บทที่ 17
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ!
ท่ามกลางความเงียบสงบ มีเพียงเสียงไม้ไหม้เท่านั้นที่ดังขึ้นในกองไฟที่ฟิลลิปก่อไว้ แสงไฟระยิบระยับทำให้เห็นทิวทัศน์โดยรอบจาง ๆ ซากหมาป่าจำนวนมากที่ถูกหั่นเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยและเครื่องในที่กระจัดกระจายไปทั่วเปรียบเสมือนฝันร้าย
เมฟยืนเงียบอยู่ตรงกลางเหมือนรูปปั้นหินด้วยสายตาที่กระวนกระวายใจ
โชคดีที่ความเงียบถูกทำลายลง
"อีอัน นั่นเ้าเหรอ?"
เมฟขยับหว่างคิ้วทันที เธอหันไปจ้องที่ความมืดและถามออกมา
"…!"
ฟิลลิปที่กำลังพลิกฟืนก็หันหน้าตามไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน
ฝั่งตรงข้ามความมืดนั้น มีร่างที่กำลังเดินมาอย่างอิดโรย
"ข้าเอง ข้าปลอดภัยดี" เขาตอบคำถามนั้นช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงที่อิดโรย
เมฟเดินเข้าไปหา
"เ้า…เมื่อกี้มันเื่อะไรกัน"
"พวกหมาป่าไปหมดหรือยัง?"
ทันทีที่อีอันพูดจบ เมฟก็ขมวดคิ้ว เธอสูดลมหายใจยาวและถามออกมา
"ใช่แล้ว พอเ้าเข้าไปในป่าได้ไม่นาน หลังจากนั้นพวกมันก็กระจายตัวหนีไป แต่เ้าช่วยอธิบายให้ชัดเจนทีว่าเมื่อกี้ที่พูดหมายถึงอะ..."
ครั้งนี้เธอไม่สามารถพูดได้จบประโยคเพราะพึ่งสังเกตเห็นสภาพของอีอัน
"ไม่มีอะไรต้องอธิบาย" อีอันตอบขณะเดินออกไป
"หมายถึงตามที่พูดไปนั่นแหละ"
เขาโยนสิ่งที่ถืออยู่ในมือไปทางกองไฟ วัตถุโค้งมนที่มองเห็นได้ไม่ชัดตกลงไปใกล้กับกองไฟและกลิ้งไปข้าง ๆ ฟิลลิปที่กำลังนั่งยอง ๆ อยู่
มันคือหัวของแอนดอล์ฟที่มีลิ้นแลบออกมา
"ลูโซลาร์ช่วย!"
ฟิลลิปล้มกระแทกพื้นเมื่อเห็นใบหน้าอันขยะแขยงที่ไม่ใช่ทั้งคนและหมาป่า
"นะ…นี่มันอะไรกัน!"
"มนุษย์หมาป่า มันนี่แหละที่พาฝูงหมาป่าไปทั่ว"
หลังจากตอบคำถาม อีอันก็หยุดยืน
เมฟจ้องหัวของแอนดอล์ฟแล้วหันมามองเขาอย่างเหม่อลอย
มุมปากของอีอันที่สบตากับเมฟค่อย ๆ ยกขึ้น
"สภาพเ้าดูไม่ได้เลยนะ"
"…"
เขาไม่ได้ตอบอะไร สภาพอีอันเหมือนไปว่ายน้ำในทะเลเืและเนื้อมา แต่นั่นก็หมายความว่าเขาผ่านการต่อสู้มาอย่างดุเดือดในป่ามืดนั้นด้วยตัวคนเดียว
"เ้ารู้ได้ยังไง? ว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้เป็จ่าฝูงของพวกหมาป่า"
เมฟพูดเข้าประเด็นหลักแทนที่จะบ่นคำพูดของอีอัน
"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"
"หะ…?"
