รักใสใสหัวใจเปรี้ยวจี๊ด

    เพื่อนใหม่


            เธอยืนเงอะงะมองซ้ายทีขวาทีไม่รู้ว่าต้องไปต่อแถวที่ไหนเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีเด็กสาววิ่งมาจากไหนไม่รู้ ชนปังเข้าให้ เท้าสองข้างที่ยืนอย่างมั่นคงโซเซไปมาทำท่าจะล้มหน้าคว่ำดีนะเด็กคนนั้นคว้าแขนเธอไว้ได้ก่อน

    “โทษ โทษ ฉันรีบไปหน่อยเลยไม่ได้ดูทาง”

    “ไม่เป็๞ไรหรอก เ๹ื่๪๫เล็กน้อย” ปากบอกว่าไม่เป็๞ไร แต่ในใจด่าเขายับเหยิน

    “วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ คนยืนอยู่ทนโท่ทั้งคน ก็วิ่งมาชนได้เน้อเป็๲วัวกระทิงหรือไง ดูยังมายิ้มแป้นให้อีก ไม่สำนึกเอาซะเลย”

    “ว่าแต่เธอพอจะรู้มั้ย แถวห้องม.1/3 อยู่ตรงไหน”

    “อ้าว เพื่อนร่วมห้องหรอกเหรอ”

    “เธอก็เรียนห้องเดียวกันกับฉันเหรอ ดีใจจัง ฉันชื่อ โมเมย์ นะยินดีที่ได้รู้จัก แล้วเธอแหละชื่ออะไร”

    “เปรี้ยวจี๊ด”

    “ชื่อน่ารักอ่ะ เวลาเรียกชื่อเธอฉันต้องทำท่านี้ด้วยป่ะ เปรี้ยวจี๊ดดดด”

    เด็กสาวยืนตาค้างปากห้อยมองท่าประหลาดหน้าตาตลกของโมเมย์และพูดพึมพำในลำคอ

            “ทำท่าบ้าบออะไรของเขา ติงต๊องเอาเ๹ื่๪๫ ใครได้เป็๞เพื่อนปวดหัวตายเลย”

    ในขณะนั้นเองเสียงประกาศตามสายของโรงเรียนก็ดังขึ้น

            “ถึงเวลาเข้าแถวแล้วนะคะ สำหรับนักเรียนชั้นม.1 และม.4ที่พึ่งเข้ามาใหม่ ให้มาเข้าแถวข้างสนามบาสได้เลยตอนนี้”

            “ไปกันเถอะเปรี้ยวจี๊ด ถึงเวลาเข้าแถวแล้ว” เธอคว้าหมับที่มือเปรี้ยวจี๊ด แล้วดึงมือเธอวิ่งไปข้างสนามบาสทันที

            “เดี๋ยวสิโมเมย์ เดินก็ได้ไม่ต้องวิ่ง”

            ทั้งคู่วิ่งมาต่อแถวปิดท้ายห้องเรียนของตัวเองด้านหน้าโมเมย์มีเด็กผู้หญิงมัดผมหางม้ารวบตึงยืนอยู่ เด็กคนนั้นหันมาทักทายพวกเธออย่างเป็๲มิตร“สวัสดี พวกเธอมาจากโรงเรียนอะไรกันเหรอ”

            “ดีใจจังได้เจอเพื่อนใหม่อีกคนหนึ่งแล้ว ฉันมาจากโรงเรียนกระต่ายน้อย”

    “ส่วนฉันมาจากโรงเรียนดอนดี แล้วเธอแหละ”

    “โรงเรียนบ้านท่า ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันชื่อจินนี่ เธอชื่อเปรี้ยวจี๊ดและส่วนเธอก็โมเมย์สินะ”

    เด็กสาวทั้งสองต่างทำหน้างง“เธอรู้ชื่อพวกเราได้ยังไง”

            จินนี่แย้มยิ้มพลางพูดไปว่า“ก็ฉันเห็นพวกเธอสองคนยืนคุยกันอยู่ตรงนู้นตอนนั้นฉันเดินผ่านพอดี ถึงได้รู้จักชื่อของพวกเธอไงล่ะ เอาเป็๞ว่าพวกเธอกับฉัน เราเป็๞เพื่อนกันละนะ”

    มุมปากของเปรี้ยวจี๊ดฉีกยิ้มอย่างปลอมๆ“เป็๲เพื่อนกันง่ายอย่างงี้เลย”

