ความรู้ที่ได้รับถ่ายทอดมาจากท่านเทพีแห่งพฤกษานอกจากการส่งลมปราณไปยังกิ่งก้านสาขาหรือใบไม้เพื่อใช้แทนอาวุธแล้ว ยังมีความรู้เกี่ยวกับการสร้างอาวุธนานาชนิดจากชิ้นส่วนของต้นไม้เช่นกระบี่ดาบ ธนู หอก หรือทวน
อีกทั้งการสร้างอาวุธในรูปแบบที่ได้รับมานั้นไม่ใช่การเหลาเพื่อขึ้นรูปแต่เป็การบีบอัดและควบคุมเพื่อให้ได้รูปลักษณ์ของอาวุธตามที่้าเช่น ท่อนไม้ขนาดใหญ่หนึ่งคนโอบยาวสิบเมตรมีน้ำหนักมากกว่าหนึ่งพันจินหากนำท่อนไม้ดังกล่าวมาเหลาทำกระบี่ไม้ ย่อมได้กระบี่ไม้นับร้อยนับพันเล่มและกระบี่แต่ละเล่มจะมีน้ำหนักเบาเหมาะสมต่อการใช้งาน
ทว่าการสร้างอาวุธในรูปแบบที่ได้รับมานั้นเป็การบีบอัดและควบคุมให้เปลี่ยนรูปลักษณ์เมื่อส่งถ่ายลมปราณให้แทรกซึมเข้าไปในทุกอณูของเนื้อไม้ จากนั้นจึงทำการบีบอัดให้มีขนาดลดลงเรื่อยๆแล้วกำหนดรูปลักษณ์ให้เป็กระบี่
เมื่อแล้วเสร็จก็จะได้กระบี่ไม้เพียงหนึ่งเล่มเท่านั้นแต่น้ำหนักของท่อนไม้หนึ่งพันจินยังคงอยู่ ทำให้กระบี่ไม้เล่มนั้นมีน้ำหนักหนึ่งพันจินตามไปด้วย
อีกทั้งยังมีความแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าชั้นดีหรืออาวุธระดับสูงเสียอีกถ้าหากลี่หงสลักอักขระลงไปด้วยก็ยิ่งทำให้กระบี่ไม้ที่ได้แข็งแกร่งขึ้นอีกหลายเท่าตัว
จากกระบี่ไม้ธรรมดาสามัญก็จะกลายเป็กระบี่ไม้ที่สามารถต่อกรกับอาวุธวิเศษที่ทำจากเหล็กกล้าได้อย่างเท่าเทียมหรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำไป
หลังจากทบทวนขั้นตอนและวิธีการทำอาวุธแล้วเสร็จก็เริ่มลงมือทันทีโดยเริ่มจากกิ่งไม้ขนาดเล็กก่อน เมื่อหยิบกิ่งไม้ขนาดเล็กขึ้นมาแล้วก็ทำการส่งถ่ายลมปราณเข้าไป
จากนั้นก็ทำการบีบอัดให้กิ่งไม้ขนาดเล็กค่อยๆเปลี่ยนรูปร่างและมีขนาดที่เล็กลงจากเดิม จากกิ่งไม้ที่มีขนาดเท่าแขนยาวกว่าห้าเมตรกลับกลายมาเป็มีดสั้นขนาดเล็กยาวเพียงครึ่งเซี๊ยะ(1เซี๊ยะ=33.33 ซม.)เท่านั้น
แม้มีดสั้นจะมีขนาดเพียงครึ่งเซี๊ยะแต่กลับมีน้ำหนักมากกว่ายี่สิบจินตามขนาดของท่อนไม้ อีกทั้งยังมีสีดำเงางาม หากไม่สังเกตให้ดีผู้คนย่อมคิดว่าเป็มีดสั้นที่ทำมาจากเหล็กกล้าชั้นดีแน่นอน
เมื่อเสร็จไปหนึ่ง ย่อมมีสอง สาม สี่ตามมาลี่หงใช้เวลาในการสร้างอาวุธทั้งหมดสิบวันสิบคืน โดยพักเพียงตอนลมปราณใกล้หมดเท่านั้น
ตอนนี้ลี่หงสามารถสร้างอาวุธจากชิ้นส่วนของต้นสนทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ว่าจะเป็มีดสั้นนับหมื่นเล่มที่ได้จากกิ่งไม้ขนาดเล็กไปถึงขนาดกลางตะเกียบหลายแสนคู่จากเศษกิ่งไม้ขนาดต่างๆ เข็มขนาดเล็กนับล้านเล่มจากใบสน
