เสียงสวดมนต์ประหลาดดังสะท้อนไปทั่วเมืองเอนโดโปลิสทุกเช้าและเย็น
เสียงนั้นมาจากหอประกาศกลางเมือง— บทสวดแปลกหูที่แปลเป็ทุกภาษา
มีจังหวะเนิบช้าและอบอวลด้วยพลังจิตแ่บางที่แทรกเข้าสู่สมองผู้ฟังโดยไม่รู้ตัว
“ในนามแห่งแสงอันบริสุทธิ์…จิตของเ้าจะสงบสุข…
ความเ็ปจะหลอมละลายไปในแสงนิรันดร์…”
ผู้คนทั้งเมืองค่อยๆ ก้มกราบแท่นโลหะที่ตั้งอยู่กลางถนน
รอยยิ้มบนใบหน้าพวกเขาแน่นิ่งเยือกเย็น
ดวงตาทุกคู่กลายเป็สีทองสว่างราวเปลวเทียน
จากหอสูงกลางเมืองนั้นลูมิเอลยืนมองลงมาจากแท่นบัญชาการ
ผ้าคลุมสีขาวทองปลิวไหวตามแรงลมในโดมพลังงาน
เบื้องล่างคือกองทัพมนุษย์พันธุ์แท้ที่คุกเข่ารับใช้เขาอย่างภักดี
โดมินิโกยืนอยู่ข้างหลังใบหน้าไร้แววคล้ายหุ่นยนต์ ดวงตาทอประกายทอง
เขาคือ“กระบอกเสียงของพระเ้า” ที่ประกาศคำสั่งของลูมิเอลต่อชาวโลก
เสียงของเขากลายเป็เสียงของจักรพรรดิแห่งแอนโดรเมดา
“พี่น้องแห่งแสงทั้งหลายโลกนี้จะกลายเป็หนึ่งเดียวกับจักรวาล”
เรมิโอมองภาพทั้งหมดจากหน้าต่างฐานที่มั่นสหภาพซึ่งหลงเหลืออยู่ทางตอนใต้ของเมือง
ภาพที่เห็นทำให้เขาขนลุก— ผู้คนเดินเรียงแถวไปตามเสียงประกาศอย่างว่างเปล่า
ไม่มีเสียงหัวเราะไม่มีเสียงร้อง ไม่มีความเป็มนุษย์หลงเหลือ
“พวกเขา…ไม่ใช่คนอีกต่อไปแล้ว”เขาพึมพำ
วิเวียน่าในชุดแพทย์สนามยืนข้าง ๆ พร้อมเครื่องสแกนพลังจิตในมือ
หน้าจอขึ้นสัญญาณคลื่นสมองพุ่งสูงผิดธรรมชาติ
“พลังจิตลูมิเอลแทรกผ่านคลื่นความถี่อีเทอร์…มันควบคุมทุกคนได้หมด”
เธอกลืนน้ำลาย“เหลือแต่เรา ที่ยังมีสติ”
เรมิโอหันมามอง“ทำไมเธอถึงไม่โดนล่ะ วิเวียน่า เธอเป็มนุษย์แท้เหมือนพวกเขา”
“ฉันก็ไม่รู้…บางทีตอนรักษาเธอฉันอาจจะรับเอานาโนคอร์บางส่วนจากร่างของเธอมา”
เธอยิ้มแ่ ๆ“เรียกว่าเคราะห์ดี หรือเคราะห์ร้ายกันแน่ก็ไม่รู้”
จูเลียน่าเดินเข้ามาในห้องเธอไม่พูดอะไร เพียงมองออกไปนอกหน้าต่าง
ร่างของเธอสะท้อนแสงจางๆ จากวงจรเรืองที่ใต้ผิว
“เขากำลังจะทำให้โลกทั้งใบกลายเป็เหมือนโดมแห่งอีเดน…สวยงามแต่ไร้ชีวิต”
เสียงของเธอเยือกเย็น“ถ้าเขาสำเร็จ ทุกอย่างจะจบลงที่การขายโลกนี้ให้กับพวกตลาดจักรวาล”
เรมิโอหันขวับ“อะไรนะ!?”
