หลงเฟยเตรียมอาหารให้องค์หญิง 1 ชุดตามที่พระองค์สั่ง โดยได้เพิ่มไข่ต้มลงไปในชุดอาหารให้องค์หญิงได้ลองชิมด้วย และเขาก็ไม่ลืมที่จะชงไมโลที่เขาซื้อมาเพิ่มไปให้องค์หญิงโดยไม่ต้องให้องค์หญิงต้องกล่าวทวงอีก ส่วนพวกลีมูนที่เห็นว่าองค์หญิงเสด็จมาแล้ว จึงรีบกินอาหารตรงหน้าด้วยความรวดเร็วจนหมด และมาสลับหน้าที่ขายของแทน เพื่อให้หลงเฟยได้เตรียมอาหารและดูแลองค์หญิงได้อย่างเต็มที่ หลงเฟยยกอาหารที่ถูกจัดไว้ในจานอย่างสวยงามมาวางตรงหน้าองค์หญิงน้อย พร้อมกับแก้วไมโลร้อนๆ องค์หญิงมองด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะหยิบแก้วมาดื่มเป็นสิ่งแรก “อืม... รสชาติแปลกมาก แต่นับว่าอร่อย เจ้าสิ่งนี้เรียกว่าอะไร” องค์หญิงได้ชิมก็รู้สึกติดจน เอ่ยปากถามชื่อของสิ่งที่ทรงดื่มอยู่“สิ่งนี้เรียกว่า ‘ไมโล’ พะยะค่ะ”“ชื่อประหลาดนัก อ้อ เจ้าไม่ต้องอยู่ดูแลข้าหรอก ไปทำงานของเจ้าเถอะ แต่เตรียมอาหารไว้อีก 2 สำหรับด้วย วันนี้เสด็จพ่อกับเสด็จแม่มาไม่ได้ เราจะนำไปฝากพวกท่าน” องค์หญิงปล่อยให้หลงเฟยกลับไปทำงาน โดยไม่ลืมที่จะสั่งอาหารไปเผื่อพระบิดา พระมารดา“พะยะค่ะ” หลงเฟยตอบรับ พร้อมกับโค้งคำนับ ก่อนจะเกินกลับไปขายของต่อ วันนี้ร้านของหลงเฟยขายดีมากขึ้นเป็นพิเศษ เนื่องจากมีเมนูใหม่มาขายเพิ่ม ทั้งไข่ต้ม ไข่ลวก และไมโล รวมถึงมีชาวบ้านบางคนที่ติดใจกาแฟ เพราะทำให้ไม่ง่วงระหว่างวัน ต่างก็พอกันกลับมาซื้ออีก ทำให้วันนี้ในร้านก็ยังดูคึกคักไม่เปลี่ยน หลังจากส่งองค์หญิงกลับพร้อมอาหาร 2 สำรับ รวมถึงขายอาหารจนหมด หลงเฟยก็ให้พวกลีมูนกลับไปพักผ่อนก่อน เนื่องจากช่วงสิบเอ็ดโมงต้องกลับมาช่วยกันเตรียมอาหารสำหรับแจกชาวบ้านอีก ก่อนที่หลงเฟยจะจัดการเก็บกวาดร้านต่อคนเดียวจนเสร็จ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยหลงเฟยก็ไปฝึกร่างกายต่อที่ค่ายทหาร โดยแวะเข้าไปแจ้งมาร์ก่อนว่า วันนี้เขาคงต้องออกจากค่ายก่อนเวลาเหมือนเดิม โดยที่มาร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร ทั้งยังบอกว่าจะกระจ่ายข่าวให้กับเหล่าทหารในค่ายเหมือนเดิม รวมถึงไม่ลืมกำชับให้รีบกลับมาฝึกหากจัดการทุกอย่างที่ร้านเรียบร้อยแล้ว การฝึกช่วงเช้าวันนี้ไม่ได้มีอะไรมากนัก แต่ที่แปลกกว่าทุกคนคือมีนายทหารหลายคนแวะเข้ามาทักทายหลงเฟยไม่ขาดสาย ทั้งออกปากชมรสชาติอาหาร ทั้งขอบคุณที่ทำอาหารมาแจกจ่ายทุกคน จนเมื่อใกล้ถึงเวลานัดแล้ว หลงเฟยจึงขอตัวออกจากค่ายทหารไปเตรียมอาหาร เมื่อมาถึงที่ร้าน หลงเฟยก็พบว่าพวกลีมูนมารออยู่แล้ว เพียงแต่วันนี้กลับมากันแค่ 3 คน “อ่าว พี่อารีนไปไหนหรอครับ” หลงเฟยเอ่ยถามถึงคนที่ไม่ได้มา“ถูกทางการเรียกตัวเข้าวัง” มิเชลตอบสั้นๆ“เอ๋ เกิดอะไรขึ้นหรอครับ” หลงเฟยถามอย่างสงสัย“พวกข้าก็ยังไม่รู้เหมือนกัน รู้แค่ว่าทางการเรียกตัวนักเวทรักษาทุกคนให้เข้าวังน่ะ” ลีมูนอธิบายต่อ“ครับ” หลงเฟยฟังพร้อมกับพยักหน้าไปด้วย เนื่องจากวันนี้ลูกมือขาดไป 1 คน ทำให้ทุกคนช่วยกันทำอาหารอย่างเร่งมือ เพราะกลัวจะเสร็จไม่ทักเวลาเที่ยงวันตามที่นัดแจกอาหารเอาไว้ หลงเฟยนำข้าวมันที่ทำไว้เวลามาอุ่นให้ร้อน พร้อมกับตั้งเตาต้มไก่ ในระหว่างรอไก่สุก