แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สาดส่องลงมากระทบพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตา ภายในห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของอาคารสำนักงานใหญ่ตระกูลทรงพล เงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงปลายนิ้วที่พรมลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วและหนักแน่น
ลลิลจ้องมองตัวเลขและกราฟบนหน้าจอภาพแสดงผลขนาดใหญ่ คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ั์ตาสีน้ำตาลเข้มที่มักจะเรียบเฉยอยู่เสมอ บัดนี้ฉายแววตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัด เธอเพิ่งได้รับรายงานด่วนเกี่ยวกับการเสียชีวิตอย่างปริศนาของเสี่ยเอกราช หนึ่งในนายทุนคนสำคัญของบริษัท พร้อมกับการโอนย้ายกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินทั้งหมดไปยังบัญชีนิติบุคคลที่ถูกตั้งขึ้นมาบังหน้าในต่างแดน
มันไม่ใช่การฆ่าตัวตายหนีหนี้ธรรมดา ลลิลสัญชาตญาณไวพอที่จะรับรู้ถึงกลิ่นคายเืและเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ทุกอย่างถูกจัดการอย่างแเีและหมดจดเกินไป ไร้ร่องรอย ไร้หลักฐาน ราวกับผู้กระทำสามารถควบคุมให้เหยื่อเดินไปลงนรกได้ด้วยความเต็มใจ
"ผู้อำนวยการคะ ท่านประธานเรียกพบด่วนค่ะ" เสียงผ่านระบบสื่อสารภายในดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดที่กำลังแล่นพล่าน
ลลิลสูดลมหายใจเข้าลึก กดรหัสผ่านสิบหกหลักเพื่อล็อกระบบฐานข้อมูลทั้งหมดอย่างรัดกุม เธอหยิบเสื้อคลุมตัวนอกขึ้นมาสวมทับชุดทำงานสีครีมที่ตัดเย็บอย่างประณีต ปกปิดทุกสัดส่วนของร่างกายอย่างมิดชิดราวกับเป็ชุดเกราะป้องกันภัย หญิงสาวเดินออกจากห้อง มุ่งหน้าไปยังห้องทำงานของชายที่เธอเรียกด้วยความเคารพเพียงเปลือกนอก แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความหวาดระแวงและรังเกียจ
ทรงพลนั่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักตัวใหญ่ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลายังคงดูน่าเกรงขามและดุดัน เขากำลังสูบซิการ์ ควันสีเทาลอยคลุ้งไปทั่วห้อง
"นั่งสิ ลลิล" เสียงแหบพร่าเอ่ยสั่ง
ลลิลทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม รักษาระยะห่างและท่านั่งให้ดูเป็ทางการที่สุด "ท่านประธานมีเื่ด่วนอะไรหรือคะ"
"เื่ของเอกราช เธอคงเห็นข้อมูลแล้ว" ทรงพลพ่นควันออกมาช้าๆ "มีหมาลอบกัดมันกำลังพยายามลองดีกับฉัน คืนนี้จะมีงานเลี้ยงประมูลภาพวาดการกุศลที่โรงแรมของพวกเรา พวกนักธุรกิจหน้าใหม่และพวกนายทุนต่างชาติจะมารวมตัวกันที่นั่น ฉันอยากให้เธอไปเป็ตัวแทน คอยจับตาดูว่ามีใครที่ดูน่าสงสัย หรือมีพฤติกรรมแปลกๆ บ้าง"
"ท่านประธานสงสัยใครเป็พิเศษไหมคะ"
"ยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด แต่ฉันได้กลิ่นพวกที่อยากจะเลื่อยขาเก้าอี้" ทรงพลหรี่ตาลง มองดูลูกนกที่เขาชุบเลี้ยงมากับมือ "เธอเป็คนละเอียดและมองคนขาด ลลิล อย่าทำให้ฉันผิดหวัง"
