บทที่10 มีคนหมั่นไส้
“คุณศิลาครับ เอกสารสรุปการประชุมของเมื่อวานนี้ครับ”ปีย์ชนกรีบยื่นข้อมูลที่เขาแทบจะอดหลับอดนอนทำจนเสร็จเข้ามาให้ศิลาด้วยความตื่นเต้นเขาค่อนข้างมั่นใจทีเดียวก็ข้อมูลดังกล่าวจะต้องได้รับคำชมจากชายตรงหน้าและนั่นทำให้ปีย์ชนกได้แต่ทอดสายตามองอย่างมีความหวังและรอคอยคำชมดังกล่าว
ศิลาเงยหน้าขึ้นมองปีย์ชนกอย่างเพ่งพินิจอีกครั้งเขาหรี่ตาลงเล็กน้อยอย่างคนกำลังใช้ความคิด ศิลาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อมองคนตรงหน้ากลับรู้สึกคุ้นเคยแต่ในขณะเดียวกันก็กลับรู้สึกขัดเคืองใจอย่างช่วยไม่ได้เช่นกันภาพเงาสะท้อนของคนในใจทำให้ศิลาถึงกับสะบัดหน้าหนีพร้อมพ่นลมหายใจแรงออกมาอีกครั้ง
ศิลาตั้งสติกลับมาก่อนจะยกมือขึ้นหยิบเอกสารตรงหน้าขึ้นมาอ่านอย่างตั้งใจ เขาเลิกคิ้วขึ้นอย่างสนใจข้อมูลด้านในสามารถสรุปประเด็นสำคัญของการประชุมออกมาได้อย่างครบถ้วนและเรียบร้อยทำให้ศิลาแอบนึกชื่นชมปีย์ชนกขึ้นมาอย่างลืมตัว ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยอย่างรู้สึกพึงพอใจ
“เอาล่ะ...นายออกไปได้แล้ว” ศิลากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบออกจะห้วนเสียด้วยซ้ำ
ปีย์ชนกแอบลอบถอนลมหายใจออกมาอีกครั้งพร้อมมองค้อนชายตรงหน้าในทันที อะไรกัน...เขาอุตส่าห์อดตาหลับขับตานอนทำเอกสารออกมาอย่างสุดกำลังแต่กลับได้รับเพียงท่าทีเฉยชาเหมือนเช่นเคย
ปีย์ชนกหันหลังเดินเตรียมเดินออกจากห้องไปแต่ทันใดนั้นเขาก็แทบจะไม่อยากเชื่อหู เมื่อเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “ครั้งนี้คุณทำได้ดีมาก”
ปีย์ชนกได้ยินเช่นนั้นก็ตาลุกวาวอย่างรู้สึกตื้นตันใจคำชมนั้นทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง นี่เป็ครั้งแรกที่ศิลาเอ่ยปากชมเขาอย่างจริงจังปีย์ชนกรีบหันหลังกลับมามองศิลาอีกครั้งแต่ก็พบว่าศิลากลับก้มหน้าก้มตาดูเอกสารตรงหน้าอย่างไม่ได้สนใจเขาอีกปีย์ชนกอมยิ้มออกมา เอาน่า แค่นี้ก็ถือว่าก้าวหน้ามากแล้ว ปีย์ชนกปลุกปลอบตนเองก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินออกไปด้วยท่าทางร่าเริง
เมื่อเสียงประตูปิดลง ศิลาก็ชะงักปากกาในมือก่อนจะวางลงกับโต๊ะตรงหน้า เขาถอนหายใจอีกครั้ง พร้อมเอนกายลงแนบกับพนักเก้าอี้เขาหลับตาลงอย่างช้าๆ พร้อมกับความคิดมากมายที่เริ่มพรั่งพรูออกมา
เมื่อกลับมาถึงโต๊ะทำงานของตนเอง ปีย์ชนกลงมือหยิบเอกสารของบริษัทขึ้นมาทำความเข้าใจอีกครั้งเขาอยากพิสูจน์ตนเองให้พี่ศิลาได้เห็นว่าเขานั้นมีความสามารถมากแค่ไหน ปีย์ชนกอดที่จะรอคอยคำชมจากพี่ศิลาในครั้งต่อๆไปจนแทบอดใจไม่ไหว
ในขณะที่ปีย์ชนกกำลังจดจ่ออยู่กับการทำงานเขาก็รู้สึกได้ถึงสายตาที่จับจ้องมา เขาเงยหน้าขึ้นมองก็พบว่าลิลลี่ยืนอยู่ที่หน้าประตูห้องทำงานของเขาใบหน้าสวยเฉี่ยวคมนั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ปีย์ชนก...นายนี่มันจริงๆ เลยนะ”ลิลลี่พูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความขุ่นเคือง “เพิ่งมาทำงานไม่กี่วันก็ทำตัวสนิทสนมกับคุณศิลาจนออกหน้าออกตา คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะกลายเป็คนโปรดของคุณศิลาเหรอ”
