บทที่29 ความแค้นหยั่งลึก
ไป๋เหิ่นซินมองภาพรอยยิ้มอันหยามเหยียดและสิ่งของที่ตกกระทบร่างของตนผ่านม่านโลหิตที่ไหลอาบดวงตาขวา นางไปทำอะไรให้พวกมันพวกมันถึงได้จงเกลียดจงชังราวกับนางไม่ใช่คนเช่นนี้ หรือนี่คือการแสดงออกของผู้ที่อยู่เหนือกว่าคนอื่น
ผู้ที่แข็งแกร่ง ผู้ที่มีพลังอำนาจ ผู้ที่มีวาสนาหรือพวกมันล้วนชำเลืองตาดูโลกไปทุกแห่งหน
โลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กเป็เช่นนี้สินะ!
จากเด็กน้อยฮุ่ยไป๋เริ่มกลับกลายเป็สตรีไร้ใจไป๋เหิ่นซินอย่างเต็มตัวก่อนหน้าในใจของนางยังมีความบริสุทธิ์ของคำว่าฮุ่ยไป๋เกาะกุมมิเคยจางหาย ทว่าบัดนี้ภายใต้รอยยิ้มอันหยามเหยียด ภายใต้การกลั่นแกล้งอย่างไร้คุณธรรม ภายใต้พลังอำนาจที่ครอบงำแลคุกคามจิตใจฮุ่ยไป๋ เด็กหญิงที่บริสุทธิ์สมวัยได้ถูกลบหายไปเสียสิ้น คงเหลือเพียงไป๋เหิ่นซิน สตรีผู้ไร้ใจและไร้ซึ่งประกายแสงในดวงตาไปแล้ว!
เห็นดวงตาที่จ้องเขม็งผ่านม่านโลหิตมองมาที่ตนมิวางตารอยยิ้มที่หยามเหยียดของคุณหนูตระกูลฉินก็กลับกลายเป็รอยยิ้มแห่งความชิงชังรังเกียจขั้นสุดนางมิเคยพานพบั์ตาที่แฝงด้วยแววความอาฆาตแรงกล้าขนาดนี้มาก่อน หากตรงหน้าเป็คุณหนูสูงศักดิ์จากตระกูลใหญ่นางคงหวาดผวาจนมิอาจก้าวขาออกไปได้แล้ว ทว่าสายตาคู่นี้กลับเกิดจากมุสิกที่ไร้หัวนอนปลายเท้าตัวหนึ่งเป็เพียงมุสิกที่ไร้ค่ากลับกล้าใช้สายตาเช่นนั้นกับหงส์ฟ้าอย่างนาง เช่นนั้นนางจึงคิดจะจัดการมุสิกตัวนี้ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด
แต่นางสูงส่งนัก จะให้มือเปื้อนเือันโสมมได้อย่างไร
สองนิ้วเรียวงามจึงกระดิกขึ้นอย่างแช่มช้อยสองบุรุษผู้เฝ้าประตูตาดีมองเห็นก็รู้ว่านี่คือสัญญาณให้ลงมือมิต้องปราณี พวกมันทั้งสองรู้ว่าคุณหนูตระกูลฉินมีโอกาสที่จะไปได้ไกลในเส้นทางแห่งวจนะมุทราจึงคิดประจบเอาใจ มิรอให้คนของคุณหนูตระกูลฉินผู้นั้นได้ขยับกาย พวกมันทั้งสองก็ชิงลงมือสั่งสอนไป๋เหิ่นซินในทันที!
