ห้องปิดตาย 5
โมมูระ โอชิโร่
ควันสีขาวอมเทาล่องลอยจากปลายบุหรี่ที่ถูกคีบด้วยนิ้วชี้และนิ้วกลางของชายหนุ่มวัย25 ปี เขาทำงานอยู่บริษัทเดียวกับมินกิ มิโนโร่ ส่วนแผนกขาย โมมูระโอชิโร่ เป็แฟนหนุ่มของผู้ตาย ทั้งคู่คบหาดูใจกันั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อจบออกมาทั้งสองก็ได้ทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งชีวิตทั้งสองก็เหมือนคู่รักทั่วไป ทำงาน กินข้าวจนทั้งคู่หมั้นและย้ายมาอยู่ด้วยกันทั้งสองกำลังสร้างเนื้อสร้างตัวเพื่อเก็บเงินแต่งงานเร็วๆนี้
“โมมูระคุง”เสียงหวานเอ่ยขึ้นจากด้านหลังโมมูระหันไปตามเสียง
“โอ๊ะ! คุณอิกิสะ”โมมูระรีบขยี้บุหรี่ที่สูบไปเพียงสองสามทีก่อนจะก้มหัวเล็กน้อยให้กับหญิงสาวที่เดินเข้ามา
อิกิสะ ริยามะ ด้วยวัย38ปีไม่ได้ทำอะไรเธอได้เลย เธอยังสวยพริ้มเพราอยู่มากและดูดีไปทุกอย่างเธอเป็หัวหน้าของที่นี่ และเธอเองก็รู้สึกเสียใจกับการจากไปของมินกิซึ่งเป็ลูกน้องของเธออีกด้วย
“คุณโอเคไหม?”เธอเอ่ยถามโมมูระซึ่งใครๆก็รู้ว่าโมมูระเป็แฟนของมินกิและทั้งสองกำลังจะแต่งงานกัน เมื่อมินกิเสียชีวิตไปโมมูระก็ต้องเสียใจมากเป็เื่ธรรมดา
“ไม่โอเคก็ต้องโอเคครับ”โมมูระเอ่ยก่อนจะหันไปมองด้านนอกซึ่งข้างบนดาดฟ้านี้เป็พื้นที่ที่ทางบริษัทจัดให้พนักงานพักหรือพื้นที่สูบบุหรี่
“ฉันเข้าใจนะ ฉันเองก็เห็นโมมูระคุงและมินกิจังั้แ่เข้ามาเป็พนักงานบริษัทใหม่ๆฉันเองก็เสียใจที่วันนั้นสั่งให้เขาต้องทำงานให้เสร็จทั้งๆที่รู้ก็รู้ว่ามันต้องดึกมากแน่ๆ...เห้ออออ”อิกิสะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เศร้าและสั่นเครือโทษว่าเป็ความผิดของตัวเองที่สั่งให้มินกิอยู่ทำโอทีจนดึกและเกิดเื่แบบนี้
“ไม่ใช่ความผิดคุณอิกิสะหรอกครับ เพราะมินกิเอาแต่พอกงานไว้ด้วยล่ะทำให้งานไม่เสร็จ หัวหน้าก็ทำตามหน้าที่ มินกิก็ทำตามหน้าที่ครับ การเสียชีวิตของเธอมันคือโชคชะตา”โมมูระเอ่ยขึ้นปลอบ
“ฮึกๆ เพราะฉันนี่ล่ะฉันขอโทษนะโมมูระคุง...ฮื่อๆ”อิกิระเอ่ยด้วยน้ำตาเธอหันมองโมมูระที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ความเป็สุภาพบุรุษของโมมูระ เขาเองก็มีอยู่มากพอตัวโมมูระจึงยอมให้อิกิสะโน้มหน้ามาซบที่อกของเขา ซึ่งเขาเองก็เข้าใจจึงโอบไหล่เพื่อเป็การปลอบใจต่างคนก็ต่างรักมินกิกันทั้งคู่
่บ่ายสารวัตรริวจิและนักสืบอลันมาที่ทำงานของมินกิมิโนโร่ผู้ตายเพื่อสอบถามข้อมูลและเก็บหลักฐานบางอย่างในที่ทำงานสิ่งที่อาจทำให้เกิดชนวนของการฆาตกรรมในครั้งนี้
“สวัสดีค่ะสารวัตรและคุณนักสืบตามสบายเลยนะคะ”เสียงของอิกิสะ หัวหน้างานของที่นี่และหัวหน้างานของมินกิเอ่ยเชิญเมื่อเห็นเอกสารจากหน่วยกองตำรวจ
