“ เขาซื้อตั๋วหรือยัง ”
“ ยัง เขายืนที่นี่ 30 นาทีแล้วยังไม่มีใครรู้เลยว่าเขากำลังจะไปที่ไหน ”
นักศึกษาจากดวงดาวโนวาไพร์มยืนรวมกันอยู่หน้าตึก ทุกสายตาล้วนแล้วมองไปยังแอ็กเซลที่กำลังก้มมองโทรศัพท์ภายในมือของตนเอง เป็นเวลา 30 นาทีแล้วที่ทุกคนพบว่าเขาปรากฎตัวมาที่ฐานแห่งนี้ แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าเขาจะเดินทางไปที่ไหน หลายคนพยายามมองดูว่าเขาทำอะไร แต่ก็ไม่มีใครทราบเพราะมีพลังงานบางอย่างปิดหน้าจอมือถือของแอ็กเซลเอาไว้ ทุกคนจึงทำได้เพียงแค่รอดูว่าเขาจะไปที่ไหนหลังจากเล่นโทรศัพท์
ตอนนี้ไม่ได้มีเพียงนักศึกษาจากดวงดาวโนวาไพร์มที่ให้ความสนใจหัวขโมยแห่งแสงคนนี้ นักศึกษาจากดวงดาวอื่นๆที่ถูกหัวขโมยแห่งแสงตัดหน้าต่างก็ให้ความสนใจการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน หลายคนที่ต้องการแก้แค้นล้วนแล้วกลับฐานรอขึ้นยานอวกาศเดินทางไปยังจุดเดียวกันกับหัวขโมยแห่งแสงต้องการเดินทางไป
“ ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมงั้นเหรอ พูดได้ดีนี่ ”
แอ็กเซลยิ้มเล็กน้อยหลังจากเขาอ่านข้อมูลที่เมสันส่งมาให้ เขาจึงค้นหาข้อมูลกลุ่มผู้คลี่คลาย
จากข่าวของเขาที่กำลังโด่งดังเป็นฝีมือจากคนกลุ่มนี้ กลุ่มผู้คลี่คลายได้เปิดเผยว่าตนเองคือผู้อยู่เบื้องหลังการเปิดโปงหัวขโมยแห่งแสง
การหาข้อมูลแอ็กเซลพบว่ากลุ่มนี้ถูกจัดตั้งขึ้นมาจากความร่วมมือกันของนักศึกษาและแชมเปี้ยนบางกลุ่มที่ไม่ได้มีความสามารถในการต่อสู้ที่สูงมาก อาชีพของพวกเขาแต่ละคนในกลุ่มผู้คลี่คลายนั้นสามารถแกะรอยและเปิดโปงสิ่งที่ถูกปกปิดเอาไว้ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคติประจำใจของกลุ่มนี้คือการเปิดโปงทุกอย่างที่คิดว่ามันจะสร้างปัญหาใหญ่ในอนาคต การปกปิดตัวตนเพื่อทำเรื่องบางอย่าง ถูกพวกเขามองว่าเอาเปรียบกันเกินไป ดังนั้นกลุ่มนี้จึงถูกจัดตั้งมาเพื่อเปิดโปงคนที่พยายามทำลายกฎการอยู่ร่วมกัน
การที่เขาถูกเปิดโปงนั่นก็เพราะว่ามีคนร้องเรียนไปยังกลุ่มผู้คลี่คลายให้ช่วยตามหาตัวหัวขโมยแห่งแสง เนื่องจากเจ้าของตัวตนนี้ปกปิดหน้าตาเพื่อให้ตนเองสามารถแย่งของทุกอย่างไปจากนักศึกษาคนอื่นๆได้
แอ็กเซลเห็นว่ากลุ่มที่เปิดโปงเขาไม่ได้เป็นตัวอันตราย แค่พยายามตัดไฟตั้งแต่ต้นลมไม่ให้เขากลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวจนการอยู่ร่วมกันของคนหมู่มากพังลง เขาจึงยิ้มเพราะดูเหมือนว่าเขาจะคิดมากเกินไป
