“ฮ่าฮ่า นึกว่าข้าได้สังหารเ้าเนสริงเกอร์แห่งเนสทะเลน้ำลึกไปเมื่อ 20 ปีที่แล้วซะอีก… แต่ดูเหมือนมันจะยังมีชีวิตอยู่ และตายลงเมื่อ 7 ปีก่อนสินะ…ข้ายังจำได้เหมือนเกิดขึ้นเมื่อวานเลย… วันที่เ้าฉลามทมิฬชิงตาซ้ายข้าไป…” โอเรก้อน หัวหน้าใหญ่แห่ง ARPD พูดติดตลกท่ามกลางความตึงเครียดของเ้าหน้าที่คนอื่น เพราะพวกเขาต้องรีบหาข้อสรุปว่าจะแช่แข็งเลเวียร์ สกายเรสเซอร์หรือไม่ และต้องรีบตัดสินใจโดยด่วน ก่อนที่เนสริงเกอร์เกิดใหม่คนนี้จะได้สติอีกครั้งพร้อมกับพลังมนตราที่มากเกินกว่าโหลแก้วผนึกมนตราจะรับไหว
“ผมเสนอให้แช่แข็งสกายเรสเซอร์ครับ” หนึ่งในเ้าหน้าที่พูดแทรกขณะที่โอเรก้อนกำลังย้อนวันวานที่เขาเคยต่อสู้กับเนสริงเกอร์แห่งน้ำทะเลลึกคนก่อน “ไม่มีอะไรรับประกันว่าสกายเรสเซอร์ในตอนนี้จะอยู่ฝ่ายเดียวกับเรา… เพราะเขาเอง ย่อมได้รับความทรงจำจากเนสริงเกอร์คนที่แล้วด้วย…”
“ผมเห็นด้วยครับ”
“ดิฉันด้วยค่ะ…”
“อืม…”
เ้าหน้าที่ระดับสูงในที่ประชุมเกินครึ่งต่างลงความเห็นว่าควรจับเลเวียร์ใส่โหลแล้วแช่แข็ง พวกเขาอยากตัดไฟแต่ต้นลม ไม่้าให้เลเวียร์กลายเป็ตัวสร้างหายนะในอนาคต หรือร้ายกว่านั้น เขาอาจหันไปเข้าร่วมกับองกรณ์ริงเกอร์ชั่วร้ายอย่างเนตรสีชาดและกลายเป็ศัตรูตัวฉกาจของARPD โอเรก้อนตระหนักถึงปัญหานี้ดีเพราะเขาเองก็ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน สูญเสียเพื่อนและลูกน้องมากกว่าใครในห้องประชุมแห่งนี้ แม้เขาจะได้ชื่อว่าเป็มนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่เนสริงเกอร์ก็ยังเป็ศัตรูตัวปัญหาสำหรับเขา หากกำจัดได้ก็ควรจะรีบกำจัด แต่ดวงตาขวาเพียงข้างเดียวของโอเรก้อนก็ไปสะดุดที่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ทางขวามือที่ใกล้ตัวเขามากที่สุด ชายผมทองกับดวงตาสีแดงที่สวมผ้าคลุมสีดำที่ปักสัญลักษณ์พระจันทร์เสี้ยวสีทองไว้กลางผืน เขานั่งเงียบขรึม เอามือที่สวมถุงมือสีขาวเท้าคางกับโต๊ะอย่างเหนื่อยหน่าย ไม่ได้แสดงความเห็นใด ๆ กับการลงทัณฑ์เนสริงเกอร์เกิดใหม่คนนี้แม้แต่น้อย
“เ้าเห็นด้วยกับคนเหล่านี้ไหม อลิเกีย?” ชายแก่ถามเขาประหนึ่งปรึกษากับลูกชายตัวเอง
“ผมไม่สนใจอยู่แล้วครับ…” ชายผมทองกล่าว “ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจแช่แข็งเขาหรือเลี้ยงเขาไว้ในฐานะเ้าหน้าที่ ARPD… ไม่ว่าทางไหนก็ไม่มีปัญหาสำหรับผมทั้งนั้น… เพราะถ้าวันหนึ่งเขาเกิดทรยศเราขึ้นมา”