ไป๋เหิ่นซินมิได้ฝึกวิชามาก่อน ซ้ำยังเพียงอายุย่างวัยสิบขวบได้ไม่นานความเฉียบไวในการจะเค้นพลังหรือผนึกท่ามุทราขึ้นมาย่อมเชื่องช้าติดขัด นางมิทันได้ยกมือฝ่ามืออันหยาบโลนของบุรุษเฝ้าประตูทั้งสองก็ต่างตบตีมาที่นางอย่างไร้ปราณีแล้ว
ไป๋เหิ่นซินล้มคะมำ ภาพที่เกิดขึ้นยิ่งชวนน่าหดหู่เห็นใจทว่านอกจากเสียงหัวเราะชอบใจ ยังจะมีหน้าไหนออกปากช่วยเหลือนาง
เด็กหญิงตัวผอมบาง ถูกระดมเตะ ตบ ตีทั้งฝ่ามือแลฝ่าเท้า ถูกสบทด่าหยาบคายลั่นอึงอน น้ำลายถูกบ้วนราดรดมิรู้ต่อกี่รอบ กระนั้นก็ยังไม่หนำใจของบุรุษผู้เฝ้าประตูทั้งสองแม้เพียงนิดพวกมันได้ทีเอาใจคุณหนูตระกูลฉิน ได้ทีว่าไม่มีใครห้าม ซ้ำยังมีแต่เหล่าคุณหนูคุณชายตระกูลใหญ่ให้ท้ายพวกมันจึงยิ่งลงมือราวกับเด็กหญิงผอมบางเป็สัตว์ป่าตัวหนึ่ง
บุรุษผู้ที่รับสมัครในคราวนี้เองก็นั่งแคะเล็บกระดิกเท้ามิใส่ใจหางตามองคุณหนูฉินพร้อมกระหยิ่มยิ้มย่องนึกถึงค่าตอบแทนก้อนโตที่จะได้รับหลังจากนี้เพียงเล่นงานขอทานไร้หัวนอนปลายเท้านางหนึ่งแต่ได้เงินขนาดนี้ เห็นทีจะมีก็แต่พวกเบาปัญญาเท่านั้นที่จะเมินเฉยไม่รับข้อเสนอ
ท่ามกลางเสียงตบตี ท่ามกลางเสียงครวญครางด้วยความเ็ปของเด็กหญิงร่างผอมบางและเสียงเฮฮาชอบใจของเหล่าคุณหนูคุณชายผู้มีตระกูล ท่ามกลางคนเหล่านี้ยังพอมีศิษย์แห่งวิหารมุทราผู้หนึ่งซึ่งเป็หนึ่งในผู้มาจัดระเบียบการรับศิษย์ใหม่ในครานี้ที่ออกหน้าอยู่บ้างมันทนเห็นภาพอันชวนหดหู่ต่อไปไม่ไหว มันจึงออกตัวมาห้ามบุรุษเฝ้าประตูทั้งสอง แต่ดูเหมือนว่ามันผู้นี้ก็ยังจะมีศักดิ์ฐานะด้อยกว่าจึงไม่เพียงจะขวางไม่ได้ ซ้ำยังถูกตราหน้าว่าเป็พวกอ่อนด้อยของนิกายและพลอยถูกเล่นงานไปด้วยหลายทีข้อหากล้าเสนอหน้ามาขัดคอพวกมันที่กำลังสร้างความดีความชอบ
“มีใครกล้าจะเสนอหน้าเข้ามาช่วยนังเด็กขอทานที่ไม่เจียมตัวผู้นี้อีกหรือไม่”
ดูเหมือนบุรุษเฝ้าประตูทั้งสองจะมีพลังฝีมือมิน้อยในวิหารมุทราเหล่าศิษย์คนอื่นจึงไม่คิดจะมาตอแยหรือขัดขวางมัน
แต่แล้วเมื่อเสียงฝีเท้าหนึ่งที่แ่เบาดังขึ้นพร้อมกับการเยื้อย่างที่เป็จังหวะผ่านมา เพียงเสียงอันแ่เบานี้บังเกิด เสียงหัวเราะเฮฮาก็ค่อยๆเงียบลงอย่างฉับพลัน ฝีเท้านี้ก้าวผ่านที่ไหน นอกจากน้ำเสียงของผู้คนจะหยุดชะงัก เสียงของเข่าที่คุกลงกับพื้นก็ดังขึ้นมาแทบจะในเวลาเดียวกัน
ความเปลี่ยนแปลงกระทันหันนี้ส่งให้บุรุษเฝ้าประตูสองผู้ต้องชะงักตามพร้อมหันกลับไปมองยังความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว พวกมันทั้งสองเห็นว่าคนมากมายที่อยู่ในที่นี้ต่างคุกเข่ากันอย่างพร้อมเพรียงแล้วมีเพียงบนทางที่ปูด้วยแผ่นศิลาขัดหยาบที่ทอดมาเท่านั้นจึงมีสตรีในอาภรณ์ขาวนางหนึ่งเดินอยู่
นางก็คือธรรมบาลมุทรา
ร้อยวันพันปีธรรมบาลมุทรามิเคยให้ความสนใจในการคัดเลือกศิษย์ใหม่เข้าสู่วิหารมุทราแม้เพียงครั้งทุกครั้งนางมิเคยย่างกรายผ่านสถานที่แห่งนี้ด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการที่นางพึ่งกลับมาจากการทำภารกิจสำคัญนางจึงยิ่งไม่น่ามาสถานที่แห่งนี้เป็ที่แรก ทว่าวันนี้สิ่งที่ไม่เคยเกิดกลับเกิด นางไม่เคยมานางก็มา!