ปีย์ชนกขมวดคิ้วด้วยอย่างนึกรำคาญใจ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมลิลลี่ถึงเอาแต่จ้องจับผิดเขาเช่นนี้ไปได้“ผมก็แค่ทำหน้าที่ของผมเท่านั้น” ปีย์ชนกยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและสุภาพ
“ปีย์...นายไม่ต้องมาทำเป็ไม่ไขสือเลย”ลิลลี่เดินเข้ามายืนที่ด้านหน้าโต๊ะทำงานของปีย์ชนก พร้อมกอดอกและมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม“อย่าคิดว่าฉันจะตาบอดนะ เวลานายอยู่กับคุณศิลา สายตาที่มองคุณศิลา...เชอะ...อย่าให้ฉันพูดให้กระดากปากเลยเอาเป็ว่านายหัดเจียมตัวไว้หน่อยก็ดี อะไรที่ไม่ควรคิดก็หยุดเสีย”ลิลลี่เว้นคำพูดไปเล็กน้อย ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม “สายตาแบบนั้น...มันไม่ธรรมดาเสียหน่อย”
คำพูดของลิลลี่ทำให้ปีย์ชนกเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงเขาไม่คิดว่าใครจะสังเกตเห็นความรู้สึกที่เขามีต่อศิลาไปได้ “คุณลิลลี่...ผมว่าคุณคิดมากเกินไปแล้วผมก็แค่....”
“โอ๊ย...พอเถอะ...ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวของนาย”ลิลลี่ตัดบทอย่างไม่ไยดี “ฉันจะบอกอะไรคุณให้นะปีย์...คุณศิลาเขาไม่ชายตามองนายหรอก...และที่นี่ก็ไม่ใช่ที่สำหรับเด็กเส้นอย่างนายด้วยเช่นกัน”
คำพูดของลิลลี่ราวกับมีดแหลมที่ทิ่มแทงหัวใจของปีย์ชนกความรู้สึกดีๆ ที่เพิ่งก่อตัวขึ้นเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเหลือเพียงความกังวลและความไม่สบายใจเข้ามาแทนที่
ปีย์ชนกถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้ว่าเขาจะรู้ว่าลิลลี่ไม่ค่อยชอบหน้าเขาเท่าใดนักแต่เมื่อเขาถูกกัดแขวะเช่นนี้ ปีย์ชนกก็เริ่มไม่พอใจขึ้นมาเช่นกัน
“พี่ลิลลี่...ผมขอตัวทำงานก่อน” ปีย์ชนกตัดบทออกไปด้วยท่าทางขุ่นเคืองเขาไม่อยากให้คำพูดของลิลลี่มาบั่นทอนความตั้งใจของเขาเขาจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขามีความสามารถและจะต้องประสบความสำเร็จได้จงได้ส่วนเื่พี่ศิลา...เฮ้อ...ถึงยังไงความรู้สึกผูกพันนี้ก็คงไม่สามารถตัดขาดไปจากใจของเขาได้เช่นเดียวกัน
ในระหว่างนั้นเองลิลลี่ที่กำลังจะอ้าปากเพื่อพูดต่อก็หยุดชะงักลง เมื่อประตูเปิดออกพร้อมร่างของศิลาที่ก้าวออกมาด้านนอกเขาปรายตามองไปยังคนทั้งสองเล็กน้อย ก่อนจะหันความสนใจกลับมาที่ปลายสาย “ครับแม่...ไม่ต้องห่วงนะครับ...ครับผมจะรีบกลับไปนะครับ” ศิลาพูดคุยด้วยน้ำเสียงที่ดูอ่อนโยนผิดปกติ
เมื่อศิลาวางสายลง เขาก็หันมาหาเลขาทั้งสองอีกครั้ง“ลิลลี่...วันนี้มีธุระคงไม่กลับเข้ามาแล้ว...ถ้ามีอะไรเร่งด่วนก็โทรหาผมได้ทันที”
“ค่ะ...คุณศิลา” ลิลลี่เปลี่ยนสีหน้าจากหน้ามือเป็หลังมือเธอรับคำอย่างว่าง่าย
ท่าทีที่เปลี่ยนไปของลิลลี่ทำเอาปีย์ชนกอดที่จะหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้เขาแอบเบ้ปากออกมาอย่างลืมตัว แต่แล้วปีย์ชนกก็ต้องยิ้มแหยออกมาเมื่อเห็นสายตาคมกริบของศิลาปรายตามองมาที่เขาปีย์ชนกกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ ก่อนจะก้มหน้าหลุบต่ำลงอย่างไม่กล้าสบตากับเขาอีกราวกับคนที่ทำผิดและถูกจับได้เสียแบบนั้น