"โรมิยาส...!!" สามองครักษ์พร้อมใจกันอุทานออกมา
บุรุษผู้ที่เรียกว่าโรมิยาส รีบทำมือจุ๊ปาก สามองครักษ์จึงอ้าปากค้างกันไปทันที
แล้วโรมิยาสก็รีบเข้ามาที่คนทั้งสาม "ข้าจะช่วยพวกท่านหนีออกไปในทางลับที่ข้าเพิ่งจะลงมา แล้วหลังจากนั้นเราก็ต้องรีบออกไปช่วยกันสกัดไอ้พวกโบโรเธียนั่นไม่ให้เข้าไปที่ห้องนิรภัยทองคำได้..." เขาพูดออกมาด้วยเสียงที่เบาหวิว เพื่อป้องกันไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกไปทางด้านหน้าห้องลับ
"ท่านได้ยินเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้หมดแล้วหรือ ถึงได้รู้ว่าไอ้หน้ากากเหล็กนั่น มันกำลังพาพวกนักรบและทหารไปที่ห้องนิรภัยทองคำ ?" องครักษ์หน้าเหลี่ยมเอ่ยถามโรมิยาสด้วยเสียงที่ค่อนข้างเบาไม่แพ้กัน
"ไม่ทั้งหมดหรอก ท่านบาดอฟ..." โรมิยาสตอบขณะที่กำลังปลดพันธนาการให้กับคนทั้งสาม "พอข้าลอบเข้ามาตามทางลับ้าแล้ว ก็ได้มาเห็นจังหวะที่นังผู้หญิงชุดแดงนั่นลงมือสังหารพวกสนมเข้าพอดี หลังจากนั้นข้าก็พอจะเชื่อมต่อเหตุการณ์ทั้งหมดได้ และก็ได้รู้ว่าพวกท่านทั้งสามถูกขังอยู่ที่ห้องนี้ยังไงล่ะ"
"ท่านได้ส่งข่าวให้ท่านโคแวนรู้หรือยัง ท่านโรมิยาส ? องครักษ์หน้ากลมถามขึ้นบ้าง
"ข้าส่งข่าวไปอย่างเร่งด่วนแล้ว ตอนนี้เขาน่าจะกำลังเดินทางกลับมาแล้วล่ะ แต่พวกเราคงจะรอเขาอยู่ไม่ได้หรอกนะ ท่านไรออส..."
"พวกโบโรเธียบัดซบ มันคงได้วางแผนกันไว้นานแล้วแน่ๆ" องครักษ์หน้ายาวออกความเห็น "ข่าวเคลื่อนพลทางอากาศของพวกมัน ก็อาจจะเป็แค่กลลวงหรือเปล่า... เพราะถ้ามันเคลื่อนกองกำลังทางอากาศมาจริงๆ พวกมันก็คงจะต้องถูกองค์กรสันนิบาตรดวงดาวรุ่มจวกแน่ๆ หรือว่าไงท่านโรมิยาส ?"
"ท่านโรดอน...' โรมิยาสเงยหน้ามองเขาอยู่วูบหนึ่ง "องค์กรสันนิบาตรดวงดาวในขณะนี้ เราต่างก็รู้ว่า ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนดังแต่ก่อน ข้าคิดว่าในขณะนี้พวกโบโรเธียไม่ได้กลัวเกรงอะไรกับสนธิสัญญาการไม่รุกรานกันเป็เวลาสิบปี ดังที่ได้เคยลงนามพร้อมกับอณาจักรแอนโดร่าของเราไว้ที่ดาวมูชานั่นหรอก และท่านเชื่อข้าเถอะ... ว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ พวกโบโรเธียนั่นจะต้องหาแนวร่วมเพื่อจะมาโจมตีอณาจักรของเราเพิ่มขึ้นมาอีก คงไม่ใช่แค่คิดไปหยิบยืมอาวุธหรือขอกำลังหุ่นยนต์มาจากพวกไตรตรอนแค่นั้น เพราะฉะนั้น ข้าก็เลยคิดว่า กองกำลังทางอากาศของพวกมันก็คงจะเคลื่อนออกมาแล้วจริงๆ แต่มันคงไม่คิดจะลงมือโจมตีเราในตอนนี้จริงๆ เพราะนั่นน่าจะไม่ใช่ จุดประสงค์ที่แท้จริงของมันในตอนนี้แน่ๆ..."
