ตอนที่137 หน้าที่ของกองกำลังทั้ง 4
เมื่อให้ทุกคนแยกออกไปพักผ่อนเรียบร้อยแล้ว เขาก็ทำได้แต่รอเวลาที่เวสลี่เลือนระดับเป็นสีน้ำตาลถึงค่อยลงมือทำในสิ่งที่เขาคิดไว้ทำให้ขณะนี้ชายหนุ่มต้องทำในสิ่งที่ทำได้ก่อนไนเรลก็เตรียมวางแผนถึงของที่เขาต้องไปเอาอีกสิ่ง
ไนเรลจัดการวางแผนงานต่าง ๆจนกระทั่งบ่ายท้องของเขาก็รู้สึกหิวขึ้นมา จึงเดินออกไปที่ห้องอาหารขนาดใหญ่ที่ถูกจัดเตรียมให้กับมนุษย์ชั้นสูงห้องอาหารคืออาคารที่ห่างไปไม่ไกล ซึ่งดัดแปลงมาจากห้างการค้าแห่งหนึ่งที่นี่มีคนของจำนวนมากกินอาหารปรุงจากเนื้อกลายพันธุ์ระดับต่าง ๆ กันไป
คนของสมาพันธุ์นักล่าสามารถเข้ามากินอาหารได้ฟรีแต่แน่นอนว่ามีข้อจำกัดบางอย่างเช่น ปริมาณ และระดับของวัตถุดิบถ้าเกิดว่าใครที่ต้องการระดับสูงกว่าที่ตนเองควรได้รับ ก็จะต้องจ่ายด้วยเหรียญ G เป็นการตอบแทน
ที่เป็นแบบนี้ เพราะว่าทางสมาพันธ์นักล่าอย่างไรก็ต้องรักษาสมดุลทางการเงินและระเบียบของสังคมไว้เพื่อให้โครงสร้างยังสามารถดำเนินไปได้ต่อเนื่องจากสมาพันธ์นักล่าไม่ได้ปกครองโดยจะต้องควบคุมหรือบังคับแต่ให้สิทธิในการเลือกกับพวกเขา เลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้เหมือนกับที่ไนเรลเคยบอกไว้ในก่อนก่อตั้งสมาพันธ์นักล่า คือความเป็นอิสระของนักล่า
อีกอย่างทุกคนที่ทำงานให้สมาพันธ์นักล่านั้นมีเงินเดือนอาจจะนับว่าพวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่ที่ถูกจ้างมาก็ได้
ด้วยคนระดับไนเรล จึงมีห้องอาหารส่วนตัวขนาดใหญ่ส่วนเหตุผลที่มันต้องใหญ่ก็เพราะปริมาณอาหารที่ไนเรลกินมันมากเกินกว่าคนธรรมดาร้อยคนกินซะอีกอีกทั้งวัตถุดิบที่ทำส่วนใหญ่ยังเป็นเนื้อสัตว์กลายพันธุ์ระดับ 5ซึ่งแน่นอนวันก็คือเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์สามตัวที่เขาพึ่งฆ่าไปเมื่อไม่กี่วันมานี้แต่เพราะพวกมันตัวใหญ่ไนเรลยังคงต้องใช้เวลากินกว่าจะได้ความสามารถใหม่ ๆจากพวกมัน
สัตว์กลายพันธุ์ทั้งสามตัวปลาซักเกอร์ยักษ์กลายพันธุ์ ปูยักษ์กลายพันธุ์ เต่ายักษ์กลายพันธุ์เนื้อทั้งสามถูกปรุงมาด้วยพ่อครัวที่ชำนาญในการปรุงวัตถุดิบกลายพันธุ์ออกมาทั้งในรูปแบบต้ม แกง ตุ๋น ผัดและอีกหลากหลาย
อาหารตรงหน้ากระตุ้นความอยากอาหารของเขาพอสมควรไนเรลจึงไม่รีรอจัดการกินพวกมันทั้งหมด
หลังจากจัดการกินมื้อกลางวันแล้ว เขาก็เดินตรวจตรารอบๆ เมืองซานติเกียตามปรกติ
......