ที่สำคัญก็คือกระบี่ไม้นับหมื่นเล่มจากกิ่งไม้ขนาดต่างๆ ั้แ่กิ่งไม้ขนาดกลางที่มีน้ำหนักห้าสิบจินขึ้นไปจนถึงกระบี่ไม้ที่มีน้ำหนักมากที่สุดคือกระบี่ที่ได้จากการบีบอัดต้นสนดำทั้งต้นที่มีน้ำหนักมากถึงหนึ่งล้านจิน
ด้วยความแข็งแกร่งของลี่หงในตอนนี้ทำให้ใช้ได้เพียงกระบี่ไม้ที่มีน้ำหนักหนึ่งหมื่นจินเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะสยบสัตว์อสูรที่มีระดับสูงกว่าได้
ส่วนทางด้านหมาป่าวายุทั้งสี่เมื่อเห็นการกระทำของเ้านายสาว ต่างก็คิดว่าเ้านายของตนไม่ใช่มนุษย์แน่แล้ว แม้ป่าหมอกจะอันตรายแต่พวกตนก็พบเห็นมนุษย์อยู่บ่อยครั้งแต่พวกตนก็ไม่เคยเห็นมนุษย์คนไหนทำได้ดั่งเ้านายของพวกตนแม้แต่คนเดียว
หลังจากได้อาวุธมาพร้อมแล้วลี่หงจึงทำการฝึกซ้อมการใช้อาวุธที่ได้มาให้ชำนาญ ก่อนที่จะออกไปสำรวจป่าหมอกอีกครั้ง
ตอนนี้ลี่หงสามารถกวัดแกว่งกระบี่ไม้ที่หนักถึงหมื่นจินได้อย่างไม่ติดขัดทั้งยังสามารถควบคุมอาวุธที่ตนสร้างได้ดั่งใจนึกแต่การควบคุมอาวุธแต่ละชนิดก็ใช่ว่าจะง่ายดายปานนั้น
แต่ด้วยความทรงจำที่ได้รับมาจากท่านมหาเทพและท่านมหาเทพีแห่งพฤกษาทำให้ลี่หงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับตนเองได้อย่างไม่ติดขัด เมื่อฝึกฝนจนพอใจแล้วเ้าตัวจึงหันไปพูดกับเสี่ยวหลาง
“ข้าจะออกไปสำรวจป่าหมอกเสี่ยวหลางเ้าต้องไปกับข้าด้วยส่วนเสี่ยวหลินเ้าอยู่ดูแลเ้าตัวแสบทั้งสองอยู่ที่นี่นะ”พูดจบลี่หงก็หายไปจากมิติพร้อมเสี่ยวหลางทันที
“หืม! เ้าพวกนี้อีกแล้ว” เมื่อออกมาลี่หงกับเสี่ยวหลางก็มาโผล่จุดเดิมที่ป่าหมอกแต่พื้นที่รอบตัวนั้นกลับเต็มไปด้วยฝูงหมาป่าขนเหล็กนับร้อยตัว
โฮก! เมื่อตกอยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่าขนเหล็กกว่าห้าสิบตัวเสี่ยวหลางก็ขู่คำรามออกมาทันที
ทางด้านฝูงหมาป่าขนเหล็ก เมื่อััถึงผู้บุกรุกที่จู่ๆก็โผล่ออกมาท่ามกลางฝูงของพวกมัน ต่างก็ส่งเสียงขู่คำรามออกมาเช่นกัน
โฮก! โฮก! โฮก! โฮก! โฮก! แม้จะตกอยู่ท่ามกลางฝูงหมาป่าขนเหล็กแต่ทั้งสองก็ไม่มีท่าทีหวาดหวั่นหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ด้วยฝูงหมาป่าขนเหล็กฝูงนี้ อ่อนแอกว่าฝูงหมาป่าขนเหล็กที่จัดการไปก่อนหน้าลิบลับเพราะตัวจ่าฝูงมีพลังอยู่ในระดับปราณฟ้าขั้นแรกเท่านั้น ส่วนตัวอื่นๆ นั้นล้วนมีระดับต่ำกว่าปราณฟ้าทั้งสิ้น