ถึงแม้ว่ากลุ่มผู้คลี่คลายจะวางแผนเล่นงานเขาด้วยข่าว เพื่อให้เขาหายไปสักระยะหนึ่งก็ตาม แอ็กเซลกลับโล่งใจเพราะการปล่อยข่าวของเขาไม่ได้มาจากขุมอำนาจที่ชิงชังในตัวของเขา เพียงเท่านี้เขาก็ล่าได้อย่างสบายใจ โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะฆ่าเขาได้ ตราบใดที่สหพันธ์ยังคงสอดส่องข่าวนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาจึงไม่ใช่การจบด้วยความตาย
“ เอาล่ะ คงได้เวลาแล้ว เด็กพวกนั้นคงอยากรู้ว่าฉันไปไหนมากๆเลยสินะ ”
แอ็กเซลหันมองด้านหลัง แม้นักศึกษามากเกินกว่าครึ่งจะใช้ชีวิตปกติธรรมดาไม่ได้สนใจเรื่องหัวขโมยแห่งแสงก็ตาม อีกครึ่งหนึ่งกลับสนใจเรื่องของเขา มีทั้งผู้ที่อยากเห็นจุดจบว่าเขาจะถูกเล่นงานเช่นไร มีทั้งผู้ที่ต้องการเข้ามาเล่นงานเขาจากความแค้นที่ถูกแย่งสิ่งของ แอ็กเซลจึงยิ้มให้นักศึกษาที่โกรธแค้นเขาราวกับตนเองกำลังมีความสุขก่อนจะซื้อตั๋วเดินทางไปยังพื้นที่ล่าระดับ 4 แห่งใหม่ จุดนี้พึ่งมีข่าวประกาศจากทางสหพันธ์ว่าพึ่งเปิดให้เข้าไปล่าหลังจากปิดมาเป็นเวลา 3 เดือน มอนสเตอร์ภายในนี้จึงมีมากพอสมควร แม้จะมีนักศึกษาเดินทางเข้าไปล่าเป็นเวลา 2 วันแล้วก็ตาม แอ็กเซลกลับคิดว่ามันเป็นสถานที่ล่าดีกว่าพื้นที่อื่นๆไม่น้อย
“ เขาขึ้นยานหมายเลข 442 ตรวจสอบเร็วเข้าว่ายานมันจะไปที่ไหน ”
นักศึกษากลุ่มที่ต้องการแก้แค้นพยายามตรวจสอบจุดหมายปลายทางของยาน เพียงแต่ว่ายานหนึ่งลำไม่ได้เดินทางไปแค่จุดเดียวเท่านั้น ทุกการเดินทางออกจากฐานยานแต่ละลำจะต้องเดินทางไปส่งนักศึกษามากกว่า 5 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตามมันกลับง่ายที่จะคาดการณ์ว่าแอ็กเซลจะเดินทางไปที่ไหน จากการล่าของเขาตลอดเวลาที่ผ่านมา มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่ทุกคนจะรู้ว่าปลายทางที่แอ็กเซลล่าจะต้องเป็นพื้นที่ระดับ 4 ซึ่งเส้นทางที่ยานหมายเลข 442 เดินทางไปมีจุดหมายเป็นพื้นที่ล่าระดับ 4 อยู่ 1 ตำแหน่ง
“ เขากำลังจะไปที่ทะเลทรายคริสตัล ”
“ ว่ายังไงนะ ทะเลทรายคริสตัลอย่างนั้นเหรอ เร็วเข้าตามไปเร็ว! ”
“ ถ้าจะตามไปต้องรออีก 1 ชั่วโมงที่ยานลำใหม่จะเดินทาง ”
“ งั้นก็หายานเดินทางไปพื้นที่ใกล้เคียงแล้วขี่รถไป เร็วเข้า รีบๆหายานที่จะไปสถานที่ใกล้เคียงทะเลทรายคริสตัลเร็ว!”