"อา... ใช่ล่ะ" องครักษ์หน้ายาวนึกอะไรบางอย่างได้ "จุดประสงค์ของมัน... ดูแล้วน่าจะอยู่ที่พระโอรสขององค์จักรพรรดิ์ของเราแน่ๆ ตอนไอ้หน้ากากเหล็กนั่นมันเรียกเราสามคนมาเค้นถามที่ห้องนี้ มันก็เน้นถามถึงตัวพระโอรสอยู่บ่อยครั้ง เื่นี้ข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าไอ้พวกโบโรเธียนั่นจะมาหลงเชื่อคำทำนายนั้น ว่ามันจะเป็จริงไปได้...!"
แล้วโรมิยาสก็ได้แก้พันธนาการให้ทั้งสามองครักษ์เสร็จพอดี
"เอาล่ะ... เื่พวกนี้ ต้องเอาไว้คุยกันอีกที เื่หนักหนาของเราตอนนี้ อยู่ที่ว่า เราจะต้องรีบไปสกัดพวกมันให้เร็วที่สุด ก่อนที่พวกมันจะหาทางเข้าไปยังห้องนิรภัยทองคำนั้นได้ พวกเรารีบไปกันเถอะ...!"
โรมิยาสสรุป ก่อนจะะโขึ้นไปบนช่องลับนั้นด้วยความเร็วอันเหลือเชื่อ...!
องครักษ์หน้ากลมหันไปมองอีกสององครักษ์ "แล้วก็ไม่น่าเชื่อว่า อณาจักรของเราจะมีรองขุนพลที่ว่องไวปานลมกรดเช่นนี้... เราสามคนนี่น่าจะไปลาออกจากการเป็องครักษ์แล้วกลับไปอยู่ที่บ้านนอกซะเลย จะดีกว่าล่ะมั้ง ?"
องครักษ์หน้าเหลี่ยมและองครักษ์หน้ายาวต่างยิ้มขึ้นพร้อมกัน
"ถ้าพวกเราไม่ตายกันซะก่อนในวันนี้นะ... เราก็น่าจะทำอย่างที่ท่านว่าล่ะ" องครักษ์หน้ายาวตอบแล้วก็ะโขึ้นไปบนช่องลับตามโรมิยาสไปทันที...
จากนั้น ทั้งสามองครักษ์และโรมิยาสก็ได้เคลื่อนตัวผ่านช่องทางลับ้าไปอย่างเร่งรีบ !
และในขณะเดียวกันนั้น เมธานอสและพวกนักรบทั้งหก รวมทั้งกลุ่มทหารจำนวนหนึ่ง ก็เพิ่งจะมาถึงหน้าประตูของห้องชั้นนอกที่จะนำไปสู่ห้องนิรภัยทองคำอีกทีหนึ่ง
"ข้าจะขอย้ำให้พวกเ้าเข้าใจกันอีกครั้งหนึ่ง" เขาหันไปบอกพวกนักรบและกลุ่มทหารที่ตามมา "ว่าเมื่อข้าใส่รหัสเพื่อปลดล็อกกับดักที่หน้าประตูนี้แล้ว พอพ้นหลังบานประตูนี้ไป ก็ไม่แน่ว่าจะมีอันตรายอะไรซ่อนเร้นอยู่หรือเปล่า ขอให้พวกเ้าอย่าได้ประมาท เพราะที่นี่ไม่ใช่บ้านของเรา และหลังจากที่เราผ่านห้องกับดักนี้ไปได้แล้ว เราก็จะได้เจอกับห้องนิรภัยทองคำที่องค์พระจักรพรรดิ์และพระโอรสได้ซ่อนตัวอยู่ จากนั้นเมื่อเรานำตัวพระโอรสมาได้แล้ว ก็ขอให้พวกเราดำเนินการหลบหนีกลับไปในทางลับที่เราได้เข้ามาในตอนแรกอย่างที่ข้าได้เคยบอกแผนพวกเ้าไว้แล้วมาก่อนหน้านี้"
เมธานอสกวาดตามองไปที่ใบหน้าของนักรบระดับพระกาฬทั้งหกคนซึ่งรวมทั้งคาเมเลียสด้วย "และข้าขอย้ำเื่ที่สำคัญอีกเื่หนึ่งก็คือ อย่าได้ลงมือสังหารองค์พระจักรพรรดิ์โดยเด็ดขาด เพราะว่าเขาจะตายในตอนนี้ไม่ได้ แผนการที่จะยึดครองแอนโดร่าได้โดยสมบูรณ์ในอนาคตนั้น ยังจำเป็ที่จะต้องให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ขอให้เข้าใจกันชัดเจนั้แ่ตรงนี้นะ !"
