ฉลามคลั่งรัก 17 : กรงลงทะเล [2]
#ฉลามคลั่งรัก
ความสงสัยฉายชัดทั่วใบหน้าเสียดายที่ผมไม่มีเวลาคิดเื่นี้มากเอาไว้กลับศูนย์วิจัยแล้วผมจะหาทางแก้ปัญหามันทีหลัง ส่วนตอนนี้ผมต้องรีบเตรียมตัวเองเพื่อลงทะเลต่อพร้อมกับอาหลานคู่นั้นบอกตามตรงว่าผมไม่ค่อยไว้ใจเ้าเมกาโลดอนที่เลี้ยงไว้เท่าไหร่
เพราะนอกจากผมแล้วมันไม่เคยปล่อยให้เหยื่อรอดตายซ้ำสอง
และริชาร์ดกับโจเอลก็รอดมาแล้วครั้งหนึ่งผมแอบคิดว่าถ้าผมพาพวกเขาลงไป บางที...
อาจจะเกิดเื่ไม่ดีก็ได้
“หวังว่าพวกแกคงไม่ทำอะไรพวกเขาจนกว่าฉันจะรู้ความลับนะ” ผมพึมพำ มองทะเลที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตาครีบยาวของสองพี่น้องหายไปแล้วราวกับว่ามันแค่มาเล่นเกมกับผมเท่านั้นผมสูดหายใจเข้า ใช้เวลาพักให้เป็ประโยชน์ก่อนจะเดินมาสวมเครื่องช่วยหายใจ
ด้วยขนาดกรงที่เราทำไว้มันเข้าไปได้มากสุดแค่สองคนเท่านั้น
“พวกคุณอยากลงไปก่อนไหม ผมจะได้รออยู่ข้างบน”
“เราผลัดกันลงไม่ดีกว่าเหรอ ผมว่าให้คุณไปด้วยมันน่าจะเวิร์คกว่านะ”โจเอลรีบสวนขึ้นมาทันทีพร้อมกับยกยิ้มที่มองจากนอกโลกยังรู้ว่าหวั่นแค่ไหน “อีกอย่างคุณจะได้ช่วยแนะนำเราด้วยไงถ้าให้ผมกับอาลงไปด้วยกัน คงไม่ต่างจากดูปลาในตู้เท่าไหร่”
“แต่ปลาในตู้น่ะกัดคุณตายไม่ได้”
“อ๊ะ !”
“และต่อให้จะมีผมลงไปด้วย ก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะรอดหนิครับ” ผมยิ้มหวานป้อนยาพิษให้เขาเลียปากอย่างวิตกกังวลบอกตามตรงว่าผมค่อนข้างชอบสีหน้าแบบนั้นเวลากวนประสาทใครสักคน แล้วเขาอินไปด้วยแม้ว่ามันจะไม่ใช่ในทางที่ดีก็ตาม
แน่นอนว่าพอผมสวนไปแบบนั้นริชาร์ดก็เดินมาโอบไหล่ ดึงผมให้เดินไปอยู่ใกล้ ๆ ขอบเรือจุดเดียวกับที่สตีฟเอากรงฉลามลงทะเลไว้เหลือแค่คนที่ต้องลงไป เขาจะได้หย่อนลงสู่ทะเลซะที
“อาว่าเธอไปด้วยกันนี่แหละ จะได้คุยอะไรกันเล่น ๆ ในน้ำ”
“เช่นคนเราจะตายได้ง่ายขนาดไหนเหรอครับ ?”
“...”
“ผมคิดว่าเรามีเวลาคุยเื่นั้นอีกเยอะ” ริชาร์ดหน้าถอดสีถึงอย่างนั้นก็พยายามจะเล่นลิ้นกับผม “แต่ถ้าอากลัวว่าจะตายก่อนผมยอมลงไปด้วยก็ได้ คงต้องผลัดกันลงเพราะกรงเข้าได้มากสุดแค่สอง”
“ผมขอลงเป็คนที่สองนะครับ”
“โจเอล...!”
“ผมรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อยน่ะ” คนขี้ขลาดรีบอ้างเหตุผลนั่นทำให้ผมอดกลอกตาใส่ไม่ได้ดูก็รู้ว่าเขาอยากจะกลับบ้านแทบขาดใจ แต่ถ้าพูดออกมาตรง ๆก็คงจะไม่ต่างจากเด็กน้อยที่งอแงร้องไห้ ผมหัวเราะ นึกขำกับคำพูดของเขาเพราะนอกจากมันจะแสดงความขลาดเขลาแล้วมันยังทำให้คนเป็อากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
และผมก็ไม่เคยปล่อยโอกาสให้หลุดมือไป
“อาลงกับผมใช่ไหม มันคงสนุกน่าดูเลย”
“โซล” ผมตบบ่าเขา เช็กความพร้อมของเครื่องช่วยหายใจอีกครั้งก่อนจะเดินไปเปิดกรงฉลาม“โอเว่นดูมอนิเตอร์ไว้นะ ถ้าพวกมันเข้ามาใกล้ต้องรีบรายงานผม”
“ได้เลยโซล”
“ส่วนสตีฟ คุณดูอย่าให้ลวดมันตึงเกินไป เช็กด้วยว่ามันกระตุกหรือมีปัญหาอะไรไหมถ้ามีคุณต้องรีบดึงเราขึ้นมา”
“ครับคุณโซล” ทั้งสองพยักหน้าหลังจากผมสั่งการเสร็จผมแอบสังเกตว่าคนของริชาร์ดที่อยู่อีกเรือหนึ่งดูจะวางแผนอะไรบางอย่างพวกเขาซุบซิบกัน มีการพยักหน้าให้กับริชาร์ดแถมยังถือจอที่ปรากฏผลอะไรสักอย่างั้แ่ที่ผมขึ้นมาจากทะเลแล้ว “มีอะไรหรือเปล่าครับคุณโซล ?”
“ผมอยากให้คุณจับตาดูพวกเขาหน่อย”
กึก !
“ผมไม่ไว้ใจ” ผมกระซิบบอกสตีฟให้เขาหันไปมองตามผมลูกน้องริชาร์ดทั้งสองคนกำลังเตรียมอุปกรณ์อะไรสักอย่างแต่พวกเขาคงไม่ทันเห็นว่าผมจับผิดได้ ซึ่งผมไม่รู้ว่าพวกเขาจะทำอะไรและการที่ผมลงไปใต้ทะเลย่อมป้องกันอะไรไม่ได้ “ถ้าเกิดเื่ไม่ดีอะไรปืนอยู่ที่กล่องใต้พวงมาลัย ผมอนุญาตให้คุณใช้ถ้ามันจำเป็”
“ได้ครับคุณโซล ผมจะจับตาดูให้”
“ดี ส่งผมกับอาลงไปได้แล้ว” เขาพยักหน้าอีกครั้งผมเลยผละมาช่วยอาใส่ชุด แอบััได้ถึงความหวาดกลัวที่ซ่อนไว้ “อาไม่ต้องกลัว อยู่กับผมมันจะไม่อันตรายเท่าไหร่”
“อารู้ว่ามันร้ายกาจแค่ไหน”
“หา ?”
“แต่ถ้าเพื่อความลับที่เธอถามไว้ อย่าทิ้งกันกลางทางเชียว” ริชาร์ดสบตากับผม แววตาของเขาแน่วแน่ยิ่งกว่าอะไร ถึงขั้นบีบมือผมเบา ๆเป็เชิงให้รับคำ ซึ่งบอกตามตรงว่าผมแอบอยากผลักเขาลงทะเลไปถ้าไม่ติดว่าเขาไม่ยกเื่ความลับมาต่อรองกับผมก่อน
ผมเหยียดยิ้มแค่นหัวเราะขณะที่ยื่นหน้ามากระซิบใส่
“ผมรู้ว่าอากลัวตาย”
“โซล”
“แต่อาไม่ควรต่อรองกับคนของความตายนะครับ” คำพูดของผมทำอีกฝ่ายนิ่งไปผมเลยดึงมือเขาออก ลูบแขนเขาเบา ๆ เป็เชิงให้กำลังใจทั้งที่ความจริงมันอาจจะเป็การอำลาก็ได้ใครจะรู้ “อย่ามัวแต่เสียเวลาพูดเลยดีกว่าลงไปกันเถอะ”
ผมไม่เปิดโอกาสให้เขาพูดอะไรอีก เพราะรู้ดีว่าริชาร์ดจะเก่งเวลาอยู่บนฝั่งเขาคงคิดว่าตัวเองเหนือกว่าผมได้ทุกทาง แต่เขาอาจจะลืมไปว่าฝั่งที่เขายืนอยู่มันก็แค่พื้นเรือใจกลางมหาสมุทรก็เท่านั้น นั่นแปลว่าเขาไม่ต่างจากปลาตัวเล็กที่กำลังจะถูกปลาใหญ่เขมือบเข้าไป
ถ้าถามว่าผมคือปลาตัวใหญ่ไหม?
ผมคือคนที่จับปลาเล็กป้อนให้ปลาใหญ่ต่างหาก
ผมระบายยิ้มบางหันไปพยักหน้ากับสตีฟก่อนจะสวมหน้ากากดำน้ำที่ต่อกับเครื่องช่วยหายใจจากนั้นก็ะโลงไปในกรงโดยไม่รีรออะไรทั้งนั้น เสียงรองเท้ากระแทกกับพื้นกรงดังสนั่นพอที่จะสะกิดต่อมนักล่าได้ผมเช็กไวเลส กวาดตามองว่าเ้าสองตัวนั่นอยู่แถวนี้ไหมทว่าก็ไม่พบเลยโผล่พ้นน้ำมาเรียกอาให้ะโลงมาได้แล้ว
ปึง !
