“ทำไมต้องทำกันถึงขนาดนั้น” ธาราถามอย่างสงสัย เขาจำความรู้สึกในตอนนั้นได้ พลังของอลิสาเหมือนลมพายุที่โหมกระโชกให้ความทรงจำเกี่ยวกับธันยาทุกอย่างหลุดลอยไปจากจิต พยายามคว้าไว้แค่ไหนก็ไร้ประโยชน์ หรือว่าอีกฝ่ายอาจจะประทับใจในความรักความผูกพันธระหว่างเขากับแฟนสาว เลยหาเื่แกล้งปล่อยไป ธารากลับมาคิดไม่ตกอีกครั้ง
“ปรกติผู้สังเกตการณ์จะมีขอบเขตในการรับรู้ โดยเฉพาะเหตุการณ์ใน่เวลาฉุกเฉินอย่างวิกฤติไคโยเต้แบบนี้ ผู้สังเกตการณ์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียจะต้องถูกกันออกไป เพราะฝ่ายไคโยเต้เองก็มีกองกำลังนักลวงจิตของตัวเอง พวกมันสามารถเจาะช่องโหว่หรือล้วงความลับสำคัญผ่านทางผู้สังเกตการณ์ได้ อย่างเช่นใช้นักอ่านความทรงจำสืบหาที่ซ่อนหรือตัวตนแท้จริงที่ซ่อนใต้พลังของดีไซเนอร์ หรืออาจจะใช้การหลอนประสาทะลวงให้มาทำอันตรายได้ เพราะผู้สังเกตการณ์ส่วนใหญ่มักจะเป็คนรู้จักหรือญาติของนักลวงจิตนั่นแหละ”
“เข้าใจเลย” ธาราพยักหน้า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลบความทรงจำเขาชั่วคราวเป็สิ่งที่สมเหตุสมผลจริงๆ ก่อนจะถามต่อว่า “ถ้าใน่เวลาปรกติ ฝั่งเรากับฝั่งของอลิสาเป็ศัตรูกันเหรอ”
ธันยานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า “แล้วแต่่เวลา บาง่เราเพียงแค่ดูเชิงกัน แต่บาง่เราก็ก่อากันแบบถึงขั้นเอาชีวิต เอาแน่เอานอนไม่ได้ ฝ่ายเรากับเขามีความเชื่อและอุดมการณ์บางอย่างที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากเธอยังไม่ได้ผ่านพิธีสาบานตนเข้ามาอยู่ฝ่ายเดียวกันกับเรา ฉันเล่าอะไรมากกว่านี้ไม่ได้จริงๆ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องถูกกีดกันออกด้วยการลบความทรงจำแน่นอน”
“แอบเล่าไม่ได้เหรอ ผิดกฎนิดหน่อยแบบโดดเรียนไง” ธารากระซิบ
“ไม่ได้ย่ะ!!” ธันยาแหวใส่จนธาราสะดุ้ง “ตอนนี้ยังไม่ได้หรอก ่วิกฤติแบบนี้ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ไม่เปิดรับคนใหม่เพิ่ม เอาไว้ผ่านพ้นวิกฤติไคโยเต้ไป เมื่อเธอสาบานตนเป็ผู้สังเกตการณ์ฝ่ายเรา หลังจากนั้นฉันกับอาธีระคงมีอะไรเล่าให้เธอฟังอีกเยอะเลย”
สีหน้าของธาราเปลี่ยนเป็จริงจังคล้ายกำลังจะพูดเื่สำคัญ “ไม่ให้ฉันรู้เื่ก็ไม่เป็ไร แต่… ไคโยเต้จะต้องถูกกำจัดแน่ๆ ใช่ไหม”
ธันยาจ้องตาเขาตอบ แต่ด้วยประกายความดุดันและมุ่งมั่นบางอย่างที่แฝงอยู่ในตาของธาราทำให้เธอต้องหลบตาไปทางอื่นอย่างไม่อาจต้านทาน “ในมุมมองของฉัน ไคโยเต้ไม่มีทางรอดหากวางตัวเป็ศัตรูกับทั้งสองฝ่ายแบบนี้ จะอยู่ได้นานแค่ไหนขึ้นกับเวลาเท่านั้น แต่ประเด็นคือ ฝ่ายไคโยเต้กำลังสละตัวเองด้วยจุดประสงค์อะไรบางอย่างอยู่หรือเปล่า จุดประสงค์ที่ไม่เป็ผลดีกับนักลวงจิตทั้งสองฝ่าย”
“แผนการของมันคือ ทำให้คนธรรมดาถูกเงาครอบงำจนกลายเป็สัตว์ประหลาดเหรอ”
“เป็ส่วนหนึ่งที่พวกมันกำลังทำอยู่ แต่นอกจากนี้เราก็ยังไม่แน่ใจว่ามันจะทำอะไรอีกบ้าง บอกตามตรงนะ คุณอาธีระก็อนุญาตให้ฉันรู้แค่บางส่วน ในวงการนักลวงจิต การรู้มากรู้น้อยตามความเหมาะสมของตำแหน่งถือเป็เื่สำคัญ”
ธาราพยักหน้า ตอบพร้อมรอยยิ้มว่า “รู้แค่นี้ก็พอแล้ว”
หัวค่ำวันนั้นหลังจากส่งธันยากลับบ้านเมื่อเสร็จจากเรียนกวดวิชา ธาราก็ไปเยี่ยมหาชาคริตที่โรงยิมกลางซึ่งเป็ที่สิงสถิตของเขาอยู่เสมอ ไม่เว้นแม้แต่ยามนี้ที่กระดูกแข้งขวากำลังหักอยู่
“ชาคริต ฉันไหว้เธอล่ะ” ครูโรมยกมือไหว้ปลกๆ “หยุดซ้อมเถอะไอ้บ้าเอ๊ย! เธอไม่ได้แค่ปวดกล้ามเนื้อนะ กระดูกหน้าแข้งเธอหักอยู่ ให้ตายสิ!”