“ผม… จะเป็คนฆ่าเขาเอง”
“ฮ่าฮ่า งั้นหรือ” โอเรก้อนหัวเราะชอบใจกับคำตอบของชายที่ชื่ออลิเกีย แม้จะได้ยินคำคัดค้านจากคนอื่นโดยรอบอยู่รำไร สุดท้าย เขาชูมือขวาขึ้นเป็สัญญาณบอกทุกคนว่าเขากำลังจะพูดอะไรบางอย่างที่สำคัญ
“ตัวข้านั้นมีคำตอบอยู่ในใจแล้ว… แต่ก่อนอื่น ข้าอยากฟังความเห็นของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ก่อน” โอเรก้อนชี้นิ้วไปที่ประตู “เรียก เ้าหน้าที่แกเร็ต และเ้าหน้าที่คลอเดีย เข้ามาข้างในได้…”
แอ๊ด…
ประตูบานคู่แง้มออก เ้าหน้าที่แกเร็ตและคลอเดียต่างเดินคู่กันจากประตูแล้วยืนทำความเคารพอยู่ที่หัวโต๊ะอีกฝั่ง
“แกเร็ต โฟลโคลเวอร์ … บอกข้าซิ… ว่าตอนที่เ้าจับกุมเลเวียร์ สกายเรสเซอร์ เขาทำท่าทางอย่างไร?” โอเรก้อนถามเ้าหน้าที่ผมดำ
แกเร็ตลังเลที่จะตอบ เพราะเลเวียร์ได้สลบไปก่อนที่เขาจะไปถึงอคาเดมี่
“เขากำลังปกป้องเพื่อนร่วมสถาบันของเขาค่ะ”
คลอเดียพูดโผลงในที่ประชุมในขณะที่ทุกคนกำลังรอฟังคำตอบจากแกเร็ต
“ปกป้องรึ?” หนึ่งในเ้าหน้าที่ระดับสูงถามกลับ “เธอรู้ได้ไงว่าเขากำลังปกป้องนักเรียนคนอื่นอยู่?”
“เพราะจากคำให้การของนักเรียนที่รอดชีวิต ต่างบอกว่า เลเวียร์ สกายเรสเซอร์ได้ใช้พลังที่พวกเขาไม่รู้จัก ต่อสู้กับรองหัวหน้าของเนตรสีชาด… เทียร์ ดีปฟอล… แต่สุดท้ายเขาพ่ายแพ้ค่ะ” คลอเดียเล่า “ตอนที่พวกเราพบเขา ร่างกายก็อยู่ในสภาพที่สะบักสะบอมเหมือนเพิ่งผ่านการต่อสู้อันหนักหน่วงมา สิ่งที่ทำให้เนสริงเกอร์ที่มีเกราะเวทมนต์หนาอย่างการ์ดน่าราชัน [Grand Guardna] าเ็ขนาดนี้ได้ ถ้าไม่ได้มาจากการต่อสู้กับเ้าหน้าที่ระดับชำนาญการพิเศษ ก็มาจากการต่อสู้กับเนสริงเกอร์ด้วยกันเองเท่านั้น”
“และนักเรียน 29 คนรอดชีวิต … ก็เพราะเลเวียร์ สกายเรสเซอร์ช่วยถ่วงเวลาสู้กับเทียร์ ดีปฟอลค่ะ”
ที่ประชุมตกอยู่ในภาวะเงียบสงัด แต่แล้วหนึ่งในเ้าหน้าที่ระดับสูงอีกคนก็พูดขึ้น
“ท่านครับ… ต่อให้ที่เ้าหน้าที่คลอเดียพูดเป็เื่จริง เขาอาจจะปกป้องนักเรียนคนอื่นอย่างไม่ได้ตั้งใจก็ได้ เพราะเพิ่งได้รับพลังมนตรามาใหม่ ๆ อาจจะยังสับสน … แยกมิตรกับศัตรูไม่ออก… แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาได้สติสัมปชัญญะครบถ้วนและมีความทรงจำของเนสริงเกอร์คนที่ท่านสังหาร เขาไม่มีทางอยู่ฝ่ายพวกเราหรอกครับ!”
