ความโมโหก็มี อยากปลอบพี่ก็อยาก เป็ห่วงพ่อก็เป็ หลายๆสิ่งหลายๆอย่างปะทุขึ้นมาในหัวของปอร์โต้ตอนนี้ เขารีบขับรถไปยังโรงพยาบาลที่พ่อเขาพักรักษาตัวอยู่เพื่อซักถามทุกข้อสงสัยที่เขาอยากรู้ ปาร์ตี้ที่นั่งมาด้วยก็ร้องไห้เสียใจมาตลอดทาง ทำเอาปอร์โต้ไม่มีสมาธิขับรถเลย
“ใจเย็นๆพี่ตี้ พ่อต้องไม่เป็อะไร แล้วนี่พี่พงษ์ไปไหน ทำไมพ่อถึงเกิดอุบัติเหตุได้”
“ก็พี่พงษ์นั่นแหละที่โทรบอก พี่กลับมาจากช็อปปิ้งก็ไม่มีใครอยู่บ้านเเล้วอ่ะ ฮือฮือ บ้านเงียบกริบเลย ปอร์โต้ พ่อจะเป็อะไรไหม ฮือฮือ”
“ใจเย็นๆพี่ พ่อถึงมือหมอแล้ว ไม่เป็อะไรมากหรอก ว่าเเต่พี่เถอะหยุดร้องไห้ก่อนได้ไหม ผมไม่มีสมาธิขับรถเลย”
“ก็ฉันเป็ห่วงพ่อนี่นา แกไม่ห่วงรึไงเล่า”
“พี่ดูเข็มไมล์ดิ ผมรีบขนาดนี้ยังไม่ชัดอีกหรอ ใกล้ถึงละโทรบอกพี่พงษ์ให้ออกมารับเลย จะได้ไม่ต้องไปเดินหาให้เสียเวลา” รถเก๋งคันสีขาวเลี้ยวเข้าโค้งโรงพยาบาลโดยไม่มีการเบรค ทันทีที่รถมาจอดพงษ์ก็มายืนรอรับนายน้อยทั้งสองคนอยู่ที่หน้าโรงพยาบาลแล้ว
“พี่พงษ์ พ่อเป็ไงบ้าง?”
“คุณท่านปลอดภัยแล้วครับ เเต่…..เอ่อ..คือ…”
“คืออะไรคะ?”
“คุณหนูทั้งสองรีบเข้าไปหาคุณท่านเถอะครับ” ปอร์โต้หันไปจับพี่สาวก่อนจะเดินสาวเท้าตามหลังพงษ์ไปยังห้องพักพิเศษริมสุดของโรงพยาบาล ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ปาร์ตี้รีบปล่อยมือปอร์โต้แล้ววิ่งเข้าไปกอดผู้เป็พ่อทันที
“ฮือฮือ พ่อ…พ่อเป็ยังไงบ้างเจ็บตรงไหนรึป่าวคะ ใครทำพ่ออ่ะ บอกตี้มาเดี๋ยวตี้ไปจัดการให้ค่ะ”
“ลูกสาวพ่อยังขี้เเยเหมือนตอนเด็กๆเลยนะ พ่อไม่เป็อะไรแล้ว ตี้ไม่ต้องร้องนะลูก”
“คุณพ่อ!! ฮือฮือ” ปาร์ตี้ร้องไห้อย่างหนักเมื่อเห็นสภาพของผู้เป็พ่อนอนนิ่งๆอยู่บนเตียง พร้อมกับมีสายยางอะไรก็ไม่รู้พันเต็มตัวไปหมด ซึ่งต่างกับปอร์โต้มากที่ยังคงความปากเเข็งและไม่แสดงสีหน้าท่าทางของความเป็ห่วงออกมา
“เกิดอะไรขึ้น นักธุรกิจเบอร์ใหญ่อย่างพ่อ ทำไมถึงมาตกอยู่ในสภาพนี้ล่ะครับ”
“ปอร์โต้!! พ่อเราเจ็บอยู่นะ แกพูดจาระวังปากหน่อยได้ไหม?”
