“เป็นจักรพรรดิเป่าหลงที่ร่วงหล่น!”
จักรพรรดิกู่หรงกล่าวด้วยความโศกเศร้า
หนึ่งใน 36 จักรพรรดิ การร่วงหล่นของจักรพรรดิเป่าหลงมีผลกระทบอย่างมากต่อเขาซึ่งหมายความว่าเขาเองก็อาจจะตายได้เช่นกัน
“เป็นจักรพรรดิเป่าหลงจักรพรรดิอันดับที่ 25 จาก 36 จักรพรรดิเขาแข็งแกร่งมาก เขามีพรสวรรค์ด้านการป้องกันและด้านพละกำลังระดับลึกลับ”
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์หลายคนกล่าวด้วยความตกตะลึง
เย่เทียนเองก็ขมวดคิ้วเช่นกันเขาพอจะรู้ข้อมูลของจักรพรรดิเป่าหลงเล็กน้อย
จักรพรรดิเป่าหลงเป็นพ่อมดและเป็นสมาชิกของวิหารเทพมนต์ดำเขามีพรสวรรค์ด้านความแข็งแกร่งระดับลึกลับและพรสวรรค์ในการป้องกันระดับลึกลับ แต่น่าเสียดายที่เขาไม่มีพรสวรรค์ด้านอาวุธ
พรสวรรค์ของเขาจึงไม่สามารถเพิ่มพลังการต่อสู้ได้มากนักทว่าความแข็งแกร่งของเขายังคงน่ากลัวมาก
จักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับนั้นยากที่จะสังหารได้เนื่องจากพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับสามารถเพิ่มพลังป้องกันได้ถึง 100 เท่า นี่เป็นพลังป้องกันที่น่ากลัวมาก
อาจกล่าวได้ว่าแม้จักรพรรดิเป่าหลงจะถูกกลุ่มจักรพรรดิทั่วไปรุมโจมตีเขาก็ยังต้านทานไหว
แต่ตอนนี้จักรพรรดิเป่าหลงที่มีพรสวรรค์ระดับลึกลับถึงสองชนิดกลับถูกสังหาร
ข่าวนี้น่าตกใจมาก!
“จักรพรรดิกู่หรงจักรพรรดิเป่าหลงตายยังไง?” มหาปราชญ์ดาบคลั่งถามอีกครั้ง
“เขาถูกล้อมโดยสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั้ง3 ตัว เดิมทีจักรพรรดิเป่าหลงสามารถต่อกรกับพวกมันได้ด้วยตัวคนเดียวแต่ไม่คาดคิดว่าจะมีสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่น่าหวาดกลัวซ่อนอยู่ สัตว์อสูรตัวนี้มีพรสวรรค์ด้านการโจมตีทางจิตวิญญาณอันน่าหวาดหวั่นพลังของมันเมินเฉยต่อพรสวรรค์ด้านการป้องกันและทำลายจิตวิญญาณของจักรพรรดิเป่าหลงด้วยการโจมตีเพียงไม่กี่กระบวนท่า”
จักรพรรดิกู่หรงกล่าวดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
“พรสวรรค์ด้านการโจมตีวิญญาณ!”