เ้าตัวทำตามที่บอกแม้ว่าก่อนหน้านี้ผมจะเห็นเขาขาสั่นก็ตามผมช่วยเขาตรวจสอบว่าอุปกรณ์ดำน้ำใช้ได้จริงไหม พอทุกอย่างเรียบร้อยก็ยกนิ้วให้สตีฟเขาเลยเริ่มหย่อนเราลงทะเลไป จากตอนแรกหัวยังพ้นน้ำอยู่สักพักก็เริ่มดำดิ่งสู่ความเวิ้งว้างของมหาสมุทรลึก ้าเริ่มย้อมด้วยสีแดงใครสักคนคงเริ่มเทเหยื่อล่อลงมา
หยาดแดงฉานโอบล้อมไปทั่วกรงตัวบอกความลึกหยุดอยู่ที่ห้าเมตรตามที่ตกลงกันไว้ ตอนแรกผมว่าจะให้ลงไปสักสิบแต่ก็กลัวว่าจะมีคนตุกติกเลยเอาแค่นี้ดีกว่าอีกอย่างก็แค่พาอาลงมาดูพวกมันเท่านั้น ผมจะได้ถามความลับที่สงสัยไว้สักที
“เป็ไงครับอา ตื่นเต้นดีไหม ?”
“พวกมันอยู่ไหน ?”
“เดี๋ยวมันก็มา” ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายตอนผมพูดแบบนั้นริชาร์ดกวาดตาไปทั่ว เขาดูระแวงขณะที่ผมยิ้มขำ เสียดายที่เขาไม่ได้เห็นมันถ้าเกิดเห็นคงจับหัวผมโขกกับกรงไม่ก็ร้องขอให้พาขึ้นไปแน่ ๆแต่ก่อนที่จะได้ทำแบบนั้น ผมก็ต้องล้วงความลับจากเขาให้ได้ก่อน และใช่ผมต้องให้เ้าสองตัวนั้นโผล่มา เขาจะได้ไม่ตุกติกกับผม
ั์ตาสวยจับจ้องไปกลางทะเลที่เงียบสงบมีเพียงแค่เสียงหายใจของผมกับริชาร์ดที่แว่วดังผมแปลกใจที่ไม่เห็นดีแลนกับดายทั้งที่เราก็ล่อเหยื่อขนาดนั้นถึงอย่างนั้นผมก็มั่นใจว่าพวกมันไม่ได้หายไปไหน มันก็แค่อยากเล่นเกมเหมือนตอนที่ผมไปยิงแทร็กเกอร์ใส่พวกมันไง
พวกมันชอบเอาชนะจะตาย
ปึง !
“อ๊ะ !” ผมกับริชาร์ดสะดุ้งเฮือกทันทีที่กรงถูกชนมันไม่ได้แรงขนาดที่ทำกรงหล่น มันแค่ทำให้กรงสั่นบอกว่ามีบางอย่างเข้ามาหาวินาทีนั้นผมรีบหันไปมอง พบเพียงแค่ฉลามยาวแปดฟุตเท่านั้น พวกมันว่ายวนเวียนสำรวจว่าเราคืออะไร และต่อให้มันจะกินเรามันก็ทำไม่ได้
กรงนี้ถูกสร้างมาเพื่อทนแรงกัดต่อเมกาโลดอนฟันฉลามปกติขนาดจะทำรอยยังยากเลย
[เกิดอะไรขึ้นข้างล่างนั่น ?]
“ไม่มีอะไรโอเว่น แค่ฉลามตัวเล็ก ๆ น่ะ” ผมตอบกลับไวเลสเพิ่งสังเกตว่าอาดูจะหน้าซีดกว่าเดิม “แล้วมอนิเตอร์ว่าไงผมยังไม่เห็นดายกับดีแลนเลย”
[ผมว่ามันสนใจคุณแล้วนะ]
“จริงเหรอ?”
[ใช่มันกำลังเข้าไปใกล้]
“ว่าไงนะ...!”
[มันเร็วมากเลยโซล อีกสักสิบเมตร...]
ผัวะ !
