นี่คือชายหนุ่มผู้มีแขนขาบึกบึและหน้าตาฉายแววอันธพาล
“หากเ้ายอมขอขมาเสียยามนี้ ข้าอาจจะยอมละเว้นให้เ้าสักครั้ง” ชายผู้นั้นเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงสามหาวโอหัง สายตาหยามหยันจับจ้องฉู่ซิว ไร้ซึ่งฉู่ซิวในสายตาโดยสิ้นเชิง
“คิดจะให้ข้าขอขมา เ้ายังอ่อนแอเกินไป” ฉู่ซิวแค่นยิ้มเย็น แม้ชายตรงหน้าจะเป็ศิษย์เก่า ทว่ากลับมีปราณและโลหิตเพียงสี่สลึงเท่านั้น ในสายตาของฉู่ซิวจึงไม่นับเป็อะไรเลยสักนิด
ครั้นได้ยินคำพูดของฉู่ซิว ั์ตาของชายผู้นั้นก็ฉายแววประหลาดใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ต้องรู้ว่าเหล่าศิษย์เก่าของสนามสอบถงซื่อล้วนร่ำเรียนฝึกฝนอยู่ที่นี่มาแล้วอย่างน้อยหนึ่งปี ต่อให้เป็ศิษย์ใหม่ที่มีพร์ล้ำเลิศเพียงใด ก็ไม่มีทางเอาชนะศิษย์เก่าในการประลองใหญ่ครั้งแรกหลังเข้าเรียนได้หรอก การที่ฉู่ซิวหลุดวาจาเช่นนี้ออกมา ช่างสามหาวเสียจริง ๆ !
“ไอ้เด็กใหม่คนนี้มันบ้าไปแล้วหรือไร? ถึงกับกล้าท้าทายศิษย์เก่า!”
“โอหังเกินไปแล้ว ต้องสั่งสอนให้มันรู้สำนึกเสียบ้าง”
“คนเขลาไม่กลัวเกรง ต้องจัดหนักให้ไอ้เด็กใหม่นี่รู้รสชาติบ้างแล้ว”
ฝูงชนใต้เวทีประลองทนดูต่อไปไม่ไหว ต่างพากันส่งเสียงแค่นหัวเราะกวนโทสะขึ้นมาจากด้านล่าง
ฉู่เฉิงเยี่ยเห็นฉู่ซิวจุดชนวนความโกรธแค้นของฝูงชน จากเดิมที่เคยวิตกว่าศิษย์เก่าผู้นี้จะยอมละเว้นฉู่ซิว ยามนี้กลับยิ้มร่าอย่างเบิกบานใจ เขาทำท่าทางวางตนรอชมเื่สนุก เอ่ยด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น “ฉู่ซิว ข้าจะรออดูว่าวันนี้เ้าจะจบลงอย่างไร!”
