ตอน 2 องค์หญิงผู้ไร้รัก
จนกระทั่งซื่อฟูเหรินเห็นว่า เหยาจิ่นหยวนถึง่วัยที่ควรมีสามีจึงนำเื่นี้ไปขอร้องฝ่าาให้จัดงานเลี้ยงหาคู่ให้นาง
ฝ่าาทรงอนุญาต ส่งเทียบเชิญงานเลี้ยงหาคู่ไปให้คุณชายสกุลใหญ่ทุกสกุล..
สกุลโจวก็ได้รับจดหมายเทียบเชิญนั้นเช่นกัน...
โจวหว่านโหลวรีบนำเื่นี้ไปหารือกับโจวเหล่าสาง พ่อของเขา
"ไม่ได้เด็ดขาด องค์หญิงสามผู้นี้ต่างรู้กันทั้งเมืองว่านางมีใบหน้าน่าเกลียดน่ากลัว ทั้งมีโรคประหลาด หากแต่งนางเข้ามาคนต้องนินทาสกุลโจวแน่"
โจวหว่านโหลวคิดในใจ
"ข้าจะบอกท่านพ่อเช่นไรดีว่านางไม่ได้มีใบหน้าที่น่าเกลียดเช่นนั้น ภายใต้ผ้าขาวของนางใบหน้าที่แสนงดงามราวกับเทพธิดานั้นยากยิ่งที่จะหาผู้ใดเปรียบ...แต่ข้าไม่สามารถปริปากออกไปได้ นี่เป็ความลับของนาง"
"ท่านพ่อ แต่ว่าข้าชมชอบนางจริงๆ ท่านพ่อโปรดเห็นใจ"
"หยุดความคิดนี้ของเ้าซะ ข้าไม่เห็นด้วยเด็ดขาดเ้าเป็ถึงผู้สืบทอดสกุลโจว ทำอะไรต้องเด็ดขาดเห็นแก่ส่วนรวมต้องไม่เอาตนเองเป็ใหญ่"
"นางเป็ถึงองค์หญิงสาม... มียศศักดิ์สูงกว่า ชุนกวงเยว่...หากข้าอนุญาตให้เ้าแต่งนางเข้ามา เห็นทีคงจะได้เป็แค่เมียรองของเ้า หรือไม่นางก็คงเป็ได้แค่อนุ "
"เ้าแต่งชุนกวงเยว่เป็ฮูหยินแล้วยากเกินกว่าที่จะให้องค์หญิงที่มียศศักดิ์มาอยู่ต่ำกว่าชุนกวงเยว่"
โจวหว่านโหลวคิดในใจ...
"อืม ก็จริงอย่างที่ท่านพ่อพูด งั้นข้าโจวหว่านโหลวผู้นี้เห็นทีคงจะไร้วาสนากับนางแล้ว"
"ข้าต้องทำอย่างไรดีล่ะ..."
โจวเหล่าสางเห็นท่าทีของลูกชาย จึงพูดด้วยน้ำเสียงดุดันว่า
"โจวหว่านโหลว ลูกข้าอย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าเ้าคิดอะไรอยู่"
"เด็กๆมาจับตัวคุณชายใหญ่ไปขังในห้องขังหลังเรือน "
"ข้าจะกักขังเ้าไว้ ก่อนที่งานเลือกคู่ของนางจะสิ้นสุดลงพ่อรู้ว่าเ้าตัดใจจากนางไม่ได้แน่ ข้าไม่อยากให้เ้าไปเกี่ยวพันกับนางนั่นจะถือว่าเ้าหาเื่วุ่นวายให้สกุลโจวแล้ว"
"ปล่อยข้านะ พวกเ้าปล่อยข้าไปบอกท่านพ่อว่าให้ปล่อยข้าซะ"
กระทั่งวันเวลาผ่านไป...ถึงวันเลือกคู่ขององค์หญิงเหยาจิ่นหยวน.... เวลาผ่านไปหลายชั่วยามแล้วไม่มีคุณชายจากสกุลใดมาร่วมงานเลย...