“แค่นี้สบายมากครับครู” ชาคริตชะงักการชกกระสอบ หันมาผงกศีรษะให้ครูโรมอย่างให้ความเคารพ “ผมเว้นการฝึกโลวคิกข้างขวาแล้วครับ เดี๋ยวก็สมานตัวกลับมาแข็งกว่าเดิมครับ”
“ให้มันได้ยังงี้” ครูโรมส่ายศีรษะ ทำหน้าคล้ายจะร้องไห้ “เขามีแต่เข้าเฝือกพักอยู่เฉยๆ ไม่ขยับ ไอ้นี่เอาเทปพันสายไฟมาพันแล้วมาซ้อมต่อ ในฐานะที่ครูจบวิทยาศาสตร์การกีฬามา ครูทำใจไม่ได้จริงๆ มันจะส่งผลเสียระยะยาว ถ้าเรื้อรังมาเธออาจจะวิ่งหรือเดินท่าเดิมไม่ได้เลยนะ”
ชาคริตยิ้มให้อย่างนอบน้อมก่อนจะตอบว่า “ขอบคุณที่เป็ห่วงครับครู ผมซาบซึ้งมาก แต่ชีวิตคนเราไม่แน่นอนครับ ผมอาจจะอยู่ไม่ถึงวันนั้นที่ครูว่าก็ได้ การที่ผมกระดูกขาหักถือเป็โอกาสในการทดสอบจิตใจและขีดจำกัดของตัวเองที่ดีมาก ผมไม่ปล่อยมันสูญเปล่าแน่นอน ถ้าครูไม่ว่าอะไร ขอผมตั้งใจซ้อมต่อก่อนนะครับ ผม้าสมาธิ”
“ถือว่าครูพยายามเกลี้ยกล่อมเธอแล้วนะ” ครูโรมถอนหายใจส่ายหน้าก่อนจะเดินกลับไปดูนักกีฬาคนอื่นๆ ที่กำลังซ้อมอยู่ ่นี้ไม่มีใครตกลงเป็คู่ซ้อมให้กับเขาแม้แต่คนเดียวเพราะทราบเื่กระดูกหน้าแข้งหักของเขา ถือเป็การประท้วงให้เขาพักแบบสันติวิธี ซึ่งชาคริตก็ยอมรับและกลับมาซ้อมด้วยตัวเองอย่างไม่อิดออด (ส่วนเด็กใหม่ที่ชาคริตเคยโค้ชให้คนนั้นไม่มาเหยียบที่โรงยิมอีกเลย)
จากนั้นชาคริตก็ซ้อมกับกระสอบต่อ แต่ด้วยผลจากกระดูกแข้งขวาหักทำให้ท่าต่างๆ ทุลักทุเลใส่แรงได้ไม่เต็มที่ ภายใต้หน้านิ่งธาราดูออกว่าชาคริตกำลังต่อสู้กับความเ็ปชนิดที่คนปกติต้องลงไปนอนโอดโอยกับพื้น หากชาคริตตั้งใจจะเอาชนะแล้วซ้อมต่อ ไม่ว่าใครหน้าไหนมาห้ามก็เปล่าประโยชน์
“ผมเป็คู่ซ้อมให้มั้ยพี่” ธาราพยายามเสนอไมตรีจิต รู้สึกตัวเองเป็หนี้ชีวิตอีกฝ่ายจากเหตุการณ์เมื่อวาน
“ไอ้เวร!!”ชาคริตคำราม “เอ็งอย่าลืมสิว่าเอ็งถูกห้ามซ้อมมวย”
“แอบๆ สิพี่ นิดหน่อยเขาไม่ว่าผมหรอก” ธาราแหย่
“เอ็งจะต้องไม่แตะมวย” ชาคริตออกคำสั่ง ราวกับครูปกครองเ้าของทัณฑ์บนของธารา
ธาราหัวเราะหึๆ คิดว่าสมกับเป็ชาคริตดี “ทีพี่ยังซ้อมได้เลย หน้าแข็งหักนะเว้ยพี่ พี่ยังฝ่าฝืนคำสั่งหมอนะเลย”