บนเวทีประลอง ยามศิษย์เก่าได้ยินคำของผู้คนก็ไม่อาจคิดละเว้นฉู่ซิวได้อีก เขาคำรามฮึ่มฮัมในลำคอ จากนั้นะเิกลิ่นอายอันทรงพลังกดดันออกมา
“ไอ้หนู การทำตัวสามหาวต้องจ่ายด้วยบทเรียนราคาแพง ในเมื่อเ้าอยากหาที่ตายเอง ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานีก็แล้วกัน”
เมื่อสิ้นเสียงแค่นตวาด ศิษย์เก่าผู้นั้นก็ไม่ออมมือให้ฉู่ซิวแม้แต่น้อย เขาสืบเท้าก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซัดฝ่ามือเข้าใส่ฉู่ซิวโดยตรง ฝ่ามือนี้ทรงพลังราวจะกวาดถล่มภูผาพัดทลายมหาสมุทร ลมฝ่ามืออันน่าสะพรึงกลัวะเิแรงกดดันอันเข้มข้น ต่อให้เป็ยอดฝีมือที่มีปราณและโลหิตห้าสลึง ก็ใช่ว่าจะรับฝ่ามือนี้ไว้ได้ง่าย ๆ
ทว่าในยามที่ทุกคนคิดว่าฉู่ซิวต้องหนีไม่พ้นหายนยะ กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าศิษย์เก่าผู้นั้นพลันะเิออกมาจากร่างของฉู่ซิวอย่างฉับพลัน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมา ยิ่งทำให้ทุกคนต้องตื่นตะลึงแทบตกตะลึง
ต่อหน้าสายตาทุกคู่ ฉู่ซิวซัดหมัดออกไปหาศิษย์เก่าผู้นั้น หมัดนี้ดูเรียบง่ายธรรมดา ทว่ากลับเป็วิชาหมัดเหล็กสยบขุนเขาของจริง แม้จะใช้ออกไปด้วยพละกำลังเพียงครึ่งเดียว ก็ไม่ใช่ว่าศิษย์เก่าผู้นี้จะต้านทานได้ เพียงหมัดของเขาเพิ่งจะกระแทกเข้ากับฝ่ามือของศิษย์เก่า ชายผู้นั้นก็ซัดปลิวลอยกระเด็นออกไปราวกว่าวสายป่านขาด ร่วงลงมากระแทกพื้นอย่างแรง
“เฮือก”
ทุกคนสูดหายใจลึกด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ศิษย์เก่าที่มีปราณและโลหิตถึงสี่สลึง จะพ่ายแพ้ให้แก่ฉู่ซิวอย่างหมดรูปเช่นนี้! หมอนี่ใช่ศิษย์ใหม่แน่หรือ?
ฉู่เฉิงเยี่ยเองก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าจนพูดไม่ออกเช่นกัน ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือความจริง ต้องรู้ว่าตอนทดสอบในการสอบระดับอำเภอ ฉู่ซิววัดปราณและโลหิตได้เพียงหนึ่งสลึงหนึ่งเฟื้องหกหลีเท่านั้น เพิ่งผ่านไปเพียงยี่สิบกว่าวัน เหตุใดเขาจึงแข็งแกร่งทรงพลังขึ้นมาได้ปานนี้?
เมื่อนึกถึงท่าทีเบ่งข่มของตนเองต่อหน้าฉู่ซิวก่อนหน้านี้ ฉู่เฉิงเยี่ยก็รู้สึกราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่
“ยังมีผู้ใดคิดจะมาท้าประลองข้าอีกหรือไม่?”
หลังจากจัดการศิษย์เก่าคนแรกไปแล้ว สายตาของฉู่ซิวก็กวาดมองฝูงชนด้วยความสงบเรียบ เหล่าผู้คนที่เคยแผดเสียงตวาดว่าจะสั่งสอนฉู่ซิวให้รู้สำนึก บัดนี้ต่างพากันปิดปากเงียบกริบ ไม่กล้าเอ่ยวาจาใดแม้แต่คำเดียว
ทว่าในตอนนั้นเอง เสียงแค่นหัวเราะเ็าสายหนึ่งพลันดังแทรกขึ้นมาจากกลุ่มฝูงชน
“พวกเราล้วนเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องร่วมสถาบันสนามสอบถงซื่อ เ้าลงมือหนักเกินไปหน่อยมั้ง?”
ชายหนุ่มสวมชุดยาว รูปร่างหน้าตาแฝงแววอ่อนช้อยแค่นหัวเราะ ยามผู้คนเห็นเขา สายตาก็เต็มไปด้วยความเคารพยำเกรง
“นั่นไม่ใช่ศิษย์พี่หลิวเช่อ ผู้ติดอันดับยี่สิบแรกในการประลองใหญ่สองครั้งก่อนหรอกหรือ?”
“ยามจับสลากก่อนหน้านี้ โชคของเขาไม่ดี จับสลากไปเจอศิษย์พี่ติดอันดับหนึ่งในสิบ จึงพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย ไม่อาจก้าวเข้าสู่ร้อยอันดับแรกได้”
“ข้านึกออกแล้ว ศิษย์เก่าที่ถูกไอ้เด็กใหม่นั่นซัดาเ็เมื่อครู่ คล้ายจะเป็ลูกพี่ลูกน้องของศิษย์พี่หลิวเช่อนี่นา หนนี้มีเื่สนุกให้ดูแล้ว!”
