ตอนที่ 13 แพรขาวสามฉื่อ
“อาว่านกับอาเมี่ยวอยู่ที่ไหน” เสวียนฮวาถามอาตงช้าๆ ทีละคำ
อาตงไม่ตอบ มองไปทางอื่นดุจไม่ได้ยิน
“ฮองเฮาอย่าเพิ่งสนใจเื่ผู้อื่นเลยพ่ะย่ะค่ะ นางกำนัลผู้นี้ให้การเป็สัตย์แล้วว่าเป็คนช่วยพระองค์สร้างกู่ไม้ไผ่นี่ขึ้นด้วยวิชานอกรีตของชนเผ่าฮวาเหมียว” เสนาบดีกรมวังแจกแจงความผิดที่เสวียนฮวาไม่รู้เื่แม้แต่นิดเดียวแล้วหันหน้าไปถามนางกำนัลผู้นั้น “ใช่หรือไม่ อาตง”
“เ้าค่ะ พระองค์เป็คนบอกวิธีให้ข้าทำตามเอง”
เสวียนฮวาหน้าชาดิก เื่นางถูกใส่ร้ายก็เื่หนึ่ง แต่ที่เสวียนฮวานึกไม่ถึงเลยว่าอาตงผู้นี้จะเป็ข้าขายเ้าบ่าวขายนายได้ถึงเพียงนี้
“ฮวาเหมียวอันใด ข้าไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำว่ามีของพวกนี้อยู่บนโลก” เสวียนฮวาร้องบอก
“เ้าว่ามา” เสนาบดีกรมวังถามอาตง
“ข้าเคยทำสิ่งใดให้เ้าเจ็บช้ำน้ำใจหรืออาตง ข้าเคยตีเ้าสักแปะหนึ่งหรือก็ไม่ ข้าเป็คนเผาสัญญาทาสเ้าเองกับมือแล้วถามเ้าด้วยซ้ำว่าเ้าจะไปจากข้ายามไหนก็ได้ ข้าเห็นเ้าเป็น้องสาวข้ามาตลอด แล้วนี่คือสิ่งที่เ้าตอบแทนให้ข้างั้นหรือ..” เสวียนฮวาระบายออกมาอย่างโกรธแค้น นางนึกไม่ถึงเลยว่านางจะถูกคนผู้นี้ทรยศ
“พระนางบอกให้ข้าหาศพเด็กทารกมาเก็บไว้ แล้วเอาน้ำมันจากศพเด็กมาทาไม้ไผ่เ้าค่ะ ศพเด็กทารกนั้นถูกฝังอยู่ที่ใต้ต้นหลิวนอกตำหนักฝั่งตรงข้ามหน้าต่างห้องพระบรรทมนี่เองเ้าค่ะ” อาตงพูดต่อทำเหมือนไม่ได้ยินเสียงของนายตน ใบหน้ามองเสนาบดีกรมวังแต่เพียงผู้เดียว
“ต่ำช้า!” เสวียนฮวาตะคอก “ท่านเสนาบดี ไยท่านมิถามนางกำนัลอีกสองคนของข้าเล่า อาเมี่ยวกับอาว่านไม่มีวันทรยศข้าเหมือนนางอสรพิษผู้นี้แน่”
“จริงหรือ ถ้าอย่างนั้นพวกเ้าก็จงไปขุดดูเดี๋ยวนี้” ขุนนางผู้นั้นก็รับคำดุจงิ้วเล่นละครสมบทบาทไม่มีผิด ไม่ใส่ใจกับคำอุทธรณ์ของผู้เป็ฮองเฮาเลย
เสวียนฮวามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นขันทีสองคนถือจอบเสียมตรงไปที่ใต้ต้นหลิวต้นนั้น บริเวณนั้นนางมองไปปราดเดียวก็เห็นร่องรอยของดินที่เพิ่งขุดใหม่ๆ เมื่อไม่กี่วันนี้เอง เสวียนฮวาใจหายในทันที ไฉนนางเพิ่งมาสังเกตเอาตอนนี้ได้ ทั้งๆ ที่อยู่ปลายจมูกนางแท้ๆ
แต่ถึงนางสังเกตเห็นร่องรอยนั้นแต่แรก เสวียนฮวาก็ไม่คาดคิดว่ามันเป็ร่องรอยของแผนสกปรกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใส่ร้ายนางอยู่ดี
หญิงสาวเห็นคนรายรอบตัวนางตอนนี้เป็ดุจสุนัขจิ้งจอกไปหมดทุกคน นางรู้สึกเหมือนตนเองเป็ลูกกวางที่กำลังโดนสุนัขพวกนี้ไล่ล่า แม้นกระทั่งคนที่นางไว้ใจที่สุดผู้หนึ่งก็ยังสร้างเื่ใส่ร้ายนางได้ หญิงสาวมองไปที่ผางเยว่ที่ยืนอยู่ข้างเสนาบดีผู้นั้น ตอนนี้ทุกคนมองไปที่ขันทีสองคนที่กำลังขุดดินใต้ต้นหลิว มีแต่เพียงเสวียนฮวากับผางเยว่เท่านั้นที่สบสายตาให้กันและกัน
เสวียนฮวาถามออกไป “พวกเ้าก็ด้วยหรือ?”