“เฮ้ย !” ยังไม่จบคำที่โอเว่นบอกกรงของเราก็ถูกกระแทกอย่างแรงจนเกือบพลิกคว่ำ ไวเลสที่ผมติดไว้ที่หูดันหล่นรอดรูกรงไปนั่นทำให้เราติดต่อกับคนข้างบนไม่ได้ แต่มันไม่น่าสนใจเท่าอะไรที่ชนเราจากข้างใต้นาทีนั้นผมรีบตวัดสายตาไปดู ความใหญ่โตของมันขับไล่ฝูงฉลามเล็กให้หายไป เหลือเพียงเงาของอสูรกายที่ว่ายวนราวกับกักขังเราไว้
ผมสบกับั์ตาสีดำมองคมเขี้ยวยาวของดีแลนที่สำรวจเราอยู่ทว่ามันกลับดูสนใจริชาร์ดที่ยืนอยู่ข้างผมมากกว่าเ้าตัวอ้าปากค้างจับจ้องไปที่สัตว์น้ำเบื้องหน้า ได้ยินเสียงอุทานเบา ๆคงไม่คิดว่าจะได้เห็นมันใกล้ขนาดนี้มาก่อน
ผิดกับผมที่เห็นจนชินตา
“มันสวยงามมาก”
“กึด”
“มันคือขุมทรัพย์ของทะเล” ริชาร์ดพึมพำเอามือทาบกับกระจกที่ทำจากพอลิคาร์บอเนต ดูหลงใหลขณะที่ผมกวาดตามองหาว่าดายอยู่ไหนผมไม่คิดว่ามันจะอยู่ไกล มันน่าจะวนอยู่แถวนี้เพื่อสังเกตเรา “แล้วอีกตัวมันอยู่ไหน อานึกว่ามันจะอยู่ด้วยกันซะอีก”
“มันคงกำลังคิดอะไรบางอย่าง ถึงให้ดีแลนมาเล่นกับเราก่อน”
“แล้วเราเรียกมันออกมาไม่ได้เหรอ ?”
“ถ้าอยากตายเร็วก็เชิญ” มันไม่ใช่คำขู่มันคือคำเตือนสำหรับคนที่คิดลองดีกับเ้าสมุทร ผมเลื่อนสายตาสอดส่องไปทุกที่ตอนนี้ผมถามอะไรโอเว่นไม่ได้แล้วทำได้แค่คุยกับอาเนื่องจากตัวสัญญาณที่ติดไว้กับหน้ากากดำน้ำใช้ได้กับคนที่ดำน้ำอยู่ใกล้กันในระยะร้อยเมตรเท่านั้นส่วนการจะติดต่อกับคน้าจำเป็ต้องใช้ไวเลสที่ผมทำหล่นไป
ดีหน่อยที่ของอายังอยู่ผมเลยต้องใช้ของเขาแทน
“ถอดไวเลสอามาให้ผมที ผมต้องคุยกับโอเว่น”
“แล้วไวเลสเธอไปไหน ?”
“มันตกลงไปเมื่อกี้” ผมชี้ไปที่ใต้กรงซึ่งมืดสนิทเราไม่รู้เลยว่ามีอะไรบ้างซ่อนอยู่ใต้นั้น “ผมอยากรู้ว่าข้างบนเป็ไงและเราต้องหาตัวดายให้เจอ”
“อืม...ได้สิ เดี๋ยวอาแกะให้”ริชาร์ดพยักหน้าแม้ว่าเขาจะสนใจดีแลนอยู่ก็ตาม เขาถอดไวเลสออกจากหูมาส่งให้ผมแล้วกลับไปทาบมือกับกรงดูดีแลนที่ว่ายวนไปมาเหมือนหลอกล่อให้ออกไปหาเสียดายที่ผมไม่สนใจ รีบเอาไวเลสมาสวมเข้าที่หูเพื่อติดต่อกับคน้า
แต่คุณรู้อะไรไหม?
ไวเลสที่อาใส่ไว้มันกลับไม่มีสัญญาณ
“มันใช้ไม่ได้หนิ อาไม่ได้เช็กมันตอนอยู่ข้างบนเหรอ ?” ผมหันไปถามริชาร์ด คิ้วสวยขมวดกันแน่นตอนเขาหันมายิ้มให้
“โทษที อาไม่ได้สนใจ คิดว่าคงไม่จำเป็ต้องติดต่อใครเหมือนเธอ”
“จะบ้าเหรออา ไม่คิดเหรอว่าถ้าเกิดเื่ไม่ดีขึ้นพวกเขาจะดึงเราขึ้นไปยังไง ?”
“เขาก็คงรู้แหละว่าต้องดึงขึ้นไปตอนไหน อย่าซีเรียสนักเลยโซล” ผมอ้าปากค้างไม่คิดว่าเขาจะพูดแบบนี้ใส่เขาคิดว่าการลงมาใต้ทะเลทั้งที่มีฉลามล้านปีอยู่ตรงหน้ามันเหมือนกับดูปลาในตู้กระจกหรือไงแต่ถ้าเราเคาะกรงหรือทำเสียงอะไรก็ได้ มันก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่
เ้าตัวร้ายนี่อาจลากเราลงทะเล
ครืน !