มีคนบอกเล่าความสัมพันธ์ระหว่างหลิวเช่อกับศิษย์เก่าเมื่อครู่ออกมา ยามผู้คนยินดังนั้น ต่างก็ตั้งท่าเตรียมรอชมเื่สนุก อยากรู้นักว่าฉู่ซิวจะมีสภาพอย่างไรในภายหลัง!
ฉู่เฉิงเยี่ยหลังจากได้เห็นพละกำลังที่แท้จริงของฉู่ซิว ก็รู้ดีว่าตนมิใช่คู่มือของฉู่ซิวแน่ ทว่าถึงกระนั้นเขาก็ไม่อยากปล่อยให้ฉู่ซิวเสวยสุข ดังนั้นยามได้ยินความสัมพันธ์ระหว่างหลิวเช่อกับนักเรียนเก่าคนนั้น บนใบหน้าพลันปรากฏรอยยิ้มชั่วร้ายขึ้นมาทันที
เขาแสร้งทำสีหน้าคับอกคับใจเอ่ย “ศิษย์พี่หลิวเช่อ เ้าฉู่ซิวผู้นี้วางท่าสามหาวเบ่งข่มในห้องเรียนศิษย์ใหม่ของพวกเรายิ่งนัก ซ้ำยังชอบกลั่นแกล้งพวกข้าอยู่เรื่อย รบกวนศิษย์พี่ช่วยทวงคืนความยุติธรรมให้พวกข้าด้วยขอรับ!”
เดิมทีหลิวเช่อยังกังวลว่าหากตนลงมือ จะถูกผู้อื่นนินทาว่ารังแกคนไม่มีทางสู้ ทว่ายามได้ยินคำพูดของฉู่เฉิงเยี่ย ความกังวลในใจก็พลันมลายหายไปสิ้น
“ไอ้หนู สนามสอบถงซื่อไม่ใช่สถานที่ที่เ้าจะมากระทำตามใจชอบได้หรอกนะ ในฐานะศิษย์พี่ วันนี้ข้าจะขอสั่งสอนกฎกติกาของสนามสอบถงซื่อให้เ้าเป็กรณีพิเศษเอง!”
หลิวเช่อวางท่าทีคุณธรรมนำหน้า ก้าวขึ้นสู่เวทีประลองต่อหน้าสายตาทุกคู่ แม้ทุกคนจะรู้ดีว่าหลิวเช่อ้าแก้แค้นให้ลูกพี่ลูกน้องของตน แต่ทุกคนต่างก็เลือกไม่เอ่ยปาก อย่างไรเสียพวกเขาก็ล้วนอยากเห็นภาพฉู่ซิวถูกสั่งสอนจนน่วมกันทั้งนั้น!
ฉู่เฉิงเยี่ยเห็นหลิวเช่อก้าวขึ้นสู่เวทีประลอง ใบหน้าก็ฉายแววยิ้มสมใจตามอุบาย ต่อให้ตนไม่อาจลงมือสั่งสอนฉู่ซิวด้วยตนเอง แต่ขอเพียงเห็นฉู่ซิวมีสภาพอนาถ เขาก็รู้สึกสะใจยิ่งนักแล้ว!
“ศิษย์พี่หลิวเช่อ ฉู่ซิวผู้นี้ใช้อุบายเหี้ยมโหด ท่านอย่าได้เปิดโอกาสให้มันตอบโต้เด็ดขาดนะขอรับ ต่อให้มันต้องพิการก็ถือว่าช่วยกำจัดภัยแผ่นดินให้สนามสอบถงซื่อ!”
