ยอดเขาหยกมรกต -กลิ่นอายแห่งความตึงเครียดและไข่เจียวหมูสับ
กลิ่นหอมกรุ่นของไข่เจียวหมูสับยังคงอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัวกลางแจ้งบนยอดเขาหยกมรกตทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้หอมหวานเหมือนกลิ่นอาหาร สิงหราชยืนตัวตรงใบหน้าแดงก่ำราวกับเพิ่งไปวิ่งรอบเขามาสามรอบ ดวงตาคมกริบจ้องมองพิธาอย่างไม่พอใจราวกับว่าไข่เจียวหมูสับที่กำลังจะสุกนั้นเป็ต้นเหตุแห่งความวิบัติของสำนัก
พิธาเองก็ยืนตัวแข็งทื่อตะหลิวในมือยังคงค้างเติ่งอยู่กลางอากาศใบหน้าหล่อเหลาที่เคยประดับด้วยรอยยิ้มสบายๆ บัดนี้ซีดเผือดราวกับเห็นผีเขาไม่เคยเห็นเ้าสำนักโกรธจัดถึงเพียงนี้มาก่อน และที่สำคัญ...เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด!
'นี่มันอะไรกัน!? ข้าแค่ทำอาหารเองนะ! การทำอาหารมันผิดกฎสำนักั้แ่เมื่อไหร่!? หรือว่าเ้าสำนักจะหิวข้าว!?' พิธาคิดในใจด้วยความสับสนปนใ
เมขลายืนอยู่ด้านหลังสิงหราชใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยราวกับสระน้ำที่ไร้คลื่นลมดวงตาประกายเงินยวงกวาดมองพิธาั้แ่หัวจรดเท้าราวกับกำลังประเมินค่าของสินค้าในตลาด เธอไม่ได้แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมาแต่ในใจของเธอกลับมีความคิดบางอย่างผุดขึ้นมา
'นี่คือศิษย์พี่ที่อาจารย์สิงหราชกล่าวถึงอย่างนั้นหรือ?ดูเหมือนคนธรรมดาเสียจริงๆ... มีกลิ่นอายของพลังปราณเพียงน้อยนิดราวกับผู้ฝึกตนขั้นหลอมกายที่เพิ่งเริ่มต้น... ไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลย...หรือว่าอาจารย์สิงหราชจะเข้าใจผิด?' เมขลาคิดในใจอย่างเ็า
สิงหราชสูดหายใจเข้าลึกๆ อีกครั้งพยายามระงับอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านเขารู้สึกผิดหวังอย่างรุนแรงกับภาพที่เห็นตรงหน้า
"ศิษย์หลานพิธา! เ้า!เ้ากำลังทำอะไรอยู่!?" สิงหราชะโเสียงดังอีกครั้งคราวนี้เสียงของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างแท้จริง
พิธาค่อยๆ วางตะหลิวลงบนกระทะก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับสิงหราชด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด
"เอ่อ... คือ...ข้ากำลังทำอาหารอยู่ขอรับท่านเ้าสำนัก..." พิธาตอบเสียงตะกุกตะกัก
"ทำอาหาร!? นี่มันกลางวันแสกๆ แทนที่จะนั่งบำเพ็ญเพียร เ้ากลับมาทำอาหาร!เ้าคิดว่านี่คือโรงครัวของเ้าหรืออย่างไร!?" สิงหราชตวาดเสียงดัง
"เอ่อ... ก็...ก็ใช่ขอรับ... ที่นี่คือครัวของข้า... ข้าก็เลยทำอาหาร..." พิธาตอบอย่างซื่อๆ
คำตอบของพิธาทำให้เส้นความอดทนสุดท้ายของสิงหราชขาดผึง!ใบหน้าของเขาแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม ราวกับูเาไฟที่กำลังจะะเิ
"เ้า!เ้าช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! ไม่รู้จักกาลเทศะ! การบำเพ็ญเพียรคือสิ่งสำคัญมันคือหน้าที่สำคัญที่สุดของพวกเราผู้ฝึกตน!เ้ากลับมาใช้ชีวิตอย่างเกียจคร้าน! ช่างน่าผิดหวังจริงๆ!"สิงหราชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังและโกรธเคือง
พิธาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกน้อยใจเล็กน้อยเขาใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายมาตลอด และเขาก็รู้สึกว่ามันคือวิถีแห่งเต๋าของเขา ด้วย"ระบบมนุษย์์"สอนให้เขากลับไปใช้ชีวิตแบบคนธรรมดาและเขาก็รู้สึกว่ามันคือวิถีที่เหมาะสมกับเขาที่สุด
‘ข้าก็แค่ทำอาหารเองนะ!ไม่ได้ไปทำอะไรผิดกฎหมายซะหน่อย! ทำไมต้องมาดุด่ากันขนาดนี้ด้วย!' พิธาคิดในใจอย่างน้อยใจ
เมขลาที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเงียบเชียบเธอรู้สึกว่าศิษย์พี่คนนี้ช่างประหลาดนักเขาไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวหรือเกรงกลัวเ้าสำนักเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับดูเหมือนกำลังน้อยใจกับการถูกตำหนิเสียมากกว่า
สิงหราชเห็นพิธายังคงยืนนิ่งไม่แสดงท่าทีสำนึกผิด เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้น
"เฮ้อ! ช่างเถอะ!ข้าไม่มีเวลามาสั่งสอนเ้าในตอนนี้!" สิงหราชถอนหายใจเฮือกใหญ่พยายามระงับอารมณ์ "ข้าพาศิษย์ใหม่มาส่ง! นี่คือเมขลา!นางเป็ศิษย์น้องของเ้า! และเป็ศิษย์ของอาจารย์พัชราภาเช่นเดียวกับเ้า!"
พิธาเงยหน้าขึ้นมองเมขลาอีกครั้งใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยราวกับน้ำแข็งแต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววความเ็าที่ทำให้พิธารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
'สตรีอีกแล้ว พวกนางมีแต่จะทำให้ความเร็วในการชักกระบี่ของศิษย์ลดลง...! แต่ศิษย์น้องคนนี้... ดูเหมือนนางจะไม่ได้สนใจเื่ความรักเลยแม้แต่น้อย!นางดูเหมือนกระบี่ที่ถูกตีขึ้นมาเพื่อสังหารโดยเฉพาะ!' พิธาคิดในใจพลางขนลุกซู่
สิงหราชเห็นพิธาจ้องมองเมขลาอย่างไม่วางตาเขาก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ
"เอาล่ะ!ข้ามีเื่สำคัญจะบอกเ้า!" สิงหราชกล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง"อีกสามเดือนข้างหน้า สำนักของเราจะมีการประลองใหญ่! ยอดเขาของเ้าจะต้องเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ด้วย!"
พิธาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้าง"ประลองใหญ่!?"
"ใช่! ไม่ต้องมาทำหน้าใ!นี่คือคำสั่งของอาจารย์พัชราภา!" สิงหราชกล่าวก่อนจะหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ แล้วยื่นให้พิธา
พิธารับจดหมายมาด้วยความงุนงงเขาเปิดอ่านจดหมายอย่างช้าๆ
"ถึงศิษย์พิธาที่รักยิ่งของอาจารย์...
อาจารย์รู้ดีว่าเ้าชอบใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่ในบางครั้ง ชีวิตก็้าความท้าทาย...
อาจารย์ได้ส่งศิษย์น้องคนใหม่มาให้เ้าดูแล...นางชื่อเมขลา... นางเป็เด็กดี แต่ค่อนข้างเก็บตัวและเ็า...
ภารกิจของเ้าคือ "เปิดใจ"ของนาง... ทำให้นางรู้จักความสุขของการใช้ชีวิต...ทำให้นางรู้จักความอบอุ่นของมิตรภาพ...