"รับทราบค่ะ ดิฉันจะจัดการให้เรียบร้อย"
หญิงสาวรับคำสั้นๆ ก่อนจะขอตัวออกมา ทันทีที่ประตูห้องทำงานของทรงพลปิดลง ลลิลก็ลอบถอนหายใจ ความรู้สึกขยะแขยงตีกั้นขึ้นมาในอก เธอรู้ดีว่าทรงพลไม่ได้ชุบเลี้ยงเธอเพราะความเมตตา แต่เพราะสมองและความสามารถในการจัดการระบบความปลอดภัยของเธอต่างหากที่เป็ประโยชน์ เขาใช้งานเธอเหมือนเครื่องจักร และเธอก็ยอมเป็เครื่องจักรที่สมบูรณ์แบบ เพื่อแลกกับการเข้าถึงข้อมูลส่วนลึกที่จะนำไปสู่ความจริงเื้ัการตายของครอบครัวเธอเอง
บรรยากาศภายในงานเลี้ยงประมูลภาพวาดเต็มไปด้วยความหรูหราจอมปลอม เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงคลอเบาๆ แเื่ในชุดราตรีและชุดทางการราคาแพงต่างยืนจับกลุ่มพูดคุย แลกเปลี่ยนรอยยิ้มที่เคลือบแฝงไปด้วยผลประโยชน์
ลลิลยืนถือแก้วน้ำแร่แช่เลมอนอยู่ตรงมุมห้องที่ค่อนข้างเป็ส่วนตัว เธอกวาดสายตามองไปรอบงานอย่างเงียบเชียบ ประเมินพฤติกรรมของผู้คนราวกับกำลังอ่านรหัสคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครกล้าเข้ามาทักทายเธอโดยตรง บรรยากาศรอบตัวของหญิงสาวดูเยือกเย็นและเข้าถึงยาก กำแพงที่เธอสร้างขึ้นมาหนาแน่นจนทุกคนััได้
จนกระทั่ง... บรรยากาศในห้องโถงเริ่มเปลี่ยนไป
มันไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ด้วยตา แต่เป็ความรู้สึกหนักอึ้งที่กดทับลงมาในอากาศ เสียงพูดคุยในบริเวณทางเข้างานค่อยๆ เงียบลง ผู้คนต่างพากันแหวกทางออกเป็ช่องว่างราวกับถูกสะกดด้วยอำนาจบางอย่างที่มองไม่เห็น
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งก้าวเข้ามาภายในงาน เขาสวมชุดสูทสีดำสนิทที่ตัดเย็บเข้ารูปอย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั้นประดับด้วยรอยยิ้มบางเบาที่ดูสุภาพ ทว่าั์ตาสีรัตติกาลคู่นั้นกลับเยียบเย็นและลึกล้ำจนน่าขนลุก ท่วงท่าการเดินของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ สง่างาม และอันตราย ราวกับนักล่าที่กำลังเดินเล่นอยู่ในฝูงเหยื่อ
ลลิลรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง สัญชาตญาณเอาตัวรอดของเธอร้องเตือนอย่างรุนแรง ชายคนนี้ไม่ใช่นักธุรกิจธรรมดา เขามีกลิ่นอายของ 'ผู้ควบคุม' แบบเดียวกับทรงพล แต่ดูอันตรายและคาดเดาได้ยากกว่ามาก
และที่สำคัญ... สายตาของเขากำลังจับจ้องมาที่เธอ
ภาคินหยุดยืนพูดคุยกับเ้าภาพงานเพียงไม่กี่ประโยค ก่อนจะผละออกมาและเดินตรงดิ่งมายังมุมที่ลลิลยืนอยู่ หญิงสาวกระชับแก้วในมือแน่นขึ้นเล็กน้อย พยายามปรับสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุด
"งานประมูลภาพวาดที่ควรจะเต็มไปด้วยสุนทรียภาพ แต่คุณกลับยืนมองผู้คนราวกับกำลังประเมินราคาสินค้า... น่าสนใจนะครับ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลดังขึ้นในระยะประชิด ภาคินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ ห่างเพียงไม่กี่ก้าว กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ผสมผสานระหว่างไม้หอมและเครื่องเทศลอยมาแตะจมูก มันเป็กลิ่นที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแต่น่าลุ่มหลงในเวลาเดียวกัน