“อ๊ะ !” ทว่าในตอนที่ผมกำลังคิดหาทางอยู่นั้น อยู่ดี ๆกรงของเราก็ถูกดึงขึ้นกะทันหันพร้อมกับที่ดีแลนว่ายหนีไปคล้ายกับโดนขับไล่ทั้งที่มันเพิ่งมาหาเล่นเอาผมถึงกับเบิกตากว้าง ผิดกับริชาร์ดที่ดูจะไม่พอใจเท่าไหร่ “เกิดอะไรขึ้น ทำไมกรงถึงดึงขึ้นล่ะ ?”
“พวกเขาคงเป็ห่วงที่ติดต่อผมไม่ได้มั้ง”
“แต่เราเพิ่งลงมาเองนะ”
“ช่วยไม่ได้พวกเขาจะไม่ปล่อยให้พวกเราตกอยู่ในอันตรายหรอก”ริชาร์ดทุบกรงด้วยความหงุดหงิด ทำเอาผมอยากจะเปิดกรงให้เขาออกไปซะถึงอย่างนั้นผมว่ามันก็แปลกที่ดีแลนเลือกจะว่ายหนีแทนที่จะพุ่งเข้ามาขย้ำปกติเวลาเห็นอะไรขยับมันจะรีบตรงเข้ามากระชากโดยไม่สนใจว่าตัวเองจะเจ็บหรือสร้างความเดือดร้อนอะไรไหม
แสงแดดอาบไล้ร่างกายสตีฟรีบเปิดกรงดึงพวกเราขึ้นไป
“ขอบคุณพระเ้าที่คุณปลอดภัยใจผมหายแวบเลยตอนที่ติดต่อคุณไม่ได้”
“ไวเลสผมหล่นน่ะสตีฟดีแลนชนกรงเราเกือบคว่ำ”
“งั้นดีแล้วที่เราตัดสินใจพาคุณขึ้นมาก่อนไม่งั้นคงเกิดเื่ไม่ดีแน่ ๆ” ผมพยักหน้าให้โอเว่นดันร่างของริชาร์ดให้ขึ้นไปก่อนแล้วตัวเองขึ้นตามทีหลังโจเอลรีบเอาผ้าไปคลุมให้อาเขา ส่วนผมรีบเดินมาดูจอมอนิเตอร์เพื่อหาว่าดายอยู่ไหน
วงกลมสีแดงเคลื่อนไหวไปมาบ่งบอกว่ามันไม่ได้อยู่ไกลจากเราแต่มันก็เลือกที่จะเมินเฉยทั้งที่ควรจะเข้ามาหา ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่หรือว่าเหยื่อล่อที่เราเทไปยังดึงดูดใจไม่มากพอ
“คุณต้องใช้ไวเลสสำรองนะผมจะเช็กให้ว่ามันใช้งานได้อยู่ไหม”
“ฝากเช็กอันนี้ด้วยสตีฟดูเหมือนมันจะใช้ไม่ได้” ผมส่งไวเลสที่ได้มาจากอาทว่าสตีฟกลับย่นคิ้วใส่
“นี่มันไม่ใช่ไวเลสของเราหนิครับคุณโซล”
“หา?”
“มันคนละยี่ห้อกับที่เราใช้แค่สีเหมือนกันเท่านั้นเอง” คำพูดของอีกฝ่ายทำผมฉายความไม่เข้าใจบนใบหน้าพร้อมกับจับไวเลสนั้นมาดูอีกครั้งเพ่งเล็งสังเกตดี ๆ มันก็เป็อย่างที่สตีฟว่า ไวเลสที่อาใส่มันคนละยี่ห้อกับที่ผมสั่งมาแถมตรงปลายยังติดชิปสื่อสารอะไรสักอย่างที่ผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่ของผมวินาทีนั้นผมรีบตวัดสายตาไปดูลูกน้องทั้งสองคนที่อยู่ในเรืออีกลำ
พวกเขากำลังทำบางอย่างกับไอแพดตัวเอง
“ผมว่ามีคนกำลังเล่นเกมกับเราแล้วสตีฟ”
“อะไรนะครับ?”
