กระนั้นมันก็ไม่อาจต่อต้านพลังของระบบ จำต้องอดทนรอให้ฝ่ายมนุษย์เคลียร์บอสหลักของดันเจี้ยนทั้งสองตัวก่อน เ้าของรังที่แท้จริงอย่างมันถึงจะเผยตัวออกไปได้
พื้นที่ใจกลางป่า
การสู้รบดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ โดยที่หน่วยจู่โจมของมนุษย์เป็ฝ่ายได้เปรียบ จะอย่างไรดันเจี้ยนแห่งนี้ก็ถูกพิชิตมาแล้วหลายครั้ง ข้อมูลทุกอย่างไม่เป็ความลับอีกต่อไป ยิ่งกับหน่วยจู่โจมของกระทิงคลั่งด้วยแล้ว พวกเขาแทบจะไร้แรงกดดัน ความร้อนจากเปลวไฟของบอสอีกาเหล็กเพลิงก็ส่งผลคุกคามน้อยกว่า่บุกเบิกแรกๆ เพราะเตรียมตัวมาก่อน
เมื่อบอสใช้สกิล[ทะเลเพลิง] ปีกเหล็กสองข้างนั้นจะลุกไหม้พร้อมกับที่มันโฉบทะยานไปทั่ว
นักรบป้องกันทั้งห้ารีบผลัดกันเข้าไปรับหน้า อาศัยสกิล [พิทักษ์เผ่าพันธุ์] ที่จะทำให้โล่แกร่งขึ้นกว่าเดิมสามเท่า บวกกับสกิลติดตัวประจำอาชีพ [แนวหน้า] ที่ช่วยลดความเสียหายลง 40%
ยืนปะทะอย่างองอาจไม่หวั่นเกรง!
บอสอีกาเหล็กเพลิงบินโฉบกระแทกใส่โล่พิทักษ์เผ่าพันธุ์ พอคิดจะเปลี่ยนทิศทางก็ถูกโล่อีกใบโผล่ออกมาขวางไว้ สกิล [ทะเลเพลิง] ของมันจึงโดนจำกัดพื้นที่ลงอย่างสิ้นเชิง ด้วยฝีมือเหล่ากระทิงเหล็กทั้งห้าที่สอดประสานกันได้แบบไร้ช่องโหว่
เพลเยอร์แนวหลังยืนโจมตีแบบสบายใจ แทบไม่ต้องเคลื่อนที่เปลี่ยนตำแหน่งไปไหนเลยจึงทำให้ความเสียหายรวมต่อวินาทีสูงมาก
ด้วยความแข็งแกร่งนี้เองกระทิงคลั่งจึงกล้าที่จะเปิดรับคนนอกเข้าปาร์ตี้ ส่วนหนึ่งเพื่อค้นหาเพลเยอร์ที่พอจะมีแววเติบโตไปได้ไกล อีกส่วนก็เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่ยังไร้สังกัดให้สามารถพัฒนาตัวเองได้แม้เพียงเล็กน้อย
ปณิธานของกระทิงคลั่งน่ายกย่องเชิดชูถึงขนาดนี้ รอบกายจึงรายล้อมไว้ด้วยกลุ่มคนที่พร้อมจะเสี่ยงชีวิตไปกับเขาทุกที่อย่างไร้ข้อกังขา
เมื่อโดนรุกไล่จนาเ็หนักขึ้นเรื่อยๆ บอสอีกาเหล็กเพลิงก็คลุ้มคลั่ง รีบเปลี่ยนมาใช้สกิล[อาละวาด] โดยการสะบัดปีกฟาดต้นไม้ถล่มใส่ กรีดวาดกรงเล็บฉีกคว้านใส่ทุกเป้าหมายที่อยู่ใกล้ ด้วยสถานะนี้มันยังใช้สกิล [ะเิพายุ] ออกมาทำลายขบวนทัพของศัตรูได้อีก ซึ่งกระแสลมที่พัดอย่างรุนแรงนั้นทำให้มีขนอีกาพลิ้วกระจายเต็มไปทั่วบริเวณ ก่อนที่ขนทั้งหมดจะเรืองแสงสีแดงเจิดจ้าและะเิกลายเป็พายุหมุนลูกย่อมๆ
แรงลมทำให้ฝ่ายมนุษย์เคลื่อนไหวลำบาก ยังดีที่คลื่นความร้อนถูกต้านไว้ด้วยบัฟ [จิตวารี] ของสายสนับสนุน จะสังเกตเห็นได้ว่าทุกคนล้วนมีออร่าสีฟ้าจาง ๆห่อหุ้มร่างเอาไว้