นักศึกษาหลายคนที่จับตามองพูดด้วยใบหน้าตื่นเต้น หลายคนอยากเห็นฉากการต่อสู้ระหว่างแอ็กเซลและนักศึกษาที่มีความโกรธแค้น แม้จะมีคนถ่ายวีดีโอแล้วอัพลงเครือข่ายก็ตาม การได้ไปเห็นด้วยตาน่าตื่นเต้นมากยิ่งกว่า
---------------------------------------------------------------
สายตาจากนักศึกษาราว 20 คนที่อยู่บนยานหันมองแอ็กเซลราวกับจ้องจะกินเนื้อ
แอ็กเซลรู้ตั้งแต่ขึ้นยานแล้วว่ามีคนไล่ตามมา นอกจากนั้นเขายังคุ้นหน้ากลุ่มคนที่อยู่บนยานลำเดียวกัน พวกมันเคยถูกเขาแย่งพืชกลายพันธุ์ระดับ 4 มาทั้งหมด 2 ครั้งด้วยกันจึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะตามติดเขาราวกับเป็นเงาเช่นนี้
กระทั่งยานกางขาตั้งวางตัวลงไปบนพื้นดิน แอ็กเซลที่รู้ว่าเขามาถึงทะเลทรายคริสตัลระดับ 4 ดาวแล้วจึงปลดเข็มขัดออกจากตัวพลางมองไปด้านหลังของเขาที่มีคนจำนวนมากรีบปลดเข็มขัดเพื่อไล่ตาม ถึงแม้ทุกคนจะปลดปล่อยจิตสังหารออกมาก็ตาม บนยานกลับมีข้อห้ามไม่ให้โจมตี การต่อสู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่ออยู่ห่างจากยานขนส่งไปราว 100 เมตรเพื่อป้องกันไม่ให้ยานได้รับความเสียหาย
เมื่อเท้าทั้งสองก้าวลงจากยานแอ็กเซลถึงขั้นยิ้มกว้างด้วยความพอใจ ดูเหมือนว่าสิ่งที่เมสันพูดจะเป็นเรื่องจริง เพียงแค่เขาหย่อนเท้าลงจากยานจะมีผู้คนมากมายืนรอต้อนรับเขา
ความกดดันถาโถมเข้าใส่แอ็กเซล นักศึกษามากกว่า 100 กำลังมองเขาด้วยความอาฆาต เขากลับส่งยิ้มหวานให้กับคนที่มารับโดยไม่รู้สึกสลดกับสิ่งที่ตนเองทำเลยสักนิดเดียว
ภายในแรงกดดันที่กำลังพุ่งเข้ามาจากผู้คนที่อยู่รอบๆ มันกลับมีเสียงหนึ่งร้องตะโกนดังแทรกแรงกดดันเข้ามา แอ็กเซลจึงหันมองดูก่อนจะพบเพื่อนที่กำลังบ่นให้เขามาตั้งแต่ไกล
“ ไอ้บ้าเอ๊ย แกจะมาที่นี่ทำไม ฉันบอกแล้วว่าให้ฝึกอยู่ที่สถาบันก็พอแล้ว ”
เมสันวิ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อแล้วเขย่าทำราวกับเขาเป็นขนมในซอง แอ็กเซลกลับรู้สึกตลกกับท่าทางของเมสันที่ดูวิตกมากจนเกินไป
“ ทำไมแกมาอยู่ที่นี่ได้ ”
“ ก็ขับยานมานะสิวะ แล้วนี่แกยังยิ้มอยู่ได้อีกเหรอ เดินกลับเข้าไปที่ยานขนส่งแล้วตีตั๋วกลับไปเลย ถ้าแกออกมาจากระยะปลอดภัยเมื่อไหร่แกถูกยำเละแน่ ”