อาจารย์เชื่อว่าเ้าจะทำได้ดี...เพราะเ้าคือศิษย์ที่อาจารย์ภาคภูมิใจที่สุด...
ปล.อย่าลืมเข้าร่วมการประลองใหญ่ด้วยนะ... ยอดเขาของเราก็ควรจะแสดงฝีมือด้วย..."
พิธาอ่านจดหมายจบเขาก็ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งความสับสน ความหนักใจ และความรู้สึกที่อยากจะปาจดหมายทิ้งไปให้พ้นๆ
'เปิดใจ!? ให้ตายเถอะ!แค่ดูแลตัวเองให้รอดไปวันๆ ก็ยากแล้ว!นี่ยังต้องมาเปิดใจศิษย์น้องน้ำแข็งคนนี้อีก!? อาจารย์พัชราภาคิดอะไรอยู่กันแน่!?'พิธาคิดในใจอย่างหนักใจ
เมขลามองพิธาที่กำลังยืนถอนหายใจอย่างหนักใจเธอรู้สึกว่าศิษย์พี่คนนี้ช่างน่าสนใจนักเขาไม่ได้แสดงท่าทีตื่นเต้นหรือดีใจกับการได้รับภารกิจจากอาจารย์เลยแม้แต่น้อยตรงกันข้าม เขากลับดูเหมือนกำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้บนบ่า
"ศิษย์พี่..."เมขลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
พิธาเงยหน้าขึ้นมองเมขลา"มีอะไรหรือศิษย์น้อง?"
"ข้า้าตำราวิชาบำเพ็ญเพียร"เมขลากล่าวอย่างตรงไปตรงมา
พิธาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยเขาไม่คิดว่าเมขลาจะพูดตรงขนาดนี้
"ตำราวิชาบำเพ็ญเพียรหรือ?เ้าอยากได้ตำราเล่มไหนล่ะ?" พิธาถาม
"ตำราที่แข็งแกร่งที่สุด"เมขลาตอบ
พิธาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับส่ายหน้าเล็กน้อย
"ศิษย์น้อง...การบำเพ็ญเพียรนั้นไม่ใช่แค่การอ่านตำราที่แข็งแกร่งที่สุดหรอกนะ...มันคือการเข้าใจแก่นแท้ของวิถีแห่งเต๋า... มันคือการเข้าใจตัวเอง... มันคือการ...เอ่อ... การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข"พิธาพยายามอธิบายด้วยปรัชญาที่เขาคิดว่าลึกซึ้งที่สุด
เมขลาฟังพิธาพูดด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยเธอไม่ได้แสดงท่าทีสนใจเลยแม้แต่น้อย
"ข้าไม่เข้าใจ"เมขลากล่าวสั้นๆ
พิธาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
'เฮ้อ... ดูเหมือนว่าภารกิจ"เปิดใจ" ศิษย์น้องคนนี้จะยากกว่าที่คิดเอาไว้เยอะเลย!' พิธาคิดในใจ
สิงหราชเห็นพิธากำลังพยายามอธิบายปรัชญาให้เมขลาฟังเขาก็ถึงกับส่ายหน้าเล็กน้อย
"เอาล่ะ!ข้าไม่มีเวลามาฟังเ้าพูดปรัชญาไร้สาระ!" สิงหราชกล่าว "ข้าจะกลับตำหนักแล้ว!เ้าดูแลศิษย์น้องของเ้าให้ดี! และอย่าลืมเื่การประลองใหญ่ด้วย!"