“ใช่ครับหัวหน้า ได้โปรดทบทวนให้ดีด้วยเถอะครับ”
“ดิฉันเห็นด้วยค่ะ…”
เสียงส่วนใหญ่ยังคงคัดค้าน แม้จะได้ฟังเื่ราวจากปากของคลอเดีย นั่นทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดไม่น้อย
“หึหึ นั่นสินะ… ถ้าพ่อหนุ่มสกายเรสเซอร์ได้ความทรงจำจากเนสริงเกอร์ที่เคยสู้กับข้ามาก่อน เขาคงชิงชังข้าน่าดู คงไม่ยอมทำตามคำสั่งแน่…” โอเรก้อนตรึกตรองอย่างถี่ถ้วน
“เราจะแช่แข็งเขาก็ได้ครับ”
แกเร็ตพูดเสียงดังดึงความสนใจจากทุกคน คลอเดียที่พยายามพูดเกลี้ยกล่อมให้เ้าหน้าที่ระดับสูงตัดสินใจเลี้ยงเลเวียร์ไว้ถึงกับตะลึงเมื่อแกเร็ตพูดสิ่งที่ตรงข้าม
“แต่หัวหน้าโอเรก้อน… ท่านคงรู้ใช่ไหมครับว่าเนสริงเกอร์ที่บุกสถาบันวิจัยริงเกอร์สาขาฝั่งตะวันออกเมืองลูมอส ที่ฆ่านักวิจัยผู้ไร้ทางสู้ไปกว่าร้อยคน สังหารเ้าหน้าที่ ARPD ระดับสูง ไป 35 คน ในคืนเดียวกันนั้น… คือ ฮันเดรด เลค [Hundred Lake]… เนสริงเกอร์แห่งเนสถ้ำใต้ดิน…”
“ผู้ที่เ้าหน้าที่ ARPD รุ่นก่อนจับกุม และดองเขาไว้เมื่อ 110 ปีที่แล้ว”
ทุกคนในห้องประชุมต่างมองหน้ากัน
“เมื่อ 110 ปีก่อน … ตอนนั้น เ้าหน้าที่ ARPD ที่ร่วมกันตัดสินใจก็คงคิดแบบเรา และท้ายสุดพวกเขาเลือกแช่แข็งฮันเดรดไว้… แต่ร้อยปีถัดมา สถานที่เก็บฮันเดรดก็ถูกเนตรสีชาดบุกและพวกมันช่วยเขาออกจากโหลผนึก … ตอนนี้ฮันเดรดเคียดแค้นมนุษย์ยิ่งกว่าริงเกอร์ทุกตนบนโลกนี้ และกลายเป็หัวหอกของเนตรสีชาดที่พร้อมจะพลีชีพเพื่อกวาดล้างมนุษย์อย่างไร้ความปราณี”
“ถ้าเลเวียร์ สกายเรสเซอร์ถูกแช่แข็ง… แล้ววันหนึ่งเขาถูกชิงตัวไปโดยเนตรสีชาด… เขาจะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเข้าร่วมกับเนตรสีชาด และวันนั้นเอง… เราจะไม่ได้เจอเนสริงเกอร์แบบฮันเดรดแค่คนเดียว… แต่เป็สอง…”
“แต่…” แกเร็ตเว้นวรรค
“ถ้าตอนนี้เราเลี้ยงเขาไว้… อย่างน้อยเขายังมีโอกาสทบทวน และอาจกลายเป็หนึ่งในกำลังที่สำคัญของพวกเรา…” แกเร็ตแบมือชี้ไปทางชายผมทองที่นั่งเงียบขรึมั้แ่เขาและคลอเดียกฎตัว
“แบบเดียวกับเ้าหน้าที่ชำนาญการพิเศษระดับ S … อลิเกีย ริเวอร์รัน [S-Rank Special Officer Aligia Riverrun] … จันทราของพวกเรา…”
เ้าหน้าที่ในที่ประชุมคนอื่น ๆ ต่างคิดทบทวนกับการชี้แจงเหตุผลของแกเร็ต แน่นอนว่าในองกรณ์ ARPD ผู้ที่ทรงพลังที่สุด และแข็งแกร่งที่สุด คือ หัวหน้าใหญ่ โอเรก้อน ไฟร์ … ผู้ที่นำพาความหวังสู่สมรภูมิรบกับริงเกอร์ ดุจดั่งแสงสว่างสาดส่องไล่ความมืด เป็ดวงตะวัน [The Sun] แห่ง ARPD แต่กระนั้น ย่อมมีเวลาที่ดวงตะวันโคจรไปสาดส่องบริเวณที่มืดมิดอื่นบนโลก จนไม่อาจให้ความสว่างแก่โลกทั้งใบได้
จนกระทั่งมีอลิเกียร์ ริเวอร์รัน เนสริงเกอร์ผู้เข้าร่วม ARPD เมื่อไม่กี่ปีก่อน เขาได้ทำหน้าที่เป็แสงสว่างของ ARPD ยามที่ดวงตะวันอย่างโอเรก้อนไม่อยู่ … เป็ จันทรา [The Moon] ที่ทำหน้าที่ให้ปัดเป่าความมืดแทนดวงตะวัน
“ได้โปรดพิจารณาด้วยครับ!” แกเร็ตเอาแขนซ้ายไขว้หลัง มือขวาทาบอกไว้ ทำท่าแสดงความเคารพต่อเ้าหน้าที่ระดับสูงทุกคนในที่ประชุม แต่ละคนต่างชะเง้อมองไปยังชายชราผู้มีหัวดุจดั่งสิงโตตาเดียวที่นั่งวิเคราะห์อยู่ั้แ่เมื่อครู่
“เอาล่ะ… ข้าตัดสินใจแล้ว…”