หลายผู้เข้าใจว่าการที่นางมาที่นี่ด้วยตัวเองการที่นางยอมมาดูการรับศิษย์ครั้งแรก เป็เพราะในรอบนี้มีคุณหนูผู้มากด้วยพร์ผู้หนึ่งพึ่งสมัครมาซึ่งคนผู้นั้นก็มิใช่ใครที่ไหน ทุกผู้ล้วนคาดเดาแทบจะเป็เสียงเดียวกัน ในที่นี้จะมีใครที่มีพร์ฟ้าประทานจะมีใครที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม จุดชีพจรลมปราณพิเศษเปิดถึงสองจุดนับเป็คำยืนยันชั้นดีผู้มีเส้นชีพจรลมปราณแห่งราชันย์ คุณหนูแห่งตระกูลฉิน ฉินซูหนี่ว์ นับว่าคู่ควรให้ธรรมบาลมุทราต้องเดินทางมาด้วยตัวเองทั้งที่พึ่งกลับมาจากภารกิจอันสำคัญ
บุรุษเฝ้าประตูทั้งสองได้เห็นก็ต่างคุกเข่าในใจนึกยินดีที่สร้างความดีความชอบได้ถูกคน ครานี้พวกมันนับว่าได้สร้างความพึงพอใจแก่คุณหนูตระกูลฉินเป็อย่างมาก
ด้านฉินซูหนี่ว์นึกกระหยิ่มยิ้มย่องอีกหนจะมีกี่คนที่ทำให้ธรรมบาลมุทรามารับด้วยตนเอง คิดเช่นนั้นนางจึงลุกขึ้นแล้วเข้าไปคารวะตรงหน้าของธรรมบาลมุทราทว่ารอยยิ้มบนมุมปากของฉินซูหนี่ว์เป็ต้องแข็งค้าง เพราะนอกจากสายลมที่พริ้วผ่านแล้วแม้แต่หางตาของธรรมบาลมุทราก็มิได้เหลือบแลนางแม้เพียงเสี้ยววินาที ราวกับนางเป็เพียงมดปลวกที่มิควรค่าแก่สายตาตนหนึ่ง!
ครานี้หัวคิ้วของทุกผู้ต้องขมวดมุ่นในทันทีเช่นเดียวกับฉินซูหนี่ว์ที่นอกจากจะสงสัยแล้วก็ยังรู้สึกอับอายขายหน้าต่อทุกผู้ที่อยู่ในนี้หากธรรมบาลมุทรามิได้มาเพราะฉินซูหนี่ว์ แล้วนางมาที่นี่ทำไม?
จนกระทั่งฝีเท้าของธรรมบาลมุทราหยุดลง ความสงสัยของทุกผู้จึงเริ่มแปรเปลี่ยนเป็ความตกตะลึงชุดคลุมขาวบริสุทธิ์สูงส่งที่มิเคยแปดเปื้อนคราบความสกปรกใด จนราวกับว่าชุดสีขาวของธรรมบาลมุทรานี้หลุดพ้นจากโลกาไปแล้วเป็สิ่งที่สูงส่งแลศักดิ์สิทธิ์ไปแล้ว แต่สิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์นี้กลับกำลังคลุมลงบนตัวของขอทานน้อยที่ไร้หัวนอนปลายเท้าผู้หนึ่ง!
สีขาวแห่งความบริสุทธิ์กำลังแปดเปื้อนไปด้วยโลหิตที่ดูโสมมแต่เ่าั้กลับหาได้สร้างความใส่ใจต่อธรรมบาลมุทราไม่ สตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่รักษาอาภรณ์สีขาวให้บริสุทธิ์ไร้การแปดเปื้อนเสมอมานางกลับทอดทิ้งอาภรณ์ผืนนั้นอย่างไม่แยแส สมาธิทั้งหมดเพียงจดจ่ออยู่ที่ตัวของขอทานน้อยทำราวกับว่าสตรีนางนั้นเป็ลูกในไส้ก็ปาน
ดวงตาของธรรมบาลมุทราที่ใช้มองไป๋เหิ่นซินเปี่ยมไปด้วยแววความรักและยินดีอย่างปิดไม่มิดนางดีใจเป็อย่างมากที่เห็นเด็กหญิงตรงหน้ามาหาตนถึงที่นี่ดั่งใจหวัง แต่พอได้มองาแบนร่างอันผอมแห้งมองโลหิตที่หยาดไหล มองร่องรอยความระกำลำบากที่เด็กหญิงผู้นี้ได้รับมา ดวงตาของธรรมบาลมุทราก็ฉายชัดถึงแววแห่งจิตสังหารทันใด
จิตสังหารนี้แน่นอนว่านางมิให้กระทบต้องไป๋เหิ่นซินแม้เพียงปลายเส้นขนแต่จิตสังหารได้แผ่พุ่งไปยังทุกผู้แลเจาะจงไปที่บุรุษผู้เฝ้าประตูสองผู้อย่างมิหักห้าม!