หลังจากนั้นสองวันคนจำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นคนที่เดินทางมาในรอบแรกก็มาถึงเมืองซานติเกียแล้วพร้อมกับข่าวจากซีโร่และเอวาที่ว่ามีคนค้นพบว่าทางสมาพันธ์นักล่าทำบางอย่างกับเมืองซานติเกียซึ่งจะพูดให้ถูกคงต้องบอกว่ามันคือข่าวลือ
แต่ถึงอย่างไรข่าวลือก็ยังคงทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำเงียบๆ พร้อมคำถามที่ว่า ถ้าข่าวลือเรื่องที่สมาพันธ์นักล่ากวาดล้างซอมบี้ที่เมืองซานติเกียได้สำเร็จจริง มันก็มีคำถามว่า พวกเขาหรือก็คือสมาพันธ์นักล่าทำได้อย่างไร
คนส่วนใหญ่คิดว่าในเมืองต้องมีซอมบี้จำนวนมากมากจนยากจะจินตนาการได้ ซึ่งมันก็จริงอย่างที่คนส่วนใหญ่คิดแต่ว่าพวกคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า เมื่อหลายเดือนก่อน ซอมบี้ในเมืองต่าง ๆถูกซอมบี้สติปัญญาจำนวนมากพากันไปรวมที่เมืองหลวง ทำให้จำนวนซอมบี้น้อยลงไปมากและส่วนใหญ่มีแค่พวกธรรมดาไม่ใช่ซอมบี้กลายพันธุ์
อีกอย่างไนเรลมีกำลังมนุษย์ชั้นสูงที่ถ้ารัฐบาลรู้คงจะต้องเกิดความคิดหวาดระแวงไนเรลอย่างแน่นอนและไนเรลก็รู้ว่าอีกไม่นานรัฐบาลอย่างไรก็ต้องรู้
แต่เขาไม่สนอย่างไรเพราะปากกระบอกปืนของไนเรลก็ไม่ได้เล็งไปที่รัฐบาลไทกีล่าอยู่แล้ว
เมื่อคนจำนวนหนึ่งแสนสองหมื่นมาถึงก็แน่นอนว่าไนเรลจะต้องดึงเจ้าหน้าที่สมาพันธ์นักล่ามาช่วยจัดการด้วยและไนเรลก็เตรียมการย้ายสมาพันธ์นักล่าสาขาหลักมาที่เมืองซานติเกีย
ทั้งดามินเจ้าหน้าที่จำนวนกว่าครึ่งเดินทางมาที่นี่แล้ว แต่เอวายังคงต้องอยู่ที่เมืองย่อย101 ก่อนสักพักจนกว่าที่นี่จะพร้อมจริง ๆ เพราะถึงไนเรลจะมั่นใจว่าเมืองนี้จะสามารถสร้างขึ้นมาได้แต่ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาอีกหรือไม่เขาจึงต้องเตรียมทางถอยหนีของสมาพันธ์นักล่าไว้ด้วย
ดามินมาถึงที่เมืองซานติเกียแล้วเขาก็ไม่ได้หยุดพักผ่อนแต่เลือกที่จะลุยงานในทันที เมื่อมีดามินมาคอยจัดการงานต่างๆ มากขึ้นทำให้ไนเรลไม่ต้องไปคอยตรวจดูงานเล็ก ๆ น้อยอย่างที่เคยทำ
ดังนั้นวันนี้เขาจึงเรียกประชุมกองกำลังทั้ง 4ที่ยังคงว่างอยู่ เพราะหลังจากทุกอย่างในเมืองซานติเกียลงตัวแล้วทั้ง 4กองกำลังก็แทบจะไม่ได้ทำอะไร ไม่สิจะบอกว่าไม่ทำอะไรก็ไม่ถูกเพราะช่วงที่ผ่านมาพวกเขาได้ไปเป็นแรงงานแบกหามขนย้ายวัสดุก่อสร้างให้กับเจ้าหน้าที่ซึ่งรับผิดชอบในการสร้างกำแพงล้อมเมืองซานติเกีย
แต่ไนเรลคิดว่าในเมื่อมีคนจำนวนมากกว่าแสนแล้วถ้ายังใช้กองกำลังพวกนี้ไปทำงานก่อสร้างแบกหามมันคงจะเป็นการสิ้นเปลืองความสามารถพวกเขาเกินไป