“ฉันได้ยินข่าวลือในระหว่างถูกกักในมิตินั้น…”เธอตอบ “มีเสียงหนึ่งบอกว่า ลูมิเอลไม่ได้้าโลกนี้เพราะรัก แต่เพราะมันคือ‘ทรัพย์สิน’ ที่เขาจะนำไปแลกอำนาจ”
วิเวียน่ากำมือแน่น“เราต้องทำอะไรสักอย่าง”
“แต่จะทำยังไงล่ะ”เรมิโอพูดเสียงต่ำ “คนทั้งโลกกลายเป็หุ่นเชิดของเขาแล้ว”
ก่อนใครจะตอบเสียงหวีดพลังงานดังขึ้นเหนือฐานที่มั่น
หน้าต่างสะท้อนแสงสีทองพร่างพราว—
กองยานของแอนโดรเมดาโผล่ขึ้นบนฟ้าอีกครั้งพร้อมเครื่องส่งพลังงานจิตทั่วอาณาบริเวณ
“ถึงเวลาพิสูจน์ความจงรักภักดี…มนุษย์ทุกคนจงรวมจิตกับข้า!”
เสียงของลูมิเอลดังสะท้อนทั่วอากาศ—
และแสงทองจากท้องฟ้าเริ่มสาดเข้าสู่เมือง…
ธงผืนขาวและโคมไฟสีทองยังโบกสะบัดแต่เมื่อเสียงปรบมือค่อยคลี่หายราวกับคลื่นบางอย่างพัดผ่าน อากาศเปลี่ยนไป —ไม่ใช่เพียงเพราะควันและกลิ่นโลหะแต่เพราะเสียงประกาศที่ถูกส่งผ่านลำโพงทั่วเมืองเริ่มมีจังหวะซ้ำ ๆที่แทรกอยู่ในความคิดของผู้ฟังอย่างแ่เบา บทสวดที่ถูกปรับจูนให้ตรงกับความถี่อีเทอร์ค่อยๆ ทาบทับความคิด ความรู้สึกของผู้คนจนรอยยิ้มเริ่มแน่นิ่งและแววตาเปลี่ยนเป็แววสะท้อนสีทอง — นี่ไม่ใช่ความยินดีอีกต่อไปแต่เป็การเปลี่ยนโหมดของเมืองจาก “ฉลอง” เป็ “การรวมจิต” โดยไม่ให้ผู้คนรู้ตัว
เสียงะเิะเืสะท้านผืนดินก้องสะท้อนจากทิศเหนือของเอนโดโปลิส
เพลิงไฟพวยพุ่งจากแนวรบที่เคยเป็ฐานป้องกันสุดท้ายของกองกำลังรัฐบาล
ควันดำลอยสูงขึ้นทาบท้องฟ้าที่คลุ้งไปด้วยฝุ่นอีเทอร์จนแทบมองไม่เห็นดวงอาทิตย์
ลูซิโอยังยืนอยู่กลางวงแสงสีฟ้าที่ค่อยๆ จางลง
แสงนั้นห่อหุ้มเรมิโอ วิเวียน่าและจูเลียน่าเอาไว้เมื่อครู่
แต่ตอนนี้ มันค่อย ๆสลายไปพร้อมกับความเงียบงัน
เด็กชายล้มลงนั่งอย่างหมดแรงมือเล็กสั่นเทา
“ลูซิโอ!”จูเลียน่าคุกเข่าลงข้างเขา
“ไม่เป็ไร...แม่ผมแค่...เหนื่อยหน่อย” เด็กชายพูดเบา ๆ แต่รอยยิ้มยังอ่อนโยนอยู่
เรมิโอมองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก
ไม่ใช่แค่ความห่วงใยหากยังมีบางสิ่งในตัวเด็กคนนั้น ที่ปลุกบางส่วนในร่างไซบอร์กของเขาให้สั่นะเื
“เมื่อกี้...”เขาพูดช้า ๆ “ตาของเขา มันไม่ใช่แสงจากเทคโนโลยีที่เรารู้จักเลย”
วิเวียน่าพยักหน้า “ฉันรู้มันไม่ใช่อีเทอร์ธรรมดา มันคือพลังที่...ไม่ควรมีอยู่บนโลกนี้”
เสียงคลื่นพลังะเืผ่านอากาศอีกระลอกดินสั่นะเืราวกับโลกทั้งใบกำลังหายใจ
เครื่องสื่อสารบนข้อมือของเรมิโอสั่นขึ้น— เสียงจากหน่วยลาดตระเวนดังมาอย่างร้อนรน
“ผู้บัญชาการ!ฐานที่มั่นทางใต้แตกแล้วครับ! พวกเราถูกยึดคลื่นสัญญาณสื่อสารทั้งหมด!”