“คุณอิกิสะต้องขอโทษด้วยนะครับที่มาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า”สารวัตรริวจิเอ่ยขึ้นเขาก้มหน้าให้เกียรติอิกิสะเช่นเดียวกับนักสืบอลัน
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันยินดีแค่ไม่คิดว่าจะเข้ามาวันนี้ก็แค่นั้นค่ะ”หญิงสาวเอ่ยบอกด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“พอดีเราพบหลักฐานบางอย่างที่หายไปจากผู้ตายอ่ะครับเราจึงขอเข้ามาดูที่ทำงานและโต๊ะทำงานของผู้ตายอีกครั้ง”นักสืบอลันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนิ่งๆสีหน้าและแววตากลับมองไปยังอิกิสะที่มีสีหน้ากังวลเล็กน้อยแต่ก็ยังคงมีใบหน้าเปื้อนยิ้มอยู่และสวยสง่าสมกับเป็สาวทำงาน
“อ่อ งั้นเชิญค่ะถ้าหมายค้นและเอกสารอื่นเรียบร้อยก็ตามสบายเลยนะคะแต่ขอแค่เฉพาะพื้นที่ทำงานของมินกิจังเท่านั้น ส่วนพื้นที่ชั้นอื่นฉันขอค่ะไม่อยากให้วุ่นวาย”เธอเอ่ยออกมาก่อนจะเดินพาสารวัตรริวจิและนักสืบอลันออกไปยังส่วนโต๊ะทำงานของมินกิ มิโนโร่
“ขอบคุณครับ และผมขอสอบปากคำเพื่อนร่วมงานเธอด้วยนะครับเพื่อใช้ประกอบข้อมูลหลักฐาน”สารวัตรริวจิเอ่ยขึ้น
“ตามสบายค่ะ” อิกิสะเอ่ยบอกก่อนจะหลบสายตาของนักสืบอลันที่มองเธออยู่
“อีกสองวันคุณอิกิสะเองก็อย่าลืมไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจตามหมายเรียกด้วยนะครับ”สารวัตรริวจิเอ่ยเตือนเพราะผู้ที่เกี่ยวข้องกับมินกิ มิโนโร่ทั้งหมดต้องได้รับการยืนยันสถานที่เวลาและข้อมูลหลักฐานทั้งหมด
“อ่อ...ค่ะดิฉันไม่ลืมหรอกค่ะตามสบายนะคะ”อิกิสะเอ่ยด้วยใบหน้านิ่งๆตามแบบผู้หญิงทำงานและความมั่นใจในตัวเองเธอเดินไปนั่งที่ห้องทำงาน สายตาก็ยังแอบมองการทำงานของตำรวจอยู่เรื่อยๆ
การทำงานของสารวัตรริวจิและนักสืบอลันเป็ไปอย่างราบรื่นเขาเก็บหลักฐานและสอบปากคำเพื่อนร่วมงานของผู้ตายจนครบ
- ร้านกาแฟ -
“ผู้ตายเป็คนไม่ค่อยมีเพื่อนในที่ทำงานเลยเพราะส่วนตัวเป็คนที่ไม่สูงสิงกับใคร วันๆเอาแต่ดูของออนไลน์เพราะเท่าที่ดูข้อมูลจากไอทีแล้วเธออยู่กับนเทอร์เน็ตเและไม่ค่อยทำงาน หมกงานไว้ทำตอนหัวหน้าถามจึงไม่ค่อยมีใครคุยด้วยแต่เธอก็ไม่ได้มีพิษมีภัยกับใครนัก เธอทำงานคนละชั้นกับโมมูระ โอชิโร่แฟนหนุ่มของเธอและด้วยความที่โมมูระเป็พนักงานขายเขาก็ต้องออกไปหาลูกค้าหรือไปต่างจังหวัดบ่อยครั้งทำให้ไม่ค่อยได้เจอกันนัก” สารวัตรริวจิเอ่ยบอกนักสืบอลันจากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับ
“ส่วนโต๊ะทำงานของเธอส่วนใหญ่ก็มีแต่รอยนิ้วมือของเธอครับผมไม่เจอรอยนิ้วมือใครเลย แม้แต่แหวนหรือของมีค่าใดๆเพราะส่วนตัวเธอจะรอบคอบเสมอพบเพียงแค่สิ่งนี้ครับ”นักสืบอลันเอ่ยพร้อมหยิบบางอย่างให้กับสารวัตรริวจิก่อนที่กาแฟและขนมจะถูกเสิร์ฟ นักสืบอลันแอบมองขนมในจานพร้อมขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ผมไม่ได้สั่งคุกกี้ใบชานี่ครับ”นักสืบอลันเอ่ยขึ้นถามบริกรทันที
“อ่อ ผมสั่งให้เองครับ เห็นว่าคุณมักจะทานคู่กับกาแฟทุกครั้งและร้านนี้ก็มีคุกกี้ใบชาก็เลยอยากให้ลอง”สารวัตรริวจิเอ่ยบอกก่อนจะสนใจรูปที่หายไปหนึ่งส่วนคนในรูปคือโมมูระโอชิโร่ ส่วนที่หายไปไม่แน่ใจนักว่าเป็ใครยิ่งทำให้เขาสนใจในตัวแฟนหนุ่มของผู้ตายแล้วสิ
นักสืบอลันแอบใเล็กน้อยกับคุกกี้ใบชาที่สารวัตรริวจิสั่งมาให้ไม่คิดว่าสารวัตรจะทำแบบนี้
“ผมว่าเราต้องไปหาคุณโมมูระ กันสักหน่อยแล้วล่ะครับ”นักสืบอลันเอ่ยเมื่อเห็นโมมูระเดินลงมาจากตึกและผ่านร้านกาแฟที่พวกเขานั่งเพราะที่เขาแน่ใจว่าจะต้องตามโมมูระก็เพราะร่างของมินกิจังกำลังตามหลังโมมูระไปติดๆนั้นเอง
่เวลาสามทุ่มหลังเลิกจากงานโมมูระก็เดินทางกลับที่พักเขารู้สึกแปลกๆั้แ่เดินจากสถานีรถไฟจูโจแล้วแต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรจนมาถึงที่ห้อง ระหว่างที่ไขกุญแจอยู่นั้นได้มีมือเรียวของใครคนหนึ่งเอื้อมเข้ามาจากด้านหลังและจับเข้าที่ไหล่ของโมมูระ
หมับ!
“โอ๊ะ! คุณ...”โมมูระเอ่ยและหันไปมองมือเรียวที่เห็นครั้งแรกกลับเป็มือของนักสืบอลันแทน
สารวัตรริวจิและนักสืบอลันนั่งอยู่ห้องโซฟาในห้องพักของโมมูระห้องพักของทั้งคู่คือโมมูระและมินกิ
“ขอบคุณครับ”นักสืบอลันเอ่ยพร้อมก้มหัวเล็กน้อยเมื่อโมมูระนำกาแฟร้อนมาเสิร์ฟ
“คุณตำรวจและคุณนักสืบมีอะไรหรือเปล่าครับทำไมถึงมาหาผมดึกๆแบบนี้ ในเมื่อวันมะรืนผมเองก็จะเข้าไปให้ปากคำอยู่แล้ว”โมมูระเอ่ยถามอย่างสงสัย
“เปล่าหรอกครับ พอดีเมื่อกลางวันเราสองคนไปสอบปากคำและเก็บหลักฐานที่ทำงานของคุณมินกิเห็นว่าคุณไม่อยู่และผมเองก็เจอสิ่งนี้ที่โต๊ะทำงานของคุณมินกิจึงอยากจะถามคุณน่ะครับ”นักสืบอลันเอ่ยพร้อมยื่นรูปถ่ายที่มีเพียงครึ่งเดียวของโมมูระ
โมมูระเมื่อเห็นรูปถ่ายก็หน้าเศร้าเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนกอะไรนักโมมูระหยิบรูปถ่ายนั้นขึ้นมาและก็น้ำตากลับออหน่วย ริมฝีปากสั่นระริก
“รูปนี้เป็รูปที่เราถ่ายด้วยกัน เป็รูปที่ผมขอเธอแต่งงานมีครั้งหนึ่งเราทะเลาะกันเธอจึงฉีกรูปนี้ทิ้งครับแต่ไม่คิดว่าเธอจะเก็บมันไว้...ฮึก”เสียงขึ้นจมูกเล็กน้อยบ่งบอกว่ากำลังเสียใจสารวัตรริวจิและนักสืบอลันหันมองหน้ากัน