“สวัสดีครับ ท่านไนเรล”
“ท่านประธาน”
คนทั้ง 6 คนประกอบด้วยคูเปอร์และเอมเบอร์จากองกำลังพยัคฆ์ โลแกนและเฒ่าไมเคิลจากกองกำลังหมาป่าอลิสซ่าและรองหัวหน้าที่เธอพึ่งคัดเลือกมา เชต สุดท้ายคนที่ทุกคนสนใจมากที่สุดและบางครั้งก็สามารถสร้างความกดดันให้กับคนอื่นๆ คือตาเดียว
“ที่ฉันเรียกทุกคนมาในวันนี้เพราะจะแบ่งหน้าที่ให้”
“หน้าที่...ไม่ใช่ว่าพวกเราก็ช่วยทำงานที่นี่อยู่หรือ”เอมเบอร์ถามอย่างสงสัย “หรือนอกจากรีบสร้างกำแพงเมืองซานติเกียแล้วยังจะมีอะไรทำอีก
“มีสิ และคงต้องเริ่มลงมือแล้วเพราะไม่งั้นจะไม่ทันการเอา”
“เรื่องที่ว่าคือ ซอมบี้สินะ”เฒ่าไมเคิลที่เหมือนจะเดาอะไรได้ถามออกมา
“ใช่” ไนเรลตอบไปตามตรง
คนอื่น ๆ ได้ยินก็เปลี่ยนท่าทีเป็นจริง ๆจังขึ้นมาในทันที
“ตอนนี้สถานการณ์ของมนุษย์ ภายในหนึ่งปีหลังจากนี้ถ้ายังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงพวกเรามีโอกาสสูญสิ้นเผ่าพันธุ์”
“นายหมายความว่าซอมบี้ที่เมืองหลวงเริ่มจะลงมือไวกว่าที่คิดงั้นหรือตอนที่พวกเราคุยกันครั้งที่แล้วอีกหลายเดือนกว่าพวกมันจะออกจากเมืองหลวงซานติเกีย”
“ไม่ใช่ ที่จริงพวกมันคงกระจายตัวกันออกมาแล้วดังนั้นฉันจึงจะส่งกองกำลังออกไปคอยกวาดล้างแต่ที่บอกถ้าเราไม่รีบลงมือจะต้องตายกันหมด เพราะตอนนี้พวกเราไม่ได้มีศัตรูแค่ซอมบี้แต่ยังมียักษ์เถื่อนที่กำลังสู้กับจีนาสอยู่ด้วยเนื่องจากฉันถล่มอุโมงค์หลังหมายเลข 3 ไปแล้วพวกเราไทกีล่าจึงยังปลอดภัยไปสักพัก”
“ถ้างั้นทำไมต้องพูดถึงพวกมันจีนาสไม่ได้อ่อนแออีกอย่างพวกบัดซบพาราซัสก็อยู่ที่นั่นที่สำคัญพวกมันมีคนและมนุษย์ชั้นสูงจำนวนมากกว่าไทกีล่าคงไม่ถึงกับรับมือกับยักษ์เถื่อนพวกนั้นไม่ได้หรอกนะ”คูเปอร์วิเคราะสถานการณ์ออกมาอย่างรวดเร็ว
“ถ้ามีแค่ยักษ์เถื่อนในละลอกแรกละก็พวกมันอาจจะรับมือได้แต่...” ไนเรลจงใจลากเสียงเหมือนจะพูดบางอย่างออกมา แต่ก็ไม่พูดถึงจะแบบนั้นทุกคนก็พอจะเดาได้
ตามที่ทุกคนรู้มาตั้งแต่ไนเรลทิ้งข้อมูลเรื่องยักษ์เถื่อนไว้จนกระทั่งคนของรัฐบาลและกองทัพเผชิญหน้าสู้กับยักษ์เถื่อนก็มีการพูดถึงพวกมันมากขึ้นในหมู่มนุษย์ชั้นสูงเพราะถึงอย่างไรมนุษย์ชั้นสูงก็รู้เรื่องนี้เพื่อรับมือกับสิ่งที่เป็นภัยต่อตนเองและส่วนใหญ่มีคนบอกว่ายักษ์ส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 3 คือพวกต่ำสุดและสูงสุดคือพวกที่เรียกว่าอัศวินจะอยู่ที่ระดับ 5กองกำลังไทกีล่าเคยส่งกองกำลังไปสู้กับยักษ์ระดับ 5 มาแล้ว
แต่ถ้าคำพูดของไนเรลหมายถึงยังมีระดับสูงกว่านี้นั้นคือสูงกว่าระดับ 5 คือระดับ 6 เท่ากับสัตว์กลายพันธุ์ที่อาละวาดอยู่ที่อามิวกัส