“ข้ายังไม่ได้เจอหมอ” ชาคริตพูด ปล่อยหมัดที่พันมือด้วยผ้าสีขาวที่รอยเืซึมเข้าใส่กระสอบ จังหวะสะดุดเล็กน้อยเพราะอาการเ็ปร้าวที่หน้าแข้ง “ข้ายังไม่โดนห้าม ข้ามีสิทธิ์ และอีกอย่างหมอคือคนที่ข้าจะไม่ฟัง ทฤษฎีของหมอขัดกับความเชื่อเื่ขีดจำกัดของข้า”
ธารายักไหล่ ก่อนจะเปลี่ยนเื่เป็ถามหยั่งเชิงว่า “ว่าแต่พี่ไปกระดูกหน้าแข็งหักตอนไหน”
ชาคริตลองใช้เท้าซ้ายถีบกระสอบ ขาขวาที่ค้ำยันง่อนแง่นเจียนจะล้ม “เอาจริงๆ ข้าจำไม่ได้ว่ะ อาจจะผิดจังหวะตอนวิ่ง ตอนะโลงจากบาร์ เื่แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ เราต้องพร้อมรับมันเสมอ แต่ไม่รู้ทำไมกระดูกแข้งหักครั้งนี้ทำให้ข้ารู้สึกเหมือนเพิ่งแพ้อะไรมาสักอย่าง มันรุมเร้าใจข้าจนไม่อาจมาอยู่เฉยๆ รอกระดูกสมานตัวห้าหกเดือนได้”
ธารารู้สึกอยากเล่าเหตุการณ์ในสวนวันนั้นให้ฟังมากแต่ก็ต้องห้ามปากตัวเองไว้ ไม่แปลกที่กระดูกหน้าแข้งหัก ก็เล่นเตะชายร่างั์สายกายภาพซะรุนแรงขนาดนั้น (อีกฝ่ายถึงกับออกปากชม) แม้ว่าความทรงจำตอนนั้นจะถูกอลิสาใช้พลังลบไป แต่ความรู้สึกตระหนักว่าตัวเองแข็งแกร่งสู้ขาลไม่ได้คงฝังในใจชาคริตอยู่
“ทางสายกลางนะพี่” ธาราเตือนด้วยความเป็ห่วง “ถ้าหนักเกินไป จากพักห้าหกเดือนจะกลายเป็พักตลอดชีวิตเอาได้”
“ทฤษฎีวิทยาศาสตร์และการแพทย์หักล้างได้เสมอ ข้าอยากรู้ว่าขีดจำกัดตัวเองอยู่ตรงไหน” ชาคริตยืนยันเจตนารมณ์ตนเอง
ธาราพยักหน้า ก่อนจะเดินจากมา ความห่วงใยคงไม่ใช่สิ่งที่ชาคริต้า เขาใช้ชีวิตคุ้มค่าในเส้นทางของเขา แม้จะดูไม่ค่อยฉลาดแต่ธาราก็อดนับถือใจอีกฝ่ายไม่ได้
เมื่อกลับมาที่ห้อง อาบน้ำเสร็จ แทนที่จะเล่นเกมออนไลน์สะท้านภพทันทีเหมือนทุกครั้ง ธารากลับนอนหนุนท้ายทอยจ้องมองเพดานห้องสีขาวครีมอย่างครุ่นคิด ใจหนึ่งยังแอบหวังว่าตัวเองจะสามารถใช้พลังแบบนักลวงจิต เพื่อจะได้คอยช่วยเหลือทีมและเข้าถึงข้อมูลเื่แม่ได้มากขึ้น พร์อย่างหนึ่งของธาราคือการปล่อยวาง เมื่อรู้ว่าคิดไปก็ไม่มีประโยชน์ธาราก็หยุดคิดแล้วลุกขึ้นมานั่งเล่นเกมออนไลน์ สะท้านภพ เื่ของพรุ่งนี้ก็ค่อยเผชิญมันหลังจากตื่นนอนแล้วกัน