“ผมแสดงความเสียใจด้วยนะครับเื่คุณมินกิ งั้นพวกเราไม่รบกวนแล้วครับขอตัวกลับก่อนขอบคุณสำหรับกาแฟนะครับ”สารวัตรริวจิเอ่ยก่อนจะออกจากห้องโมมูระพร้อมนักสืบอลัน
“สัญญาณไม่แสดงผลอะไรครับปกติทุกอย่าง”เสียงจากทีมงานส่งสัญญาณเข้ามา สำหรับเครื่องจับสัญญาณที่สารวัตรริวจิแอบติดที่หลังของโมมูระ
“อื้มเดี๋ยวเจอกัน”สารวัตรริวจิเอ่ยก่อนจะหันไปยังนักสืบอลัน
“ผมสังเกตว่าโมมูระยังสวมแหวนอยู่นะครับแต่ว่าแหวนของผู้ตายไปไหนกันนะ”นักสืบอลันเอ่ย
“ตอนนี้คุณยังเห็นเธออยู่ไหมครับ”สารวัตรริวจิเอ่ยถาม
“ใครครับ?”นักสืบอลันเอ่ยถาม
“มินกิจังไงครับ หรือคุณเห็นใครมากกว่านี้”สารวัตรริวจิเอ่ยขึ้น
“เปล่าครับ เรากลับกันเถอะครับ”นักสืบอลันเอ่ยสารวัตรริวจิไม่ได้พูดอะไรแค่พยักหน้าและขับรถออกไป
เช้าวันต่อมาโมมูระก็มาทำงานปกติด้วยแววตามที่ยังเศร้าอยู่แต่เขาก็ต้องทำใจ ชีวิตต้องดำเนินต่อไปเขายืนมองที่โต๊ะทำงานของมินกิจังที่ตอนนี้มีดอกเบญจมาศสีขาววางอยู่เพื่อไว้อาลัย
“ทำใจเถอะนะมินกิจังไปสบายแล้ว”ทาชิงะเพื่อนสนิทในที่ทำงานของเขาเอ่ยขึ้นพร้อมจับที่ไหล่บีบเบาๆอย่างปลอบใจ
“ขอบใจมากนะ บ่ายนี้ฉันต้องไปให้ปากคำที่สถานีตำรวจฉันฝากบอกคุณอิกิสะด้วยนะ”โมมูระเอ่ยบอกเพื่อนร่วมงานไว้เพราะวันนี้อิกิสะต้องไปประชุมที่สำนักงานใหญ่
ห้องสี่เหลี่ยมที่ภายในเก็บเสียงทั้งสามด้านปิดทึบอีกด้านเป็กระจกที่มองผ่านจากข้างนอกได้ทางเดียว กลางห้องมีโต๊ะขนาดพอดี มีเก้าอี้สองตัวตรงข้ามกันโคมไฟขนาด 500 ลักซ์ตั้งพร้อมส่องอยู่กลางโต๊ะ โดยรอบๆห้องว่างเปล่ามีเพียงสารวัตรริวจิที่นั่งกลางห้อง และนักสืบอลันยืนกอดอกอยู่อีกมุมของห้อง มือถือของมินกิมิโนโร่ถูกยกขึ้นจากมือสารวัตรริวจิที่ตอนนี้กำลังสอบสวน โมมูระโอชิโร่
“เวลา 24.48 นาทีเวลาในมือถือบอกไว้ว่าคุณกับผู้ตายสนทนากัน ตอนนั้นอยู่ที่ไหน”สารวัตรริวจิเอ่ย
“ผมอยู่ที่บ้านและหลับไปแล้วแต่มินกิก็โทรหาผมเพื่อให้ผมไปรับเธอที่ทำงานเพราะเธอต้องทำโอที ตอนเช้าผมเองต้องไปหาลูกค้าที่จังหวัดนีงะตะผมจึงไม่ได้อยู่รอเธอ่ทำโอที และก็ไม่ได้ไปรับเธอ แต่ตอนกลับเธอก็โทรหาผมว่ากำลังกลับและกำลังจะไปรอรถไฟฟ้าใต้ดินที่สถานีแต่ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เราได้คุยกัน”ใบหน้าที่ดูเศร้าของโมมูระสารวัตรริวจิหันมองไปทางนักสืบอลันก่อนจะหันไปทางด้านกระจกและพยักหน้าให้คนด้านนอกทราบ
แกร็ก
“ขออนุญาตครับสารวัตร”เสียงเ้าหน้าที่ตำรวจเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารนักสืบอลันเดินเข้ามาสมทบและดูข้อมูลที่รับมา ก่อนจะเดินมานั่งแทนสารวัตรริวจิ
