แสงตะวันยามเช้าสาดส่องลอดกิ่งหลิวเข้ามาในตำหนักเหมยฮวา ทว่าบรรยากาศกลับไม่ได้ดูอบอุ่นตามแสงแดดที่เห็น ไป๋หลิน นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม้พยุงแกะสลักอย่างดี ดวงตาคู่สวยจ้องมองที่นิ้วมือของตนเองที่ยังคงสั่นน้อยๆ ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัวต่อแผนการที่เริ่มเดินหมากไปเมื่อคืน แต่เป็เพราะร่างกายของนางยังคงจดจำ 'พละกำลัง' ที่รุนแรงและดิบเถื่อนของ อาเฉิง ได้อย่างแม่นยำ
นางลูบไล้ไปตามิัที่ยังคงรู้สึกได้ถึงรอยััของมือหยาบกร้านนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ผสมผสานระหว่างความอับอายและความปรารถนาที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทำให้นางรู้สึกสับสนในตัวเอง นางเคยคิดว่าการใช้อาเฉิงเป็เพียงเครื่องมือในแผนการแก้แค้น แต่เหตุใดร่างกายของนางกลับตอบสนองต่อการััของเขาอย่างรุนแรงเช่นนี้
นางนึกถึงห่อผ้าที่สั่งให้อาเฉิงนำไปวางไว้ในตำหนักของ เย่ว์เอ๋อร์ ภายในนั้นบรรจุด้วยตุ๊กตาผ้าลงอาคมสำหรับสาปแช่งฮ่องเต้และราชวงศ์ ซึ่งนางแอบเตรียมไว้เนิ่นนานแล้ว ในโลกของวังหลวงที่เต็มไปด้วยการแย่งชิง การใช้อาคมสาปแช่งถือเป็โทษปะาเจ็ดชั่วโคตร และนางจะทำให้นางจิ้งจอกอย่างเย่ว์เอ๋อร์ต้องสิ้นชื่อไปพร้อมกับข้อหานี้
"อาเฉิง... เ้าช่างเป็หมากที่ซื่อสัตย์เสียจริง" นางพึมพำกับตนเอง ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามซอกคอที่ยังมีรอยช้ำจางๆ จากการบดจูบที่ดุดันเมื่อคืน ความทรงจำเ่าั้ทำให้ความร้อนแ่ๆ เริ่มลุกลามไปทั่วร่างกายของนางอีกครั้ง
ชินอ๋อง เสด็จมาที่ตำหนักเหมยฮวาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ข่าวลือเื่ 'กลิ่นอายอัปมงคล' ที่พัดพามาจากทิศของตำหนักตะวันออกเริ่มหนาหูขึ้น ไป๋หลินรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าให้กลายเป็พระชายาผู้แสนดีและอ่อนโยนในทันที นางเดินเข้าไปรับรองพระสวามีด้วยกิริยาที่ดูราวกับดอกบัวขาวผู้บริสุทธิ์
"ท่านพี่... เหตุใดจึงดูไม่สบายพระทัยเช่นนี้เพคะ หรือว่าน้องหญิงเย่ว์เอ๋อร์ทำสิ่งใดให้ท่านขุ่นเคือง?" นางถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจอย่างแเี
ชินอ๋องถอนหายใจยาว พลางทรุดตัวลงนั่งบนตั่งไม้ "ข้าเพียงแต่รู้สึกกระวนกระวายใจ ่นี้ข้าฝันร้ายบ่อยครั้ง หมอหลวงบอกว่าเป็เพราะมีสิ่งไม่ดีซุกซ่อนอยู่ในจวน... เ้าพอจะรู้เื่บ้างหรือไม่ ไป๋หลิน?"
นางแสร้งทำเป็ใจนหน้าซีดเผือด "สิ่งไม่ดีหรือเพคะ? ตายจริง... หม่อมฉันก็รู้สึกได้ว่า่นี้ตำหนักตะวันออกดูเงียบเหงาประหลาด ทว่า... หม่อมฉันไม่อยากใส่ความใครโดยไม่มีหลักฐานเพคะ"
คำพูดที่ดูเหมือนจะปกป้องทว่ากลับเป็การ 'ชี้โพรง' อย่างแเีทำให้ชินอ๋องขมวดคิ้วแน่นขึ้น เขาเริ่มสงสัยในตัวอนุภรรยาที่เขาเคยลุ่มหลง และนั่นคือสิ่งที่ไป๋หลิน้า
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า ไป๋หลินลอบออกไปยังจุดนัดพบเดิมที่เรือนกระจกท้ายสวน คราวนี้นาง้ามั่นใจว่าอาเฉิงได้ทำตามแผนการขั้นสุดท้ายสำเร็จแล้ว แต่ลึกๆ แล้ว นางรู้ดีว่าตนเองมาที่นี่ไม่ได้เพียงเพื่อแผนการเท่านั้น ร่างกายของนางกำลังโหยหาััที่รุนแรงและดิบเถื่อนนั้นอย่างที่นางไม่เคยคิดว่าจะเป็ไปได้
ทันทีที่นางก้าวเข้าไปในความมืด ร่างหนาของอาเฉิงก็พุ่งเข้ามารวบตัวนางไว้ทันที กลิ่นอายดิบเถื่อนของดินโคลนและเหงื่อบุรุษเพศจากร่างกายของเขาพุ่งเข้าปะทะจมูกของนางอย่างรุนแรง คราวนี้อาเฉิงดูเหมือนจะรู้จักร่างกายของนางมากขึ้น เขาไม่ได้รีบร้อนเหมือนครั้งก่อน แต่เริ่มต้นด้วยการซุกใบหน้าลงกับซอกคอขาวผ่องของนางอย่างช้าๆ ลิ้นหนาที่หยาบกร้านเลียไปตามผิวพรรณที่ละเอียดอ่อนด้วยจังหวะที่ทำให้นางสั่นะเื
"พระชายา... กระหม่อมทำตามที่ท่านสั่งเรียบร้อยแล้วขอรับ" เขาพึมพำเสียงพร่า แต่คราวนี้มือหนาที่แข็งแรงปานคีมเหล็กของเขาไม่ได้รีบร้อนบีบเค้น แต่ค่อยๆ ลูบไล้ไปตามเส้นโค้งของร่างกายนางอย่างช้าๆ ราวกับกำลังจดจำทุกส่วนของนาง
ไป๋หลินรู้สึกถึงความแตกต่างในครั้งนี้ อาเฉิงเริ่มเรียนรู้ที่จะอ่านสัญญาณจากร่างกายของนาง เขารู้ว่าเมื่อใดที่นางจะสั่นเทิ้ม เมื่อใดที่นางจะครางเสียงเบา และเมื่อใดที่นาง้าให้เขาแรงขึ้น มือหยาบกร้านของเขาค่อยๆ คลำไปตามจุดที่ทำให้นางอ่อนแอ ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครวญครางที่พยายามจะหลุดออกมา
"อา... อาเฉิง... เ้า..." นางพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงของนางสั่นเครือจนแทบจะไม่ออกเสียง
อาเฉิงยกหน้าขึ้นมองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลุกโชน "พระนาง้าให้กระหม่อมทำอย่างไร?" เขาถามด้วยเสียงแหบพร่า พลางมือหนาของเขาหยุดการเคลื่อนไหว ทำให้นางรู้สึกหงุดหงิดอย่างประหลาด
นางไม่อยากยอมรับ แต่ร่างกายของนางกำลังโหยหาการััของเขาอย่างรุนแรง "เ้า... เ้าแค่ทำตามหน้าที่ของเ้าก็พอ" นางพยายามจะพูดด้วยน้ำเสียงเ็า แต่เสียงสั่นเครือของนางเผยให้เห็นความจริงที่นางพยายามปกปิด