“ไม่เอาหน่าตี้ ทำอย่างกับไม่รู้จักนิสัยของน้องแก มันก็ปากเสียแบบนี้มาตั้งนานแล้ว..แกยังไม่ชินอีกหรอ ฉันโดนแก๊งค์เดิมตามล่าน่ะ”
“ไหนพ่อบอกจะวางมือแล้วไง แล้วทำไม…….”
“ฉันจบเื่นี้ไปตั้งนานแล้ว มีเเต่มันนั่นแหละที่ยังไม่ยอมจบ เหมือนมันจะรู้ความเคลื่อนไหวของเราตลอดเวลาด้วยนะ….”
“แล้วพี่พงษ์ล่ะ เป็บอดิการ์ดมือดีไม่ใช่หรอ ทำไมพ่อถึงตกอยู่ในสภาพนี้”
“ฉันให้พงษ์ไปดูเเลเื่คู่ธุรกิจใหม่แทน ฉันตั้งใจขับรถออกมาเองและมันก็….มาเจอกับพวกนั้นเข้าพอดี”
“เดี๋ยวนะ!! ปกติพ่อไม่ออกไปไหนคนเดียวนี่คะ…แล้วนี่จู่ๆพ่อก็….พ่อไปไหนมากันเเน่คะ?”
“ปอร์โต้ ปาร์ตี้ จะว่าอะไรไหมถ้าพ่อจะรับเด็กคนนึงเข้ามาอยู่ในบ้านเราและเลี้ยงดูเขาเป็เป็ลูกคนนึง พวกแกจะติดปัญหาอะไรไหม?”
“พ่อหมายถึงอะไรคะ นี่อย่าบอกนะว่าพ่อไปทำผู้หญิงท้องแล้วต้องรับผิดชอบ โหย!! ถ้าแบบนั้นเอาเงินฟาดหัวไปก็จบแล้วนี่คะ พ่อจะเอามันมาเป็ภาระเราทำไม?”
“ใช่ อีกอย่างนะ แผนการณ์สร้างครอบครัวอบอุ่นขึ้นมาตบตาผู้คนของพ่ออ่ะ มันก็จะพังไม่เป็ท่าด้วย เด็กเเค่คนเดียวพ่อไม่แก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นล่ะ พื้นที่ส่วนตัวของผม ผมไม่ชอบให้คนแปลกหน้ามาเดินไปเดินมาในบ้านของผม”
“เเต่คนนี้ไม่แปลกนะ เพราะแกเองก็รู้จักเขาดี ส่วนลูกก็จะได้มีคนถือของช็อปปิ้งให้ไง”
“น้องสาวหรอคะพ่อ?”
“ใช่ เธอน่ารักมากด้วยนะ พ่อว่าตี้ต้องรักน้องคนนี้มากกว่าปอร์โต้อีก”
“ดูท่าทางพ่อจะเอ็นดูเด็กคนนี้มากนะครับ ผมชักอยากจะรู้แล้วสิว่าเธอเป็ใครกันเเน่”
“พงษ์ แกออกไปข้างนอกก่อน ฉันจะคุยกับลูกๆฉันตามลำพัง” พงษ์พยักหน้ารับคำพร้อมกับถอยหลังเดินออกจากห้องไป แต่ก็ไม่วายต้องอยู่ดูความเรียบร้อยที่หน้าห้อง ปาร์ตี้กับปอร์โต้มองหน้ากันประหนึ่งว่ามันต้องเป็เื่ที่ใหญ่และสำคัญมากๆเเน่ พงษ์ถึงอยู่ฟังด้วยไม่ได้
“พวกแกสองคนอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันต้องรับเด็กคนนี้เข้ามาอยู่ในบ้านของเรา” ปอร์โต้และปาร์ตี้หยุดทุกการกระทำก่อนจะหันหน้าไปจ้องมองผู้เป็พ่ออย่างตั้งใจ ภูมินไม่มีความลับกับลูกทั้งสองอยู่แล้ว เขาตัดสินใจเล่าทุกอย่างให้ทั้งสองคนฟังและเมื่อได้รู้ความจริงทุกอย่างปอร์โต้ถึงกับอึ้ง พอๆกันกับปาร์ตี้ที่ร้องไห้ออกมาไม่หยุดราวกับว่าเป็เื่ของตัวเองไปซะแล้ว
“ทีนี้พวกแกก็เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไม ฉันถึงต้องรับผิดชอบชีวิตที่เหลือของเขา”
“ถ้าเธอรู้เื่นี้ เธอไม่ยอมเเน่ๆ ตี้รู้ว่านิสัยผู้หญิงมันอ่อนแอเเค่ไหน ตี้กลัวว่าเธอจะรับไม่ได้”
“เื่นั้นพ่อรู้ มันจึงต้องเป็หน้าที่ของแก ปอร์โต้! พาเธอมาอยู่บ้านเราให้ได้ ไม่ว่าจะกรณีไหนก็ตาม เื่นี้เราจะรู้กันเเค่สี่คน เราสามคนและพงษ์ เข้าใจไหม?”