นี่ก็คือข้อได้เปรียบของการเป็เพลเยอร์ เพราะในสายอาชีพทั้งหมดมีสกิลให้เรียนรู้มากมายมหาศาล แต้มสกิลก็หาได้ง่าย ๆ จากการอัปเลเวลโดยตรง กระทั่งเพลเยอร์บางคนยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้มีพลังเอกลักษณ์ด้วยซ้ำ
แต่ไม่ว่ายังไงสถานการณ์นี้ก็ย่ำแย่มาก กระทิงคลั่งจึงต้องลงมือควบคุมความเสียหายอย่างรวดเร็ว
ชายร่างใหญ่กับขวานสองคมแผ่พุ่งแรงกดดันหนักหน่วง ก่อนที่เขาจะพุ่งทะยานเข้าใส่บอสอีกาเหล็กเพลิง และเพียงแค่เหวี่ยงขวานครึ่งรอบก็หยุดยั้งะเิพายุที่ขวางทางอยู่ได้แล้ว เป็การทะลวงฝ่าอันตรายไปตรง ๆ จนเผชิญหน้ากับตัวสร้างฝันร้ายแบบไม่เสียเหงื่อเลยสักหยด
“แกกลายเป็แค่มอนทั่ว ๆ ไปสำหรับฉันแล้วว่ะ ไอ้บอสนรก!” กระทิงคลั่งคำราม ขณะที่กล้ามเนื้อแขนเกร็งแน่น
เทพแห่งขวานพลันะเิพลังใช้สกิล[แยกโลกา]
ขวานสองคมถูกเหวี่ยงฟันลงไปรวดเร็วประหนึ่งฟ้าแลบ แม้บอสอีกาเหล็กเพลิงจะหุบปีกเข้ามารับการโจมตีไว้แต่ก็ยังโดนกระแทกจนกระดูกกว่าครึ่งแตกหัก เสียงดังกระหึ่มยิ่งกว่าฟ้าคำราม แผ่นดินเบื้องล่างสั่นะเืแยกออกเป็ร่องลึกยาวเกือบสิบเมตร
“โคตรโหด!” ไทเทพอุทานเสียงดัง ทำให้เหล่าสมาชิกกิลด์กระทิงโหดที่ได้ยินต่างพยักหน้ายิ้มแย้มชอบใจ
ะเิพายุจำนวนมากสลายหายไปหมด ส่วนบอสอีกาเหล็กเพลิงกรีดร้องเ็ปพลางบินส่ายไปมาดูไม่มั่นคงเหมือนเดิมอีก แม้ยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่น่ากลัวแล้ว เืของมันค่อย ๆ ระเหยเป็ไอสีแดง เปลวไฟในดวงตากะพริบวูบวาบไม่หยุด
“ห้ามประมาท สัตว์ที่จนมุมยิ่งอันตรายมากขึ้นอีก”กระทิงคลั่งไม่รู้จักเหนื่อยที่จะร้องเตือน
สภาพของบอสอีกาเหล็กเพลิงร่อแร่เต็มที แต่กลับไม่เปิดช่องว่างให้โจมตีง่าย ๆ อย่างที่คิด!
ขณะที่กระทิงคลั่งคิดจะปิดฉากสังหารบอสด้วยตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดให้ได้มากที่สุดนั้น ไทเทพกลับเคลื่อนไหวลงมือก่อน ดึงดูดสายตาผู้คนทั้งหมดออกมาจากร่างห้าวหาญของกระทิงคลั่งได้อย่างรวดเร็ว
“นายแน่ใจแล้วเหรอ” กระทิงคลั่งอดถามขึ้นมาไม่ได้พลางขยับตามเข้าไปอยู่ไม่ห่าง เผื่อเกิดเื่ไม่คาดฝันจะได้ช่วยเหลือทัน
“แค่อีกาป่วยตัวเดียว ฉันไหวน่า”ไทเทพตอบโดยไม่หันกลับมามอง กระตุ้นให้สาวกกระทิงโหดพากันแยกเขี้ยวยิงฟันเป็การใหญ่