“ไวเลสนี่น่าจะเป็ตัวเก็บข้อมูลไม่ก็ตัวแฮคระบบอะไรสักอย่าง” ผมสบตากับเขา ลำพังจะเอาไวเลสนี่กลับไปให้จอร์แดนวิเคราะห์ก็คงไม่ทันการณ์และเพื่อทดสอบว่ามันเป็อย่างที่ผมคิดไหม ผมเลยเดินไปตรงขอบเรือพยายามจับจ้องว่าสองคนนั้นกำลังดูอะไรอยู่
เท่าที่ผมเห็นมันเป็ข้อมูลอะไรสักอย่างมีภาพประกอบที่ผมไม่แน่ใจว่าเป็ภาพฉลามไหม
รู้แค่ว่าผมเลียปากมองไวเลสในมือก่อนจะปล่อยลงพื้นไป
ปลายเท้าที่สวมรองเท้าสำหรับใช้ดำน้ำไว้เหยียบลงไปบดขยี้จนมันแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีผมกอดอกรอดูปฏิกิริยาพวกเขาว่ากำลังใช้สิ่งนี้เป็ตัวแปรของเกมหรือเปล่า
และมันก็เป็อย่างที่ผมคิด
“เฮ้ยอะไรวะ !” สองคนนั้นอุทานลั่นเมื่อจู่ ๆ หน้าจอไอแพดก็ดับพยายามทุบมันสองสามครั้งคงคิดว่าเป็ปัญหาที่หน้าจอ “หน้าจอดับได้ไง”
“หรือว่าเขาทำตก...อ๊ะ!” พวกเขาโหวกเหวกก่อนจะหันขวับมามองอาจจะ้าปรึกษาริชาร์ดไม่ก็โจเอล ทว่ากลับเจอผมที่ยืนมองอยู่แทน “คะ...คุณโซล”
“หึ” ผมกระตุกยิ้มมองใบหน้าของเขา พวกเขาอ้ำอึ้งไม่ต่างจากโจรที่โดนจับได้ผมหยิบเศษซากไวเลสที่ทำลายไปโยนลงน้ำโบกมือเล็กน้อยแล้วหันกลับมาสวมเครื่องช่วยหายใจให้โจเอลราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นพวกเขาพลาดที่กล้ามาลองดีกับผม คิดว่าตัวเองเก่งมากจากไหนถึงได้ท้าทายผมกัน “ถึงเวลาของคุณแล้ว โจเอล”
“เดี๋ยว...!”
“เลิกยืดเวลาสักที”ไม่รอให้พูดมาก ผมก็ผลักเขาลงกรงฉลามไปโจเอลใมากเขาดิ้นรนเหมือนตัวเองกำลังจะตาย ทว่าผมกลับเอานิ้วแนบปากยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แม้ตัวเองจะยังไม่ลงไป “ชู่วถ้าคุณไม่อยากตายก็อย่าเสียงดังรู้ไหม”
“!!!”
“พวกมันประสาทรับรู้ไวเพราะงั้นถ้าอยากมีชีวิตต่อ ทำตัวเป็เด็กดีไม่ใช่เหยื่อล่อนะครับ” ผมขบขันผิดกับอีกฝ่ายที่ไม่สนุกเลยสักนิด ผมสวมไวเลสตัวใหม่ที่สตีฟเอามาให้ะโลงไปกรงไม่สนใจว่าตัวเองเพิ่งจะขึ้นมาตอนไหน
ผมอยากให้มันจบเราจะได้รีบกลับโดยไม่ต้องกังวลอะไร
“ไม่ต้องหย่อนเราลงไปลึกมากนะสตีฟผมกลัวว่าจะมีคนหัวใจวาย”
“ถ้ามีอะไรบอกเราเลยนะโซล”
“แน่นอน” ผมพยักหน้ารับโอเว่นที่เตือนอย่างนั้น เขาปิดกรงให้เราก่อนที่สตีฟจะหย่อนเราลงไปอีกครั้งผมแอบเหล่เห็นว่าโจเอลดูจะร่ำลากับอาเขาอยู่นานเหมือนกันเล่นเอาผมอยากจะกดหัวเขาลงไปใต้น้ำชะมัด
เสียดายที่ทำไม่ได้เลยส่ายหน้าแล้วหันมาสนใจทะเลต่อพลันก็ต้องตวัดสายตาไปมองคนด้านข้างที่จู่ ๆ ก็เอื้อมมือมาจับมือผมไว้
“คุณมาจับมือผมทำไม ?”
“ถ้าทำแบบนี้ จะได้รู้สึกปลอดภัยไงครับ” เขายิ้มหากแต่เป็รอยยิ้มที่ดูหวาดกลัวที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็น ยิ่งเราลงมาลึกมากเท่าไหร่โจเอลก็ยิ่งดูกลัวมากขึ้นเท่านั้นเขาบีบมือผมไว้แน่นทำราวกับว่าระยะทางห้าเมตรลึกพอกับหมื่นฟุตที่ผมเคยไปเยี่ยมเยียนมา
ทว่ายังไม่ทันที่ผมจะได้สลัดมือเขาออกไปหัวใจผมก็คล้ายกับต้องหยุดเต้นเมื่อลงมาเจอกับความอันตรายขั้นสุดของมหาสมุทรอันยิ่งใหญ่
จากตอนแรกที่อาลงมามีเพียงแค่ดีแลนปราศจากพี่ชาย
แต่ตอนนี้กลับแตกต่างออกไป
พวกมันจ้องเราอยู่ทั้งสองตัว
“พระเ้า พวกมัน...!”