“เเต่ผมไม่โอเค พ่อให้ใครก็ได้ไปรับเธอ พี่ตี้หรือใครก็ได้เเต่ต้องไม่ใช่ผม เพราะว่า…..”
“เพราะว่าเวลานี้ เธอเหมือนกับแกในตอนนั้นและฉันก็คิดว่าแกน่าจะเข้าใจความรู้สึกของเธอได้ดีกว่าคนอื่น ไม่ใช่หรอ ปอร์โต้ความทรมานตอนนั้นแกว่าผู้หญิงตัวเล็กคนนึงจะสามารถแบกรับมันไว้ได้หรอ ขนาดตัวแกเองก็ยัง…..”
“ก็ถ้าพ่อไม่พาเเม่ของเธอไปตาย มันคงจะไม่มีใครเดือดร้อนขนาดนี้!! พ่ออย่าเอาผู้หญิงคนนั้นมาเปรียบกับแม่ผม เธอตายเพราะฝีมือพ่อ ไม่ได้ถูกพ่อไล่ตะเพิดหนีเหมือนแม่!!”
“ไอ้โต้ ฉันว่าแกเข้าใจอะไรผิดอยู่นะ ความจริงแล้วแม่เค้า…..”
“พอได้เเล้ว พี่ตี้เลิกเข้าข้างพ่อซักที ตั้งเเต่เกิดมาพี่ทำตามคำสั่งของพ่อทุกวัน พี่ไม่เบื่อรึไง ผมนี่เบื่อจนจะอ้วกออกมาแล้ว!! ใครจะทำก็ทำเเต่ผมไม่ทำ!!” ปอร์โต้ะเิอารมณ์โกรธที่พ่อเขาเอาผู้หญิงคนอื่นมาเปรียบเทียบกับเเม่ที่เขารัก นอกจากจะไม่หยุดฟังแล้ว ปอร์โต้ยังเดินออกจากห้องไปโดยไม่ลืมที่จะกระเเทกประตูเสียงดังลั่นเพื่อประชดภูมินอีกด้วย
“ปอร์โต้ แกจะไม่ฟัง……ไอ้โต้ พ่อดูมันดิ!”
