เธอยืนเงอะงะมองซ้ายทีขวาทีไม่รู้ว่าต้องไปต่อแถวที่ไหนเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีเด็กสาววิ่งมาจากไหนไม่รู้ ชนปังเข้าให้ เท้าสองข้างที่ยืนอย่างมั่นคงโซเซไปมาทำท่าจะล้มหน้าคว่ำดีนะเด็กคนนั้นคว้าแขนเธอไว้ได้ก่อน
“โทษ โทษ ฉันรีบไปหน่อยเลยไม่ได้ดูทาง”
“ไม่เป็ไรหรอก เื่เล็กน้อย” ปากบอกว่าไม่เป็ไร แต่ในใจด่าเขายับเหยิน
“วิ่งไม่ดูตาม้าตาเรือ คนยืนอยู่ทนโท่ทั้งคน ก็วิ่งมาชนได้เน้อเป็วัวกระทิงหรือไง ดูยังมายิ้มแป้นให้อีก ไม่สำนึกเอาซะเลย”
“ว่าแต่เธอพอจะรู้มั้ย แถวห้องม.1/3 อยู่ตรงไหน”
“อ้าว เพื่อนร่วมห้องหรอกเหรอ”
“เธอก็เรียนห้องเดียวกันกับฉันเหรอ ดีใจจัง ฉันชื่อ โมเมย์ นะยินดีที่ได้รู้จัก แล้วเธอแหละชื่ออะไร”
“เปรี้ยวจี๊ด”
“ชื่อน่ารักอ่ะ เวลาเรียกชื่อเธอฉันต้องทำท่านี้ด้วยป่ะ เปรี้ยวจี๊ดดดด”
เด็กสาวยืนตาค้างปากห้อยมองท่าประหลาดหน้าตาตลกของโมเมย์และพูดพึมพำในลำคอ
“ทำท่าบ้าบออะไรของเขา ติงต๊องเอาเื่ ใครได้เป็เพื่อนปวดหัวตายเลย”
ในขณะนั้นเองเสียงประกาศตามสายของโรงเรียนก็ดังขึ้น
“ถึงเวลาเข้าแถวแล้วนะคะ สำหรับนักเรียนชั้นม.1 และม.4ที่พึ่งเข้ามาใหม่ ให้มาเข้าแถวข้างสนามบาสได้เลยตอนนี้”
“ไปกันเถอะเปรี้ยวจี๊ด ถึงเวลาเข้าแถวแล้ว” เธอคว้าหมับที่มือเปรี้ยวจี๊ด แล้วดึงมือเธอวิ่งไปข้างสนามบาสทันที
“เดี๋ยวสิโมเมย์ เดินก็ได้ไม่ต้องวิ่ง”
ทั้งคู่วิ่งมาต่อแถวปิดท้ายห้องเรียนของตัวเองด้านหน้าโมเมย์มีเด็กผู้หญิงมัดผมหางม้ารวบตึงยืนอยู่ เด็กคนนั้นหันมาทักทายพวกเธออย่างเป็มิตร“สวัสดี พวกเธอมาจากโรงเรียนอะไรกันเหรอ”
“ดีใจจังได้เจอเพื่อนใหม่อีกคนหนึ่งแล้ว ฉันมาจากโรงเรียนกระต่ายน้อย”
“ส่วนฉันมาจากโรงเรียนดอนดี แล้วเธอแหละ”
“โรงเรียนบ้านท่า ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันชื่อจินนี่ เธอชื่อเปรี้ยวจี๊ดและส่วนเธอก็โมเมย์สินะ”
เด็กสาวทั้งสองต่างทำหน้างง“เธอรู้ชื่อพวกเราได้ยังไง”
จินนี่แย้มยิ้มพลางพูดไปว่า“ก็ฉันเห็นพวกเธอสองคนยืนคุยกันอยู่ตรงนู้นตอนนั้นฉันเดินผ่านพอดี ถึงได้รู้จักชื่อของพวกเธอไงล่ะ เอาเป็ว่าพวกเธอกับฉัน เราเป็เพื่อนกันละนะ”
มุมปากของเปรี้ยวจี๊ดฉีกยิ้มอย่างปลอมๆ“เป็เพื่อนกันง่ายอย่างงี้เลย”
ขณะเดียวกันสายตาซุกซนของโมเมย์สะดุดเข้ากับเด็กผู้หญิงผมสั้นออร่าเปล่งปลั่งยืนอยู่แถวหน้า“คนนั้นใคร ทำไมดูโดดเด่นจัง”