หลงเฟยก็ให้พวกลีมูนช่วยกันจัดโต๊ะวางอาหารเป็นสามโต๊ะ สำหรับวางข้าว วางไก่ต้ม และโต๊ะสุดท้ายวางแตงกวา ต้นหอมผักชี รวมถึงน้ำจิ้มข้าวมันไก่ ยังไม่ถึงเวลาเที่ยงดี ข้าวมันไก่ชุดแรกก็ถือเตรียมวางไว้ที่โต๊ะพร้อมแล้ว โดยยังมีอบอยู่บนเตาอีกชุด ซึ่งนี้นี้ก็เริ่มมีชาวบ้านมารอรับอาหารกันบ้างแล้วประปราย ลีมูนจึงบอกให้ทุกคนต่อแถวเข้ามารับอาหารก่อนได้เลย ค่อยๆ ทยอยตักกันก่อน จะได้ไม่วุ่นวาย “องค์ราชาเสด็จแล้ว!!!”เวลาเที่ยงตรงองค์ราชา องค์ราชินี และองค์หญิงน้อยก็เสด็จมาถึงที่ร้าน ก่อนจะเข้าไปประทับรอในห้องรับรอง “เจ้าไปเตรียมอาหารให้องค์ราชาเถอะ วันนี้มีแค่ 3 โต๊ะ พวกข้าก็มี 3 คนพอดี เดี๋ยวทางนี้พวกข้าจัดการเอง” ลีมูนรีบไล่ให้หลงเฟยไปเตรียมอาหารให้องค์ราขา เพราะไม่อยากให้พวกพระองค์รอนาน“ถ้าอย่างนั้นรบกวนพวกพี่ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ” หลงเฟยเตรียมข้าวมันไก่สามจานที่โรยหน้าด้วยต้นหอมผักชี และจัดวางแตงกวาไว้ข้างๆ จานอย่างสวยงาม เขาวางทั้ง 3 จานลงบนถาด ก่อนจะยกเข้าไปเสิร์ฟด้านในห้องรับรอง แต่ก่อนจะได้ก้าวเข้าไปในห้องรับรองนั้น หลงแฟยก็ได้ยินเสียงพูดคุยกันดังลอดออกมาจากในห้อง ในตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่หัวข้อสนทนาที่ได้ยินมันไปกระตุ้นความอยากรู้ของเขาเข้าพอดี ทำให้หลงเฟยอดไม่ได้ที่จะหยุดฟังเล็กน้อย “วันนี้หม่อมฉันเห็นนักเวทรักษาถูกเรียกตัวเข้าเฝ้ามากมาย เกิดเหตุอันใดขึ้นหรือเพคะ” เสียงองค์ราชีนีเอ่ยขึ้น“เมืองเวนนิสที่อนุชาเราปกครอง อยู่ๆ ก็เกิดโรคประหลาด เขาจึงส่งสารมาขอยืมกำลังนักเวทรักษาไปช่วยเหลือเพิ่มน่ะ”“โรคประหลาดอันใดกัน ถึงขั้นต้องขอระดมกำลังนักเวทรักษาจากเมืองข้างเคียง”“เราก็ยังไม่รู้แน่ชัดนัก แต่เราได้ส่งนักเวทรักษาไปช่วยแล้ว คาดว่าเหตุการณ์คงดีขึ้นในไม่ช้า” องค์ราชากล่าวเสียงนุ่ม อย่างไม่อยากให้องค์ราชินีและองค์หญิงน้อยต้องกังวล เมื่อเสียงสนทนาในห้องเริ่มเงียบลงสักพัก หลงเฟยจึงน้ำอาหารเข้าไปเสิร์ฟในห้องรับรอง “วันนี้ที่ร้านกระหม่อมมีเครื่องดื่มชนิดใหม่ ไม่ทราบว่าพระองค์ทั้ง 3 ต้องการเครื่องดื่มชนิดใดพะยะค่ะ” หลงเฟยกล่าวถาม ขณะวางจานลงตรงหน้าทั้ง 3 พระองค์“เรารับแบบเมื่อเช้า” องค์หญิงน้อยรีบกล่าวขึ้นมาเป็นคนแรก“เราขอเป็นกาแฟแบบเมื่อวานดีกว่า ผลลัพธ์ของมันดียิ่ง” องค์ราชากล่าวอย่างติดใจในผลลัพธ์ของกาแฟที่ทำให้พระองค์ไม่ง่วง และทรงงานได้มากขึ้น“อ้อ ถ้าอย่างไรเจ้าจัดเตรียมมาเพิ่มสักหลายชุดหน่อย เราอยากจะนำกลับไปไว้ดื่มที่วังในวันอื่นๆ ด้วย” องค์ราชากล่าวเสริมขึ้นมาอีก“ส่วนเราขอลองเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่เจ้านำมาให้องค์หญิงก็แล้วกัน” องค์ราชินีสั่งเป็นคนสุดท้าย“พะยะค่ะ” หลงเฟยรับคำ พร้อมโค้งคำนับ ก่อนจะเดินออกไปที่ร้านของเขา เพื่อชงเครื่องดื่มตามที่ทั้ง 3 พระองค์สั่ง หลงเฟยกลับเข้ามาในห้องรับรองพร้อมเครื่องดื่ม 3 แก้ว และกาแฟซองอีก 5 ซอง จากนั้นก็อธิบายวิธีการชงกาแฟให้องค์ราชาทราบ ก่อนจะอธิบายการวัตถุดิบและขั้นตอนการทำข้าวมันไก่ให้ทั้งสามพระองค์ฟังอย่างทุกๆ ครั้งที่ทรงมารับประทานอาหารที่นี่