“เสี่ยวหลางไม่ต้องข้าจัดการเอง”พูดจบลี่หงก็สะบัดมือคราหนึ่ง ปรากฏมีดสั้นขนาดเล็กสีดำทมิฬจำนวนห้าสิบเล่ม จากนั้นจึงควบคุมให้มีดสั้นทั้งหมดจ้วงแทงไปยังร่างหมาป่าขนเหล็กแต่ละตัวด้วยความรวดเร็ว
โฮก! โฮก! โฮก! โฮก! โฮก! โฮก! เสียงร้องคำรามด้วยความเ็ปและความทรมานของฝูงหมาป่าขนเหล็กดังก้องไปทั่วป่าหมอกทำให้ฝูงสัตว์อสูรที่อยู่ภายในระยะสิบลี้แตกตื่นเป็อย่างมาก ต่างก็พากันหนีตายกระจัดกระจายกันออกไปยังป่าหมอกชั้นนอก
ป่าหมอกชั้นนอก
“จะ เ้าได้ยินเหมือนข้ารึไม่”ชายคนหนึ่งพูดขึ้นพลางหันไปถามเพื่อนที่อยู่ใกล้ๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นครือเพราะตนได้ยินเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรดังก้องออกมาจากส่วนลึกของป่าหมอก
“มะ ไม่ได้ยินก็หูหนวกแล้ว นะนี่มันเสียงคำรามของหมาป่า มะ มะ มันเกิดอะไรขึ้นกับป่าหมอกแห่งนี้กันแน่”ชายอีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเจือไปด้วยความหวาดกลัวเช่นกัน
เดิมทีพวกตนคิดว่าการต่อสู้ของสัตว์อสูรในป่าหมอกคงสงบแล้วเพราะเมื่อวานพวกตนก็ได้ยินเสียงร้องคำรามของสัตว์อสูรวันนี้พวกตนจึงดั้นด้นเข้ามาหาสมุนไพรและล่าสัตว์อสูรที่อาจจะได้รับาเ็จากการต่อสู้แต่ไม่คิดว่าพวกตนจะเจอดีเข้าให้แล้ว
“พวกเรากลับไปแจ้งทางการกันเถอะไม่แน่คราวนี้ฝูงหมาป่าระดับสูงกำลังสู้กันอยู่ก็ได้ รีบไปก่อนที่จะโดนลูกหลงดีกว่า”ชายอีกคนพูดขึ้นเพื่อเร่งให้สหายตนรีบออกจากป่าหมอก แต่ไม่ทันขาดคำก็ปรากฏฝูงสัตว์อสูรหลายสิบตัววิ่งมาจากทิศทางที่เกิดเสียงร้องคำรามด้วยความรวดเร็ว
แม้จะพบเจอพวกตนแต่สัตว์อสูรเ่าั้ก็หาได้สนใจไม่พวกมันต่างก็พากันวิ่งผ่านพวกตนไปด้วยความรวดเร็วเห็นดังนั้นชายฉกรรจ์ทั้งหลายก็ได้แต่ยืนอ้าปากค้างก่อนจะมีชายคนหนึ่งที่ได้สติกลับมาก่อนใครเพื่อนพูดขึ้น
“นะ นั่นมันฝูงหมูป่าเพลิงและฝูงกระทิงคลั่งถะ แถมยังอยู่ในระดับปฐีทั้งนั้นเลย มะ ไม่ดีแล้วรีบไปจากที่นี่กันเถอะ”พูดจบชายคนดังกล่าวก็พุ่งตัวออกไปทันที โดยไม่สนใจสหายที่มาด้วยกันแม้แต่น้อยเมื่อมีคนนำก็ย่อมมีคนตาม จนในที่สุดชายฉกรรจ์ทั้งสามที่เข้ามาล่าสัตว์อสูรในป่าหมอกชั้นนอกก็ถอยกลับแทบไม่ทัน
ส่วนตัวต้นเหตุนั้นกำลังควบคุมมีดบินกว่าห้าสิบเล่มไล่ล่าสังหารฝูงหมาป่าขนเหล็กอย่างไม่ยากเย็น จนในที่สุดฝูงหมาป่าขนเหล็กนับร้อยก็ตกตายลงภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
