง "อะแฮ่ม!" เพื่อเรียกความสนใจ
"เอาล่ะทุกท่าน! ในเมื่อผู้เข้าทดสอบจากทุกสังกัดได้เดินทางมาถึงพร้อมหน้ากันแล้ว ก็ถึงเวลาอันสมควรที่ข้าจะกล่าวเปิดการทดสอบคัดเลือกนักเรียนใหม่ของโรงเรียนสหเวท สาขา 896 อย่างเป็นทางการ!" เสียงของเขาดังชัดเจนและทรงอำนาจ ทำให้เสียงซุบซิบต่างๆ ค่อยๆ เงียบลง แม้สายตาหลายคู่จะยังคงจับจ้องมาที่ณิชาอยู่ก็ตาม
พิธีกรอาจารย์กวาดตามองเหล่าผู้เข้าทดสอบและผู้สังเกตการณ์ ก่อนจะกล่าวต่อ "นี่นับเป็นปีที่สาม และเป็นครั้งที่สามของการจัดทดสอบคัดเลือกเข้าเป็นศิษย์ของโรงเรียนสหเวทแห่งนี้ การทดสอบของเราอาจจะดูเข้มข้นและท้าทาย แต่ขอยืนยันว่า จะไม่มีการทดสอบใดที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต
อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุหรือความเสียหายเล็กน้อยต่อร่างกายและจิตใจย่อมเกิดขึ้นได้ ซึ่งทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆ ทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นระหว่างการทดสอบ ขอให้ผู้เข้าทดสอบทุกท่านโปรดเข้าใจและยอมรับในเงื่อนไขนี้"
เขาเว้นจังหวะให้ทุกคนได้ทำความเข้าใจ "เมื่อพวกท่านตกลงเข้าร่วมการทดสอบแล้ว เราจะมีห้องเตรียมตัวส่วนตัวให้สำหรับผู้เข้าทดสอบแต่ละคน ในนั้นจะมี อุปกรณ์พิเศษ ที่พวกท่านจะต้องสวมใส่ อุปกรณ์นี้จะทำการสร้างและส่ง 'ร่างจำลอง' ของพวกท่านไปยัง 'โลกมิติแห่งการทดสอบที่หนึ่ง'
ซึ่งเป็นมิติแยกที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ดังนั้น อุปกรณ์เวทย์ส่วนตัวใดๆ ที่พวกท่านพกติดตัวมา จะไม่สามารถนำเข้าไป หรือใช้งานในโลกมิติแห่งการทดสอบได้ พวกท่านจะต้องพึ่งพาความสามารถ พลังเวทย์ และทักษะที่แท้จริงของตนเองเพียงเท่านั้น!"
'หึ ระบบจำลองสถานการณ์รึ?' เสียง นิชา ดังขึ้นในหัวของณิชา 'นี่มันไม่ต่างอะไรกับการประลองในศึกประชันเวทย์ที่ใช้สำหรับเลื่อนอันดับเมืองเลย พวกโรงเรียนสหเวทคงจะใช้การทดสอบนี้เพื่อคัดกรองคนที่มีแววจริงๆ และประเมินศักยภาพของเมืองไปในตัว ถึงว่ากฎเกณฑ์มันถึงได้ดูคล้ายกันขนาดนี้'
'แล้ว...จี้กระจกนี่ล่ะ? มันจะตามข้าเข้าไปด้วยหรือไม่?' ณิชาอดที่จะถามไม่ได้