"องค์หญิงท่านอย่าเศร้าไปเลย"
"ข้าไม่เศร้าเสียใจอะไรข้าเข้าใจว่าไม่มีคุณชายท่านไหนอยากจะได้ภรรยาที่เป็โรคประหลาดแต่งเข้าจวนหรอกนะ"
"แต่ที่ข้ารู้สึกไม่ยินดีนักก็เห็นแต่ว่าชายที่ข้าเฝ้ารอเห็นทีเขาก็ไม่ยอมมา"
"องค์หญิง หมายถึง..."
"ใช่ ข้าหมายถึงคุณชายโจวหว่านโหลว"
"ช่างเถอะฟางจู เ้าไม่ต้องถามให้มากความในเมื่อไม่มีผู้ใด้าแต่งกับข้า ข้าก็จะกลับตำหนักเฉวียนสือตอนนี้"
เหยาจิ่นหยวน...นางกลับไปที่ตำหนักเฉวียนสือนั่งจิบชาอยู่ได้ครู่หนึ่ง ในใจก็เสียใจ คิดถึง และไม่อาจลืมเลือนโจวหวานโหลวได้... นางตัดสินใจเดินไปที่สระบัวหลังวัง...
"องค์หญิงท่านจะไปที่ไหน รอบ่าวด้วย"
"ฟางจู ข้าขอสั่งให้เ้าไม่ต้องตามข้ามา"
"แต่ว่า.... "
"หากเ้าไม่เชื่อฟัง ข้าจะสั่งโบยเ้าซะ"
"บ่าวรับทราบคำสั่งขององค์หญิง.."
เหยาจิ่นหยวน...เดินไปที่ริมสระบัวจุดนัดพบที่ตลอดหลายปีทั้งสองเคยนัดพบกันต่างเล่นสนุกด้วยกันที่นี่....
ด้วยความเสียใจ ทำให้นางเผลอตกลงไปยังสระบัวที่ลึกนั้น.....
ขณะเดียวกัน... หลานเจาฝู ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งเป็ท่านแม่ทัพใหญ่ก็เข้าวังมาเพื่อรายงานสถานการณ์รบ...เพื่อราดตระเวนความปลอดภัยภายในวัง...หลานเจาฝูเดินล่วงเลยมาถึงท้ายวังที่ริมสระบัวหลวงแห่งนี้
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียง...เหมือนคนตกน้ำ....หลานเจาฝูไม่ทันได้คิดอะไรมาก รีบะโตามลงไป อุ้มร่างที่ไร้สติของเหยาจิ่นหยวนขึ้นมา....
เพื่อช่วยเหลือนางหลานเจาฝูจำเป็ต้องถอดผ้าปิดหน้าของนางออก.... ถึงกับต้องผงะ...เมื่อใบหน้าของนางงดงามไร้ที่ติราวกับนางฟ้า นาง์
หลานเจาฝูไม่รอช้า รีบจูบปากของนางโดยไม่ลังเลเพื่อดูดน้ำที่เข้าปอดของนางออกมา จูบนางอยู่อย่างนั้นสอง สามครั้งนางจึงสำลักน้ำออกมาทางปาก และเริ่มได้สติขึ้นมา...
ทันทีที่เหยาจิ่นหยวนได้สติ นางร้องกรี้ดเสียงดังด้วยความใ
"อร๊าย!!! ท่านเป็ใครน่ะ มาล่วงเกินข้าได้อย่างไรกัน"
"นี่เ้าตกน้ำจนเสียสติไปแล้วหรืออย่างไรไม่เห็นหรือว่าข้าก็ตัวเปียกโชกเหมือนกันข้าเป็คนช่วยเ้าขึ้นมาจากน้ำต่างหาก"
เหยาจิ่นหยวนเอามือลูปคลำใบหน้าของตัวเอง และปากของตัวเอง
"จะ จะจูบ จูบของข้า เ้าจูบข้าหรือนั่นเป็จูบแรกของข้าเ้าขโมยมันไปได้อย่างไร"
"ท่านหญิง ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็ท่านหญิงสกุลสูงส่งไหนแต่ข้าสาบานว่าข้าไม่ได้มีเจตนาล่วงเกินท่านข้าเพียง้าช่วยเหลือท่านให้รอดชีวิต"
หลานเจาฝูคิดในใจ
"นั่นก็เป็จูบแรกของข้าเช่นกัน"
เหยาจิ่นหยวน ทำท่าทีใเมื่อคิดได้ว่าบนใบหน้าของตัวเองไม่มีผ้าปิดหน้าอยู่นางรีบเอามือปิดบังใบหน้าของตัวเองไว้
"อ๊ะ ไม่ได้ ผ้าปิดหน้าของข้าอยู่ที่ไหน "
หลานเจาฝูยื่นผ้าปิดหน้าคืนให้นาง...