“กล้องวงจรปิดสวนสาธารณะจับภาพได้ว่าตอนเวลา 01.23 นาที คุณอยู่ที่สวนสาธารณะซุมิดะแต่เมื่อสักครู่คุณบอกพวกเราว่าคุณนอนพักอยู่ที่ห้องใช่ไหม?”นักสืบอลันเอ่ยออกมาทำเอาโมมูระโวยวายออกมาทันที
“นี่! คุณตำรวจสงสัยว่าผมฆ่ามินกิจังหรอครับ ผมจะทำไปเพื่ออะไรเธอคือคนที่ผมรักนะ”เสียงโวยวายออกมาอย่างมีพิรุธ ทำเอาสารวัตรริวจิยกยิ้มออกมา
“ใจเย็นๆสิครับพวกเรายังไม่ได้พูดว่าคุณเป็คนฆ่าเลยนะครับ แค่กล้องจับได้เราก็ถามตามหลักฐาน”สารวัตรริวจิเอ่ยบอกโมมูระก็ค่อยอ่อนลงและเอ่ยขึ้น
“ที่จริงเมื่อวางสายกับมินกิจังแล้วผมเองก็ห่วงเธอเหมือนกันตั้งใจจะออกไปรับเธอ ผมเดินไปถึงสวนสาธารณะซุมิดะมิกิจังก็ส่งข้อความและรูปถ่ายมาบอกว่าขึ้นรถไฟแล้วไม่เชื่อคุณกดดูข้อความสิ ผมจึงเดินกลับเข้าบ้านเพราะมีงานต้องทำตอนเช้ามืดจริงๆ”นักสืบอลันยกมือถือมาดูก็พยักหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้น
“แต่กล้องจับว่าเห็นคุณยืนคุยอยู่กับใครที่สวนสาธารณะ”สารวัตรริวจิส่งรูปที่ปริ้นจากกล้องวงจรปิดให้โมมูระดูก็ทำให้เขาหน้าซีดและก้มลงมองที่มือตัวเองก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ผมคงปิดบังอะไรไม่ได้อีกแล้ว...”อยู่ๆโมมูระก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงลดลงและรู้สึกว่าถ้าแถอะไรไปคงไม่รอดแล้วแน่ๆสารวัตรริวจิเห็นว่าโมมูระต้องมีอะไรที่ปิดบังแน่ๆจึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็เชิงว่าต้องบอกความจริงได้แล้ว
นักสืบอลันที่ยืนมองอยู่ไม่ได้พูดอะไรเพราะตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าโมมูระนั้นไม่ใช่ฆาตกรเพราะร่างของมินกิมิโนโร่ยืนมองโมมูระแฟนหนุ่มด้วยแววตาที่ไม่ได้ดูโกรธเกลียดแต่เป็แววตาตัดพ้อมากกว่า
“การที่คุณอำอึ้งและไม่บอกเราทั้งๆที่หลักฐานขนาดนี้คุณรู้ไหมว่าจะทำให้คุณกลายเป็ผู้ต้องสงสัยทันที”สารวัติริงจิเอ่ยแกมขู่เล็กน้อยทำให้โมมูระที่กลัวอยู่แล้วก็รีบเอ่ยขึ้นทันที
“ไหนๆก็มาถึงจุดนี้แล้วและผมจะพูดทั้งหมดอันที่จริงแล้วคืนนั้นผมไปเจอกับทาชิงะคุง”
“ทาชิงะคุงหรอ?”สารวัตรริวจิเอ่ยย้ำถามกลับโมมูระพยักหน้าก่อนจะเล่าต่อ
“ทาชิงะคุง เป็เพื่อนของผมและมินกิจังเราสามคนรู้จักกันั้แ่เรียนมหาวิทยาลัย เมื่อจบและทำงานผมกับมินกิจังก็มาทำงานที่นี่แต่ทาชิงะคุงไปทำงานที่อื่นและเมื่อสองเดือนก่อนทาชิงะคุงก็เข้ามาทำงานที่แผนกการตลาดพวกเราก็ได้เจอกันอีกครั้งผมกับทาชิงะคุงไปหาลูกค้าต่างจังหวัดด้วยกันสองคนบ่อยๆเพราะหัวหน้าเห็นว่าสนิทกัน”โมมูระเอ่ยก่อนจะก้มหน้าและกลืนน้ำลายลงคออย่างแสนฝืดที่จะพูดออกมาสารวัตรริวจึงจึงเอ่ยขึ้นถาม