'ไม่ได้' นิชา ตอบทันที 'อุปกรณ์นี้มันจะจำลองแค่รูปลักษณ์ภายนอก พลังเวทย์พื้นฐาน และลูกแก้วทักษะวิญญาณที่เจ้าประทับไว้ในวงแหวนเท่านั้น จี้กระจกที่เข้าไปกับเจ้าจะป็นของจำลองที่เหมือนเครื่องประดับทั่วไปเท่านั้น หมายความว่า... ข้าเข้าไปกับเจ้าไม่ได้ และเจ้าก็เรียกใช้พลังจากจี้โดยตรงไม่ได้เช่นกัน'
ณิชารู้สึกใจหายเล็กน้อยที่ต้องเข้าสู่การทดสอบโดยไม่มี นิชา คอยกระซิบชี้นำเหมือนเคย แต่ก็พยักหน้าเข้าใจ
พิธีกรกล่าวต่อ "สำหรับการทดสอบในรอบที่หนึ่งนี้ กฎกติกานั้นเรียบง่ายมาก ขอเพียงแค่พวกท่านสามารถ 'อยู่รอด' ในโลกมิติแห่งการทดสอบนั้นให้ได้เป็นระยะเวลา หนึ่งสัปดาห์เต็ม ก็ถือว่าผ่านการทดสอบในรอบนี้ และมีสิทธิ์เข้าสู่การทดสอบในรอบถัดไป! ผู้ที่ไม่สามารถอยู่รอดได้ครบกำหนด จะถูกส่งตัวกลับมายังห้องเตรียมตัวโดยอัตโนมัติและถือว่าตกรอบทันที"
"เมื่อท่านใดพร้อมแล้ว สามารถเดินเข้าไปเลือกห้องเตรียมตัวส่วนตัวที่ปรากฏขึ้นนี้ได้เลย!" สิ้นคำพูดของพิธีกร พลังเวทย์อันซับซ้อนก็แผ่ออกมาจากใจกลางลานประลอง ทันใดนั้นเอง พื้นที่ว่างเปล่าเบื้องหน้าก็ปรากฏ ตำหนักหรือห้องศิลาขนาดเล็ก จำนวนหลายสิบห้องผุดขึ้นมาจากพื้นดินอย่างน่าอัศจรรย์ แต่ละห้องมีประตูทางเข้าเพียงบานเดียวและมีหมายเลขกำกับไว้
"และเพื่อความเป็นส่วนตัว ป้องกันปัญหาและความวุ่นวายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่จำเป็น บริเวณลานทดสอบนี้จะมีม่านพลังป้องกันบุคคลภายนอก ขอให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทดสอบทุกท่าน กรุณาออกจากพื้นที่ภายในสิบนาทีนี้ และสามารถกลับมารอฟังผลได้อีกครั้งในวันสิ้นสุดการทดสอบรอบแรก ขอบคุณสำหรับความร่วมมือ!"
สิ้นเสียงประกาศ ผู้คนจำนวนมากที่ไม่ใช่ผู้เข้าทดสอบก็เริ่มทยอยกันออกจากบริเวณลานประลอง เหลือเพียงผู้เข้าทดสอบและผู้ติดตามจำนวนไม่มากนัก
บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อยเมื่อผู้คนเริ่มบางตา เหล่าผู้นำตระกูลและอาจารย์ต่างเข้ามาให้กำลังใจและกำชับศิษย์ของตน
"ทำให้เต็มที่นะลูกพ่อ! อย่าให้เสียชื่อตระกูลรัชโยธิน!" ท่านผู้เฒ่ารัชโยธินตบไหล่บุตรชายคนเล็ก (อัคคี) เบาๆ "เข้าไปแล้วพยายามรวมกลุ่มกับคนในตระกูลเราให้เร็วที่สุด เข้าใจหรือไม่!"
"ขอรับท่านพ่อ!"