หลังจากเก็บซากหมาป่าขนเหล็กเรียบร้อยแล้วลี่หงก็ยืนมองบรรยากาศและขนาดต้นไม้ที่ใหญ่โตกว่าก่อนหน้านี้ลิบลับ ส่วนเสี่ยวหลางที่เห็นการสังหารโหดของเ้านายก็ได้แต่ยืนนิ่ง
‘เ้านายข้าสุดยอดไปเลยสังหารได้โดยไม่กะพริบตา โเี้อำมหิต เืเย็นสุดๆเลย’ หากลี่หงได้ยินความคิดของเสี่ยวหลางในตอนนี้ไม่รู้ว่าเ้าตัวจะดีใจหรือเสียใจกันแน่ ทั้งที่โดนชมว่าเป็สตรีเืเย็นโหดร้ายโเี้อำมหิต
หลังจากดูชมพืชพรรณที่เติบใหญ่ด้วยพลังแห่งพฤกษาจนพึงพอใจแล้วลี่หงก็หันไปพูดกับเสี่ยวหลาง
“เสี่ยวหลางพาข้าไปที่ที่เ้าอาศัยก่อนที่จะพบกับข้าที”
‘เ้านายจะไปทำอะไรขอรับ’
“ข้าจะไปตรวจสอบอะไรนิดหน่อยนำทางไปที”
‘ขอรับ’ พูดจบเสี่ยวหลางก็นำทางลี่หงไปยังถ้ำที่ตนเคยอาศัยอยู่ ก่อนที่จะถูกโจมตีจากฝูงหมาป่าขนเหล็ก
หนึ่งชั่วยามผ่านไป เสี่ยวหลางก็พาลี่หงมาหยุดอยู่ชายป่าที่ใกล้กับถ้ำที่ตนเคยอยู่แต่ที่ทั้งสองต้องหยุดชะงักเนื่องจากด้านหน้าทั้งสองปรากฏฝูงหมาป่าขนเหล็กหลายร้อยตัวกำลังกลุ้มรุมทำร้ายงูั์ขนาดใหญ่ที่ยาวกว่าห้าสิบเมตร
เมื่อเห็นดังนั้นลี่หงจึงตรวจสอบระดับพลังของทั้งสองฝ่ายพบว่างูั์หรืออสรพิษเพลิงนั้นอยู่ในระดับปราณจักรพรรดิขั้นสามส่วนจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็ไม่น้อยหน้ามีพลังอยู่ในระดับปราณจักรพรรดิขั้นสอง
แม้อสรพิษเพลิงจะมีพลังมากกว่า แต่ตัวเดียวมีหรือที่จะต่อกรกับหมาป่าขนเหล็กหลายร้อยตัวได้อีกทั้งหมาป่าขนเหล็กตัวอื่นๆก็ไม่ได้น้อยหน้าตัวจ่าฝูงมากนักมีั้แ่ระดับปฐีไปจนถึงระดับปราณฟ้าขั้นสูง อีกทั้งยังมีตัวตนระดับจักรพรรดิขั้นแรกอีกสองตัว
ในขณะที่ลี่หงกำลังตรวจสอบทั้งสองฝ่ายอยู่นั้นอสรพิษเพลิงก็ะโออกมาด้วยความเคียดแค้น
“เ้าพวกหมาหมู่ เ้าหมาลอบกัดเ้าพวกหมาบัดซบ” ได้ยินดังนั้นลี่หงก็ใไม่น้อยแต่ด้วยความรู้ที่รับถ่ายทอดมาทำให้เ้าตัวสงบลงได้เพราะสัตว์อสูรที่มีสติปัญญาระดับสูง เมื่อสามารถพัฒนาตนเองจนถึงระดับจักรพรรดิก็จะสามารถพูดคุยภาษามนุษย์ได้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใครสนกันล่ะการจะสังหารเ้าไม่ต้องให้ถึงมือหมาป่าผู้ยิ่งใหญ่อย่างข้าหรอก พวกแกรีบเข้าไปสังหารมันซะ”สิ้นเสียงจ่าฝูง เหล่าหมาป่าขนเหล็กระดับปราณฟ้าขั้นสูงหลายสิบตัวก็พุ่งเข้าจู่โจมอสรพิษเพลิงทันที
ด้วยการโจมตีของตัวตนระดับปราณฟ้าทำให้เกิดกรงเล็บปราณนับสิบสายพุ่งเข้าจู่โจมอสรพิษเพลิงจากทุกทิศทาง