ทว่าความมั่นใจและสภาวะอันแน่วแน่ของไทเทพ สร้างความประทับใจต่อกระทิงคลั่งไม่น้อย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเชื่อมั่นในตัวเองและกล้าพุ่งออกไปเผชิญหน้าอันตราย บุคคลประเภทนี้มีค่ามากพอให้ส่งเสริมแล้ว
โดยเฉพาะกับไทเทพ เนื่องจากเขาเลือก่เวลาที่บอสร่อแร่อ่อนแอที่สุดเพื่อแสดงฝีมือ เห็นได้ชัดว่าผ่านการไตร่ตรองมาก่อนไม่มากก็น้อย
‘ไอ้นี่มันเอาเื่ไม่ใช่เล่น’ กระทิงคลั่งลอบประเมินอยู่ในใจ มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาแวบหนึ่ง
“ระวังตัวด้วยนะคะ เดี๋ยวฉันจะคอยหนุนให้เอง”นิสาเอ่ยเตือนพร้อมอาสาเป็ฝ่ายสนับสนุน
เสียงของหญิงสาวยังไม่ทันจางหาย ไทเทพก็ควงตรีเพชรกระโจนเข้าหาบอสอีกาเหล็กเพลิงแล้ว ทิ้งประกายระยับสีฟ้าไว้เื้ั
และเป็อย่างที่กระทิงคลั่งกล่าวไว้อีกครั้ง สัตว์ที่ถูกต้อนจนมุมยิ่งดุร้ายอันตรายกว่าเดิม พอเห็นศัตรูคิดจะลงมือสังหาร มันก็กรีดร้องเสียงแหลมกระตุ้นพลังเฮือกสุดท้ายออกมา เปลวไฟโหมกระพือไปพร้อมกับปีกที่หักงอ ส่งร่างของอีกาเหล็กเพลิงให้ทรงตัวกลับมาเพื่อยิงสกิล[ฝนดาวตก]
แต่ด้วยสภาพปางตายของบอสทำให้การโจมตีนี้มีช่องว่างเต็มไปหมด ไทเทพจึงหลบหลีกไปบนช่องว่างเ่าั้พลางกวัดแกว่งตรีเพชรทำลายขนอีกาส่วนหนึ่งทิ้ง
ไทเทพคล้ายหลอมรวมไปกับสายลม เคลื่อนที่ว่องไวขึ้นอีกระดับ พริบตาก็สามารถบุกประชิดถึงตัวบอส ขณะเดียวกัน นิสาฉวยโอกาสนี้สร้างก้อนหินั์ขึ้นมาดึงความสนใจของบอสไว้อีกทาง ทำให้อีกาเหล็กเพลิงเผลอฟาดปีกใส่ภาพมายาจนเสียจังหวะ เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ให้ไทเทพจ้วงแทงซ้ำรอยแผลเดิมและยังตวัดฟันลงบริเวณโคนปีกอีกข้างอย่างรุนแรง
หากไม่ใช่เพราะตรีเพชรมีขนาดสั้น ความแหลมคมของมันสมควรกระชากปีกบอสให้ขาดกระเด็นไปตามแรงเหวี่ยงได้แล้ว ย่อมไม่ใช่แค่ห้อยต่องแต่งอยู่แบบนี้
อีกาเหล็กเพลิงกล้ำกลืนความเ็ป รีบใช้จะงอยปากกระหน่ำทิ่มแทงใส่ แต่ไทเทพกลับปักหลักยืนประจันหน้า อาศัยการตอบสนองแบบฉับพลันสะบัดตรีเพชรปัดป้องอย่างเหนืุ์ กระทั่งเสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว สะเก็ดไฟแตกกระจายถี่ยิบ แรงปะทะยังแผ่ลามลงไปถึงพื้นดินจนสั่นะเื
การโจมตีที่หนักหน่วงรุนแรงขนาดนี้เห็นได้ชัดว่าบอสยังคงเป็บอส แต่ไทเทพกลับไม่สะทกสะท้าน ยิ่งทำให้คนอื่น ๆ ตกตะลึง ความแข็งแกร่งทางด้านร่างกายระดับนี้อย่างน้อยเลเวลก็ต้องทัดเทียมกับบอสอีกาเหล็กเพลิงแล้ว!