อาเฉิงหยักยิ้มอย่างเข้าใจ เขาก้มลงจูบที่ปลายคางของนางเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เลื่อนลงไปตามลำคอ "กระหม่อมเข้าใจแล้วขอรับ... พระนาง" เขาพึมพำ ก่อนจะเริ่มใช้ลิ้นเลียไปตามจุดที่เขารู้ว่าจะทำให้นางอ่อนแอ
ไป๋หลินรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง ทุกครั้งที่อาเฉิงััจุดไหวของนาง ร่างกายของนางจะสั่นะเือย่างรุนแรง นางพยายามจะคิดถึงแผนการแก้แค้น คิดถึงเย่ว์เอ๋อร์ คิดถึงชินอ๋อง แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกชะล้างไปด้วยความรู้สึกที่รุนแรงเหลือเกินที่อาเฉิงกำลังมอบให้
อาเฉิงอุ้มนางขึ้นพิงกับผนังเรือนกระจกที่เย็นเฉียบ แต่คราวนี้เขาไม่ได้รีบร้อนเหมือนครั้งก่อน มือหนาของเขาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามต้นขาของนางอย่างช้าๆ ทำให้นางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครวญครางที่พยายามจะหลุดออกมา
"พระนาง... กระหม่อมรู้แล้วว่าท่านชอบอย่างไร" เขากระซิบข้างหูนางด้วยเสียงแหบพร่า ลมหายใจร้อนของเขาพัดโชยมาทำให้นางสั่นะเื
ไป๋หลินพยายามจะปฏิเสธ แต่เมื่ออาเฉิงเริ่มจูบไปตามจุดไหวบนลำคอของนางอย่างช้าๆ นางก็อดไม่ได้ที่จะโอนเอนตัวเข้าหาเขา "เ้า... เ้าอย่า..." นางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ แต่มือของนางกลับโอบรอบคอของเขาไว้แน่นขึ้น
"อย่าอะไรขอรับ พระนาง?" อาเฉิงถามด้วยน้ำเสียงเย้าแหย่ มือของเขาเลื่อนขึ้นไปตามสะโพกของนางอย่างช้าๆ ทำให้นางรู้สึกเหมือนไฟกำลังลุกไหม้ไปทั่วร่างกาย
นางไม่อยากยอมรับว่าตนเองกำลังหลงใหลในการััของทาสชายคนนี้ แต่ร่างกายของนางกลับตอบสนองอย่างซื่อสัตย์ เมื่ออาเฉิงเริ่มกระชากอาภรณ์ของนางออกอย่างช้าๆ นางก็ไม่ได้ขัดขวาง แต่กลับปล่อยให้เขาทำตามที่้า
"พระนาง... ท่านสวยงามเหลือเกิน" อาเฉิงพึมพำด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความปรารถนา ดวงตาของเขาจ้องมองร่างกายของนางด้วยความหิวกระหาย แต่เขาไม่ได้รีบร้อนเหมือนครั้งก่อน แต่ค่อยๆ ลูบไล้ไปตามิัของนางอย่างนุ่มนวล
ไป๋หลินรู้สึกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน อาเฉิงเริ่มเรียนรู้ที่จะทำให้นางเสียวซ่าน เขารู้ว่าเมื่อใดที่ควรจะแรง เมื่อใดที่ควรจะอ่อนโยน มือหยาบกร้านของเขาััไปตามจุดที่ทำให้นางอ่อนแอจนนางต้องกัดริมฝีปากเพื่อกลั้นเสียงครางที่พยายามจะหลุดออกมา
"อา... อาเฉิง... เ้าทำอะไรกับข้า" นางครวญครางเสียงเบา เมื่ออาเฉิงเริ่มใช้ปากจูบไปตามิัของนางอย่างช้าๆ ทำให้ความร้อนลุกลามไปทั่วร่างกายของนาง
"กระหม่อมทำในสิ่งที่พระนาง้าขอรับ" เขาตอบด้วยเสียงแหบพร่า ก่อนจะเริ่มใช้ลิ้นเลียไปตามจุดไหวของนางอย่างช้าๆ ทำให้นางสั่นะเือย่างรุนแรง