“พอเถอะตี้ ปล่อยให้มันเข้าใจไปแบบนั้นแหละดีแล้ว เอาไว้มันโตพอที่จะเข้าใจอะไร แล้วลูกค่อยบอกมันอีกที ยังไงลูกช่วยเป็ธุระเื่นี้ให้พ่อหน่อยนะ”
“ค่ะพ่อ เดี๋ยวตี้จัดการให้ค่ะ” ภูมินได้เเต่กลืนความขมขื่นที่เจอมาเก็บไว้เพียงคนเดียว เขาตัดสินใจอย่างเเน่วเเน่ว่าในเมื่อเื่มันมาถึงขนาดนี่แล้ว เขาก็จำเป็ที่จะต้องเดินเกมนี้ให้จบ โดยไม่ลืมที่จะรักษาคำขอสุดท้ายนั้นไว้ ย้อนไปถึงเหตุการณ์ในวันนั้น รถกะบะสีเทาพุ่งตรงมาด้วยความเร็วปะทะเข้ากับต้นไหมใหญ่เสียงดังสนั่นเหตุเกิดเพราะเขาดันโดนคู่อริเก่าขับรถตามหลังมา ชายคนหนึ่งกำลังพยายามตะเกียกตะกายออกจากประตูรถเพื่อจะข้ามไปยังอีกฝั่ง เขาดึงร่างของผู้หญิงที่นั่งมาด้วยออกให้พ้นรถ สองสายตาเต็มไปด้วยน้ำใส่ๆและเืที่เจือจาง แก้มนวลๆของผู้หญิงตรงหน้าเปื้อนไปด้วยสีเเดงเืจนหมดความสดใจ
“คุณมิน!! คุณมินครับ อย่าเพิ่งเป็อะไรนะครับ โอ้ย!! คุณมิน คุณมินผมขอโทษ รถโรงพยาบาลกำลังมานะครับ คุณต้องไม่เป็อะไรนะครับคุณมิน”
“ฉัน…ฉัน…ฉันเฮือก ฉันเจ็บที่กลางอกค่ะ มันเกิดอะไรขึ้นหรอคะ ฉันเริ่มหายใจไม่ออกเเล้ว คุณภูคะ!!ฉันมองไม่ชัดเลยค่ะ ทุกอย่างมันพล่ามัวไปหมดเลยค่ะ” วินาทีนั้นภูมินไม่สามารถทำอะไรได้เลย เขาได้เเต่กดมือถือย้ำๆเพื่อติดต่อรถโรงพยาบาล มือข้างซ้ายประคองตัวมินตราไว้ในอ้อมอก มืออีกข้างกดมือถือจนแทบจะทะลุ มิตรานอนหายใจพะงาบๆสองสามครั้ง เธอจึงเอื้อมมืออีกข้างมาห้ามภูมินไว้ ไม่ให้เขากดมือถืออีก
“พอแล้วล่ะค่ะ ไม่ต้องโทรแล้ว ฉันว่าฉันคงไม่รอดแล้วล่ะค่ะ เพิ่งจะรู้ว่าคนใกล้ตายเขารู้สึกอย่างนี้นะคะ คุณภูคะ ก่อนที่ฉันจะไปเย็บผ้าบน์ ฉันขออะไรคุณซักอย่างได้ไหมคะ เฮือก!!”
“คุณต้องไม่เป็อะไรครับ ผมรักคุณนะ รักตั้งเเต่เเรกเห็นแล้ว คุณมิน คุณต้องอยู่กับผมนะ ฮือฮือ”
“เื่นั้นฉันรู้ตั้งเเต่วันที่คุณเดินเอาเสื้อเข้ามาให้ฉันเย็บแล้วค่ะ เฮือก!! เวลาฉันมีไม่มากแล้ว ฉันขอ…ขอฝาก….น้ำ…น้ำ..เฮือก เฮือก เฮือก!!!! มนต์….” เเขนที่ไร้การควบคุมร่วงหล่นลงที่พื้นพร้อมกับการสูดหายใจเฮือกใหญ่ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างตรงหน้าจะหยุดหายใจไปในทันที ภูมินรู้สึกใจสลายเป็ครั้งที่ 2 เมื่อเขาจะต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ซ้ำๆกันถึง 2 ครั้ง…ภาพเหตุการณ์ของคนที่เขารักกำลังจากเขาไปอย่างไม่หวนกลับมาอีก
“คุณมิน!! คุณมินครับ คุณมิน!!!!!! อ้า!โอ้ย!!!!!!!ไอ้เหี้ย!! ไอ้พวกสารเลวเอ้ย!!!!!!!!” ภูมินะโก้องลั่นป่าด้วยความโมโหจนควบคุมสติอารมณ์ของตนเองไม่ได้ เขาได้เเต่โทษตัวเองว่าถ้าเขารีบบอกถึงตัวตนของเขาให้เร็วกว่านี้ มินตราก็คงไม่จากเขาไป ภูมินกอดร่างเปื้อนเืของมินตราร้องไห้จนกระทั่งหมดสติไป ซึ่งเขามารู้ตัวอีกทีก็ตอนอยู่ที่โรงพยาบาลนี่เอง เขาได้เเต่พูดกับตัวเองในใจว่า เขาจะต้องดูเเลสิ่งสำคัญที่สุดของมินตราให้ดีที่สุด ให้สมกับที่มินตราไว้ใจให้เขาดูเเลนั่นเอง……