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ต่างหน้าถอดสี
นี่เป็นพรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวที่ไม่สนใจพลังโจมตีและพลังป้องกันมีเพียงพลังบ่มเพาะที่แข็งแกร่งหรือมีพรสวรรค์ด้านจิตวิญญาณเท่านั้นที่สามารถต้านทานได้
พรสวรรค์ด้านการโจมตีทางวิญญาณเป็นหนึ่งในพรสวรรค์ที่น่ากลัวมันสามารถสังหารฝ่ายตรงข้ามได้โดยตรงโดยไม่สนใจความสามารถในการต่อสู้ทางกายภาพ
“จักรพรรดิกู่หรงถ้าอีกฝ่ายมีพรสวรรค์ด้านการโจมตีทางจิตวิญญาณ ไม่ใช่ว่าจักรพรรดิทั้ง 36 คนจะไม่มีวิธีป้องกันการโจมตีทางวิญญาณของอีกฝ่ายหรอกหรือ?” ระดับศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งถามด้วยความตกตะลึง
“มันไม่ถึงขนาดนั้น!”จักรพรรดิกู่หรงอธิบายว่า “สัตว์อสูรที่มีพรสวรรค์ประเภทวิญญาณนั้นเป็นเพียงสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิทั่วไปที่มีพรสวรรค์พิเศษประเภทวิญญาณพลังของมันแข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิเป่าหลง ดังนั้นวิญญาณของจักรพรรดิเป่าหลงจึงถูกทำลายจากเรื่องนี้ทำให้เราระวังสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้มาก ตามการคาดเดาของเรา ตราบใดที่มีพลังบ่มเพาะสูงพอพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งก็จะสามารถต้านทานการโจมตีจากพรสวรรค์ทางจิตวิญญาณของอีกฝ่ายได้นอกจากนี้จักรพรรดิจันทราซึ่งเป็นหนึ่งใน 30 จักรพรรดิแห่งนิกายเทพจันทรายังมีสมบัติที่สามารถต้านทานการโจมตีของวิญญาณได้จักรพรรดิเทพจันทราได้เดินทางไปยังรอยแยกมิติเพื่อค้นหาสัตว์อสูรตัวนั้นแล้ว พวกเราจะต้องทำทุกอย่างเพื่อฆ่าสัตว์ร้ายตัวนั้น!จักรพรรดิเนตรโลหิตของวิหารเทพมนต์ดำมีพรสวรรค์ด้านเนตรโลหิต มันเป็นการโจมตีด้วยเนตรชนิดหนึ่งซึ่งต่างจากการโจมตีทางวิญญาณ ผลที่ได้ไม่ได้รุนแรงเท่าการโจมตีทางวิญญาณของสัตว์ร้ายตัวนั้นแต่มันสามารถทำร้ายวิญญาณได้ และมันน่าจะสามารถต้านทานพรสวรรค์ในการโจมตีทางวิญญาณของสัตว์ร้ายตัวนั้นได้!”
“จักรพรรดิจันทรา…ใช่จักรพรรดิจันทรา! สมบัติของจักรพรรดิจันทราสามารถต้านทานการโจมตีของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิได้อย่างง่ายดาย!”
“พรสวรรค์ของจักรพรรดิเนตรโลหิตเองก็น่ากลัวเช่นกันมันแฝงไว้ด้วยคำสาปทางจิตวิญญาณ มันเป็นการโจมตีด้วยพลังจิต มีจักรพรรดิจันทราและจักรพรรดิเนตรโลหิตอยู่ด้วยเราก็พอที่จะต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนั้นได้!”
“น่าเสียดายที่จักรพรรดิเป่าหลงถูกล้อมมิฉะนั้นจักรพรรดิเป่าหลงคงจะไม่ตายง่ายๆ!”
“จักรพรรดิเป่าหลงน่าสงสารจริงๆฉันเดาว่าวิหารเทพมนต์ดำคงโกรธมาก เพราะจักรพรรดิเป่าหลงเป็นอันดับสามของวิหารเทพมนต์ดำ!”
เย่เทียนขมวดคิ้ว พรสวรรค์ด้านวิญญาณที่เขาต้องการกลับปรากฏขึ้นมาในสถานการณ์แบบนี้และมันยังปรากฏกับสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ นี่มันเป็นเรื่องที่น่ากลัวมาก!
