ณ โลกแห่งความตาย
เหล่าเทพเ้าระดับล่างผู้เบื่อหน่าย ต่างกำลังเคลื่อนไหวร่างกายอย่างเชื่องช้า
ทิวแถวของดวงิญญา ต่างยังคงเข้าเรียงอย่างเป็ระบบระเบียบดั่งเช่นเคย
ไม่มีิญญาตายดวงไหนจะโง่งมพอต่อต้านเหล่าผู้คุมที่เป็เทพเหล่านี้
ดังนั้นนี่จึงเป็งานที่น่าเบื่อยิ่งนัก
“ไม่มีอะไรสนุกให้ทำเลยดอกหรือ? ”
เทพผู้ไร้หน้าได้เอยอย่างเลื่อนลอย
“ดูโลกคนเป็แก้เซ็งไหมละ? ”
เทพผู้ไร้แขนอีกตนได้เสนอความเห็น
“หรือว่าจะสร้างภัยพิบัติเล่นดี? ”
เทพผู้ไร้ขาได้เสนออีกความเห็นด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม
แต่เทพทั้งสามองค์กลับรู้สึกว่าไม่มีสิ่งใดในข้อเสนอเ่าั้ที่น่าสนใจเลยสักนิด
ระหว่างที่เทพไร้หน้าจ้องมองทิวแถวของดวงิญญาชั้นต่ำ เขาก็ได้ไอเดียบางอย่างขึ้นมา
“พวกแกคิดว่าสิ่งมีชีวิตใดแข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล? ”
เป็เทพไร้หน้าที่ยิงคำถามขึ้นมา
“ข้าเองก็ไม่รู้”
“งั้นพวกเรามาสร้างโลกจำลอง แล้วให้ไอดวงิญญาพวกนั้นมาทำาเล่นกันดีไหม? ”
“น่าสนใจดีนี่”
แทพไร้ขาตอบรับเห็นด้วยกับความคิดนี้
“เดียวเทพระดับสูงก็ได้เล่นงานพวกเราหรอก”
แต่เทพไร้แขนรีบส่ายหัวอย่างหวาดกลัว
“กลัวไปได้เอ็ง ดวงิญญาจากโลกคนตายมีนับพันล้านไม่อาจนับไหวจากทั่วทั้งจักรวาล พวกเราแค่หยิบสุ่มมาเผ่าละล้านดวงิญญา แล้วสร้างโลกจำลองให้พวกมันทำาเพื่อหาสุดยอดสิ่งมีชีวิตกันดีกว่า? ”
“ใช่ ๆ ดึงสุ่มมาสักหกเผ่าพันธ์ุ ผู้ทรงปัญญาสอง ผู้เปี่ยมไปด้วยพลังสอง และผู้คงชีวิตได้ทุกสภาวะแวดล้อมอีกสองเป็ยังไงละ? ”
“เออ ข้า…”
““น่าสนุกออก! ””
ด้วยการรบเร้าของเทพทั้งสององค์ เลยทำให้เทพไร้แขนยอมรับข้อเสนอของเทพทั้งสอง
พวกเขาได้หลบเลี่ยงสายตาของเทพระดับสูง
ใช้อำนาจสร้างโลกจำลองขนาดเล็กขึ้นมา
แสงสว่าง มายามิติ ธรรมชาติที่จำเป็ต่อชีวิต
รวมไปถึงวางกฏเล็กน้อย เพื่อบีบบังคับให้ทั้งหกเผ่าที่พวกเขาสุ่มเลือก ต้องทำากันเอง
เกิดแสงสว่างปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า
โลกที่มีรูปร่างแบนราบ และถูกสร้างมาอย่างหยาบได้ถือกำเนิดขึ้น
คริสตั้นทั้งหกอันเป็บ่อกำเนิดชีวิตของทั้งหกเผ่าได้ถูกวางรากฐานลงไปบนโลกนั้น
ผืนทะเลได้ถูกจัดวางลงไปอย่างไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ
อากาศ อาหาร และสิ่งแวดล้อมจำเป็ได้ถูกสร้าง เพื่อให้เผ่าทั้งหกอาศัยอยู่ได้
เผ่าทั้งหกได้ถูกเลือกสรรค์ แล้วส่งลงไปถือกำเนิด
มอบร่างที่ไม่มีวันแก่ และคงรูปลักษณ์ใน่วัยที่เหมาะแก่การต่อสู้ให้พวกเขา
มอบความทรงจำ เพื่อให้พวกเขารู้จักต่อสู้นับแต่ที่ก่อกำเนิด
เพื่อไม่ให้เหล่าเทพระดับสูงรู้ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จึงได้ถูกสร้างให้เป็วัฐจักรปิดภายในโลกแห่งนี้
ไม่มีซึ่งอวกาศ และกาลเวลาของโลกภายนอก
เป็เสมือนมิติที่แปลกแยกออกมาอย่างชัดเจน
ไม่มีการถือกำเนิดของบุตร เพราะดวงิญญาที่ถูกฆ่าตาย จะก่อร่าง สร้างใหม่ด้วยคริสตั้นทั้งหกที่เทพไร้หน้า เทพไร้แขน และเทพไร้ขาได้รังสรรค์สร้างเอาไว้