ทางด้านอสรพิษเพลิง แม้จะเสียเปรียบแต่ก็สามารถปัดป้องกรงเล็บทั้งหมดได้ทั้งยังใช้หางแทงเข้าไปกลางลำตัวหมาป่าขนเหล็กตัวหนึ่งจนตกตายเมื่อจ่าฝูงหมาป่าเห็นลูกน้องถูกฆ่าต่อหน้าก็ะเิโทสะออกมา
“หน๋อย! ยัยงูบัดซบ! หนังเหนียวมากใช้ไหม ลองนี่หน่อยเป็ไง ย๊าก!!”สิ้นเสียงจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็โจมตีด้วยกรงเล็บหมาป่าขนาดใหญ่ เกิดเป็ใบมีดปราณที่เกิดจากการตวัดกรงเล็บขนาดใหญ่นับสิบครั้งพุ่งเข้าโจมตีอสรพิษเพลิงด้วยความรวดเร็ว
เห็นดังนั้นอสรพิษเพลิงก็โคจรลมปราณไปยังปากก่อนจะพ่นเปลวไฟออกมาเปลวไฟที่ถูกพ่นออกมาจากปากอสรพิษเพลิง กลายเป็กำแพงไฟขนาดใหญ่ต้านกรงเล็บปราณของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงการปะทะของกรงเล็บปราณและกำแพงไฟดังขึ้นพร้อมกับฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จากนั้นอสรพิษเพลิงก็สะบัดหางที่เสริมลมปราณฟาดเข้าใส่ลำตัวของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็ก
ทางด้านจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็ไม่น้อยหน้าด้วยสัญชาตญาณมันจึงะโหลบไปด้านข้าง ทำให้หางของอสรพิษเพลิงพลาดเป้า ฟาดเข้าใส่หมาป่าขนเหล็กระดับต่ำที่อยู่ในระยะโจมตีตายคาที่ไปหลายตัว
เมื่อหลบมาได้ จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็โคจรลมปราณไปไว้ที่อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างแล้วทะยานเข้าโจมตีอสรพิษเพลิงในระยะประชิดเมื่อเข้าประชิดได้จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็ฟาดฟันกรงเล็บไปยังลำตัวของอสรพิษเพลิง
ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! เคร๊ง! เคร๊ง! เคร๊ง!
เสียงกรงเล็บของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กปะทะกับเกล็ดของอสรพิษเพลิงดังขึ้นเสียงที่ดังออกมานั้นราวกับเสียงกระทบกันของเหล็กกล้าแต่ก็มีบางจุดที่กรงเล็บของจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กโจมตีไปยังาแของอสรพิษเพลิง
เมื่อโดนโจมตี อสรพิษเพลิงก็สะบัดหางที่เคลือบด้วยลมปราณฟาดเข้ากลางลำตัวจ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กจนกระเด็นไปไกลกว่าห้าสิบเมตรไปกระแทกเข้ากับหินผาที่อยู่ด้านหลัง
ตู้ม!!! เมื่อลุกขึ้นมาได้ จ่าฝูงหมาป่าขนเหล็กก็คำรามขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
โฮก!!!!!