"ก็แล้วถ้าพวกศัตรูโผล่กันมาในขณะที่พวกเรายังหนีออกไปไม่ทันล่ะ... เราจะฆ่าพวกมันได้ไม๊ล่ะ ท่านอัศวินนักบุญ ?" คำถามที่แฝงคำเหน็บแนมนี้ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็คาเมเลียสยอดนักรบหญิงจอมโหดนั่นเอง
"ระวังปากของเ้าไว้ให้มากๆหน่อยคาเมเลียส" ดวงตาที่มองลอดหน้ากากเหล็กออกมานั้น มีแววเหี้ยมเกรียมปรากฏให้เห็น "อย่าได้คิดว่าอาจารย์ของเ้ามีบุญคุญต่อข้า แล้วข้าจะไว้หน้าเ้าทุกอย่างนะ หากครั้งไหนที่เ้าทำนอกคำสั่งของข้าจนทำให้แผนการใหญ่ของพวกเราต้องล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ข้าผู้นี้ก็อาจจะเป็ผู้มอบโทษตายให้กับเ้าเพื่อไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างต่อผู้อื่นก็ได้..."
"เ้า... เ้ากล้า ?!" แล้วเืก็พลันขึ้นหน้าคาเมเลียสจนแดงฉาน
"ข้าแค่เตือนเ้าไว้ และก็หวังว่าเ้าคงไม่บีบให้ข้าต้องทำเช่นนั้นจริงๆ พวกเราทั้งหมดล้วนเป็นักรบผู้กล้าแห่งอณาจักรโบโรเธียที่เคยรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด เราจะต้องมีเป้าหมายในการทำทุกอย่างเพื่อคืนความยิ่งใหญ่ให้กับอณาจักรของเราให้ได้ โดยไม่ไปทำอะไรที่ทำให้เสียแผนการใหญ่ แต่ถ้าหากว่า... พวกแอนโดร่าประชิดตัวของเราแล้ว ก็ขอให้สู้อย่างสุดกำลังอย่างถวายชีวิต เพื่อหาทางส่งตัวพระโอรสแห่งแอนโดร่ากลับสู่อณาจักรของเราให้จงได้ เ้าคงจะเข้าใจชัดเจนแล้วนะคาเมเลียส... !"
ขณะที่คาเมเลียสนิ่งอึ้งไป เมธานอสก็หันกลับไปที่หน้าประตูและลงมือใส่รหัสปลดล็อกกับดักลงไปที่แผงปุ่มกดด้านหน้านั้น
คาเมเลียสเพ่งมองด้านหลังของเมธานอสอย่างคุกรุ่นไปด้วยความโกรธที่ยังไม่จางหาย แล้วนางก็หันไปหานักรบร่างั์คนที่ยืนอยู่ใกล้ๆนาง
"ลูก้า..." นางเรียกเขาเบาๆ แล้วทำแย้มยิ้ม "ก่อนหน้านี้เ้าเคยบอกว่า จะปกป้องข้าด้วยชีวิตของเ้าใช่ไม๊...?"
