บทที่ 4 ช่องว่างมิติ
หลังจากนั้น ลู่เซี่ยก็แอบค้นคว้าจนพบว่ารอยกำเนิดนี้คือ ‘ช่องว่างมิติ’
ช่องว่างมิติมีพื้นที่ประมาณห้าไร่
พื้นที่ตรงกลางมีบ่อน้ำหนึ่งบ่อ บ่อน้ำนี้ก็น่าจะเป็บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน แต่สรรพคุณไม่ได้เวอร์วังเหมือนในนิยาย ไม่สามารถชำระไขกระดูกหรือย่นระยะเวลาการเติบโตของพืชได้
แต่การดื่มเข้าไปก็เป็ผลดีต่อร่างกาย ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้น แต่ก็ต้องดื่มไประยะยาวถึงจะเป็ผล
หากเอามารดน้ำต้นไม้ก็จะช่วยให้ต้นไม้เจริญเติบโตได้ดีขึ้นและไม่ล้มตาย
หลังจากที่ลู่เซี่ยศึกษาเื่ราวของช่องว่างมิติจนหมดแล้ว เธอก็ต้องผิดหวัง เพราะเดิมทีคิดเอาไว้ว่า หลังจากเรียนจบเธอสามารถใช้ช่องว่างมิติสร้างเนื้อสร้างตัวได้ แต่กลับพบว่ามันไม่ได้มีประโยชน์อะไรขนาดนั้น
ถึงจะปลูกข้าวในช่องว่างมิติ ก็ไม่ได้ทำให้เก็บเกี่ยวได้เร็วขึ้น ทั้งยังต้องใช้เวลาตามปกติ
อย่างมากก็แค่ไม่ต้องกำจัดวัชพืช แมลงศัตรูพืช ข้าวที่รดด้วยน้ำพุศักดิ์สิทธิ์จะได้รสชาติที่ดีขึ้น กินแล้วดีต่อร่างกาย นี่คือสิ่งที่เธอค้นพบหลังจากที่ได้ศึกษาเื่ราวของช่องว่างมิติ
ในเมื่อคิดจะขายข้าวคงไม่ได้ ลู่เซี่ยเลยคิดจะปลูกดอกไม้หายากขาย แต่เธอกลับไม่มีความรู้ในเื่พวกนี้เอาเสียเลย และเมื่อลองหาข้อมูลดูก็ต้องผิดหวัง เพราะดอกไม้หายากเ่าั้มีราคาสูงมาก ตอนนี้เธอยังไม่มีปัญญาซื้อ คงต้องรอไปก่อน
เธอรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นนานนัก
ลู่เซี่ยคิดว่าในเมื่อเธอได้ช่องว่างมิติมาแล้ว จะเกิดวันสิ้นโลกหรืออะไรทำนองนั้นหรือไม่? แล้วเธอควรกักตุนเสบียงล่วงหน้าหรือเปล่า?
ถึงอย่างไรเธอก็ทำได้แค่คิด แม้เธออยากจะตุนเสบียงมากแค่ไหน เธอก็ไม่มีเงิน!
ดังนั้นหลังจากเรียนจบและยังเป็หนี้เงินกู้เพื่อการศึกษา ลู่เซี่ยจึงต้องหางานทำก่อน หลังจากนั้นก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับงานใหม่ที่วุ่นวายจนแทบไม่มีเวลา เธอเลยไม่ได้สนใจช่องว่างมิติมากนัก
แต่ถึงอย่างไร ลู่เซี่ยก็ไม่ได้จะเพิกเฉยมันเสียทีเดียว เพราะเธอคิดว่าหากในอนาคตเกิดอะไรขึ้นมา ก็ยังมีช่องว่างมิติเป็ที่พึ่ง
และตอนนี้ ช่องว่างมิติก็เป็ที่พึ่งเดียวที่มีอยู่ในยุค 70 นี้แล้ว
คิดได้ดังนั้น ลู่เซี่ยก็ค่อย ๆ เข้าไปในช่องว่างมิติ
อันที่จริงแล้วเมื่อเข้าไปในช่องว่างมิติ ร่างกายจะไม่ได้เข้าไปด้วย ครั้งหนึ่งลู่เซี่ยเคยใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกวิดีโอเอาไว้ ครั้นเมื่อเข้าไปในช่องว่าง คนภายนอกจะเห็นว่าเธอกำลังหลับอยู่เท่านั้น ซึ่งช่วยให้เธอสะดวกขึ้นมากโข
แต่คราวนี้เมื่อเข้ามาแล้ว ลู่เซี่ยกลับพบว่ามีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้นในช่องว่างมิติ
แม้ก่อนหน้านี้ลู่เซี่ยจะไม่ได้ใส่ใจช่องว่างมิติมากนัก ทั้งยังไม่ได้ใช้งานบ่อยเพราะกลัวว่าถูกจับได้ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ได้นำของบางอย่างมาแอบวางเอาไว้บนที่ว่างรอบ ๆ ช่องว่างมิติ
สิ่งของที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับเธอ เช่น สมุดบัญชีธนาคาร ใบปริญญา และอื่น ๆ
ตอนนี้สิ่งของเ่าั้หายไปหมดแล้ว!
ไม่ ไม่สิ ควรจะพูดว่า สิ่งของจากศตวรรษที่ 21 ได้หายไปหมดสิ้น!
ไม่รู้ว่าสิ่งของเ่าั้ได้สูญหายไป หรือได้กลับไปยังศตวรรษที่ 21 กันแน่
หากสิ่งของเ่าั้กลับไปได้ก็ยังดี เพราะเ้าของร่างเดิมที่รับ่ตัวตนของเธอ ยังจะได้ใช้สิ่งของเ่าั้ แม้ว่าเธอจะไม่มีเงินออมมากมายก็ตาม
แต่หากว่าสิ่งของเ่าั้ได้สูญหายไปแล้ว ลู่เซี่ยก็เกรงว่าเ้าของร่างเดิมจะต้องรู้สึกกังวลใจ และไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรหากต้องดำเนินการขอเอกสารใหม่
แน่นอนว่า เื่เหล่านี้เป็เื่ที่เ้าของร่างเดิมควรจะเป็กังวล
จากนั้นลู่เซี่ยก็ได้สำรวจสิ่งของที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในช่องว่างมิติ
สิ่งเดียวที่ยังไม่สูญหายไปจากช่องว่างมิติก็คือ เสบียงกับเมล็ดพันธุ์
ก่อนหน้านี้ที่ลู่เซี่ยได้มิติช่องว่างมา เธอก็ได้ศึกษาค้นคว้าเื่ราวของมัน และพบว่าผืนดินในช่องว่างมิตินั้นเป็ทั้งนาและไร่ จึงสามารถปลูกอะไรก็ได้
แม้จะยังไม่เข้าใจในหลักการ แต่ลู่เซี่ยก็ได้ทดลองปลูกข้าว ข้าวสาลี และข้าวโพด แล้วเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากมาย
แต่เพราะเธอไม่สามารถบอกที่มาของมันได้ และไม่กล้าที่จะนำออกไปขาย ดังนั้นมันจึงถูกกองรวมกันอยู่อย่างนั้น แล้วก็ไม่ได้มีมากนัก เพราะปลูกเพียงครั้งเดียว ไม่ได้ปลูกเต็มพื้นที่ด้วยซ้ำ ดังนั้นรวม ๆ แล้วก็เพียงสี่พันกว่าจิน