"แต่ข้าได้ยินข่าวลือมาว่ามีฝูงหมาป่าที่ล่าเฉพาะมนุษย์ด้วย ท่านไม่เคยได้ยินเหรอ"
"…ข้าไม่เคยได้ยิน"
แค่เชื่อข่าวลือเท่านั้นเองงั้นเหรอ มันเป็ไปไม่ได้ เธอคิดแต่ไม่ได้พูดออกมา
ถ้าคิด ๆ ดูแล้ว มันก็เหมือนเธอตอนนี้ที่เคลื่อนไหวเพียงเพราะเชื่อในข่าวลือ
เธอไม่สามารถซ่อนสายตาได้
อีอันพูดต่ออย่างช้า ๆ "ถึงเป็ข่าวลือที่ฟังดูเหลวไหลแต่ก็มีความจริงผสมอยู่ โดยเฉพาะในยุคนี้"
อีอันยักไหล่ข้างหนึ่ง "หมาป่าพวกนี้แค่ตัวใหญ่แต่ไม่มีอะไรพิเศษ ข้าจึงตัดสินใจไล่ตามจ่าฝูงไป ไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าจะเป็สัตว์ประหลาดแบบนี้"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนไม่ใช่เื่สำคัญ แต่สำหรับเมฟแล้ว เธอไม่เคยรู้สึกว่าเป็การโอ้อวด เพราะอีอันกลับมาหลังจากฆ่ามนุษย์หมาป่าเพียงลำพัง
"…"
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เมฟก็มองอีอันด้วยสายตาที่แปลกไปเพราะในที่สุดเธอก็ตระหนักได้ว่าที่เขาทำลายล้างที่ซ่องสุมโคโบลด์เพียงลำพังนั้นไม่ได้เป็การกล่าวเกินจริงหรือแค่โชคดีเท่านั้น
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอคิดเช่นนั้น บางทีเขาคนนี้อาจจะตามหานักเวทดำเจอจริง ๆ ก็ได้
เพียงแต่ว่า…
"เ้ายังบ้าระห่ำเหมือนเดิมเลยนะ"
น้ำเสียงของเมฟยังคงเหมือนเดิม "ถ้ามันเป็สัตว์ประหลาดที่เลวร้ายยิ่งกว่ามนุษย์หมาป่า เ้าอาจจะตายได้ ต่อไปต้องไปกับข้า"
นอกเหนือจากความปรารถนาส่วนตัวแล้ว อีอันยังตายไม่ได้ เพราะเขาต้องมีชีวิตรอดไปถึงปราสาทกับเธอ ดังนั้นพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดนี้ไม่ควรเกิดขึ้นอีก
"อืม ไม่รู้สิ…"
อีอันเกาคาง เขามองเธอแล้วพูดว่า "ข้าเกรงว่าชุดนั้นคงไม่ได้ช่วยในการตามล่าเท่าไหร่นัก"
…ไอ้หมอนี่
คิ้วของเมฟเลิกขึ้น เธอรู้สึกหมดแรงหลังจากได้ยินเช่นนั้น "ข้าเร็วกว่าที่เ้าคิดมากแม้จะแต่งตัวแบบนี้"
"ก็คงจะอย่างนั้น" อีอันตอบและกล่าวเสริมว่า "ที่ข้าจะบอกก็คือมันต้องรู้สึกว่าถูกคุกคาม ข้าต้องเข้าจู่โจมมันเพียงผู้เดียว ไม่งั้นมันก็คงจะหนีไปโดยไม่รู้ว่ามันจะกลับมาไล่ตามพวกเราอีกเมื่อไหร่ ข้าไม่สามารถปล่อยให้ภัยคุกคามมีชีวิตอยู่ได้"
"ข้าก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
"แล้วทำไมมันถึงซุ่มมองด้วยล่ะ? ก็เพราะพร้อมที่จะหนีไปทุกเมื่อไงล่ะ นั่นหมายความว่ามันไม่ได้แข็งแกร่งอย่างที่เห็น ข้าจึงไปคนเดียว แค่นี้เ้าพอจะเข้าใจได้หรือยัง?"
เมฟพูดไม่ออกชั่วขณะ
อีอันพูดต่ออย่างใจเย็น
"ข้าเข้าใจว่าเ้าเป็ห่วง แต่สำหรับข้าแล้ว ชีวิตข้าก็สำคัญมากกว่าสิ่งใด ข้าไม่จงรักภักดีหรือซื่อสัตย์พอที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อใคร นั่นเป็คุณธรรมของอัศวินอย่างท่าน ไม่ใช่ทหารรับจ้างอย่างข้า"
"…"
ในที่สุดเมฟก็ไม่มีทางเลือกนอกจากยอมรับว่าเธอไม่สามารถเถียงเอาชนะอีอันได้ ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถบังคับให้เขาทำตามสุ่มสี่สุ่มห้าได้ เพราะเมื่อครู่นี้อีอันพูดว่าเขาไม่ได้จงรักภักดีหรือซื่อสัตย์ ทหารรับจ้างเกือบทุกคนเป็แบบนั้น แต่อีอันเป็คนแรกที่พูดออกมาอย่างมั่นใจแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น เขาพูดต่อหน้าเธอที่เป็อัศวิน
เธอไม่รู้สึกว่าคำพูดนั้นไร้สาระเลย เพราะอีอันได้พิสูจน์ความสามารถของเขาในหลาย ๆ ด้านในเวลาเพียงวันเดียว
ถ้าเมฟถือดาบ เขาก็คงหันหน้าสู้ไม่ก็หันหลังหนีอย่างแน่นอน
แต่ทั้งสองอย่างนั้นไม่ใช่ตอนจบที่้า
เมฟครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจในสิ่งที่ไม่อยากทำที่สุด "เข้าใจแล้ว แต่ข้าหวังว่าในอนาคต หากเ้ามีแผนการอะไรก็บอกข้าล่วงหน้าด้วยล่ะ อย่าเก็บไว้คนเดียว"
เธอขอร้องอย่างสุภาพ แม้จะกังวลว่าอาจจะถูกทหารรับจ้างที่เห็นแก่เงินและหยาบคายคนนี้ครอบงำ แต่ก็คิดออกแค่วิธีนี้
เธอคาดไม่ถึงกับปฏิกิริยาของอีอัน "เข้าใจแล้ว ข้าจะทำตามที่เ้าบอก"
เธอพยักหน้าอย่างสุภาพโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก
เมฟกลับเขินอาย เธอแอบหลบสายตาของเขาและพูดตอบกลับ
"…อืม"
บางทีเธออาจระแวงฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป
บทสนทนาหยุดชะงักไปครู่หนึ่งขณะที่เธอกระแอมและกลืนน้ำลายลงคอ