บุรุษเฝ้าประตูััได้ถึงเงามรณะ รอยยิ้มยินดีที่คิดว่าตนเลือกข้างถูกต้องแข็งค้างขากรรไกรกระทบกันดังกึกๆ ขาสองข้างสั่นพร่ามิอาจยืนหยัด ความหวาดกลัวครอบงำในจิตใจใครจะคาดคิดว่าเพียงทำร้ายขอทานน้อยนางหนึ่งกลับกลายเป็ว่าไปสร้างความโกรธแค้นให้แก่ธรรมบาลผู้ยิ่งใหญ่ได้ถึงเพียงนี้
ไม่เพียงแต่บุรุษเฝ้าประตูสองผู้ไม่นึกคิดทุกผู้ที่อยู่ในนี้ ที่เคยรังแกแลชอบใจที่เห็นขอทานน้อยถูกเล่นงานก็มิอาจคาดคิด ความกลัวจึงพลันครอบงำจิตใจของพวกมันในทันทีโดยเฉพาะฉินซูหนี่ว์กับบุรุษที่รับสมัครคัดเลือกผู้นั้น
เห็นไป๋เหิ่นซินถูกเล่นงานจนสลบไสลแลมีสภาพปางตายเช่นนี้โทสะของธรรมบาลมุทราก็มิอาจข่มไว้ หนึ่งดรรชนีจึงค้างเติ่งกลางอากาศ สองบุรุษเฝ้าประตูเบิกตาโพลงรีบทิ้งตัวโขกศีรษะลงพื้นอย่างรุนแรงจนโลหิตหยาดไหล
“ข้าน้อยผิดไปแล้ว โปรดไว้ชีวิตข้าน้อยด้วย"
“ข้าน้อยมีตาหามีแววจึงได้ทำสิ่งพลาดพลั้งธรรมบาลมุทราโปรดให้อภัย และโปรดไว้ชีวิตข้าน้อย"
ธรรมบาลมุทราหาใส่ใจเสียงอ้อนวอน ั์ตาที่จ้องมองสองบุรุษตรงหน้าเต็มไปด้วยโทสะแลจิตสังหารยากที่จะสงบจวบจนกระทั่งฝ่ามือน้อยๆ เอื้อมมาจับดรรชนีของนางไว้ ั์ตาที่โกรธขึงจึงแปรเปลี่ยนเป็ความอ่อนโยนลงนางเลื่อนสายตามามองเด็กหญิงในอ้อมกอดทันที
“เ้าฟื้นแล้ว”
เห็นสตรีที่สวมกอดตนเป็ธรรมบาลมุทรา ไป๋เหิ่นซินก็บังเกิดความยินดีก่อนที่สายตาอันยินดีจะแปรเปลี่ยนเป็เ็าและกวาดมองไปทั่วบริเวณแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่ายากลำบากว่า
“ข้า้าพลัง พลังที่สามารถจัดการพวกมันทุกคน!"
คำกล่าวนี้ของไป๋เหิ่นซินสร้างความหนาวเหน็บในจิตใจของคนทุกผู้หากเป็ก่อนหน้า คำกล่าวที่หลุดออกจากปากของขอทานน้อยประโยคนี้คงเป็ที่ขบขัน ทว่าด้วยท่าทีของธรรมบาลมุทราส่งให้คำพูดที่สมควรจะขบขันกลับกลายเป็คำพูดที่น่าหวาดกลัวจับจิตขึ้นมาทันใด!
ได้ยินเช่นนั้นธรรมบาลมุทราก็เข้าใจได้ในทันทีหนึ่งดรรชนีของนางจึงลดลง ในเมื่อความแค้นนี้เด็กอันประเสริฐตรงหน้า้าสะสางเองเช่นนั้นนางก็จะไม่ยุ่งเกี่ยว ทว่านางจะคอยส่งเสริมให้ถึงที่สุด
ไป๋เหิ่นซินพยายามลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากเห็นความมุ่งมั่นและั์ตาที่เด็ดเดี่ยวของเด็กหญิง ธรรมบาลมุทราจึงปล่อยให้นางได้กระทำตามอำเภอใจไป๋เหิ่นซินจึงค่อยๆ คุกเข่าอย่างโซซัดโซเซ พร้อมโขกศีรษะจรดพื้นอย่างรุนแรงสามครา
“ผู้าุโ ได้โปรดรับข้าเป็ศิษย์"
นี่นับเป็สิ่งที่ธรรมบาลมุทราประสงค์มากที่สุดในชีวิตนางเฝ้ารอที่จะให้วันนี้เกิดขึ้นเป็ที่สุด ฉะนั้นเพียงไป๋เหิ่นซินทิ้งตัวโขกศีรษะครบสามครานางก็รีบย่อตัวเข้าไปประคองไป๋เหิ่นซินท่ามกลางอาการปากอ้าตาค้างของทุกผู้ทันใด
“ขอเวลาห้าปี เพียงห้าปี อาจารย์จะทำให้เ้าอยู่เหนือกว่าผู้ใด!"