“เขาเป็ใครกันแน่” หนึ่งในห้ากระทิงเหล็กหันไปถามกับนิสา ส่วนคนอื่นก็กำลังเงี่ยหูรอฟัง
“ฉันก็เพิ่งรู้จักกับคุณไทเทพก่อนที่จะเข้าดันเจี้ยนนี้เหมือนกัน” นิสาเลือกตอบแบบเลี่ยง ๆ ไป
หลายคนถอนหายใจ คนเก่งส่วนหนึ่งชอบเปิดเผยตัวเอง แต่อีกส่วนก็เป็พวกเก็บตัวยากจะพบเจอได้ง่าย ๆ
“เขาเป็คนที่ใช้ได้อยู่นะ ขนาดโดนไอ้พวกเวรลอบทำร้ายมาตลอดทางก็ยังไม่คิดจะลงมือตอบโต้”สมาชิกสาวคนหนึ่งของกิลด์กระทิงโหดกล่าวแบบไม่ไว้หน้า
“พูดอีกก็ถูกอีก ถ้าคุณไทเทพสวนกลับจริง ๆ ไอ้พวกเวรกลุ่มนี้คงตายไปหลายคนแล้ว” สมาชิกกิลด์อีกคนเอ่ยเสริมแบบขวานผ่าซาก
เหล่าคนนอกที่ติดสอยห้อยตามเข้ามาต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาอย่างรู้สึกอับอายพลางโล่งใจที่พวกตนไม่ได้ถลำลึกไปมากกว่านี้
ศึกระหว่างมนุษย์กับสัตว์ประหลาดค่อยๆ ปรากฏผลลัพธ์ โดยที่จะงอยปากของบอสอีกาเหล็กเพลิงกำลังแตกร้าว แต่ตรีเพชรของไทเทพยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นี่ก็เป็อีกหนึ่งข้อสงสัยที่กระทิงคลั่งให้ความสนใจอยู่
ทั้งความแข็งแกร่ง ปฏิกิริยาตอบสนอง รวมไปถึงอาวุธล้วนไม่ธรรมดาเลยสักอย่างเดียว!
ไทเทพเองก็ใช้โอกาสนี้ประเมินความแข็งแกร่งของตัวเองไปด้วย‘ศักยภาพของเราเหนือกว่าบอสมาก ถึงมันจะาเ็หนักไปก่อนแล้วก็เถอะ’
เมื่อทดสอบจนพอใจแล้วก็ถึงเวลาปิดฉาก
ไทเทพรีบะโถอยหลังออกในจังหวะหนึ่งเพื่อคว้าเอากริชเล่มเล็กขึ้นมาถือไว้ที่มือซ้าย พริบตาจากนั้นเขาก็ะเิพลังแฝง กระโจนสวนกลับเข้าไปรวดเร็วจนสายลมพัดพลิ้วเป็ทางยาว
บอสอีกาเหล็กเพลิงที่สองตาพร่ามัวยังไม่ทันได้ตั้งหลักดีพลันถูกตรีเพชรและกริชฟาดฟันใส่ไม่รู้กี่ครั้ง หยาดเืสาดกระจาย จะงอยปากแตกหัก ศีรษะขาดสะบั้นออกจากลำตัว ส่วนร่างของไทเทพเพิ่งปรากฏขึ้นที่กลางอากาศด้านหลังบอส
พร้อมกันนั้น อากาศก็แหวกกระจายออกเป็ริ้วคลื่นสามสาย กรีดฟันซ้ำลงไปจนทั้งปีกและร่างของอีกาเหล็กเพลิงแยกขาดเป็สามส่วนอย่างไม่เหลือชิ้นดี
ความจริงแล้วการโจมตีครั้งสุดท้ายนี้เป็สกิลเฉพาะของตรีเพชร ทำให้การเคลื่อนไหวกับพลังทำลายอยู่เหนือความเข้าใจของมนุษย์ขึ้นไปอีกระดับ
[ตรีเพชร] ระดับอันตราย (สีฟ้า)
ความสามารถ: โจมตีทำลายได้ทุกสิ่งโดยที่ตัวอาวุธไม่มีวันเสียหาย(ทำลายสิ่งที่มีคุณสมบัติแบบเดียวกันไม่ได้)
[สกิลอาวุธ]
ลมกรดคลั่ง(ใช้งานได้)
หลอมรวม(ล็อก)
ออร่าวายุ(ล็อก)
พิฆาตมาร(ล็อก)
ผูกิญญา(ล็อก)
“ฝีมือระดับนี้สามารถเทียบชั้นเหล่าหัวหน้าของหน่วยจู่โจมได้ไม่ยากเลย” กระทิงคลั่งสรุปผลกับตัวเอง ความ้าที่จะดึงตัวไทเทพมาเข้าร่วมกิลด์ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น
หากนำไทเทพไปเข้าร่วมทีมจู่โจมหลัก บางทีพวกเขาอาจทำเวลาจบดันได้เร็วกว่าเดิมจนติดอันดับหนึ่งในสามของภูมิภาคเลยด้วยซ้ำ
การต่อสู้กับบอสตัวแรกจบลงแล้วแต่ยังไม่มีใครได้รางวัล เนื่องจากระบบจะไปสรุปผลมอบรางวัลให้ทีเดียวตอนเคลียร์ดันเจี้ยนสำเร็จ หน่วยจู่โจมเฉพาะกิจจึงแยกย้ายหาที่นั่งพักเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมลุยพื้นที่ส่วนสุดท้าย