"ใช่..." นักรบหนุ่มร่างั์ผู้มีใบหน้าทึ่มทื่อพยักหน้า "ข้าจำที่ข้าพูดได้ และข้าจะไม่มีวันลืม"
"ดี... !" คาเมเลียสยิ้มแก้มปริ "หากเมื่อไรที่ข้าจะถูกเมธานอสคนนี้สังหาร เ้าจะต้องหาทางหยุดเขาไว้ให้ได้นะ"
ลูก้านักรบร่างั์ยื่นมืออันใหญ่โตทั้งสองมากุมมือคาเมเลียสไว้ แล้วพูดเบาๆพอให้นางได้ยินคนเดียว "ด้วยสัจจะที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลงของข้า ถ้าหากว่าเวลานั้น มาถึงจริงๆ ข้าจะหยุดเขาไว้ให้ได้ด้วยชีวิตของข้า และไม่ใช่แค่เขา ไม่ว่าใครก็แล้วแต่ ที่จะมาเอาชีวิตของท่าน ข้าผู้นี้ ก็จะเป็ผู้หยุดมันไว้ทั้งหมด...!"
รอยยิ้มของคาเมเลียสยิ่งแทบปริแตกกว่าเดิม นางไม่นึกเลยว่า ชายร่างั์ผู้มีใบหน้าทึ่มทื่อผู้นี้ จะยอมอุทิศตัวเพื่อนางได้ถึงเพียงนี้
ดีล่ะ... คราวนี้ข้าจะได้สนุกเต็มที่แน่... นางครุ่นคิดไว้ในใจอย่างพอใจ
หลังจากที่เมธานอสใส่รหัสปลดล็อกกับดักเสร็จ เขาก็ให้ทหารอีกสองคนไปเปิดประตูอันหนาใหญ่นั้น
แต่พอทหารทั้งสองค่อยๆผลักเปิดประตูบานพับสองบานนั้นเข้าไปได้เพียงหน่อยเดียว ร่างทั้งสองนั้นก็เหมือนโดนแรงปะทะของอะไรบางอย่างพุ่งเข้าสู่ลำตัวจนถึงกับร้องอย่างเ็ป แล้วต่างก็กระเด็นตัวลอยลงมากระแทกพื้นที่อยู่ใกล้ๆเมธานอสพอดี !!
เหล่ากลุ่มทหารที่กำลังยืนอยู่เื้ัของเหล่ายอดนักรบทั้งหกนั้น ถึงกับหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกตะลึง !
คาเมเลียสรีบดึงดาบออกมาจากฝักทันที "ไหนว่า ใส่รหัสแล้ว จะปลดล็อกกับดักได้ นี่พวกมันคงจะหลอกเราสินะ..?!"
เมธานอสจับทหารที่กระเด็นออกมานอนสิ้นใจแน่นิ่ง ให้พลิกมานอนหงาย แล้วเขาก็เข้าใจทันที...
"ธนูมรกต..." เขาเรียกสิ่งที่ได้เสียบทะลุร่างทหารทั้งสองนั้น
"อะไรนะ...?" คาเมเลียสคิดว่าตัวเองฟังผิด
"ข้าพูดว่า ธนูมรกต... ยิงพร้อมกันทั้งสองดอก แม้ระยะร้อยเมตร ก็ไม่มีพลาดเป้า !" เมธานอสบอกนาง
คาเมเลียสถลาเข้ามามองดอกธนูทั้งสองดอกนั้น และก็เห็นว่าดอกธนูนั้น เป็สีเขียวราวกับมรกตจริงๆ !
"นี่ไม่ใช่กับดักรึ ?" นางหันไปทางประตูบานพับที่ยังเปิดแง้มไว้เพียงครึ่งเดียว "งั้นก็เป็มันผู้นั้นงั้นสิ ?!"
เมธานอสพยักหน้า "ไม่ผิดแน่ๆ มันนั่นเอง..."
แล้วคาเมเลียสก็ยิ้มออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม "หึหึ สงสัยว่าวันนี้ข้าจะได้สนุกสมใจล่ะนะ... !"
"เมธานอส... !" นางหันไปทางเขาด้วยตาเป็ประกาย "มันผู้นี้ ขอให้แก่ข้าเถอะนะ...?!"
ยังไม่ทันที่เมธานอสจะตอบอะไร เสียงห้าวลึกของคนผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาจากห้องที่เปิดแง้มนั้น
"เ้าคิดว่า... ข้าเป็ของเล่นของเ้าหรือไง ? แล้วดาบไร้อันดับของเ้านั้น เ้าคิดว่าจะเอามันมาเล่นอะไรกับข้าได้ล่ะ...?"