เมื่อรู้แบบนี้ทุกคนก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมาเนื่องจากมันไม่ใช่การต่อสู้เหมือนที่ผ่านมา ๆ แต่คือสงครามเผ่าพันธุ์ เมื่อสองเผ่าพันธุ์ที่มีสติปัญญาเจอกันก็ต้องบอกว่ามีเพียงแค่หนึ่งเท่านั้นที่จะดำรงอยู่ส่วนอีกเผ่าพันธุ์ถ้าไม่ตายก็กลายเป็นทาสและดูจากท่าทีของพวกยักษ์เถื่อนแล้วพวกมันมีแต่จะฆ่ามนุษย์ทิ้งเท่านั้น
“ทั้งซอมบี้ ยักษ์เถื่อน สัตว์กลายพันธุ์ต่อไปโลกใบนี้คงไม่ใช่ของมนุษย์เราอีกแล้ว”อลิสซ่าพูดด้วยเสียงที่หวาดหวั่นและเศร้าใจอาจจะเพราะเมื่อก่อนมนุษย์เคยเป็นผู้ล่าตอนนี้กลับกำลังถูกล่าซะเอง
ทุกคนได้ฟังก็แววตาสั่นไหวจะมีก็แต่ไนเรลที่รู้ความจริงเรื่องนี้อยู่แล้วและอีกคนเห็นจะเป็นตาเดียวที่ยังคงนิ่งเงียบเช่นเคย
“มันก็ไม่แน่” เสียงของไนเรลดึงขึ้นมาดึงความสนใจของทุกคน “แต่เรื่องที่จะเกิดยังไงก็ต้องเกิดถึงแบบนั้นเราถ้าเรารู้ว่าจะเกิดอะไร เราก็สามารถเตรียมตัวได้ก่อน”
“เอาละมาเข้าเรื่องกันซีโร่แสดงแผนที่ของไทกีล่า”
สิ้นเสียงของเขาด้านหน้าก็มีแผนที่จากซีโร่แสดงออกมา มันคือแผนที่เก่าก่อนที่จะเกิดวันสิ้นโลกแต่ถึงแบบนั้นมันก็พอจะใช้อ้างอิงภูมิประเทศที่เปลี่ยนไปไม่มากก็น้อย
“อัปเดตข้อมูลที่เกิดขึ้น”
ภาพภูมิประเทศทางฝั่งตะวันตกหายไปเนื่องจากจมลงไปในทะเล สัตว์กลายพันธุ์ระดับ 6 และ 5รวมถึงพืชกลายพันธุ์และยังมีจุดที่ถูกกากบาทหรือแสดงสัญลักษณ์อันตรายไว้ในแผนที่ยังแสดงทางใต้มีเมืองหลวงใหม่ของไทกีล่าปรากฏขึ้นมาพร้อมกันนั้นยังมีเมืองย่อยต่าง ๆที่ยังเหลือรอดจนถึงตอนนี้อีกไม่มากจากนั้นก็จำนวนประชากรที่เกือบจะแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์
ซึ่งทั้งหมดนี้ได้มาจากการรวบรวมของซีโร่ และถ้ารัฐบาลมาเห็นพวกนั้นจะต้องตกใจมากโดยเฉพาะข้อมูลบางอย่างมันถือเป็นข้อมูลลับ
แต่ซีโร่กลับสามารถไปตามแฮคเอามาได้ไม่สิต้องบอกว่าซีโร่และจูเรีย กาเบียลที่ร่วมมือกันมากกว่าไนเรลยังรู้ว่ายังมีข้อมูลที่เป็นความลับอีกมาแต่จูเรียและซีโร่ก็ยังต้องระวังและยังไม่สามารถแฮคเอามันมาได้ไม่เช่นนั้นเธอคงตกเป็นเป้าหมายของรัฐบาลอย่างแน่นอน
เป้าหมายของไนเรลมีแค่สองอย่างคือหนึ่งปกป้องครอบครัวของตัวเอง และเป้าหมายรองลงมาคือเตรียมรับมือกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตดังนั้นตอนนี้ไนเรลยังไม่อยากที่จะปะทะกับรัฐบาลโดยตรงหรือจะบอกว่าเขาไม่คิดจะเป็นศัตรูกับไทกีล่า
เพราะลึก ๆ แล้วเขาก็ยังคงเป็นคนไทกีล่าไม่ได้อยากจะต้องฆ่ากันเอง