    ขณะเดียวกันสายตาซุกซนของโมเมย์สะดุดเข้ากับเด็กผู้หญิงผมสั้นออร่าเปล่งปลั่งยืนอยู่แถวหน้า“คนนั้นใคร ทำไมดูโดดเด่นจัง”

            “คนนั้นเหรอ เธอชื่อพันด้าย เป็๲เด็กหัวกะทิของโรงเรียนฉันเอง เรียนเก่งมากได้เกรด4 ทุกเทอมเลยนะ”

     เด็กสาวที่ยืนแถวหน้าจินนี่อีกทีหันขวับมา “เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ยัยนั้นได้เกรด4 ทุกเทอมอย่างนั้นเหรอ”

            “ใช่ เรียนเก่งที่สุดในชั้นจะบอกให้”

            “เชอะ จะเก่งสักแค่นั้นกันเชียว” ท่าทีริษยาปรากฏบนใบหน้า พร้อมเบะปากให้กับเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่พอใจ

    เปรี้ยวจี๊ด๼ั๬๶ั๼ได้ถึงพลังแห่งความริษยาที่มันโพยพุ่งออกมาจากตัวเธอพลังนั้นเหมือนพลังซุปเปอร์ไซย่าของซงโงกุนไม่มีผิดอานุภาพร้ายแรงและดุดัน

           “พวกเธออย่าไปสนใจยัย อะอาย เลย ยัยนั้นเห็นใครเก่งกว่าเป็๲ไม่ได้อย่าเอาชนะอยู่เรื่อย” เด็กชายผมเกรียนยืนมั่นหน้า มือสองเท้าสะเอว เขายืนต่อแถวอยู่ข้างๆของพวกเธอได้กล่าวขึ้นมา

    “ฉันชื่อเอกี้ เป็๞เด็กผู้หญิงผมยาวหน้าตาน่ารัก ดีใจที่ได้รู้จักกับพวกเธอนะ”

    จริตจะก้านดูก็รู้ว่าเขาเป็๲หญิงในร่างชายร้อยเปอร์เซ็นต์

    “เอาไหนมาผมยาวก่อน ผมเกรียนซะขนาดนั้น นโมเก่งเกิ๊น” เปรี้ยวจี๊ดพูดกับตัวเองในใจตามเคย

             “เอาเป็๲ว่าพวกเรา5 คนเป็๲เพื่อนกันแล้วนะ งั้นตอนเที่ยงไปกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหารโอเคปะ”

    คนทั้งสามตอบตกลงไปอย่างพร้อมเพรียงเหลือแต่เปรี้ยวจี๊ดเท่านั้นที่ยังสองจิตสองใจจะไปหรือไม่ไปด้วยดี

            “เธอไม่อยากไปกินข้าวกับพวกเราเหรอ ไปด้วยกันหลายคนสนุกดีออก”

            “จริงด้วยไปด้วยกันนะ”

            พวกเธอทั้งสี่ส่งสายตาเว้าวอนเธอเห็นแบบนั้นก็อดใจอ่อนไม่ได้ จึงตอบตกลงไปอย่างหมดทางเลี่ยงหนี“ไปสิทำถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไม่ไปคงรู้สึกผิดแย่เลย”

            “เย้ มันต้องอย่างนี้สิ เปรี้ยวจี๊ดดด”

            “ทำท่านี้อีกแหละ พอเถอะโมเมย์ ฉันอายเขา”

    “ท่าอะไรของเธอตลกชิป”

    “จริงด้วย”

    “ท่าเรียกชื่อเปรี้ยวจี๊ด น่ารักปะ” พวกเธอเลียนแบบท่าทางของโมเมย์และพากันหัวเราะลั่นจนครูที่ยืนอยู่หน้าเสาธงจิกตาใส่

            “คุยกันเบาๆ หน่อย ครูมองตาเขียวปัดแล้ว”

            เธอได้แต่ถอนหายใจสายตาพลางมองพฤติกรรมของเพื่อนใหม่ แต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่โด่ดเด่นไม่เหมือนใครจนเธอถึงกับต้องส่ายหัวไปมา“ดูแต่ละคนเหมือนจะเอาเ๹ื่๪๫ไม่ใช่เล่น ยิ่งนางโมเมย์ยิ่งแล้วใหญ่ ฉันละเพลี้ย”

            เด็กๆยืนตากแดดทำกิจกรรมหน้าเสาธงอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ครูจะปล่อยแถวให้นักเรียนแต่ละระดับชั้นเดินกลับเข้าห้องเรียนของตัวเองไป