“ เอาน่า แกวิตกเกินไปแล้ว กฎสหพันธ์ก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าห้ามฆ่ากัน ถ้าแกอยากให้เรื่องนี้จบก็ต้องให้ฉันเดินออกไปรับผลที่ทำ พวกเขาคงไม่เล่นงานฉันหนักหรอก ตอนนี้ฉันสำนึกผิดแล้วก็เลยคิดว่าจะออกไปรับผิดให้พวกเขากระทืบสักครั้ง ”
“ ไอ้บ้าเอ๊ย แล้วถ้าหากการโจมตีของพวกเขาพลาดล่ะ ”
“ ทุกคนที่นี่ก็แค่ถูกสหพันธ์เล่นงานด้วยกฎไง ฆ่าคนตายเลยนะ พวกเขากล้าที่จะให้ความโกรธครอบงำหรือยังไง เอาล่ะ ฉันจะออกไปให้พวกเขาต่อยตีสักหน่อยเพื่อระบายความโกรธ หากจะให้ฉันคืนของที่ขโมยฉันทำไม่ได้หรอกนะเพราะใช้ไปหมดแล้ว ”
เมสันวางเพื่อนลง เขารู้สึกแปลกกับคำพูดของเพื่อน สิ่งที่แอ็กเซลพูดออกมาดูเหมือนเขาจะสลด แต่รอยยิ้มและท่าทางกลับทำให้เขาวิตกเพราะมันราวกับกำลังท้าทาย
“ ถ้าพวกเขาได้ต่อยฉันคนละหมัดก็น่าจะแยกย้ายกันได้แล้ว อย่าไปคิดมากขนาดนั้น แต่ถ้าพวกเขาไม่พอใจก็แค่เล่นงานฉันมากกว่าหนึ่งหมัด ถ้าไม่พอก็เพิ่มอีกหมัดจากนั้นเราก็แยกทางกัน ในอนาคตถ้าพวกเขาคิดจะระรานฉัน มันจะต่างอะไรกับที่ฉันทำ ”
คำพูดของแอ็กเซลทำให้หลายคนที่เต็มไปด้วยความโกรธเริ่มคิดตาม หัวขโมยแห่งแสงไม่ได้ทำสิ่งใดผิดต่อกฎสหพันธ์ก็จริง เขากลับทำผิดต่อกฎการอยู่ร่วมกัน ประโยคสุดท้ายที่เขาเอ่ยออกมานั้น กลับเป็นการพูดเหน็บแหนมกลุ่มคนที่คิดจะระรานเขาเพราะเรื่องที่แอ็กเซลตัดหน้าฆ่ามอนสเตอร์และเก็บพืชกลายพันธุ์ไป กลุ่มคนที่ระรานจะไม่ต่างจากหัวขโมยแห่งแสง ดังนั้นวันนี้คงเป็นวันสุดท้ายที่พวกเขาจะเล่นงานแอ็กเซลได้ หากใครไม่คิดหยุดมันจะเกิดปัญหาในอนาคต ไม่แน่อาจจะมีคนติดนิสัยเสียเหมือนหัวขโมยแห่งแสงโผล่ออกมา
“ งั้นฉันจะรีบพาแกไปโรงพยาบาล ”
“ ขอยาที่ดีที่สุดให้ฉันด้วยก็แล้วกัน คงจะบาดเจ็บหนักแน่นอน ”
แอ็กเซลค่อยๆก้าวเท้าไปด้านหน้าเรื่อยๆ สถานที่เขากำลังมุ่งหน้าไปคือทะเลทรายคริสตัล แม้จะมีนักศึกษาขวางทาง เขากลับมองผ่านทำราวกับว่าพวกเขาเป็นต้นหญ้าสุดขอบอาณาเขตทะเลทราย
“ มันมาแล้ว! ”
หนึ่งในนักศึกษาที่ขวางทางร้องตะโกนด้วยความรู้สึกโกรธ ในระหว่างนี้มันก็ได้ก้าวถอยหลังเพื่อสร้างพื้นที่ในการต่อสู้ อีกเพียง 20 เมตรเท่านั้นแอ็กเซลจะออกมาจากพื้นที่ปลอดภัย เวลานั้นมาถึงมันจะเป็นคนแรกที่พุ่งเข้าไปโจมตีเขา
