พอคุยเื่ในเมืองเสร็จ จิงจิงก็หยิบเงินมา 500 หยวน วางให้แม่ชิง “แม่คะ แม่เอาเงินนี้ไปใช้ก่อนนะคะอย่าลืมที่หนูบอกว่าอย่าประหยัดเงินเล็กน้อยทำให้ครอบครัวอดอยากอีกเลยนะคะ หลานๆ ้าอาหาร ถ้าอย่างนั้นจะไม่เติบโตเป็อย่างดีนะคะ อีกอย่างแม่ส่งหลานๆ เข้าเรียนที่โรงเรียนเถอะค่ะ อย่างน้อยให้เด็กๆ อ่านออกเขียนได้ วันข้างหน้าจะได้ไม่ลำบาก หรือบางทีอาจจะได้ช่วยงานหนูได้ไงคะแม่” จิงจิงรีบพูดต่อทันทีและเกลี้ยกล่อมแม่ชิงไปด้วย
แม่ชิงที่เห็นเงิน 500 หยวนกองตรงหน้าเธอก็ตกตะลึงแล้วอย่างแท้จริง เธอไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน ตอนแยกบ้านกับพ่อแม่สามีในอดีตเงินแยกบ้านได้ครอบครัวละ 100 หยวนเท่านั้น
ซึ่งในตอนนั้นเงิน 100 หยวนนี่ถือว่าเยอะมากสำหรับครอบครัวในหมู่บ้านแห่งนี้ เธอยังจำความรู้สึกมือสั่นที่จับเงิน 100 หยวนนั้นได้จนถึงตอนนี้
พอเ้ารองฮั่นไปเป็ทหารก็ส่งเงินมา แรกๆ 20หยวน 30หยวน แล้วปีนี้ก็ส่งมาเป็ที่ 35 หยวน พอให้เธอได้เก็บบ้าง แต่ค่าใช้จ่ายก็เยอะมากเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็ค่าใช้จ่ายส่งจิงจิงไปเรียนที่ในอำเภอและยังเช่าห้องให้อยู่ ทำให้ในบ้านแม่ชิงเก็บเงินทั้งหมดมาหลายปีตอนนี้มีในมือประมาณ 100 หยวน ถือว่ามากแล้ว แต่พอเห็นเงิน 500 หยวนที่จู่ๆ ก็มากองอยู่ตรงหน้าก็ตื่นใอย่างมาก
ทุกคนก็ใไม่แพ้แม่ชิงไม่ต่างกัน ต่างพากันอ้าปากค้าง
“นี่ นี่ ทำไมเงินหยวนถึงได้เยอะขนาดนี้?” หลิวหย่งถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เคยเห็นเงินเยอะขนาดนี้มาก่อน
“หนูบอกแล้วไงคะว่าหนูหาเงินได้ วันข้างหน้าต้องหาได้มากกว่านี้แน่นอน พ่อกับแม่ เอาเงินนี่ไปใช้จ่ายในครอบครัวก่อนนะคะ แล้วแม่ก็อย่าลืมที่หนูบอกละ”
แม่ชิงอึ้งได้สักพักก็ใช้มือที่สั่นเทาขของตัวเองรีบกวาดเงินหยวนมาเก็บไว้ทันที “ได้ ได้ ได้ แม่จะดูแลครอบครัวเราอย่างดีแน่นอน ถังถัง แม่จะส่งเข้าเรียนแน่ แต่เด็กผู้หญิงพวกนี้เรียนแล้วจะได้อะไรขึ้นมา..” จิงจิงมองแม่ชิงแวบหนึ่ง.. “ได้ๆ ได้ๆ แม่เชื่อแก แม่จะให้เด็กพวกนี้ได้เรียนทุกคน กินอิ่มทุกคนติดชุดใหม่ให้ทุกปี พอใจแล้วใช่ไหม”
จิงจิงถอนหายใจ “แม่คะ ถ้าแม่ทำตามที่หนูบอก หนูเชื่อว่าครอบครัวเราต้องอยู่ดีกินดีขึ้นทุกๆ วัน อยากกินเนื้อก็ได้กินเนื้อ อยากได้เสื้อผ้าก็ได้เสื้อผ้าแน่นอนค่ะ แต่แม่ต้องเชื่อคำพูดของหนูนะคะ แม่ทำอาหารเถอะค่ะหนูหิวแล้ว แล้วแบ่งเนื้อไปให้บ้านลุงใหญ่กับบ้านลุงสามด้วยนะคะ”
แม่ชิงที่อยากจะพูดอะไรแต่เห็นเงินในมือตัวเองก็ไม่พูดอะไรแล้ว เดินไปทำอาหารอย่างอารมณ์ดี
เฮ้อ..จิงจิงถอนหายใจอีกครั้ง ถ้าครอบครัวนี้ทำไม่ดีหรือกดขี่เอารัดเอาเปรียบเ้าของร่างเดิมมาก่อน หรือนิสัยร้ายกาจบ้างก็คงจะดีไม่น้อย จิงจิงจะได้ไม่มาพูดจนปากเปียกปากแฉะเพื่อให้ครอบครัวอยู่กันเป็อย่างดีหรอก คงจะสะบัดผมสลัดครอบครัวทิ้งแล้วจากไปทันที
แต่…จะให้ทำยังไงได้? คนที่กดขี่ข่มเหงคนอื่น เอารัดเอาเปรียบทำไม่ดีกับครอบครัวตัวเองมาั้แ่ต้น ก็คือร่างที่จิงจิงอยู่ตอนนี้นะสิ!!!
จิงจิงหยิบขนมมาให้เด็กๆ ชิม ตอนนี้เด็กๆ ดูมีน้ำหนักขึ้นมานิดหน่อยหลังจากผ่านมาแค่2อาทิตย์ ดูท่าทางน่ารักขึ้นมาก แต่ก็ยังแต่งตัวเหมือนขอทานเหมือนเดิม เด็กๆพอได้ขนมอีกก็ค่อยๆ กัดกินชิมขนมทีละนิด ไม่กลัวจิงจิงเหมือนเมื่อก่อนแล้วโดยเฉพาะ ถังถัง ที่นั่งตักของจิงจิงกัดขนมกินตัวอ้วนกลมเชียว น่ารักเป็ที่สุด
“พี่สะใภ้ใหญ่ พับผ้านี่พี่ช่วยนำไปตัดชุดให้หลานๆ และพี่ใหญ่ใส่ด้วยนะคะ ผ้าที่เอามาน่าจะทำได้คนละชุดสองชุด รวมทั้งของพี่สะใภ้ พ่อและแม่ด้วย ส่วนของพี่สะใภ้รอง เดียวค่อยไปหาที่ในอำเภออีกสักชุด2ชุดนะคะ แล้วตอนนี้ที่บ้านยังขาดอะไรอีกไหมคะ ผ้านวมตอนนี้ยังใช้ได้ไหม ใกล้จะเข้าหน้าหนาแล้วมีพอใช้ไหมคะ”
“ได้ ได้จ้ะ ขอบใจน้องสาว ไม่ขาดอะไรแล้วจ้ะ ผ้านวมยังหนาใช้ได้อีกนาน” สะใภ้ใหญ่ตื่นมากเธอไม่นึกไม่ฝันว่าน้องสาวที่เมื่อก่อนขี้คร้านจะคุยกับตัวเองพอไม่พอใจทีก็จะะโใส่ ตอนนี้ซื้อผ้ามาให้เธอกับเด็กๆ แล้วยังถามว่าขาดเหลืออะไรอีกไหม
“พ่อคะ พ่อก็ช่วยดูแม่หน่อยนะคะ อย่าตระหนี่เื่อาหารการกินมากเกินไปเลย หนูซื้อนมผงมาให้เยอะเลย พ่อกับแม่ชงกิน แล้วก็ชงให้เด็กๆ ดื่ม พี่ชายกับพี่สะใภ้ก็ทานกันได้นะคะ นมนี่มีประโยชน์มากเลยล่ะค่ะ”