ไป๋หลินรู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียสติ ทุกครั้งที่อาเฉิงัันาง ร่างกายของนางจะตอบสนองอย่างรุนแรงจนนางแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ นางพยายามจะคิดถึงแผนการแก้แค้น แต่ทุกอย่างดูเหมือนจะถูกชะล้างไปด้วยความรู้สึกที่รุนแรงเหลือเกิน
"เ้า... เ้าเก่งขึ้นแล้ว" นางพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ เมื่ออาเฉิงเริ่มเคลื่อนไหวอย่างช้าๆ แต่แม่นยำ ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังจะละลายไปในความเสียวซ่าน
อาเฉิงยิ้มอย่างพึงพอใจ "กระหม่อมเรียนรู้จากพระนางขอรับ" เขาพึมพำ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ทำให้นางต้องกัดไหล่ของเขาเพื่อกลั้นเสียงครางที่พยายามจะหลุดออกมา
ความรู้สึกที่รุนแรงและเสียวซ่านทำให้ไป๋หลินรู้สึกเหมือนกำลังจะบินขึ้นสู่ฟ้า นางโอบรอบคอของอาเฉิงไว้แน่น พลางปล่อยให้ร่างกายของนางเคลื่อนไหวตามจังหวะของเขา
"แรงขึ้น... อาเฉิง... ข้า้ามากกว่านี้" นางครวญครางเสียงหลง ความปรารถนาที่เพิ่มทวีคูณทำให้นางลืมไปชั่วขณะว่าตนเองเป็ใคร และเขาเป็ใคร
อาเฉิงเชื่อฟังคำสั่งของนาง เขาเพิ่มความแรงและความเร็วขึ้น ทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังจะแหลกสลาย แต่ในความเ็ปนั้นกลับมีความเสียวซ่านที่รุนแรงจนนางไม่อยากให้มันหยุด
"อ๊า... ใช่แล้ว... อย่างนี้แหละ" นางคร่ำครวญเสียงหลง เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังก้องไปทั่วความเงียบสงัดของราตรี
ในจังหวะที่ความรู้สึกกำลังดำเนินไปถึงขีดสุด ไป๋หลินมองดูใบหน้าของอาเฉิงที่แดงก่ำและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ นางรู้สึกสะใจอย่างประหลาดที่ได้ใช้ร่างกายของชายที่ชินอ๋องมองว่าเป็เพียง 'ทาสชั้นต่ำ' มาทำลายเกียรติยศที่สามีของนางเฝ้าทะนุถนอม
"อ๊า... อาเฉิง... ข้าจะ..." นางครวญครางเสียงหลง ก่อนจะปล่อยให้ตนเองจมดิ่งลงสู่ห้วงลึกของความเสียวซ่านที่รุนแรงจนนางแทบจะหมดสติ
หลังจากพายุอารมณ์สงบลง ไป๋หลินนอนหอบหายใจอยู่ในอ้อมแขนของอาเฉิง ร่างกายของนางยังคงสั่นเทิ้มเล็กน้อยจากความรู้สึกที่เพิ่งผ่านไป นางรู้สึกสับสนกับตัวเอง ทำไมนางถึงได้รู้สึกเสียวซ่านกับการััของทาสชายคนนี้เช่นนี้
"พระนาง... ท่านไม่เป็ไรใช่ไหมขอรับ?" อาเฉิงถามด้วยเสียงกังวล มือหนาของเขาลูบไล้ไปตามผมของนางอย่างอ่อนโยน
ไป๋หลินสะดุ้งเล็กน้อยกับความเอาใจใส่ของเขา นางไม่เคยคิดว่าทาสชายคนนี้จะมีด้านอ่อนโยนเช่นนี้ "ข้า... ข้าไม่เป็ไร" นางตอบด้วยเสียงเบา