ไนเรลวาดมือรอบเมืองซานติเกียที่แสดงอยู่ภายในแผนที่เป็นรัศมีกว่า 1000 กิโลเมตร “นี่คือเป้าหมาย”
“เป้าหมาย?” ทุกคนถามด้วยควมาสงสัย
“ใช่ กองกำลังพยัคฆ์จะต้องตามล่าซอมบี้ในระยะนี้ทั้งหมดรวมถึงฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ที่คิดว่าเป็นอันตรายต่อซานติเกียแต่ฆ่าไม่ได้ก็ต้องระบุถิ่นที่อยู่ของมันพร้อมยังต้องช่วยซีโร่ทำแผนภูมิพื้นที่พวกนี้อีกเรื่องคือบางครั้งอาจจะมีเจ้าหน้าที่จากศูนย์วิจัยของสมาพันธ์นักล่าติดตามไปเพื่อเก็บตัวอย่างบางสิ่งในบางครั้ง”ไนเรลอธิบาย
“ทำไมฉันจึงรู้สึกว่านายคิดจะแย่งหน้าที่รัฐบาลพวกนั้น” คูเปอร์พูดออกมา
ไนเรลเพียงยิ้มตอบไปเท่านั้นอันที่จริงทุกคนรู้แล้วว่าสมาพันธ์นักล่าพยายามจะสร้างและพึ่งพาตนเองแบบครบวงจร
ไนเรลยังคงพูดต่อโดยชี้นิ้วไปที่แผนที่คือเมืองหลวงเก่าที่ต้อนนี้มีแต่สัญลักณ์แสดงถึงความตายเท่านั้น“ส่วนกองกำลังหมาป่านั้น คงจะต้องบอกว่าอันตรายมากพวกนายต้องคอยตามฆ่าซอมบี้ที่ออกมาจากเมืองหลวงพยายามลดจำนวนซอมบี้ที่ออกมาจากที่นั้นและเป้าหมายหลักคือซอมบี้สติปัญญาถ้าฆ่าได้เก็บศพพวกมันกลับมาด้วย”
โลแกนและเฒ่าไมเคิลรู้สึกว่าร่างกายของทั้งสองเกร็งขึ้นมาในทันทีเมืองหลวงไทกีล่าคือนรกที่เป็นจริงในโลกนี้ ที่นั่นมีแต่ความตายตอนนี้ไนเรลบอกว่าให้พวกเขาไปคอยตามฆ่าซอมบี้ที่เมืองหลวงเก่า
“ขอเหตุผลด้วย” โลกแกนถามไนเรลตรง ๆเพราะอย่างน้อยโลแกนก็อย่างจะรู้ว่าทำไมไนเรลต้องส่งกองกำลังหมาป่าไป
แต่ในลึก ๆโลแกนคงจะคิดว่าขอเหตุผลที่ส่งพวกเราไปตายด้วย
“เพราะกองกำลังหมาป่าสร้างขึ้นมาก็คือเพื่อตามไล่ล่าซอมบี้ ในป่าเมื่อมนุษย์ชั้นสูงประเภทกายร่างแล้วจะได้เปรียบกว่ามนุษย์ชั้นสูงประเภทอื่น ๆ มาก”
“แค่ให้ฆ่าซอมบี้”
“ใช่แค่ฆ่าซอมบี้”
โลแกนพยักหน้าตอบตกลง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆก็แล้วแต่ กองกำลังหมาป่าจะต้องเป็นกองกำลังแรกที่จะปะทะกับซอมบี้ที่เมืองหลวงเก่า
“กองกำลังเวหาให้คอยช่วยเหลือกองกำลังทั้งสองแต่ที่ต้องระวังไว้สองเรื่องคือ ห้ามเข้าใกล้ท้องฟ้าของเมืองหลวงเก่าและห้ามบินสูงกว่าเมฆ” อลิสซ่าพยักหน้าเธอรู้ว่าตอนนี้กองกำลังเวหายังคงเป็นได้แค่ชื่อเท่านั้น เพราะจำนวนที่น้อยเกินไป
“ส่วนกองกำลังผู้พิทักษ์ยังคงทำหน้าที่คือพิทักษ์สมาพันธ์นักล่า”
ตาเดียวพยักหน้าเงียบเช่นเดิม แต่ไนเรลรู้ว่าตาเดียวจะทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบอย่างแน่นอนเพราะเมื่อตาเดียวอยู่ภายในเมืองความสามารถ [ผลึกหิน A] จะแสดงพลังได้สูงสุดด้วยซากตึก อาคารและหินต่าง ๆ