เพื่อยุยงให้หลิวเช่อสั่งสอนฉู่ซิวอย่างหนัก ฉู่เฉิงเยี่ยจึงเอ่ยเสี้ยมเสี้ยมอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด หลิวเช่อไม่ใช่คนโง่ มองออกว่าฉู่เฉิงเยี่ยคิดยืมมือตนกำจัดฉู่ซิว แม้การถูกผู้อื่นใช้ประโยชน์จะชวนให้หงุดหงิดใจ ทว่าเพื่อแก้แค้นให้ลูกพี่ลูกน้อง เขาก็ไม่ถือสาที่จะถูกใช้ประโยชน์สักครั้ง จึงพยักหน้ารับตอบ “ศิษย์น้องวางใจเถิด ข้าจะไม่ปล่อยให้ไอ้เด็กนี่คอยสร้างความเดือดร้อนให้สนามสอบถงซื่ออีกต่อไป!”
มองดูหลิวเช่อและฉู่เฉิงเยี่ยเสแสร้งทำทีเป็รักใคร่กลมเกลียวในหมู่ศิษย์พี่ศิษย์น้อง ฉู่ซิวก็รู้สึกขยะแขยงอยู่ในใจ เอ่ยด้วยสีหน้าเหยียดหยามรังเกียจ “ขอร้องเถิด อย่ามาทำตัวน่าขยะแขยงตรงนี้เลย หากมีปัญญาจริงก็งัดความสามารถทั้งหมดที่มีออกมาเสียสิ!”
“สามหาว!” หลิวเช่อแค่นเสียงตวาด ปราณและโลหิตจักรพรรดิมนุษย์เจ็ดสลึงกว่าในร่างะเิออกมาอย่างเต็มที่
ปราณโลหิตเจ็ดสลึง! นี่คือพละกำลังของยี่สิบอันดับแรกในสนามสอบถงซื่อ!
แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวถาโถมใส่ ฝูงชนรอบข้างต่างพากันยิ้มร่าอย่างลำพองใจ รอชมภาพฉู่ซิวถูกอัดจนต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต เพราะด้วยพละกำลังของหลิวเช่อ ฉู่ซิวย่อมไม่มีทางโต้ตอบได้เลยแม้แต่น้อย
“ไอ้หนู นี่เป็เพราะเ้าทำตัวเอง จะโทษข้าไม่ได้หรอกนะ!”
หลิวเช่อทิ้งคำพูดเหี้ยมเกรียมไว้ประโยคหนึ่ง จากนั้นก็ไม่เสียเวลาไร้สาระกับฉู่ซิวอีก สืบเท้าพุ่งตัวไปตรงหน้าฉู่ซิว ชูหมัดซัดเข้าใส่ฉู่ซิวหมัดหนึ่ง ปราณและโลหิตจักรพรรดิมนุษย์ะเิออกบนหมัดของหลิวเช่อ อานุภาพหมัดนี้นับได้ไม่ต่ำกว่าห้าร้อยชั่ง เพียงแค่ลมหมัดก็ทำเอาหลายคนมิอาจเอื้อมไล่ตามทัน
ทว่าในยามที่ทุกคนคิดว่าฉู่ซิวต้องหลบไม่พ้น เขากลับยื่นมือใหญ่ออกไป ต่อหน้าสายตาตะลึงพรึงเพริดของทุกคน เขากลับรับหมัดของหลิวเช่อไว้ได้ตรง ๆ !
“เป็ไปได้อย่างไร? เ้าที่เป็เพียงศิษย์ใหม่ เหตุใดจึงแข็งแกร่งถึงเพียงนี้?” หลิวเช่อตื่นใอย่างยิ่ง แผดเสียงร้องโวยวายไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่ใช่ว่าเ้าคิดจะสอนกฎกติกาแก่ข้าหรอกหรือ?” ฉู่ซิวยิ้มเรียบ ๆ ทว่าฝ่ามือที่กุมหมัดของหลิวเช่อไว้กลับยิ่งเค้นเกร็งแรงหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนหลิวเช่อปวดร้าวใบหน้าบิดเบี้ยวเปลี่ยนสีไปในทันใด!