อาเฉิงยิ้มอย่างอ่อนโยน "กระหม่อมดีใจขอรับ... กระหม่อมกลัวว่าจะทำร้ายพระนาง"
ไป๋หลินมองดูใบหน้าของเขาในความมืด นางเริ่มเห็นอาเฉิงในมุมมองใหม่ ไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือในแผนการแก้แค้น แต่เป็ชายที่ทำให้นางรู้สึกถึงความปรารถนาที่นางไม่เคยรู้ว่าตนเองมี
แต่นางก็รู้ดีว่าตนเองไม่สามารถหลงใหลไปกับความรู้สึกนี้ได้ นางมีแผนการที่ต้องทำให้สำเร็จ นางลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าด้วยท่าทางที่พยายามจะดูเฉยเมย แต่ใจลึกๆ ของนางกลับปรารถนาที่จะอยู่ในอ้อมแขนของเขาต่อไป
"คืนนี้... เมื่อทหารยามเปลี่ยนกะ เ้าจงไปที่ตำหนักตะวันออก และทำอย่างไรก็ได้ให้พวกนางกำนัลเห็นเงาของเ้าแวบๆ ใกล้กับที่ซ่อนห่อผ้านั้น" นางสั่งเสียงเฉียบ พยายามจะกลับมาเป็พระชายาผู้เ็าและมีเล่ห์เหลี่ยม "เมื่อเย่ว์เอ๋อร์ถูกจับได้ เ้าจะเป็คนเดียวที่ยืนยันว่าเห็นนางแอบทำพิธีคุณไสยในสวนนี้... เข้าใจหรือไม่?"
อาเฉิงเงยหน้ามองนางด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความจงรักภักดี "กระหม่อมเข้าใจแล้วขอรับ... เพื่อพระนาง กระหม่อมยอมทำทุกอย่าง แม้ต้องตายก็ไม่เสียดายชีวิต"
ไป๋หลินรู้สึกเจ็บใจเล็กน้อยกับความจงรักภักดีของเขา นางรู้ว่าตนเองกำลังใช้เขา แต่นางก็ไม่สามารถหยุดได้ "ดีแล้ว... เ้าจงระวังตัวด้วย" นางพึมพำเสียงเบา ก่อนจะหันหลังจากไป
"พระนาง..." อาเฉิงเรียกนางด้วยเสียงลังเล
นางหันกลับมามอง "มีอะไรอีก?"
"กระหม่อม... กระหม่อมหวังว่าจะได้พบพระนางอีก" เขาพูดด้วยเสียงเบา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนา
ไป๋หลินรู้สึกหัวใจเต้นแรงขึ้น นางพยายามจะไม่แสดงออก "เราจะได้พบกันอีก... เมื่อแผนการสำเร็จ" นางตอบด้วยเสียงเ็า ก่อนจะเดินออกไปจากเรือนกระจก
ขณะที่นางเดินกลับตำหนัก ใจของนางเต็มไปด้วยความสับสน นางรู้ว่าตนเองกำลังหลงใหลในอาเฉิงมากขึ้นทุกครั้งที่พบกัน และสิ่งนี้ทำให้นางรู้สึกกลัว เพราะมันอาจจะทำลายแผนการของนางได้
ในขณะที่นางกำลังคิดอยู่นั้น เสียงระฆังเตือนภัยจากตำหนักตะวันออกก็ดังขึ้นกึกก้อง! ทหารยามเริ่มเคลื่อนพล แผนการ 'ล้างบาง' ของนางเริ่มทำงานเร็วกว่าที่คิด
ทว่าในวินาทีที่นางกำลังลำพองใจอยู่นั้น นางกลับไม่ทันสังเกตเห็นว่า ชินอ๋อง กำลังยืนอยู่บนหอคอยสูง และจ้องมองลงมายังทิศทางที่นางเพิ่งเดินจากมาด้วยสายตาที่เย็นเยียบและเต็มไปด้วยความสงสัย!
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธและความผิดหวัง เขาเห็นทุกอย่างแล้ว... และแผนการของไป๋หลินกำลังจะพังทลายลงโดยที่นางไม่รู้ตัว