“ได้ ได้ ได้ ลูกสาวพ่อช่างเก่งกาจจริงๆ” ตอนนี้หลิวหย่งยิ้มอย่างโง่งมไปแล้ว ตอนนี้เขาถึงกับได้ดื่มนมกินเนื้อบ่อยๆได้ นี่ชีวิตนี้ช่างดีเหลือเกิน ลูกสาวช่างแสนดีนัก
พี่ใหญ่ก็ยิ้มอย่างปลาบปลื้มใจ น้องสาวมีของดีอะไรก็อยากให้เขากินให้เขาดื่ม น้องสาวช่างดีอะไรอย่างนี้
“..” พี่สะใภ้ทั้งสอง
“..” จิงจิง
จิงจิงอยู่อีกวันคอยตอบคำถามปู่ย่า ป้าๆ อาๆ เสร็จก็กลับเข้าไปในอำเภอตอนเช้าของอีกวัน พาพี่สะใภ้รองซ้อนท้ายจักรยานเข้าไป ของที่บ้านเช่าเตรียมพร้อมแล้วไม่ได้ขาดอะไร จิงจิงจึงไม่ให้พี่สะใภ้รองเอาอะไรไปมาก “ไม่ต้องขนอะไรไปเยอะแยะหรอกค่ะ ที่นอนผ้าห่ม ที่บ้านมีครบหมดแล้ว เอาผ้าเผื่อไว้สักชุดสองชุดก็พอค่ะ”
“แม่คะ แม่อย่าลืมที่หนูบอกแม่นะคะ” จิงจิงย้ำแม่ชิง
“ฉันรู้แล้ว ถ้าแกว่างเมื่อไรอย่าลืมมารับฉันไปดูร้านที่อำเภอละ”
“ได้ค่ะแม่ หนูต้องรับแม่ไปดูแน่นอน พ่อกับแม่ก็ไม่ต้องทำงานในที่นาหนักหรอกนะคะ ทั้งพี่ใหญ่พี่สะใภ้ด้วย หรือจะลดแต้มทำงานลงก็ลดเถอะค่ะ ดูแลรักษาสุขภาพไว้ หากร่างกายทรุดโทรมกับแต้มแค่นั้นมันไม่คุ้มกันหรอกนะคะ วันข้างหน้า หนูต้องขอความช่วยเหลือครอบครัวเราอยู่นะ”
พอพูดจบจิงจิงก็ปั่นจักรยานพาพี่สะใภ้รองไปทันที ยังได้ยินเสียงแม่ชิงโม้กับคนในหมู่บ้านอยู่ไกลๆ
“จิงจิงลูกสาวฉัน หาเงินมาได้เลยนำมาเปิดร้านที่ในเมือง ยังจ้างคนงานในเมืองเป็พนักงานด้วย ถึงกับจ้างคนงานในเมืองเชียวละ แต่ก็กลัวไม่ไว้ใจเลยต้องให้คนในครอบครัวอยู่ช่วยดูที่ร้านด้วย อั๊ยหย๊า ร้านเสื้อผ้านะ พวกเธอรู้จักไหมเสื้อผ้าที่เราสวมใส่ เสื้อผ้าที่คนในเมืองสวมใส่ ราคาแพงเชียวหล่ะ”
“จิงจิง ลูกสาวฉันทำหน้าร้านต่างหาก ไม่ใช่แผงลอยพวกนั้น เธอไม่รู้อะไรอย่าพูดจะดีกว่า”
“เฮ้ออ จิงจิงยังบอกอีกว่าจะรับฉันไปอยู่ในเมืองสักพักด้วย”
“สะใภ้ใหญ่ไปกันเถอะ เราต้องรีบไปตัดเย็บเสื้อผ้าตัวใหม่ที่จิงจิงนำผ้าเนื้อดีมาให้ตั้งหลายพับนี่หน่า เด็กคนดี ช่างเป็เด็กดีอะไรขนาดนี้”
“…” จิงจิง
“….” สะใภ้ใหญ่
“..” ทุกคน
เื่ที่จิงจิงไปเปิดร้านในตัวอำเภอแถมยังพาสะใภ้รองไปช่วยงานก็ได้รู้กันทั้งหมู่บ้านแล้ว!!