"วรดา ลูกต้องระวังตัวให้มากนะ อย่าประมาทเด็ดขาด" เจ้าตระกูลวรกุลกำชับบุตรสาวคนที่ห้า แม้จะผิดหวังในตัววรัต แต่กับลูกคนอื่นๆ เขาก็ยังคงคาดหวัง "พยายามหาทางติดต่อกับพี่ใหญ่ของเจ้าให้ได้เร็วที่สุด"
เสียงพูดคุยให้กำลังใจและคำสั่งเสียดังระงมไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างรู้ดีว่าการทดสอบนี้แม้จะไม่ถึงชีวิต แต่ก็เป็นการแข่งขันที่ดุเดือด และการรวมกลุ่มกันได้เร็วที่สุดคือหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยให้ผ่านพ้นสัปดาห์อันโหดร้ายนี้ไปได้
กลุ่มของณิชาก็เช่นกัน มทินาได้ให้โอวาทและกำลังใจศิษย์ทั้งสี่ของนางแล้ว ก่อนจะปลีกตัวไปพูดคุยกับผู้อาวุโสท่านอื่น เหลือเพียงสี่สาวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่
"เอาล่ะทุกคน ฟังทางนี้" เชียร์ร่าขยับแว่น กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังตามปกติ นางหยิบลูกแก้วขนาดเล็กสีฟ้าอ่อนที่ส่องประกายวูบวาบออกมาสี่ลูก ยื่นให้แต่ละคน "นี่คือ 'ลูกแก้วสะท้อนใจ' เป็นทักษะประเภทสัญญาณ มันจะช่วยให้พวกเราสามารถรับรู้ตำแหน่งของคนอื่นที่ใช้ลูกแก้วชนิดเดียวกันนี้ได้ในระยะหนึ่ง ข้าคาดการณ์ไว้อยู่แล้วว่าวงแหวนรอยสักของพวกเราทุกคนน่าจะเป็นระดับ 3 ที่มีช่องสำรอง ให้พวกเจ้านำไปประทับไว้ใน ช่องสำรองของวงแหวนหลัก (วงแหวนระดับ 1 ดาว) นะ"
นางมองไปยังรุจีกับมารินเป็นพิเศษ "โดยเฉพาะพวกเจ้าสองคน รุจี มาริน พวกเจ้าไม่ได้ถนัดการต่อสู้แบบตัวต่อตัวมากนัก หากเกิดอะไรขึ้น พยายามรวมกลุ่มกับข้าหรือณิชาให้ได้เร็วที่สุด เข้าใจนะ?"
"เข้าใจแล้ว/เจ้าค่ะ ท่านพี่เชียร์ร่า!" รุจีกับมารินตอบรับอย่างแข็งขัน
"พวกเจ้าเข้าไปเปลี่ยนลูกแก้วในห้องเตรียมตัวของแต่ละคนได้เลย อย่าให้ใครเห็น" เชียร์ร่ากำชับ
ณิชารับลูกแก้วสะท้อนใจมาถือไว้ในมือ 'ช่องสำรองของวงแหวนหลักงั้นรึ...' นางนึกในใจ
'ถ้าเช่นนั้น ข้าควรจะย้ายลูกแก้วพญานาคไปประทับไว้ที่ช่องหลักตำแหน่งที่สองของวงแหวนระดับ 3 สินะ' (เมื่อถึงระดับจอมเวทย์ทวิลักษณ์ระดับ 2 ดาว จำนวนช่องประทับหลัก จะเพิ่มรวมเป็น 2 ช่องตามจำนวนดาว วงแหวนระดับ 3 มีช่องสำรองแค่ 1 ช่อง หากมีแบบแปลนที่สูงขึ้น ช่องสำรองก็จะเพิ่มขึ้น )
นิชา เสนอความคิดขึ้นมาทันที 'แล้วเอาลูกแก้วสัญญาณนี่ไปใส่ไว้ในช่องสำรองของวงแหวนระดับ 1 แทน แบบนั้นพลังของลูกแก้วพญานาคก็จะสามารถใช้งานได้เต็มสิบส่วนเสียที หลังจากที่ต้องทนใช้พลังแค่ครึ่งเดียวตอนที่มันอยู่ในช่องสำรองมานาน!'