ดวงตาคู่นั้นของชายหนุ่มไม่ไหวติง เสวียนฮวามั่นใจ...ผางเยว่ต้องรู้ดีว่าคำถามนั้นนางตั้งใจถามถึงเขาผู้เดียวเท่านั้น แต่นางเดาความรู้สึกในดวงตาคู่นั้นไม่ออกเลยแม้นแต่นิดเดียว
“เจอจริงๆ ด้วย” เสียงของขันทีผู้หนึ่งพูดออกมา
เสวียนฮวาหันไปที่ต้นเสียงทันที นางเห็นขันทีใช้เสียมพยุงซากศพรุ่งริ่งอันน้อยขึ้นมา
เสวียนฮวาหัวเราะ....นางหัวเราะให้กับโชคชะตาตัวเอง นางหัวเราะให้กับตัวเองที่แบกรับความรู้สึกผิดที่เป็หญิงชั่วลักลอบเล่นชู้มาตลอด บัดนี้นางไร้ความรู้สึกผิดนั้นโดยสิ้นเชิงแล้ว นางขอบคุณผางเยว่ด้วยซ้ำที่เขากระแทกกระทั้นความเป็ชู้รักใส่นางทุกค่ำคืน
เพราะไม่ว่านางจะปฏิบัติตัวดีเช่นไร นางก็จะถูกจัดการอยู่ดี นางควรจะรู้ตัวมาตั้งนานแล้วว่าจะต้องมีวันนี้
ข้าถูกฮ่องเต้เกลียดชังอย่างไร้เหตุผล ข้ารู้ดีว่าพระองค์เริ่มระแวงคนสกุลเสวียน ข้าสู้ยอมกล้ำกลืนเป็ตัวแทนของตระกูลแสดงความจงรักภัคดีต่อพระองค์จนถึงที่สุด แต่มันผู้เป็ถึงฮ่องเต้ก็ยังใจจืดใจดำกับข้า จู่ๆ ฮ่องเต้เรียกข้าไปถวายการรับใช้ แล้วก็พบเจอเ้าสิ่งของบ้าบอนั่นใต้แท่นบรรทมมันงั้นหรือ! ข้านี่น่ะหรือพิสวาสเ้านั่นจนต้องทำเสน่ห์ น่าขำนัก! หวังฮุ่ย เ้ามันขี้ขลาดนัก เ้าอยากฆ่าข้าเ้าก็ไม่กล้าลงมือเอง!
เสวียนฮวาบริภาษในใจแล้วแค่นหัวเราะเสียงดัง คนที่เป็สามีเป็ผู้ทรยศนาง คนที่เป็ดุจดั่งน้องสาวในไส้ก็ทรยศนางอย่างหน้าด้าน คนรอบตัวนางยามนี้เป็เหมือนสุนัขป่าที่พร้อมจะขย้ำนางได้ทุกขณะ
เสียงหัวเราะดุจคนวิปลาสดังลั่นไปทั้งตำหนัก โทษทัณฑ์ของสตรีที่ทำเสน่ห์ใส่องค์ฮ่องเต้นั้นมีเพียงอย่างเดียว คือปะาชีวิตด้วยผ้าขาวสามฉื่อรัดคอ
ก็ดี อย่างน้อยก็ตายสบายกว่าการเป็ชู้นัก ผางเยว่ ข้าขอบคุณเ้าที่มอบความสุขให้กับผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งผู้นี้ก่อนวาระสุดท้าย ข้าขอให้เ้าเจอสตรีที่ดี หากชาติหน้ามีจริง ข้าอยากเกิดเป็คู่ครองเ้า เป็สตรีสามัญที่ได้ผู้ชายอย่างเ้าเป็สามี – เสวียนฮวาร่ำร้องในใจพร้อมกับหัวเราะอย่างสิ้นสติ
“เอาซี่...เ้าจะทำอะไรข้าอีก หลักฐานที่พวกเ้าสร้างขึ้นมันมัดตัวข้าแล้วนี่ แต่ข้าบอกได้เพียงอย่างเดียว ข้ามิได้ทำ ข้าถูกใส่ร้าย ดังนั้นเ้าตอบข้ามาทีเถิด อาเมี่ยวกับอาว่านเป็อย่างไร นางสองคนนั้นมิได้ทำสิ่งใดผิด ปล่อยนางไปเถิด”
“เมื่อครู่ตอนที่ฮองเฮากำลังทรงพระสรวลนั้น ข้าพเ้าได้รับรายงานว่าทั้งสองคนนั้นทนการสอบสวนไม่ไหว สิ้นใจตายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เสวียนฮวาตกตะลึง นางหันไปดูอาตงที่ยืนทำทองไม่รู้ร้อนก็ยิ่งเจ็บใจ