“ยัยงูบัดซบ! พวกแกจะยืนเฉยทำซากอะไรรีบจัดการมันซะ” ด้วยการโจมตีจากตัวตนที่อยู่ในระดับสูงกว่า ทำให้กระดูกชายโครงของาาหมาป่าขนเหล็กแตกร้าวไปหลายซี่
เมื่อรู้ตัวว่าสู้ตัวต่อตัวไม่ได้มันจึงสั่งการให้เหล่าลูกน้องเข้าจัดการอสรพิษเพลิงทันที
“นี่สินะหมาหมู่สู้ไม่ได้ก็ใช้จำนวนเข้ารุม เฮ๊อะ!” ลี่หงเมื่อมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดก็พูดขึ้นมาด้วยความไม่พอใจก่อนจะหันไปมองเสี่ยวหลาง ที่กำลังปลดปล่อยรังสีอำมหิตออกมา
“ยังแค้นพวกมันอยู่รึเสี่ยวหลาง”ลี่หงพูดขึ้นด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นเสี่ยวหลางจ้องมองไปยังฝูงหมาป่าขนเหล็กด้วยแววตาอาฆาต
‘ขอรับเ้านาย เป็เพราะพวกมันพวกมันไล่ล่าสังหารฝูงหมาป่าวายุของข้า เดิมทีข้าและเสี่ยวหลินหลบหนีออกมาได้แต่เพราะเสี่ยวหลินยังท้องอยู่พวกข้าจึงต้องหาที่หลบซ่อนตัวแม้ตอนนั้นเสี่ยวหลินจะพึ่งตั้งท้องแต่การเดินทางตอนท้องนั้นไม่ใช่เื่ดีพวกข้าจึงหาที่หลบซ่อนตัวไม่คิดว่าพวกมันจะตามหาพวกข้าจนเจอ’ ได้ยินดังนั้นลี่หงก็จ้องมองไปยังฝูงหมาป่าขนเหล็ก
แต่ด้วยจำนวนของฝูงหมาป่าขนเหล็กที่มีจำนวนหลายร้อยตัวทำให้เสี่ยวหลางในตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้ เมื่อเห็นท่าทางเคียดแค้นของเสี่ยวหลางลี่หงก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น
“เ้าไม่ต้องห่วงหรอกเสี่ยวหลางเ้าหมาน้อยพวกนี้เดี๋ยวข้าจัดการให้ ตอนนี้เ้าเป็ครอบครัวของข้าแล้ว ศัตรูของเ้าก็เหมือนศัตรูของข้าเช่นกันแต่ตอนนี้ข้าขอดูการต่อสู้ของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิก่อน”พูดจบลี่หงก็หันไปมองดูการต่อสู้ของตัวตนระดับจักรพรรดิต่อ
ทางด้านเสี่ยวหลางเมื่อได้ยินคำพูดของเ้านายสาวที่เต็มไปด้วยความห่วงใย มันก็ก้มหัวลงไปคลอเคลียกับแขนของลี่หงแล้วก็หันไปมองการต่อสู้ของศัตรูตรงหน้าเช่นกัน
ทางด้านอสรพิษเพลิง เมื่อเห็นฝูงหมาป่าขนเหล็กเข้ามาจู่โจมจึงโคจรลมปราณไปยังปากแล้วพ่นลูกไฟขนาดใหญ่ ที่มีขนาดไม่ต่างอะไรกับลูกวัวตัวย่อมๆออกมาหลายสิบลูก เข้าโจมตีฝูงหมาป่าขนเหล็กทั่วทุกทิศทาง
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เสียงะเิของลูกไฟขนาดใหญ่ดังระงมไปทั่วพื้นที่ลูกไฟหลายสิบลูกที่อสรพิษเพลิงปลดปล่อยออกมา บางลูกก็สามารถสังหารหมาป่าขนเหล็กได้แค่การโจมตีเดียวบางลูกก็ทำให้หมาป่าขนเหล็กาเ็เท่านั้น แต่ก็มีหมาป่าขนเหล็กระดับสูงบางตัวที่สามารถหลบลูกไฟได้ก็พุ่งเข้ามาประชิดตัวอสรพิษเพลิงและทำการโจมตีสวนกลับทันที
ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! เคร๊ง! ฉั๊วะ! เคร๊ง! ฉั๊วะ! ฉั๊วะ! เคร๊ง!
แม้ว่าการโจมตีของหมาป่าขนเหล็กที่มีระดับต่ำกว่าไม่สร้างาแให้อสรพิษเพลิงได้มากนักแต่เมื่อโดนโจมตีหลายครั้งเข้า าแก็เริ่มปรากฏและเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
จนอสรพิษเพลิงต้องะเิพลังพร้อมกับปลดปล่อยแรงกดดันออกมาอัดกระแทกฝูงหมาป่าที่อยู่รอบตัวให้กระเด็นกระดอนออกไปคนละทิศละทาง