“ยึดสัญญาณ?”วิเวียน่าขมวดคิ้ว “หมายความว่ายังไง?”
ก่อนที่ใครจะตอบเสียงหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในหัวของทุกคน —
เสียงที่ไม่ผ่านลำโพงไม่ผ่านเครื่องสื่อสาร แต่มันดังจาก ข้างในสมอง
“ขอต้อนรับกลับสู่โลกที่ถูกปลดปล่อยแล้ว...ผู้คนแห่งเมกะโลเซีย”
เรมิโอหันขวับ“เสียงของ...ลูมิเอล?”
“ข้าได้ชำระความวุ่นวายของาให้พวกเ้าแล้ว”
“ไม่มีอีกแล้วรัฐบาลไม่มีอีกแล้วสหภาพ—มีเพียงหนึ่งเดียวคือ อาณาจักรแห่งแสง ที่ข้าสร้างขึ้นใหม่”
จูเลียน่ากอดลูกแน่นลูซิโอสะดุ้งเฮือก ดวงตาสีฟ้ากลับเปลี่ยนเป็สีเงินชั่วขณะหนึ่ง
แสงนั้นแ่ลง ก่อนเขาจะพูดเสียงเบา“เขา...กำลังจะกลืนทุกจิติญญา...”
วิเวียน่ากำมือแน่น“กลืน? หมายความว่ายังไง?”
เด็กชายชี้ไปยังขอบฟ้าที่ส่องแสงสีม่วงเข้มราวพายุ
“ทุกคนที่มีเืมนุษย์แท้กำลังถูกแสงนั้นครอบงำ...เขาใช้มันเป็เครื่องมือควบคุมโลก”
เรมิโอก้าวออกไปหนึ่งก้าวแต่พลังบางอย่างผลักเขากลับจนล้มกระแทกพื้น
เขารู้ทันทีว่าร่างกายไซบอร์กของตนเริ่มต้านแรงคลื่นอีเทอร์ไม่ไหว—
เหมือนชิ้นส่วนที่ได้จากอะมาเดโอกำลัง ตอบสนองต่อพลังเดียวกันนั้น
“หน็อย...”เขากัดฟัน “นี่มันไม่ใช่การปลดปล่อย นี่มันคือการยึดครอง!”
เสียงของลูมิเอลดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้แฝงอำนาจและความเย็นเยียบ
“เ้าเข้าใจผิดมนุษย์ไม่คู่ควรกับการโลกนี้อีกต่อไป
ข้าจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็ดาวต้นแบบ— และขายมันให้จักรวรรดิผู้ประมูลสูงสุด”
วิเวียน่าชะงัก“ขายโลก...?”
เสียงนั้นหัวเราะเบาๆ “ในจักรวาลอันไร้สิ้นสุด ไม่มีสิ่งใดได้มาฟรี แม้แต่ดาวดวงนี้...”
ควันดำจากขอบฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็ม่านแสงสีเงินที่แผ่ปกคลุมทุกทิศ
เรมิโอพยายามประคองตัวลุกขึ้นขณะมองเห็นภาพผู้คนในเมืองเดินช้า ๆ
ทุกคนดวงตาว่างเปล่า —ถูกครอบงำโดยพลังแสงนั้นทั้งหมด
“มนุษย์ทุกคนที่ยังมีเืแท้จะเป็เครื่องมือของข้า”
“ส่วนเ้าพวกกึ่งชีวะ...”
“ข้าจะเก็บไว้เป็เครื่องพิสูจน์ว่าโลกใบนี้เคยต่อต้านแสงของข้าได้เพียงใด”
วิเวียน่าเอื้อมมือจับแขนเรมิโอไว้แน่น
“เราต้องหาที่หลบก่อน —ถ้ายังอยู่ตรงนี้เราจะถูกลบสมอง!”