"ขออภัยด้วย เพื่อช่วยท่าน ข้าต้องดึงมันออก"
"ท่านไม่ต้องเขินอายหรอกใบหน้าของท่านก็ไม่ได้แตกต่างจากหญิงสาวธรรมดาที่ข้าเคยพบเห็นที่ไหน"
หลานเจาฝูพูดออกไปเช่นนั้น เพื่อไม่อยากให้เหยาจิ่นหยวนรู้สึกเขินอายมากจนเกินไป...
หลานเจาฝูเห็นว่าชุดของนางเป็สีขาวบาง เปียกโชกไปด้วยน้ำสามารถมองทะลุปรุโปรงเห็นร่องนูนร่องเว้าบนเรือนร่างนาง
หลานเจาฝูรีบถอดผ้าคลุมบนชุดเกราะของตัวเองออก ใช้ห่มให้นาง...
"ทะท่านจะทำอะไรน่ะ อย่านะ อร๊าายยย"
เหยาจิ่นหยวน...คิดว่าหลานเจาฝูจะล่วงเกินนาง...นางหลับตาพริ้ม
จนนางลืมตาขึ้นเห็นว่าผ้าคลุมสีแดงมาปกปิดร่างของนางไว้อย่างดี...นางคิดในใจว่า
"ชายผู้นี้ช่างเป็สุภาพบุรุษจริงๆ"
"ท่าทางการแต่งกายเช่นนี้เขาน่าจะเป็ทหารรักษาการณ์ในวัง..."
หลานเจาฝูกล่าวบางอย่างก่อนจะจากไป ว่า....
"เอาล่ะ ได้ช่วยให้ท่านฟื้นคืนถือว่าผมดหน้าที่ของข้าผ้าคลุมนี้ไม่ต้องคืนแก่ข้า ถือว่าข้ามอบให้ท่าน"
พูดจบหลานเจาฝูก็เดินจากไป...
**ตามธรรมเนียมจีนโบราณของสกุลนักรบเช่นสกุลหลานของพระเอกที่ หลายชั่วรุ่นอายุคน มีความเชื่อว่า ผ้าคลุมรบของตนจะมอบให้เป็สิ่งแทนใจแก่หญิงที่ตนรักถือเป็เกียรติอันสูงสุด
แต่ด้วยความบังเอิญนี้ หลานเจาฝูกลับได้มอบผ้าคลุมรบนั้นให้เหยาจิ่นหยวนโดยไม่ได้คำนึงถึงกฎเกณฑ์ความเชื่อนี้แม้แต่น้อย
เหยาจิ่นหยวนเดินกลับตำหนักพร้อมกับผ้าคลุมที่คลุมร่างอันเปียกโชก
"องค์หญิง... ทำไมท่านมีสภาพเช่นนั้น"
"ฟางจูเ้าอย่าทำท่าทีเป็เดือดเป็ร้อนแทนข้าแค่นี้เื่เล็กน้อย รีบประคองข้าเข้าตำหนักเถอะ"
"ฟางจูจะรีบไปตำยากับทำน้ำแกงร้อนมาให้องค์หญิงดื่มคลายหนาว"
เหยาจิ่นหยวน...นอนพักผ่อนบนเตียง... ทุกครั้งที่นางหลับตาลงกลับนึกถึงแต่ใบหน้าอันหล่อเหลาดุดันของทหารผู้นั้น
นอกจากนี้นางก็เอามือจับริมฝีปากของตัวเองเบาๆนึกถึงตอนที่เขาจูบนาง ทำสีหน้าท่าทางเม่อลอยเคลิ้บเคลิ้ม
"น่าแปลกใจ เหตุใดข้านึกถึงแต่คนผู้นั้นชายที่ข้าควรนึกถึงต้องเป็โจวหว่านโหลวมิใช่หรือ"
"ช่างน่าอายนัก เื่นี้หากได้ยินไปถึงไหน ย่อมต้องอับอายเป็แน่ที่ข้าองค์หญิงอย่าข้าต้องเสียจูบแรกให้กับทหารรักษาการณ์ที่ลาดตระเวนวังหลวง"
"ฮ่าๆ น่าตลกสิ้นดี"
"เอาเถอะ แม้เ้าจะมีใบหน้าหล่อเหลา แต่ฐานะต่ำต้อยเช่นนั้นย่อมไม่เหมาะสมกับข้า ข้าจะพยายามไม่นึกถึงเ้าก็แล้วกัน"
ในกลางดึกคืนนั้นเอง... หลานเจาฝูเองก็นอนไม่หลับหลังจากอ่านหนังสือราชการรีบที่ห้องหนังสือเสร็จกลับเดินตรงไปชมจันทร์ที่สวนในจวน... เม่อมองดวงจันทร์ดวงนั้นไม่นานก็เกิดภาพหลอนขึ้นมา
เป็ภาพโฉมหน้าของ เหยาจิ่นหยวน...