เท้าที่กำลังก้าวยังคงมุ่งหน้าไปเรื่อยๆโดยไม่มีท่าทีว่าจะลดความเร็วลง แอ็กเซลกลับไม่ได้นำชุดเกราะหรือโซลฟอร์ดออกมาใช้งาน เขาอยู่ในชุดฝึกซ้อมของสถาบัน การที่เขาตัวเปล่าไร้ชุดเกราะและไม่ได้ถืออาวุธทำให้นักศึกษาหลายคนกังวลภายในใจ การโจมตีของพวกเขาอาจจะทำให้แอ็กเซลถึงแก่ความตายได้ หลายคนที่เห็นการกระทำของแอ็กเซลจึงคิดว่าเขากำลังบังคับให้ทุกคนที่คิดจะโจมตีปลดอาวุธออกจากมือ
“ ฉันจะโจมตีแกเต็มกำลัง สวมชุดเกราะของแกซะ นำชุดเกราะของแกออกมาสวม! ”
ชายที่อยู่หน้าสุดตะคอกใส่หน้าแอ็กเซลที่ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้มันเรื่อยๆ อีกเพียง 5 เมตรเขาก็จะออกจากเขตปลอดภัย กระทั่งแอ็กเซลเดินมาถึง 1 เมตรสุดท้ายเขากลับหยุดเท้าแล้วมองดูคนมากมายที่เตรียมโจมตีเขา
“ เพื่อนๆพี่ๆ ฉันคิดว่าเรามาเป็นมิตรที่ดีต่อกันเถอะนะ เรื่องที่ผ่านมาก็ถือให้แล้วกันไป วันนี้เรื่องทั้งหมดจะต้องจบลง โอเคไหม ”
“ สวมชุดเกราะของแกซะ แล้วก็ชักอาวุธออกมา! ”
นักศึกษารอบๆเริ่มร้องตะโกนออกคำสั่ง แอ็กเซลกลับยังคงยืนตัวเปล่ามีเพียงเสื้อผ้าฝึกซ้อมเท่านั้น หลังจากพูดสิ่งที่อยากพูดออกไปทั้งหมดแล้วเขาจึงโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยแล้วก้าวเท้าเดิน อีกเพียง 1 ก้าวเขาก็จะออกจากเขตปลอดภัยแล้ว หลายคนที่เห็นว่าเขาไม่ยอมสวมชุดเกราะล้วนแล้วเก็บอาวุธของตนเองแล้วนำท่อนไม้หรือข้าวของเครื่องใช้ออกมาใช้แทนอาวุธเพื่อให้สามารถเรียกใช้งานสกิลอาวุธได้
แต่ทว่าชายที่ก้าวออกมาเพียงก้าวหนึ่งทำราวกับว่าเขามารับโทษกลับพุ่งด้วยความเร็วที่ยากจะตามทัน ชายที่ยืนอยู่หน้าสุดเขาพึ่งนำท่อนไม้ออกมาถือแทนดาบกลับถูกหมัดของแอ็กเซลชกเข้าปลายคางจนตาค้างสลบไป
หลายคนที่เห็นการโจมตีของแอ็กเซลล้วนแล้วตกใจ แต่ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีใครใช้โซลฟอร์ด การต่อสู้ในครั้งนี้ถูกบีบให้ใช้มือเปล่าและของที่ไม่ใช่อาวุธเพื่อให้เรียกใช้สกิลได้เท่านั้น
“ เพื่อนๆ ควบคุมพลังของตนเองให้ดีล่ะ อย่าให้มีใครตายเชียว ถ้าพลังของเพื่อนๆพุ่งไปโดนตัวคนที่สลบจนทำให้ตาย เราจะกลายเป็นนักโทษของสหพันธ์เลยนะ”
“ แก! ”
เพื่อนของชายที่นอนสลบร้องด้วยท่าทางโกรธแค้น คำพูดของแอ็กเซลดูแปลกๆตั้งแต่แรก ตอนนี้มันรู้แล้วว่าแอ็กเซลไม่ได้สำนึกผิดแต่คิดจะท้าทาย แต่ยังไม่ทันจะได้ทำอะไร ร่างที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาก็ออกหมัดอีกครั้งส่งผลให้ชายที่อยู่ใกล้สลบลงไปอีกคน
“ จัดการมัน จัดการมันให้ได้ แค่ให้บาดเจ็บสาหัสก็พอ ไม่ต้องทำให้มันตาย ! ”.