หากเป็นสัตว์อสูรที่อ่อนแอมีพรสวรรค์ในการโจมตีทางจิตวิญญาณเขาจะสามารถคัดลอกมันได้ แต่นี่เป็นสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ เขาไม่อาจคัดลอกพรสวรรค์ด้านนี้จากมันได้
แม้ว่าพลังการต่อสู้ของเขาจะแข็งแกร่งแต่วิญญาณของเขาอ่อนแอมาก
แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ที่เปิดพื้นที่สมอง100% เพื่อเลื่อนระดับเป็นจักรพรรดิก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีทางวิญญาณของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิได้ตัวเขานั้นเขาเพิ่งเปิดสมองไปแค่ 12% หากเผชิญหน้ากับการโจมตีทางจิตวิญญาณเขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย
แน่นอน
ก็ใช่ว่าจะไม่มีหนทาง พรสวรรค์ในการถ่ายโอนวิญญาณระดับสูงของขาตอนนี้ครบกำหนดคลูดาวน์หนึ่งปีแล้วตอนนี้เขาสามารถใช้มันได้อีกครั้ง
ถ้าเขายึดร่างของสัตว์อสูรระดับศักดิ์สิทธิ์และผ่านรอยแยกไปหาตัวสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตัวนี้เขาอาจจะสามารถคัดลอกพรสวรรค์ด้านการโจมตีทางจิตวิญญาณของฝ่ายตรงข้ามได้ แต่วิธีนี้มันอันตรายเกินไป
เขาไม่สามารถประมาทได้
เหล่าระดับศักดิ์สิทธิ์ต่างพูดคุยกันจักรพรรดิกู่หรงโบกมือและกล่าวว่า “ทุกคนเงียบก่อน ครั้งนี้ไม่เพียงแต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิที่มีพรสวรรค์ด้านวิญญาณเท่านั้นแต่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเช่นกัน จักรพรรดิหลายคนที่นำโดยจักรพรรดิขวานสงครามได้ออกคำสั่งให้จักรพรรดิมากกว่า90% เข้าไปในรอยแยกมิติส่วนจักรพรรดิที่เหลือก็คอยปกป้องฐานทัพ และยอดฝีมือระดับมหาปราชญ์ขึ้นไปทั้งหมดก็ต้องเข้าไปยังบริเวณรอยแยกของมิติเช่นกันคำสั่งนี้จะถูกประกาศภายในไม่กี่วัน ใครก็ตามที่ไม่ตอบรับจะถูกลงโทษ ส่วนใครที่หลบหนีจะถูกระดับจักรพรรดิตามล่าฉันมาที่นี่เพื่อแจ้งให้คุณทราบ พวกคุณต้องเข้าใจว่าหากเราไม่สามารถป้องกันรอยแยกได้ฐานจงไห่ของเราก็อาจตกอยู่ในอันตราย!”
“เข้าใจแล้ว!”
เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ตอบ
“เอาละ วันนี้ฉันแค่พูดถึงเรื่องเหล่านี้ฉันยังมีธุระต้องไปจัดการต่อ!”
จักรพรรดิกู่หรงลุกขึ้นและจากไป
ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ยังคงไม่จากไปพวกเขาพูดคุยกันและแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน
เย่เทียนไม่ได้จากไปเช่นกันเขาหันไปคุยกับมหาปราชญ์ดาบคลั่งแทน
“มหาปราชญ์ดาบคลั่งคุณรู้หรือไม่ว่าผมจะหาทักษะดาบที่สูงกว่าทักษะดาบระดับทองได้จากที่ไหน?” เย่เทียนเอ่ยถาม
มหาปราชญ์ดาบคลั่งสงสัยมากว่าทำไมเย่เทียนถึงถามเรื่องนี้ดังนั้นเขาจึงถามกลับ “เย่เทียน คงไม่ใช่ว่าคุณสามารถทำความเข้าใจเจตจำนงดาบได้ถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้วหรอกนะ?”