“แล้วยังไงต่อครับ มันเกี่ยวกับคืนนั้นยังไงกัน”โมมูระยังนั่งนิ่งอยู่นักสืบอลันจึงเอ่ยขึ้น
“ให้ผมเดาคือคุณกับทาชิงะน่าจะมีอะไรที่เกินกว่าคำว่าเพื่อนระหว่างที่คุณสองคนไปทำงานต่างจังหวัดด้วยกันพักด้วยกันและอยู่ด้วยกันใช่ไหมครับ”สารวัตรริวจิเงยหน้ามองนักสืบอลันทำเอาอึ้งเหมือนกันที่คิดออกมาแบบนั้นและยิ่งอึ้งกว่าเดิมเมื่อโมมูระพยักหน้ารับกับประโยคนั้นว่ามันคือความจริง
“ใช่ครับ ผมกับทาชิงะคุงเราเผลอมีอะไรกัน ครั้งแรกผมเองก็ยอมรับไม่ได้ก็รู้สึกผิดและขอโทษทาชิงะคุงแต่เมื่อผมกลับมาและอยู่กับมิกิจังผมกลับคิดถึงแต่ทาชิงะและนี่คือสิ่งที่ผมทำผิดกับมินกิจังผมจึงขอเธอแต่งงานและอยากจบความสัมพันธ์นี้จึงนัดเจอกับทาชิงะคุง”โมมูระเอ่ยเสร็จก็ก้มหน้าลงทำเอาสารวัตรริวจิขมวดคิ้วและมองหน้านักสืบอลันเขาเองกลับหน้าร้อนเล็กน้อย
สารวัตรริวจิและนักสืบอลันได้ตรวจสอบหลักฐานหมดทุกชิ้นอยู่แล้วและเขาก็สอบปากคำแฟนหนุ่มของผู้ตายอีกสองสามคำถามก็ปล่อยเขากลับ
“ถ้ามีอะไรคืบหน้าคุณโทรกลับมาหาผมได้ทันทีเลยนะครับ”นักสืบอลันเอ่ยขึ้นบอกโมมูระ
ทันทีที่โมมูระขอตัวกลับสารวัตรริวจิก็เดินเข้ามายืนอยู่หน้าประตูสองมือลวงกระเป๋า สายตามองไปยังโมมูระที่กำลังเดินผ่านออกไปด้วยสีหน้าไม่ดีนักคล้ายคนที่มีอะไรติดในใจ
“พ่อและแม่ของผู้ตาย ยืนยันว่าโมมูระและผู้ตายรักกันมากไม่น่าจะรู้เื่นี้แน่ๆและก็กำลังจะสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกันจริง คืนนั้นรปภ.อพาร์ทเม้นที่โมมูระอยู่ก็บอกเห็นโมมูระออกไปจริงแต่ก็เดินกลับมาโดยใช้เวลาไม่ถึง10 นาที”
“แสดงว่าที่เขาพูดคือเื่จริง”นักสืบอลันเอ่ยออกมาแต่เขาก็ต้องใเพราะเขาเห็นร่างของมินกิที่ยืนจ้องมาทางโมมูระที่เดินผ่านไปแล้วและก็หายไปแสดงว่ามันต้องมีอะไรที่เกี่ยวข้องกับโมมูระและคดีนี้แน่ๆ
“ผมว่า ไม่ทั้งหมดหรอกนะอาจมีบางเื่ที่เขายังไม่บอกเรา”สารวัตรริวเอ่ยขึ้น
“อื้ม ผมก็ว่าแบบนั้น”นักสืบอลันเอ่ย
“ผมให้โอกาวะคุงไปสืบเื่คุณทาชิงะแล้วอีกสองสามวันน่าจะได้เื่”สารวัตรริวจิเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินหันหลังกลับเข้าไปยังห้องทำงานนักสืบอลันเองก็รู้สึกได้เหมือนกันว่าโมมูระแฟนหนุ่มของผู้ตายพูดไม่หมดและมีบางอย่างปิดบังอยู่
“อะ!...”เสียงในลำคอของนักสืบอลันมีแต่เพียงเขาเท่านั้นที่ได้ยินเพราะสายตามของเขาก็ได้เห็นหญิงสาวผมยาว ชุดเดรสสีขาวเดินตามหลังสารวัตรริวจิไปนักสืบอลันเองก็สงสัยว่าทำไมเขาถึงเห็นเธอ ทั้งที่เขาเองก็ไม่รู้จักเธอสักนิด
“เธอคือใคร? ทำไมถึงตามสารวัตรริวจิ?”
Next EP>>>