เธอหันไปทางจูเลียน่า “พาเด็กไป!ตอนนี้!”
ลูซิโอหันกลับไปมองแสงสีเงินที่กลืนขอบฟ้า
เสียงของเขาแ่เบาแต่ชัดเจน“แม่...เขาไม่ใช่พระเ้าแห่งแสง เขาคือเงาแห่งมัน...”
แสงจากดวงตาของเด็กชายเปล่งวาบขึ้นอีกครั้งก่อนทุกสิ่งจะดับวูบไปพร้อมเสียงะเิอีเทอร์ครั้งใหญ่...
เสียงสวดซ้ำ ๆดังไปทั่วเมือง จังหวะของมันเปลี่ยนไปอย่างแ่เบา
จากคำอวยพรกลายเป็ถ้อยคำแปลกประหลาดที่ไม่มีใครเข้าใจแต่กลับทำให้ผู้ฟังน้ำตาคลอเบ้า
แสงสีทองเหนือหอคอยกลางนครเริ่มเต้นไหวราวกับมีชีพจรของตนเอง
กลุ่มเมฆที่สะท้อนแสงนั้นค่อย ๆบิดเบี้ยวเป็รูปร่างคล้ายดวงตาขนาดมหึมา จ้องมองลงมายังฝูงชนเบื้องล่าง
วิเวียน่าขยับตัวเข้าใกล้เรมิโอ“นายเห็นไหม...นั่นไม่ใช่แสงสะท้อนธรรมดา”
เรมิโอพยักหน้าสายตาเขากวาดมองรอบลานพิธี —
ผู้คนจำนวนมากยืนนิ่งราวกับร่างกายถูกแขวนไว้โดยสายใยที่มองไม่เห็น
“พวกเขา...กำลังฟังบางสิ่งอยู่”เขาพึมพำ “ไม่ใช่เสียงจากเครื่องขยายแน่ ๆ”
ทันใดนั้นเสียงหัวเราะนุ่มนวลก้องขึ้นเหนือฟ้า — ไม่ดังนัก แต่ทุกคนในลานกลับได้ยินพร้อมกัน
“มนุษย์เอ๋ย...จงภาคภูมิที่เ้าถูกเลือกให้เป็ศูนย์กลางแห่งอีเทอร์ใหม่...”
ประโยคนี้ไม่ใช่ภาษาใดที่เคยมีบนโลกทว่าทุกคนกลับเข้าใจได้อย่างประหลาด
โดมินิโกที่ยืนอยู่แถวหน้าเงยหน้าขึ้น ริมฝีปากของเขาขยับตามเสียงนั้นราวกับกำลังสวดตาม
“ศูนย์กลางแห่งอีเทอร์ใหม่...”เขาทวนเบา ๆ
วิเวียน่าตะลึง— “เขา...กำลังพูดตามรึ?”
แสงสีทองพุ่งลงมาสู่แท่นกลางลานชั่วพริบตานั้น ร่างของลูมิเอลปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกแสง
ในอาภรณ์ขาวสะท้อนประกายพลังจากอีเทอร์แผ่กระจายออกเหมือนคลื่นทะเล
ผู้คนรอบลานทรุดลงคุกเข่าโดยไม่รู้ตัวราวกับถูกแรงดึงจากภายในจิต
“ข้าไม่้าความภักดี”เสียงของเขาดังขึ้น “ข้าเพียง้าความสงบแห่งจักรวาล
และโลกใบนี้จะเป็จุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูนั้น”
เรมิโอก้าวขึ้นข้างหน้า“นี่มันอะไรกันแน่ ลูมิเอล… นี่นายกำลังทำอะไรกับพวกเขา?”