"การประเมินผู้คนก็เป็ศิลปะอย่างหนึ่งค่ะ โดยเฉพาะในงานที่เต็มไปด้วยคนที่สวมหน้ากากเข้าหากัน" ลลิลตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่หลบสายตา "คุณคงเป็นักสะสมศิลปะหน้าใหม่ ดิฉันไม่ค่อยคุ้นหน้า"
"ผมเพิ่งกลับมาทำธุรกิจที่นี่ได้ไม่นานครับ ภาคิน... ยินดีที่ได้รู้จัก" เขาถือวิสาสะยื่นมือขวาออกไปหาเธอ
ลลิลมองมือใหญ่นั้นครู่หนึ่ง ความลังเลวาบขึ้นในดวงตา เธอเกลียดการััตัวกับคนแปลกหน้า แต่ในฐานะตัวแทนของบริษัท เธอไม่อาจเสียมารยาทได้ หญิงสาวยื่นมือไปััตอบอย่างรวดเร็วและแ่เบาตั้งใจจะดึงกลับทันที
แต่ภาคินกลับกระชับฝ่ามือของเธอไว้แน่นกว่าที่คิด ความร้อนจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านเข้ามาถึงผิวเนื้อ
"และคุณคือคุณลลิล ผู้อำนวยการคนเก่งของทีพีคอร์ปอเรชัน... ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมาพอสมควร" ภาคินเอ่ยพร้อมกับขยับรอยยิ้มที่มุมปาก ั์ตาสีดำสนิทของเขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ
วินาทีนั้น ภาคินเริ่มเดินหมากของเขา เขารวบรวมสมาธิ ส่งกระแสพลังอำนาจที่มองไม่เห็นพุ่งตรงเข้าสู่จิตใต้สำนึกของหญิงสาวตรงหน้า มันคือพลังที่เขาใช้ควบคุมเสี่ยเอกราช พลังที่สามารถบดขยี้เจตจำนงของมนุษย์ทุกคนให้แหลกสลายและสยบแทบเท้า
จงมองมาที่ฉัน... จงหลงใหล... จงบอกทุกอย่างที่ฉันอยากรู้... ภาคินออกคำสั่งในใจอย่างเงียบเชียบ รอคอยให้ดวงตากลมโตคู่นั้นค่อยๆ เลื่อนลอยและว่างเปล่าเหมือนเหยื่อรายอื่นๆ
ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ลมหายใจของภาคินสะดุด
กระแสพลังที่เขาส่งออกไป เหมือนพุ่งเข้าชนกับกำแพงน้ำแข็งที่มองไม่เห็น มันไม่ได้สะท้อนกลับ แต่มันจมหายไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่มีการต่อต้าน ไม่มีการดิ้นรน มันแค่... ใช้งานไม่ได้ผลโดยสิ้นเชิง
ลลิลไม่ได้มีท่าทีเหม่อลอย ดวงตาของเธอยังคงกระจ่างใส เฉียบคม และเต็มไปด้วยความระแวดระวังเช่นเดิม เธอเพียงแค่ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขาจับมือเธอนานเกินความจำเป็ ก่อนจะออกแรงสะบัดมือของตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมอย่างเด็ดขาด
"คุณได้ยินชื่อเสียงของดิฉัน หรือตั้งใจไปสืบหาข้อมูลมากันแน่คะ คุณภาคิน" ลลิลถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เ็าลงกว่าเดิม "แววตาของคุณเมื่อกี้ มันไม่ใช่แววตาของคนที่บังเอิญเดินเข้ามาทักทายคนแปลกหน้า... คุณ้าอะไรกันแน่"
ภาคินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะภายใต้ใบหน้าที่ยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้อย่างไร้ที่ติ นี่เป็ครั้งแรกในชีวิตที่พลังของเขาใช้ไม่ได้ผล ผู้หญิงตรงหน้าเป็มนุษย์ธรรมดาที่มีเืเนื้อ แต่กลับต้านทานอำนาจจิตของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบ เกิดอะไรขึ้น?