“เ้าชั่ว เ้าทรยศข้าผู้เดียวมิพอ เ้ายังทรยศสองคนนั้นด้วยหรือ พวกเขาทั้งสองคนเคยทำอะไรเ้า ทำไมเ้าถึงโฉดชั่วเยี่ยงนี้!” เสวียนฮวาไม่คิดถึงอิสริยยศอันใดอีกแล้ว นางะโด่าอาตงสุดเสียง แล้วถลาร่างจะไปทำร้ายคนที่เคยเห็นเป็เหมือนน้องสาว ขันทีเข้ามายึดตัวหญิงสาวไว้ในทันที
“หุบปาก จะถึงที่ตายเ้าแล้วยังปากกล้าอีกหรือ?” เสนาบดีกรมวังตะคอกใส่เสวียนฮวา “เดี๋ยวเ้าก็ได้เจอนังสองคนนั้นในปรโลก จะมาะโร่ำไรหาสิ่งใดอีก”
หญิงสาวนิ่งเงียบ น้ำตานางนองหน้า จ้องมองดูชายคนรักที่ยังยืนนิ่งดุจหินผา
“ฮ่องเต้พระราชทานผ้าแพรขาวให้เ้าแล้ว มิต้องห่วง มันเหมือนหลับไปเท่านั้น” มันผู้เป็เสนาบดีกรมวังพูด “อัญเชิญผ้าแพรพระราชทาน” เสียงมันประกาศก้องดังไปทั้งตำหนัก
ขันทียกถาดเดินเข้ามา บนถาดไม้นั้นมีผ้าแพรขาวสะอาดพับวางไว้อยู่อย่างเรียบร้อย ขันทีอีกสองคนไปจับร่างของเสวียนฮวาให้คุกเข่ากับพื้น หญิงสาวรู้ดีแล้วว่าทุกอย่างที่จะเล่นงานนางนั้นถูกเตรียมการเอาไว้เป็อย่างดีมานาน
“ปะา”
ช่างเป็การตัดสินคดีที่เป็ธรรมยิ่งนัก! จู่ๆ คนพวกนี้ก็เอาสิ่งโสโครกมายัดใส่ข้าว่าข้าเป็ผู้กระทำ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วยามเลยด้วยซ้ำในการตัดสินและปิดคดี แล้วก็จะปะาข้าเดี๋ยวนี้ ตรงนี้เลยงั้นหรือ – เสวียนฮวาคิดอย่างเคียดแค้น
ฮ่องเต้ไม่ได้คิดแค่ฆ่านาง ฮ่องเต้คิดจะกวาดล้างคนสกุลเสวียนต่างหาก พระองค์กำลังระแวงว่าผิงซีอ๋องบิดาของนางที่ครองอำนาจในหยวินหนานจะก่อการฏ การปะานางถึงได้ทำอย่างรีบร้อนเยี่ยงนี้ พระองค์เอาแต่ระแวงขุนนางตัวเอง ฏห้าอ๋องในรัชกาลก่อนก็ดี ต้าเฉิงเป็ปึกแผ่นไปบดขยี้โกกุเรียวได้ก็ดี ก็เพราะคนแซ่เสวียนกินกลางดินนอนกลางทรายสู้ลำบากเพื่อราชบัลลังก์ของเ้าพวกคนแซ่หวังทั้งสิ้น
หวังฮุ่ย เ้าตอบแทนพวกข้าเช่นนี้หรือ?
“ช้าก่อน...ข้าขอเขียนจดหมายถึงพ่อของข้าได้หรือไม่”
“ถึงเขียนไปก็ไปไม่ถึงหยวินหนานดอก ถึงเ้าเขียนไปก็เท่านั้น จะมาถ่วงเวลาไปไย?”
เสวียนฮวาเห็นผางเยว่หยิบผ้าแพรขาวผืนนั้นขึ้นมา
ข้าจะตายด้วยน้ำมือเ้าหรือ – นางยิ้มขึ้นมาทั้งน้ำตา หากนางได้ตายด้วยฝีมือเขาจริง นางไม่เสียดายเลย
นางรู้สึกผิดแต่กับอาเมี่ยวกับอาว่านที่ต้องตายอย่างทรมาณเพราะนางผู้เป็นายที่ไม่ได้ความ นางห่วงแต่ท่านพ่อกับท่านพี่ที่หยวินหนาน พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่าฮ่องเต้จะเริ่มกวาดล้างคนแซ่เสวียนแล้ว สองเื่นี้เท่านั้นที่นางเสียดายนัก
“ข้ารักเ้า...” เสวียนฮวาขยับปากแล้วเอ่ยเพียงภายในใจ ริมฝีปากนั้นบอกความในใจที่นางมีทั้งหมดให้กับเขา อย่างน้อยกับชายคนนี้เสวียนฮวาก็ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันแล้ว
มุมปากทั้งสองข้างของผางเยว่ก็ยกยิ้มขึ้น