"เหตุใดข้านึกถึงแต่นาง นี่ความงามของนางตราตรึงใจข้าจนไม่อาจลืมเลือนได้เชียวหรือ"
"งดงามเพียงนั้น ไร้ผู้ติดตามนางเป็คุณหนูสกุลใดกันนะ...ต้องไม่ใช่องค์หญิงแน่ หากเป็องค์หญิงย่อมต้องมีขบวนบ่าวและสาวใช้ติดตาม"
"แต่ทว่า... เหตุใดนางถึงได้มีสภาพเช่นนั้น น่าช่างน่าสนใจจริงๆ"
"ตอนนี้หัวใจของข้าเฝ้าคำนึงถึงแต่นาง ว่ากลางดึกเช่นนั้นนางจะกำลังนอนหลับ หรือกำลังทำอะไรอยู่นะ"
รุ่งเช้าณ วังหลวง
หลานเจาฝู... ถูกเรียกตัวเข้าวัง รับคำสั่งจากฝ่าา...
หลานเจาฝู...ถูกสั่งให้ไปนำทัพที่ชายแดน...
เป็เวลาไม่นานที่หลานเจาฝู นำรบอย่างยากลำบาก...สู้รบกับศัตรูอยู่หลายครั้ง ร่างกายได้รับาเ็ไร้หมอไร้เสบียงเกือบจะไม่มีชีวิตรอดกลับมาที่เมืองหลวง...แต่ครั้งนี้หลานเจาฝูรอดมาได้นับว่าโชคดีแล้วเพราะได้รับอาหารกับยารักษาจากสกุลถันที่ส่งไปช่วยเหลือในครั้งนี้...
หลานเจาฝูได้รับชัยชนะ กลับไปยังวังหลวงตลอดทางที่เดินเข้าสู่เขตเมืองหลวง หลานเจาฝูนับว่าเป็ท่านแม่ทัพใหญ่ที่มีเกียรติต่างได้รับเสียงโห่ร้องยกย่องจากชาวเมืองทั่วทุกสารทิศ....สาวงามสกุลใดต่างก็อยากแต่งกับหลานเจาฝูเพื่อประดับบารมีให้สกุลของตน...ไม่เว้นแม้กระทั่งสกุลถัน...
ทันทีที่กลับถึงเมืองหลวง... หลานเจาฝูเดินทางแยกออกจากขบวนรบที่กลับวังมุ่งไปยังจวนสกุลถัน
"เ้าไปบอกท่านผู้าุโถัน ว่าข้าหลานเจาฝูขอเข้าพบ"
หลานเจาฝูได้เข้าไปในจวนสกุลถัน... หลานเจาฝูและเสนาบดีถันได้นั่งคุยกันที่ศาลาในจวน
**สกุลถันเป็สกุลที่มียศศักดิ์เป็สกุลที่ดูแลเกี่ยวกับกรมการคลังสามารถเบิกจ่ายของได้ตามจำเป็ดังนั้นคราวนี้ทัพของหลานเจาฝูจึงได้รับการช่วยเหลือด้านสิ่งของอาหารและยาได้อย่างทันท่วงทีสามารถชนะรบมาได้
"หลานเจาฝู...ข้าภูมิใจในตัวเ้าแทนหลานจื่อหลงจริงๆ"
**หลานจื่อหลงคือพ่อของหลานเจาฝู // ซึ่งหลานจื่อหลงเป็สหายสนิทคนเก่าแก่ของเสนาบดีถัน