ความประหลาดใจแปรเปลี่ยนเป็ความท้าทายที่พุ่งพล่านในอก ในเมื่อพลังวิเศษใช้ไม่ได้ผล เขาก็คงต้องใช้สัญชาตญาณความเป็ชายและเล่ห์เหลี่ยมของมนุษย์เดินดินในการปราบพยศผู้หญิงคนนี้
ชายหนุ่มขยับรอยยิ้มให้กว้างขึ้นกว่าเดิม มันไม่ใช่รอยยิ้มสุภาพจอมปลอมอีกต่อไป แต่เป็รอยยิ้มของนักล่าที่เจอเหยื่อที่ถูกใจที่สุด
"ผมชอบคนฉลาดนะ คุณลลิล" ภาคินขยับตัวเข้าใกล้เธออีกนิด จงใจลดระยะห่างจนลลิลต้องถอยหลังไปชนกับผนังห้อง "ยอมรับก็ได้ครับว่าผมตั้งใจมาหาคุณ... ผมมีข้อเสนอทางธุรกิจบางอย่าง ที่มั่นใจว่าทีพีคอร์ปอเรชันจะต้องสนใจ หรือบางที... อาจจะเป็ข้อเสนอที่ตัวคุณเอง ปฏิเสธไม่ได้"
ลลิลเชิดหน้าขึ้น ไม่ยอมแสดงความหวาดหวั่นแม้ว่าแผ่นหลังจะแนบชิดกับกำแพง "ถ้าเป็เื่ธุรกิจ กรุณาติดต่อนัดหมายผ่านเลขานุการในเวลาทำการค่ะ ส่วนเื่ส่วนตัว... ดิฉันไม่มีอะไรจะต้องคุยกับคนที่แฝงตัวเข้ามาด้วยจุดประสงค์ร้าย"
"จุดประสงค์ร้าย?" ภาคินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นทุ้มพร่าและยั่วเย้า "คุณรู้ได้อย่างไรว่าผมมาร้าย ผมอาจจะแค่อยากทำความรู้จักกับผู้หญิงที่น่าสนใจที่สุดในงานนี้... อย่างลึกซึ้งก็ได้"
ลลิลหรี่ตาลง มองทะลุรอยยิ้มยั่วยวนนั้น "สัญชาตญาณของดิฉันไม่เคยพลาด คุณมีกลิ่นอายของคนที่พร้อมจะทำลายทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่้า... เหมือนกับเ้านายของดิฉันไม่มีผิด"
คำพูดนั้นสะกิดโดนาแในใจของภาคินอย่างจัง ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นชั่วแวบหนึ่งก่อนจะถูกซ่อนเร้นไว้อย่างรวดเร็ว ผู้หญิงคนนี้ไม่เพียงแต่ต้านทานพลังของเขาได้ แต่เธอยังมีสายตาที่แหลมคมจนน่ากลัว เธอมองทะลุเปลือกนอกของเขาเข้าไปเห็นความดำมืดในใจได้ั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน
"เปรียบเทียบผมกับคุณทรงพลงั้นหรือ... เป็เกียรติจังเลยนะครับ" ภาคินโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินที่ข้างแก้มของเธอ "แต่คุณอาจจะประเมินผมต่ำไปหน่อย... ผมอันตรายกว่าผู้ชายคนนั้นเยอะ"
เขาผละตัวออกห่าง ปล่อยให้ลลิลได้เป็อิสระจากการคุกคามทางพื้นที่ ภาคินล้วงนามบัตรสีดำขลิบทองออกจากกระเป๋าเสื้อสูท เลื่อนมันไปสอดไว้ในมือของหญิงสาวที่กำแน่น
"เก็บไว้เถอะครับ คุณลลิล เรายังต้องเจอกันอีกนาน... และผมรับรองว่า ครั้งหน้า คุณจะเป็ฝ่ายอยากเดินเข้ามาหาผมเอง"
ภาคินหันหลังเดินจากไป ปล่อยให้ลลิลยืนนิ่งงันอยู่กับที่ หญิงสาวก้มนามบัตรในมือ บนกระดาษเนื้อดีมีเพียงชื่อ 'ภาคิน' และตัวเลขเบอร์โทรศัพท์ ไม่มีชื่อบริษัท ไม่มีตำแหน่ง
หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความหวั่นไหว แต่เป็สัญญาณเตือนภัยขั้นสูงสุด ชายคนนี้คือใคร? ทำไมเขาถึงพุ่งเป้ามาที่เธอ? และความรู้สึกวูบโหวงแปลกประหลาดตอนที่เขาสบตากับเธอเมื่อครู่นี้... มันคืออะไรกันแน่?
ลลิลเงยหน้าขึ้นมองตามแผ่นหลังกว้างที่กลืนหายไปในฝูงชน เธอกำนามบัตรในมือแน่นจนยับยู่ยี่ เกมกระดานใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น และเธอรู้ดีว่า... ผู้ชายที่ชื่อภาคินคนนี้ คือพายุร้ายที่พร้อมจะพัดทำลายกำแพงที่เธอสร้างมาทั้งชีวิตให้พังทลายลง หากเธอเผลอแม้แต่ก้าวเดียว.
ความร้ายกาจของภาคินเพิ่งเริ่มต้น ช่วยกดถูกใจเป็กำลังใจให้ด้วยนะ ใครอยากเห็นภาคินโดนกำราบเร็วๆ คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมกดติดตามกันไว้ด้วยครับ