เพื่อให้เผ่าทั้งหกต้องเข่นฆ่าทำากัน เหล่าเทพทั้งสามจึงตั้งกฏอันน่ากลัวขึ้น
หนึ่งคือการวางระบบทรัพยากรณ์
แผ่นดินของโลกนี้ มิใช่ทรงกลม หากแต่เป็โลกที่แบนราบ
หากวิ่งออกนอกขอบเขตมิติ มันผู้นั้นจะถูกแรงดันมหาศาลบีบอัดจนตายลง
และแต่ละเผ่าก็มีการกิน และความ้าทรัพยากรณ์ที่แตกต่างกัน
รวมไปถึงสภาพแวดล้อมของการดำรงชีพ
เพราะแต่เดิมก็เป็สิ่งมีชีวิตที่มาจากดวงดาวที่ต่างกันอยู่แล้ว
ดังนั้น หากใครครองดินแดนได้มาก พวกเขาก็จะมีทรัพยากรณ์ในการดำรงชีพมากตาม
การแก่งแย่งจึงบังเกิด
ไม่มีใครยอมให้เผ่าพันธุ์ตัวเองอดยากแร้นแค้นแน่นอน
สองคือการกำหนดวันสิ้นโลก
ดินแดนทั้งหกจะถูกแบ่งออกเป็สัดส่วนเท่า ๆ กัน
ทั้งแม่น้ำ อากาศ และหุบเขา
แผ่นดิน ผืนป่า และผืนทะเล
แผ่นดินทั้งหก จะถูกกรัดกร่อนให้ลดลง
พวกเขาจะถูกบีบคั้นให้ทำาเพื่อแย่งชิงแผ่นดินซึ่งกันและกัน
สามคือการเปิดทางรอด
เทพทั้งสามได้แสดงปาฏิหาริย์ของเทพให้พวกสัตว์ผู้ทรงภูมิปัญหาทั้งหกเผ่า
ทำให้หลงเชื่ออย่างโง่งมว่าตัวเองต้องทำลายศัตรูต่างเผ่า
“หนทางการหยุดยั้งจุดจบของโลก มีเพียงแค่ทำลายคริสตั้นแห่งชีวิตของต่างเผ่าเท่านั้น เพราะพลังของคริสตั้นทั้งหก มีมากเกินไปจนกลืนกินแผ่นดินของโลกนี้”
นั่นคือสิ่งที่เหล่าเทพทั้งสามได้แสดงปาฏิหาริย์ลงไป
ด้วยความที่โลกนี้มิอาจให้กำเนิดบุตรตามธรรมชาติได้ เพราะถูกอำนาจของเทพเข้าขัดขวาง
คริสตั้นแห่งชีวิตจึงเปรียบได้ดั่งชีวิตของพวกเขา
พวกเขาจะปกป้องคริสตั้นของตนอย่างสุดชีวิต
และในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็จะทำาอย่างสุดชีวิตเพื่อทำลายคริสตั้นของศัตรูต่างเผ่าพันธ์ุ
เมื่อวางรากฐานทุกอย่างพร้อมแล้ว เทพไร้หน้า เทพไร้แขน และเทพไร้ขาก็ได้ส่งดวงิญญาของทั้งหกเผ่าลงไปถือกำเนิดพร้อมความทรงจำ
เผ่า [มนุษย์] จากดาวที่ชื่อว่าโลก ตัวแทนของสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนมสองขา ที่ทรงภูมิระดับกลาง
เผ่า [ภูติ] จากดาวสีเขียวในอีกระบบกาแล็คซี่ ตัวแทนของสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนมสองขา ที่ทรงภูมิระดับสูงซึ่งร่างกายอ่อนแอ
เผ่า [ั์] จากดาวที่แห้งแล้งและโหดร้าย ตัวแทนของสิ่งมีชีวิตเลี้ยงลูกด้วยนมสองขา ที่ทรงภูมิระดับกลางซึ่งมีร่างกายอันแข็งแกร่งเป็จุดขาย
เผ่า [อาร์โธรโพดา] จากดาวที่เต็มไปด้วยดิน ตัวแทนของสิ่งมีชีวิตประเภทสัตว์ขาปล้อง (แมลง)
เผ่า [เผ่าปักษา] จากดาวที่เต็มไปด้วยมหาสมุทร ตัวแทนของสิ่งมีชีวิตที่ท้องฟ้า
และสุดท้าย เผ่า [โพรแคริโอต] ตัวแทนของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่ไร้ซึ่งสติปัญหาและความแข็งแกร่ง
“แด่เหล่าิญญาผู้ถูกเลือกทั้งหลาย จะมีเพียงเผ่าเดียวเท่านั้น ที่จะได้รับชีวิตใหม่”
“พวกเ้าคือผู้ที่ตายลง เป็ิญญาบาป และมิอาจได้รับชีวิตใหม่”
“นี่คือบทลงโทษของบาปที่พวกเ้าได้ก่อเอาไว้”
“จงต่อสู้เพื่อชีวิต”
“หากไม่ต่อสู้ ก็จงจมสู่ห้วงลึกแห่งขุมนรก มิอาจได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป”
เวทีาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว