“กรี๊ดดด!.. กรี๊ดดด!.. โครม!.. เพลี๊ยงงง!..”
เจสซิก้า ปัดของที่อยู่บนโต๊ะให้ร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น แตกกระจัดกระจายระเนระนาดไปหมด ไม่เว้นแม้กระทั้งไอเพดรุ่นล่าสุด
“อะไรกันเนี้ย! เกิดอะไรขึ้น ทำไมลุกขึ้นมาทำลายข้าวของอย่างนี้ ฮึ! เจสซิก้า” ครูส ร้องถามลูกสาวสุดที่รัก เมื่อได้ยินเสียงดังเอะอะและเสียงกรีดร้อง ดังเข้าไปจนถึงในห้องทำงาน จึงได้เดินออกมาจากห้องทำงานมาดู
“คุณพ่อได้ดูข่าวของคุณโทมัสแล้วหรือยังคะ? เขาประกาศตัวว่านังผู้หญิงที่ชื่อสุอะไรนั้นเป็นคู่หมั้น ให้ชาวโลกได้รับรู้กันไปหมดแล้ว เจสไม่ยอมนะคะคุณพ่อ คุณพ่อจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้เจสนะคะ”
เจสซิก้า ได้ยินเสียงบิดาเดินเข้ามาและร้องถามถึงสาเหตุที่เธอเป็นอยู่ จึงเดินเข้าไปหา พร้อมกับแจ้งเรื่องสิ่งที่เธอได้เห็นและได้รับรู้ในข่าวอินเตอร์เน็ต ให้บิดาได้รับทราบ ถึงเรื่องของชายหนุ่มผู้ที่เธอ หมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้มาครอบครอง
ครูส มองหน้าบึ้งตึงเกรี้ยวกราดของลูกสาวสุดที่รักนิดหนึ่ง
“เห็นแล้วข่าวใหญ่ออกขนาดนั้นน่ะ ก็คุณโทมัสเขาเลือกแล้ว แล้วจะให้พ่อทำยังไงได้ล่ะ มันชีวิตของเขา ลูกก็ตัดใจซะเถอะนะ ลูกพ่อสวยออกอย่างนี้ คนอื่นที่เหมาะสมและคู่ควรกับลูกก็ยังมีอีกตั้งมากมาย”
ก่อนจะเอ่ยตอบออกไป อย่างไม่รู้จะทำยังไงจริงๆ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องส่วนตัวของ โทมัส ที่ชายหนุ่มเลือกและตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง
ซึ่งตัว ครูส เองก็เป็นเพียงแค่หุ้นส่วนในบริษัทของ โทมัส จะมีเครดิตดีหน่อยก็ตรงที่ โทมัส ได้ให้ความเคารพกว่าใครๆ แต่ก็เป็นเพียงแค่นั้นเอง ครูส นั้นมี เจสซิก้า เป็นลูกสาวเพียงแค่คนเดียว ทั้งรักและตามใจเอามากๆ จนตอนนี้ไม่คิดจะฟังใคร และแถมยังเอาแต่ความคิดของตัวเองฝ่ายเดียว
“คุณพ่อทำได้สิคะ คุณโทมัสเขาเชื่อและนับถือคุณพ่อออกจะตายไป ก็ไปบอกกับคุณโทมัสให้ยกเลิกการหมั้นกับนังนั้นไปซะ เพราะดูยังไงมันก็ไม่คู่ควรกับคุณโทมัสเลยสักนิดเดียว เผลอๆ จะมาสูบเลือดสูบเนื้อให้นะสิ”
เจสซิก้า กล่าวบอกผู้เป็นบิดา พร้อมกับใช้มือเรียวสวมกอดแขนแกร่งอย่างออดอ้อน
และพลางคิดไปถึงเมื่อคืนที่งานเลี้ยง ที่ชายหนุ่มป่าวประกาศเรื่องการหมั้นหมายกับ กุสุมา ใส่หน้าเธอ เธอยังชาและช็อคอยู่ไม่หาย ราวกับโดนหมัดหนักๆ กระแทกเข้าไปกลางแสกหน้าอย่างจัง จนแทบจะพาตัวเองเดินออกมาไม่ได้ จึงทำให้รู้สึกเจ็บใจมาถึงตอนนี้ และยิ่งเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อได้เห็นข่าวของคนทั้งสองไปทั่วอินเตอร์เน็ต
“พ่อจะพูดกับเขาอย่างนั้นได้ยังไงกันล่ะ เขาจะได้ถอนหงอกเอาน่ะสิ ถึงเขาจะเชื่อและนับถือพ่อ ก็จะเป็นเฉพาะในเรื่องของงานซะมากกว่านะ และอีกอย่างเรากับเขาก็ไม่ใช่เครือญาติกันเลยด้วยซ้ำ เราจะไปก้าวก่าย และล้ำเส้นชีวิตส่วนตัวของเขาไม่ได้หรอกลูก ตัดใจซะเถอะนะ”
ครูส ยกมือใหญ่ขึ้นลูบศีรษะของลูกสาวสุดที่รัก พยายามพูดให้ เจสซิก้า ได้คิดและยอมจำนนต่อเหตุและผลที่เป็นไปได้นั้น
“ฮึ! คำก็ไม่ได้สองคำก็ไม่ได้ ที่พูดอย่างนี้คุณพ่อไม่อยากจะช่วยเจสก็ว่ามาเถอะ ได้ค่ะ! ในเมื่อคุณพ่อไม่ยอมช่วยเจส เจสก็จะทำเองก็ได้”
เจสซิก้า มองหน้า ครูส ด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง สะบัดมือเรียวที่โอบกอดแขนแกร่งของ ครูส ออกไปอย่างแรง กล่าวขึ้นอย่างแง่งอน แล้วหันหลังเดินขึ้นบันไดไปยังห้องนอนของตนเอง โดยไม่คิดจะสนใจใครหรือเสียงร้องใดๆ อีกเลย
“เจส!.. เจสซิก้า! อย่าได้ทำเชียวนะ อย่าได้คิดจะทำอะไรเด็ดขาดเลยทีเดียวเชียวนะ ได้ยินไหม? เจสซิก้า!”
ครูส ร้องตะโกนห้ามปรามไล่หลังตามลูกสาวสุดที่รัก ที่เดินลับหายขึ้นไปบนบ้าน ครูส ขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างเคร่งเครียด คิดหนักกับนิสัยของลูกสาวสุดที่รักที่เป็นแบบนี้ และคิดโทษตัวเองที่เลี้ยงลูกไม่ดี เอาใจตามใจลูกมากเกินไป ลูกอยากได้อะไร อยากทำอะไร ก็จะคอยตามใจทุกครั้งไป จนโตมาเลยเอาแต่ใจตัวเองอย่างนี้
“กรี๊ดดด!.. คุณพ่อนะคุณพ่อ เรื่องอะไรจะยอมกันง่ายๆ อย่างนั้นล่ะ ยัยบ้านั้นเป็นใครกันถึงจะมาเทียบเคียงกับฉัน จะมาแย่งคุณโทมัสไปจากฉัน คอยดูก็แล้วกัน ฉันจะทำให้เธอต้องวิ่งออกไปจากชีวิตของคุณโทมัสและออกไปจากประเทศนี้จนแทบไม่ทันเลยทีเดียว คอยดู!”
เจสซิก้า หยิบหมอนขว้างลงกับพื้นห้องนอนระเนระนาดไปหมด พร้อมกับกรีดร้องอย่างคนบ้าคลั่ง และบ่นพึมพำอาฆาตมาดร้ายไปด้วย
๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