“ชู่ว อย่ากระโตกกระตาก ยิ่งคุณใ คุณจะยิ่งกลายเป็อาหารได้ง่าย”
“อึก”
“ใจเย็น ๆ ค่อย ๆ หายใจ มันทำอะไรเราไม่ได้ตราบใดที่เรายังอยู่ในกรง”ผมปลอบประโลมเขาต่อให้จะไม่อยากทำเท่าไหร่แต่ผมก็ไม่ได้อยากพาตัวเองมาตายกับคนขี้ขลาดตาขาวที่ตัวสั่นเป็เ้าเข้าโจเอลบีบมือผมไว้แน่น ยิ่งดายกับดีแลนว่ายวนเวียนสำรวจเรามากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดูจะบ้าตายมากขึ้นเท่านั้น
ฟันแหลมคมของเ้าปลาตัวยาวกระแทกกรงเราไปมาเหมือนเป็การเตือนอะไรสักอย่าง
“พระเ้า ตัวมันใหญ่มากอามีชีวิตอยู่โดยไม่ใตายไปก่อนได้ยังไง”
“คงเพราะตอนอาลงมามันมาแค่ตัวเดียวล่ะมั้งเขาเลยไม่ใ”
“…”
“ส่วนคุณนี่โชคใหญ่ลงมาก็เจอมันสองตัวเลย” ผมหัวเราะไม่สนใจว่าเขาจะกลัวมากแค่ไหนพยายามจะดึงมือตัวเองออกจากการจับกุมเขาไว้ “ปล่อยมือผมได้แล้วจะจับตลอดเวลาเลยหรือไง”
“ก็ผม้าความปลอดภัย ถ้าจับมือคุณจนถึงกลับขึ้นไปได้ผมก็จะ...!”
ผัวะ !
ยังไม่ทันจบประโยคจู่ ๆ ดายก็พุ่งเข้าชนกรงเราจนพลิกคว่ำ ดีแลนชนซ้ำให้พลิกกลับส่งผลให้ร่างของผมกระแทกเข้ากับประตูกรงไปมาจนรู้สึกเจ็บหลังเพราะถังอากาศที่สวมใส่ผมนิ่วหน้าพยายามยันตัวขึ้นมายืนดี ๆ แล้วค่อยไปพยุงโจเอลที่ใกล้จะบ้าตาย
“ให้ตายสิ ! มันกำลังจะกินเรา !”
“ไม่ มันก็แค่หยอก ใจเย็น ๆ สิ”
“ใจเย็นได้ไงคุณก็เห็นว่ามันจะฆ่าเรา !” ร่างสูงสติแตกเขาร้อนรนไปหมดจนผมอยากจะตบหน้าเข้าให้ แต่ที่ทำได้คือจับบ่าเขาไว้เขย่าตัวเล็กน้อยให้เขาตั้งสติ “มันต้องพังกรงเข้ามาแน่ ๆเราจะตายกันหมด ! เอาผมขึ้นไปข้างบนนะ ขอร้องล่ะ !”
“ตั้งสติโจเอล กรงนี่แข็งแรงพอที่มันจะพังไม่ได้ !”
“แต่คุณก็เห็นไม่ใช่หรือไง มันตั้งใจจะ...!”
“เงียบนะ!” ผมตวาดยกมือขึ้นปิดปากเขาผ่านหน้ากากเพื่อบอกให้เขาเงียบเสียงยิ่งเขาสติแตกมากเท่าไหร่ก็ยิ่งกระตุ้นให้สองพี่น้องสนใจมากขึ้น โจเอลตัวสั่นผมเลยจำเป็ต้องกอดเขาไว้ไม่งั้นเขาจะบ้าขึ้นกว่านี้อีกแน่นอนว่าการกระทำนั้นตกอยู่ในสายตาของดีแลนและพี่มัน
สองมือแกร่งของโจเอลโอบกายผมไว้ผมบอกให้เขาใจเย็นลงขณะสบตากับดายที่อ้าปากช้า ๆราวกับข่มขู่ให้ผมหยุดสิ่งที่ทำอยู่ ผมส่ายหน้าเป็เชิงบอกให้มันหยุดความคิดที่จะทำตัวร้ายกาจผมรู้ดีว่าเวลาพวกมันโกรธ มันจะทำตัวโหดขนาดไหน
ผมเลียปากการสบตากับดายไม่ต่างจากการวัดใจ
และใจของผมก็ต้องสลายเมื่อโจเอลดันพูดขึ้นมาว่า
“กอดผมให้แน่นกว่านี้ได้ไหม”
กึด !