สิงหราชกล่าวจบเขาก็หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้พิธากับเมขลายืนอยู่ตามลำพัง
พิธามองตามหลังสิงหราชไปพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่เขารู้สึกเหมือนเพิ่งรอดตายจากพายุเฮอริเคน
"เอาล่ะศิษย์น้อง...เ้าอยากได้ตำราวิชาบำเพ็ญเพียรใช่ไหม?" พิธาหันมาถามเมขลา
เมขลาพยักหน้า
"ถ้าอย่างนั้น...เ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ... ข้าจะไปหาตำราที่เหมาะสมกับเ้ามาให้" พิธากล่าว
เมขลาไม่ได้กล่าวอะไรเธอเพียงแต่เดินเข้าไปในกระท่อมไม้เก่าๆ ที่สิงหราชชี้ให้ดูเมื่อครู่
พิธามองตามหลังเมขลาไปพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่เขารู้สึกเหมือนกำลังจะเจอเื่ปวดหัวอีกมากมายในอนาคต
---
ยอดเขาหยกมรกต - การกลับมาของอรุณรัศมี
ไม่นานนักอรุณรัศมีก็กลับมาพร้อมกับวัตถุดิบมากมายในอ้อมแขนใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
"ศิษย์พี่เ้าคะ!ข้าได้วัตถุดิบมาครบแล้วเ้าค่ะ!เรามาทำต้มยำกุ้งกับไข่เจียวหมูสับกันเถอะเ้าค่ะ!"อรุณรัศมีกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
แต่เมื่อเธอเห็นเมขลายืนอยู่หน้ากระท่อมของพิธารอยยิ้มบนใบหน้าของเธอก็พลันแข็งค้างไปทันที
"ศิษย์พี่...นี่ใครกันเ้าคะ?" อรุณรัศมีถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย
พิธาถอนหายใจเล็กน้อย "นี่คือเมขลาศิษย์น้องคนใหม่ของเรา... อาจารย์พัชราภาส่งนางมาให้เราดูแล"
อรุณรัศมีมองเมขลาั้แ่หัวจรดเท้าใบหน้าของเธอยังคงเรียบเฉยแต่ดวงตาของเธอกลับฉายแววความเ็าที่ทำให้พิธารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก
"ศิษย์น้องเมขลา...ยินดีที่ได้รู้จักเ้าค่ะ" อรุณรัศมีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่สุภาพแต่แฝงไปด้วยความระแวง
เมขลาพยักหน้าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรตอบ
อรุณรัศมีเดินเข้าไปใกล้เมขลามากขึ้นเธอใช้สายตาอันแหลมคมของเธอจ้องมองเมขลาอย่างละเอียดราวกับกำลังสแกนหาบางสิ่งบางอย่าง
พิธามองอรุณรัศมีด้วยความสงสัยเขารู้สึกว่าอรุณรัศมีกำลังทำตัวแปลกๆ
จู่ ๆ ดวงตาของอรุณรัศมีก็เบิกกว้างขึ้นใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ราวกับเพิ่งเห็นผี!
"กายกระบี่...กายกระบี่โดยกำเนิด!?" อรุณรัศมีอุทานเสียงดังมือของเธอชี้ไปที่เมขลาด้วยความสั่นเทา
พิธาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไปเล็กน้อย"กายกระบี่โดยกำเนิด!?มันคืออะไรหรือศิษย์น้อง?"
อรุณรัศมีไม่ได้สนใจคำถามของพิธาเลยแม้แต่น้อยเธอจ้องมองเมขลาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและตื่นเต้น
"ศิษย์พี่!นางมีกายกระบี่โดยกำเนิด!นี่คือร่างกายในตำนานที่สมบูรณ์แบบสำหรับการฝึกฝนวิชากระบี่!ผู้ที่มีกายกระบี่โดยกำเนิดนั้นหาได้ยากยิ่งนัก!หนึ่งในล้านคนอาจจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้น!"อรุณรัศมีอธิบายด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
พิธาได้ยินดังนั้นก็ถึงกับเบิกตากว้างเขาไม่เคยได้ยินเื่ "กายกระบี่โดยกำเนิด" มาก่อนเลย
'กายกระบี่โดยกำเนิด!? นี่มันอะไรกันอีกเนี่ย!?' พิธาคิดในใจด้วยความสับสน
[ระบบ ตรวจสอบพบ"กายกระบี่โดยกำเนิด" ในตัวศิษย์น้องเมขลา!ยืนยันว่านี่คือพร์ระดับสูงสุด!]