“คนนั้นเหรอ เธอชื่อพันด้าย เป็เด็กหัวกะทิของโรงเรียนฉันเอง เรียนเก่งมากได้เกรด4 ทุกเทอมเลยนะ”
เด็กสาวที่ยืนแถวหน้าจินนี่อีกทีหันขวับมา “เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ยัยนั้นได้เกรด4 ทุกเทอมอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ เรียนเก่งที่สุดในชั้นจะบอกให้”
“เชอะ จะเก่งสักแค่นั้นกันเชียว” ท่าทีริษยาปรากฏบนใบหน้า พร้อมเบะปากให้กับเด็กผู้หญิงคนนั้นอย่างไม่พอใจ
เปรี้ยวจี๊ดััได้ถึงพลังแห่งความริษยาที่มันโพยพุ่งออกมาจากตัวเธอพลังนั้นเหมือนพลังซุปเปอร์ไซย่าของซงโงกุนไม่มีผิดอานุภาพร้ายแรงและดุดัน
“พวกเธออย่าไปสนใจยัย อะอาย เลย ยัยนั้นเห็นใครเก่งกว่าเป็ไม่ได้อย่าเอาชนะอยู่เรื่อย” เด็กชายผมเกรียนยืนมั่นหน้า มือสองเท้าสะเอว เขายืนต่อแถวอยู่ข้างๆของพวกเธอได้กล่าวขึ้นมา
“ฉันชื่อเอกี้ เป็เด็กผู้หญิงผมยาวหน้าตาน่ารัก ดีใจที่ได้รู้จักกับพวกเธอนะ”
จริตจะก้านดูก็รู้ว่าเขาเป็หญิงในร่างชายร้อยเปอร์เซ็นต์
“เอาไหนมาผมยาวก่อน ผมเกรียนซะขนาดนั้น นโมเก่งเกิ๊น” เปรี้ยวจี๊ดพูดกับตัวเองในใจตามเคย
“เอาเป็ว่าพวกเรา5 คนเป็เพื่อนกันแล้วนะ งั้นตอนเที่ยงไปกินข้าวด้วยกันที่โรงอาหารโอเคปะ”
คนทั้งสามตอบตกลงไปอย่างพร้อมเพรียงเหลือแต่เปรี้ยวจี๊ดเท่านั้นที่ยังสองจิตสองใจจะไปหรือไม่ไปด้วยดี
“เธอไม่อยากไปกินข้าวกับพวกเราเหรอ ไปด้วยกันหลายคนสนุกดีออก”
“จริงด้วยไปด้วยกันนะ”
พวกเธอทั้งสี่ส่งสายตาเว้าวอนเธอเห็นแบบนั้นก็อดใจอ่อนไม่ได้ จึงตอบตกลงไปอย่างหมดทางเลี่ยงหนี“ไปสิทำถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไม่ไปคงรู้สึกผิดแย่เลย”
“เย้ มันต้องอย่างนี้สิ เปรี้ยวจี๊ดดด”
“ทำท่านี้อีกแหละ พอเถอะโมเมย์ ฉันอายเขา”
“ท่าอะไรของเธอตลกชิป”
“จริงด้วย”
“ท่าเรียกชื่อเปรี้ยวจี๊ด น่ารักปะ” พวกเธอเลียนแบบท่าทางของโมเมย์และพากันหัวเราะลั่นจนครูที่ยืนอยู่หน้าเสาธงจิกตาใส่
“คุยกันเบาๆ หน่อย ครูมองตาเขียวปัดแล้ว”
เธอได้แต่ถอนหายใจสายตาพลางมองพฤติกรรมของเพื่อนใหม่ แต่ละคนมีเอกลักษณ์ที่โด่ดเด่นไม่เหมือนใครจนเธอถึงกับต้องส่ายหัวไปมา“ดูแต่ละคนเหมือนจะเอาเื่ไม่ใช่เล่น ยิ่งนางโมเมย์ยิ่งแล้วใหญ่ ฉันละเพลี้ย”
เด็กๆยืนตากแดดทำกิจกรรมหน้าเสาธงอยู่พักใหญ่ ก่อนที่ครูจะปล่อยแถวให้นักเรียนแต่ละระดับชั้นเดินกลับเข้าห้องเรียนของตัวเองไป