แต่เ้าชายหนุ่มเพียงหันมามอง— ดวงตาเรืองประกายดุจเนบิวลาสีทอง
“อย่ากลัวเลยเรมิโอ...พวกเขาเพียงกำลังเรียนรู้ที่จะ ‘ฟัง’ เสียงของจักรวาลเท่านั้น”
ในขณะที่คำพูดนั้นแ่ผ่านริมฝีปากของเขา
เสียงสะท้อนในหัวของเรมิโอก็พลันแทรกขึ้นมา— เสียงแปลกปลอมแต่คุ้นชิน
“เ้าคือหนึ่งในผู้ที่ข้า้ารักษาไว้...อย่าต่อต้าน”
เรมิโอกัดฟันแน่นมือทั้งสองสั่นเทา ขณะพยายามขับเสียงนั้นออกจากจิต
วิเวียน่าเอื้อมมือจับแขนเขา“เฮ้...อย่าเงียบสิ นายได้ยินใช่ไหม?”
เขาพยักหน้าเบาๆ “ใช่...มันอยู่ในหัวของฉัน เหมือนกำลัง...พูดอยู่ตรงนี้”
ด้านหลังฝูงชนโดมินิโกค่อย ๆ ก้าวออกมา ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็สีทองเรือง
และริมฝีปากก็เอื้อนเอ่ยประโยคเดียวกับลูมิเอลราวกับเป็เงาสะท้อนเสียงเดียวกัน
“โลกนี้คือศูนย์กลางแห่งอีเทอร์ใหม่...”
เสียงหวีดของพลังอีเทอร์จากฟากฟ้าดังลั่นจนพื้นดินสั่นะเื
กองยานของแอนโดรเมดานับร้อยลำเรียงแถวเหนือเมืองเอนโดโปลิส
คลื่นพลังสีทองกระจายออกเป็วงกว้างราวพายุอสุราแห่งแสง
ลูซิโอหมดสติทันทีหลังได้รับแรงกระแทกจากคลื่นนั้น
“ลูซิโอ!” จูเลียน่าร้องเรียกด้วยความห่วงใย
เรมิโอคว้าข้อมือจูเลียน่า“หนีเร็ว!”
เขาดึงเธอออกจากหน้าต่างทันทีที่แสงสาดผ่านอาคารทั้งหลังเริ่มสั่นะเื
วิเวียน่าคว้าเครื่องสแกนกับกระเป๋าแพทย์สนามก่อนวิ่งตาม
“คลื่นพลังมันเข้ามาทางอากาศทุกทิศทาง!”
“มีที่ไหนหลบได้บ้างไหม วิเวียน่า!”
“ใต้ดิน!ชั้นเก็บพลังงานสำรองด้านล่าง มันมีเกราะป้องกันสนามจิตอยู่!”
พวกเขาวิ่งฝ่าฝุ่นควันลงบันไดวนเสียงสวดของลูมิเอลยังดังอยู่เหนือศีรษะ
“จิตแห่งแสง…หลอมรวมทุกชีวิตไว้เป็หนึ่งเดียว…”
ชายหญิงที่วิ่งสวนขึ้นมาถูกคลื่นพลังพัดล้มกระแทกผนัง
ใบหน้าพวกเขาแข็งทื่อดวงตากลายเป็สีทองสะท้อนแสง พึมพำบทสวดคล้ายคนละเมอ
เรมิโอกัดฟันวิ่งลากจูเลียน่าและวิเวียน่าลงไปยังชั้นล่างสุดของฐาน
ในขณะที่สามคนเดินลับไปในความมืดเด็กชายลูซิโอซึ่งหมดสติอยู่ในที่ปลอดภัยเบิกตาขึ้นอีกครั้ง…แสงสีเงินจากดวงตาเขาเปลี่ยนเป็สีทองชั่วขณะ —เหมือนใครบางคนภายในกำลังตื่นขึ้น…
เสียงะเิตามมาเป็ระยะอาคารเริ่มทรุดตัวลงบางส่วน
วิเวียน่าพยายามเปิดประตูห้องใต้ดินพลังงานสำรองแต่ระบบล็อกอัตโนมัติไม่ตอบสนอง
“เดี๋ยวฉันจัดการเอง!”จูเลียน่าวางฝ่ามือลงบนแผงควบคุม
แสงสีฟ้าจากฝ่ามือของเธอส่องสว่างวงจรระบบสแกนเปลี่ยนเป็สีเงิน และประตูโลหะเลื่อนเปิดอย่างช้า ๆ
จบ ตอนที่ 8
( 27 ต.ค. 68 )