เสียงระบบดังขึ้นในหัวของพิธาทำให้เขาถึงกับช็อก!
'ให้ตายเถอะ! ยอดเขาหยกมรกตเล็กๆแห่งนี้มีสัตว์ประหลาดประเภทไหนอยู่กันแน่!?' พิธาคิดในใจด้วยความตกตะลึงเขามองอรุณรัศมีที่กำลังยืนตื่นเต้นอยู่ข้างๆก่อนจะมองเมขลาที่ยังคงยืนนิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง
เขามีศิษย์น้องคนหนึ่งที่เป็จักรพรรดินีกลับชาติมาเกิดมี "กายกำเนิดเต๋า" ที่หายาก และมี "ลักษณะของเซียน"ซ่อนอยู่! และตอนนี้เขาก็มีศิษย์น้องอีกคนหนึ่งที่มี"กายกระบี่โดยกำเนิด" ในตำนาน!
ยอดเขาหยกมรกตที่เคยเป็ที่หลบภัยอันเงียบสงบของเขาบัดนี้กลับกลายเป็แหล่งรวมตัวของ "สัตว์ประหลาด"ที่มีพร์ระดับสูงสุด! ชีวิตที่เรียบง่ายของเขา...ดูเหมือนว่าจะไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว!
พิธาถอนหายใจเฮือกใหญ่เขารู้สึกเหมือนกำลังจะบ้าตาย!
'เฮ้อ... นี่มันอะไรกันแน่!ข้าแค่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสงบสุข...แต่ทำไมถึงมีเื่วุ่นวายเข้ามาไม่หยุดหย่อนเลยนะ!' พิธาคิดในใจพลางเหลือบมองกระทะไข่เจียวหมูสับที่กำลังจะไหม้
ดูเหมือนว่าภารกิจ "เปิดใจ"ศิษย์น้องน้ำแข็งคนนี้ จะเป็เพียงจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมด!
---
บทสรุปของบทที่ 17
การมาถึงของเมขลาศิษย์น้องผู้เ็าและมีพร์ระดับตำนานได้พลิกโฉมยอดเขาหยกมรกตจากที่หลบภัยอันเงียบสงบให้กลายเป็แหล่งรวมตัวของ"สัตว์ประหลาด" ที่มีพลังอันน่าทึ่งพิธาที่ปรารถนาเพียงชีวิตที่เรียบง่าย ต้องเผชิญหน้ากับภารกิจ "เปิดใจ"ศิษย์น้องน้ำแข็งและความจริงที่ว่าศิษย์น้องทั้งสองของเขามีพร์ที่เหนือธรรมชาติ
ความขัดแย้งภายในของพิธาระหว่างความปรารถนาที่จะใช้ชีวิตแบบคนธรรมดากับความเป็จริงที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยอัจฉริยะบนยอดเขาของเขาได้ก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน การรวมตัวของมนุษย์์คืนสู่สามัญ (พิธา), จักรพรรดินีผู้กลับชาติมาเกิด(อรุณรัศมี), และอัจฉริยะกายกระบี่โดยกำเนิด (เมขลา)ได้สร้างะเิเวลาที่จะดึงดูดปัญหาและทำให้ชีวิตของพิธาซับซ้อนขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การประลองใหญ่ของสำนักที่สิงหราชประกาศไว้ก็เป็อีกหนึ่งปมที่รอการคลี่คลายพิธาจะจัดการกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายได้อย่างไร? และความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์ทั้งสามคนนี้จะพัฒนาไปในทิศทางใด?คำถามเหล่านี้จะนำไปสู่การเปิดเผยความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าในบทต่อไป