“ไม่ มันเร็วเกินไปผมแค่อยากรู้ว่าทักษะดาบระดับต่อไปจากระดับทองคืออะไร หลังจากผมสามารถทำความเข้าใจเจตจำนงดาบจนสมบูรณ์แบบแล้วบางทีผมอาจจะต้องหาทักษะเช่นนี้มาฝึก” เย่เทียนตอบกลับไป
เห็นได้ชัดว่ามหาปราชญ์ดาบคลั่งเชื่อคำพูดของเย่เทียนเขาไม่เชื่อว่าเย่เทียนจะสามารถบรรลุเจตจำนงดาบได้ถึงสิบส่วนตั้งแต่อายุเท่านี้ แม้แต่ตัวเขาที่ฝึกฝนมาหลายปียังไม่ถึงขั้นสมบูรณ์แบบเลย
“เย่เทียน มีวิชาดาบที่อยู่เหนือกว่าทักษะดาบระดับทองอยู่จริงๆฉันเคยได้ยินมาว่าจักรพรรดิขวานสงครามมีตำราเล่มหนึ่งอยู่ในมือ จักรพรรดิลู่ซือเตาอันดับ 3 ของการจัดอันดับจักรพรรดิเคยขอยืมมันไป แต่เมื่อเขาอ่านมัน เขาก็เอ่ยออกมาเพียงประโยคเดียวว่า‘ทักษะดาบเล่มนั้นไม่สามารถฝึกฝนได้’ จักรพรรดิลู่ซือเตาเป็นหนึ่งในผู้ฝึกฝนทักษะที่น่ากลัวที่สุดของฐานจงไห่ไม่เพียงแต่เขาจะสามารถทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบถึงขั้นสมบูรณ์แบบเท่านั้น เขายังฝึกทักษะดาบระดับทองอีก10 ทักษะ ไม่มีใครเข้าใจทักษะดาบมากไปกว่าเขา แต่เขากลับไม่สามารถฝึกฝนมันได้แม้ว่าจักรพรรดิลู่ซือเตาจะรู้เนื้อหาของทักษะดาบ แต่เขาก็สาบานว่าจะไม่บอกใคร ใครก็ตามที่ต้องการจะศึกษาทักษะดาบนี้มีเพียงทางเดียวนั่นก็คือต้องไปขอยืมจากจักรพรรดิขวานสงครามเองเท่านั้น”
มหาปราชญ์ดาบคลั่งกล่าวพร้อมถอนหายใจ
“ผมจะยืมทักษะดาบจากจักรพรรดิขวานสงครามได้อย่างไร?”เย่เทียนแสดงความสนใจออกมา
“คุณจะเรียนทักษะดาบเล่มนั้นหรือ?ถึงแม้ว่าฉันจะรู้ว่ามันไร้ประโยชน์ แต่ฉันก็จะแนะนำคุณ ราคาของมันสูงมากแม้แต่จักรพรรดิลู่ซือเตายังต้องใช้ตำราทักษะดาบระดับทองถึง 10 เล่มเพื่อหยิบยืมมันมาจากจักรพรรดิขวานสงคราม แม้ว่าจักรพรรดิขวานสงครามจะไม่สามารถฝึกฝนทักษะดาบนี้ได้แต่แน่นอนว่ามันต้องเป็นสิ่งของที่ล้ำค่ามาก ไม่มีทางที่ผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ จะสามารถหยิบยืมได้” มหาปราชญ์ดาบคลั่งส่ายหัว แต่ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฝึกฝนได้แต่ตำราดาบที่ล้ำค่าเช่นนั้นใครกันที่จะไม่อยากรู้อยากเห็น?
น่าเสียดายที่ราคาของมันสูงเกินไปไม่คุ้มที่จะเสีย ไม่เช่นนั้นเขาเองก็จะขอยืมมันเช่นกัน
“งั้นก็ช่างมันเถอะ!”
เย่เทียนดูเหมือนจะยอมแพ้แต่ในใจของเขาตัดสินใจที่จะหาวิธีที่จะยืมทักษะดาบนี้จากจักรพรรดิขวานสงครามไปแล้วเรียบร้อย