'จริงสิ! แบบนั้นก็ดีเลย!' ณิชาเห็นด้วยอย่างยิ่ง นางตื่นเต้นที่จะได้ใช้พลังของพญานาคจำแลงกายอย่างเต็มที่เสียที แต่แล้ว... ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมา 'เดี๋ยวนะ... ถ้าใช้พลังเต็มที่ รูปลักษณ์ของข้าตอนจำแลงกาย... มันจะ...อัปลักษณ์เพิ่มขึ้นกว่าเดิมหรือไม่!?' แค่ตอนใช้พลังครึ่งเดียวนางก็แทบรับไม่ได้แล้ว
'นิชา' ไม่ตอบคำถามนั้นโดยตรง แต่ณิชากลับได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักเบาๆ ดังขึ้นในใจ!
'นี่เจ้า! ตอบข้ามาสิ! มันจะน่าเกลียดขึ้นใช่ไหม!?' ณิชาคาดคั้นอย่างหงุดหงิด
‘หึ... แล้วทำไมเจ้าจะต้องกังวลเรื่องสวยๆ งามๆ ตลอดเวลาด้วยเล่า? พลังต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในสนามรบไม่ใช่รึไง?’ 'นิชา' ตอบกลับอย่างยียวนกวนประสาท
ณิชารู้สึกโกรธขึ้นมาทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยอมตอบให้ชัดเจน แถมยังแอบแทงใจดำเรื่องที่นางยังคงกังวลเรื่องรูปลักษณ์อยู่ลึกๆ อีก! 'คอยดูนะ! ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นจนไม่ต้องพึ่งเจ้าอีกเลย!'
"เอาล่ะ! ผู้เข้าทดสอบทุกท่าน! กรุณาเข้าไปในห้องเตรียมตัวส่วนตัวของท่านได้แล้ว! การทดสอบจะเริ่มขึ้นในอีกห้านาทีข้างหน้า!" เสียงพิธีกรดังขึ้นอีกครั้ง เป็นการเร่งรัด
ณิชาเดินเข้าไปในห้องศิลาห้องหนึ่งที่ว่างอยู่ ภายในห้องนั้นเรียบง่าย มีเพียงแท่นวางอุปกรณ์ และกระจกบานใหญ่บานหนึ่งเท่านั้น นางทำการเปลี่ยนลูกแก้วตามที่ นิชา แนะนำ ย้ายลูกแก้วพญานาคสีฟ้าครามไปประทับในช่องหลักตำแหน่งที่สอง และนำลูกแก้วสะท้อนใจสีฟ้าอ่อนไปประทับในช่องสำรองของช่องหลักตำแหน่งที่หนึ่งแทน
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว สวมใส่อุปกรณ์พิเศษสำหรับการทดสอบเรียบร้อย ร่างของนางก็เริ่มเรืองแสงสีฟ้าอ่อนๆ เตรียมพร้อมสำหรับการส่งไปยังโลกมิติ
'ข้าไปก่อนนะ' ณิชาเอ่ยลาในความคิด
'อืม ขอให้เจ้าโชคดีนะ' นิชายิ้มตอบรับ
'เอ๊ะ' แต่แล้ว สัญชาตญาณของณิชาก็พลันร้องเตือนขึ้นมา! นางรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากน้ำเสียงและท่าทีของ นิชา ที่ดูจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษ... และดูเหมือนจะไม่ใช่เรื่องดี
'นี่เจ้า... คิดจะทำอะไรแผลงๆ อีกแล้วใช่ไหม!?' ณิชาถามอย่างหวาดระแวง
แต่ยังไม่ทันที่ ณิชา จะได้รับคำตอบ ร่างจำลองและดวงจิตของนางก็ถูกส่งเข้าไปในโลกมิติแห่งการทดสอบเสียแล้ว! โดยที่ร่างกายของนางยังคงอยู่ในห้องเตรียมตัว
... นิชา กำลังแสยะยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย! รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและแผนการบางอย่างที่นางไม่ได้บอกให้ณิชารู้!