“ดาย !” ร่างของเราสองคนแยกออกจากกันไปติดกรงคนละฝั่งเมื่อคำพูดของโจเอลทำให้ดายเกิดอาการบ้าคลั่งกัดเข้าที่กรงจนเกิดรอยฟันแต่ด้วยความแข็งของมันเลยกัดไม่แตกเพราะงั้นมันเลยทำสิ่งที่แย่กว่าการกัดแล้วปล่อย
มันกำลังลากพวกเราลงทะเล
ตู้ม !
[เฮ้ย !]
“อะไรน่ะ...!?” เสียงตกน้ำดังขึ้นตอนที่ผมได้ยินเสียงโหวกเหวกผ่านไวเลสที่สวมไว้ที่หูเสียงมันเหมือนสตีฟที่อุทานด้วยเหตุผลอะไรสักอย่างทว่าผมกลับไม่รู้ว่า้าเป็ยังไงบ้างรู้แค่ว่าเสียงตกน้ำที่ยินผ่านมานั้นทำให้ผมรีบหันขวับไปมองอีกฝั่งเพ่งเล็งมองหาว่าเรือที่ขับมาเกิดอะไรแต่ด้วยความเร็วของดายแลดูมันจะลากพวกเราออกมาไกล
และผมก็พบทีหลังว่าเสียงตู้มเมื่อกี้คือเสียงของเครนที่เกี่ยวประตูกรงไว้มันถูกกระชากออกให้ตกน้ำไปเลยทำให้ดายสามารถลากพวกเราไปไหนก็ได้นอกจากนั้นใกล้กับเครนผมยังเห็นเงาของอะไรบางอย่างที่ร่วงตามเครนไป
เสียดายที่ผมไม่ทันได้สนใจโจเอลจับแขนผมไว้
“บ้าจริง! เครนหลุดออกมาได้ไง !” โจเอละโใส่เขาเกาะกรงไว้แน่นจนแทบจะสิงมันเข้าไป “นี่มันโคตรเลวร้ายทำไงดีโซล พวกมันกำลังจะลากเราลงไปตาย !”
“ช่วยเงียบปากสักนาทีได้ไหม ไม่งั้นผมจะโยนคุณออกไปเอง !” ผมตวาดกลับพยายามคิดหาทางว่าจะรอดไปได้ยังไง ผมได้ยินเสียงคน้าผ่านไวเลสแต่มันไม่ชัดเท่าไหร่พลันจู่ ๆ ดายก็สลัดกรงเราทิ้งไป ผมนึกว่ามันจะหยุด ทว่าดีแลนกลับมารับ่ต่อ
“กึด !” ฟันคมพยายามกัดกรงเราให้แตกออกลากกรงไปมาพร้อมกับที่ดายว่ายเข้ามาหา ผมเบิกตากว้างเมื่อขากรรไกรกระแทกกับประตูทางเข้าทั้งสองด้านไม่สนใจเลยว่าลวดจะเกี่ยวปากมันไหม แต่ร้ายสุดคือการที่ดายว่ายไปคาบเครนใช้แรงมหาศาลในการกระตุกทีเดียวเพื่อให้ประตูกรงเปิดออกไป
“โซล !”
“โจเอล !” วินาทีนั้นผมเบิกตากว้างมองร่างของหลานอาที่หลุดออกจากกรงเนื่องจากตอนที่ดายกระชากประตูให้เปิดมันเป็จังหวะเดียวกับที่ดีแลนกัดกรงไปอีกทางด้วยแรงของกรามขนาดใหญ่ทำให้เกิดเื่ไม่คาดฝัน
ผมกำลังจะออกไปช่วยโจเอลที่ลอยอยู่กลางน้ำทว่ารองเท้าผมกลับติดตาข่ายที่พื้นด้านล่าง ซ้ำร้ายดีแลนก็ยังลากผมไม่ยอมหยุดกรงของผมห่างไกลจากโจเอลมากขึ้น ถึงอย่างนั้นผมก็เห็นว่าเขาพยายามดิ้นรนว่ายน้ำหนี
และเพื่อให้เขารอดผมเลยกดไฟฉายเพื่อล่อดายมาหาแต่แทนที่มันจะช่วยให้โจเอลรอดตายได้ ดีแลนกลับหักหลังความไว้ใจ
“เฮ้ย !”ร่างของผมโคลงไปมาตามกรงที่หมุนเพราะถูกสลัดเ้าตัวร้ายว่ายกลับไปหาโจเอลอีกครั้งเป็จังหวะเดียวกับที่ดายพุ่งเข้าใส่นาทีนั้นผมเบิกตากว้างชั่วพริบตาเดียวทะเลสีน้ำเงินก็ถูกย้อมด้วยเืสีแดงฉานมากมาย
ผมเห็นมือที่โจเอลใช้จับมือผมลอยไปมาราวกับบอกลาว่าขอให้โชคดี