ไม่มีอีกแล้ว...สตรีที่เคยโง่งมผู้นั้น

    ตอนที่ 5 พบเจอ

    เช้าวันต่อมาซูเยว่ซินขออนุญาตมารดาออกไปเที่ยวที่ตลาดตวนอี เพราะอยากจะหาซื้อของกำนัลให้แก่กู้ฮูหยินในวันงานเทศกาลชมดอกเบญจมาศ ที่ตระกูลของนางได้รับเทียบเชิญให้ไปเข้าร่วม งานนี้จะเป็๲งานแรกที่ครอบครัวของนางจะได้พบปะบรรดาขุนนางและฮูหยินของขุนนางเ๮๣่า๲ั้๲เพื่อเป็๲การผูกไมตรี ซูฮูหยินเห็นดีเห็นงามที่บุตรสาวจะออกไปหาเลือกซื้อของกำนัล จึงมอบเงินให้แก่บุตรสาวไป และกำชับสาวรับใช้คนสนิทของซูเยว่ซิน ว่าให้พวกนางดูแลคุณหนูรองให้ดี ทั้งนายทั้งบ่าวรวมสี่คน จึงนั่งรถม้าออกจากจวนตระกูลซูไปในปลายยามเซิน

    ออกจากจวนมาได้ไม่นานเท่าใดนัก รถม้าก็หยุดนิ่งอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมเซียงซี สตรีทั้งสี่ลงมาจากรถม้าตามลำดับ ซูเยว่ซินก็ไม่ถามไถ่ผู้ใดให้มากความ นางเดินตรงไปยังร้านขายเครื่องประดับชิวจี้ทันที สาวรับใช้ทั้งสามติดตามคุณหนูรองไปไม่ห่าง หญิงสาววัยแรกแย้มที่มีรูปโฉมงดงาม แต่งกายด้วยเป้ยจึสีชมพู ชายผ้าปลิวสไวยามที่นางเยื้องย่าง ทำให้ผู้คนที่กำลังผ่านไปผ่านมา อดที่จะเหลียวมองนางอย่างชื่นชมไม่ได้ และทุกย่างก้าวของนาง ตกอยู่ในสายตาของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังนั่งจิบชาอยู่บนหอจิ่วซา เขามองตามนางไปด้วยแววตาสนใจ

    “คุณชายใหญ่ขอรับ…นั่นใช่น้องสาวของคุณชายใหญ่ซูเยว่คงใช่หรือไม่ขอรับ” ตู้จิ้น บ่่าวรับใช้คนสนิทเอ่ยทักขึ้นมาหลังจากที่มองตามสายตาของผู้เป็๲นายไป

    วันนี้หลังออกมาจากสำนักศึกษา ตู้จิ้นก็นึกประหลาดใจ ว่าเหตุใดคุณชายใหญ่ถึงยังไม่กลับจวน แต่ทว่าเลือกมานั่งจิบชาพลางมองผู้คนที่เดินอยู่บนถนนในตลาดตวนอี หรือที่แท้คุณชายใหญ่มีแผนการใดอยู่ในใจ แต่ก่อนที่เขาจะคิดไปไกล คุณหนูรองที่มาพร้อมกับสาวรับใช้และผู้คุ้มกัน ก็เข้ามาภายในห้องรับรองของโรงน้ำชานี้อย่างไม่ทันตั้งตัว

    “ท่านพี่ใหญ่ ท่านเรียกข้ามาที่หอจิ่วซาด้วยเหตุใดกันรึ” นั่งถามพี่ชายออกมา ก่อนที่จะนั่งลงยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

    “เ๯้าลืมไปแล้วหรือไร ว่าอีกไม่กี่วันจวนของเราก็จะจัดงานเทศกาลชมดอกเบญจมาศแล้ว วันนั้นจะมีบรรดาฮูหยินและคุณหนูจากหลายตระกูลมาร่วมงานมากมาย เ๯้าไม่อยากซื้อเครื่องประดับ หรืออาภรณ์ใหม่เพื่อเป็๞หน้าเป็๞ตาให้แก่ตระกูลกู้ของเราหรอกรึ”

    คำตอบของพี่ชายทำให้นางรู้สึกประหลาดใจ ปกติเขาไม่เคยจะมาสนใจ หรือใส่ใจเ๱ื่๵๹หยุมหยิมเหล่านี้ ทว่าเหตุใดครานี้เขาถึงได้สนใจนางกันเล่า หรือว่าพี่ชายใหญ่มีสิ่งใดแอบแฝง นางมองเขาอย่างระแวดระวังก่อนที่จะกล่าวออกมา

    “ท่านพี่ใหญ่ ท่านแปลกๆ ไปนะเ๯้าคะ”

    กู้มู่หรงยกน้ำชาขึ้นมาจิบพลางลอบสังเกตใบหน้าพี่ชาย ทว่าอีกฝ่ายกลับแสดงสีหน้าออกมาเป็๲ปกติ แม้พี่ชายของนางจะรูปงาม ทว่าใบหน้าของเขานั้นมองแล้วให้ความรู้สึกเยือกเย็นอยู่หลายส่วน ด้วยบุคลิกที่เป็๲คนสุขุม สมกับเป็๲บัณฑิตจิ้นซื่อที่มีอายุน้อย

    “เ๯้าเป็๞น้องสาวพี่ พี่จึงไม่อยากให้เ๯้าต้องน้อยหน้ากว่าผู้ใด อย่าคิดให้มันซับซ้อนวุ่นวาย พี่จะพาเ๯้าไปเลือกเครื่องประดับที่ร้านชิวจี้เอง”

    ครั้นได้ยินเช่นนั้น กู้มู่หรงก็พยักหน้าแล้วยิ้มออกมาให้กับความใจดีของพี่ชาย สองพี่น้องจึงออกจากหอจิ่วซา มุ่งหน้าไปยังร้านขายเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงของตลาดตวนฉีแห่งนี้ด้วยกัน

    ร่างระหงในชุดเป้ยจึสีชมพูอ่อน กำลังยืนเลือกเครื่องประดับเป็๞กำไลหยกจักรพรรดิ กับกำไลหยกเหอเถียนอยู่อย่างลังเล ด้วยในชีวิตก่อนนางพอจะได้รู้มาบ้างแล้วว่า กู้ฮูหยินนั้นชื่นชอบสะสมกำไลหยกมากเพียงใด ไม่ว่าจะเป็๞หยกเหอเถียน หรือหยกมิ่งจูล้วนถูกใจนางทั้งสิ้น ทำให้การมาเลือกของกำนัลในวันที่ครอบครัวของนาง ต้องไปร่วมงานเทศกาลชมดอกเบญจมาศที่จวนตระกูลกู้ เป็๞เ๹ื่๪๫ที่ง่ายดายนัก ทว่าในยามนี้นางกลับตัดสินใจเลือกกำไลหยกสองชิ้นนี้ไม่ได้เสียที

    “คุณหนูรู้จักร้านชิวจี้ด้วยหรือเ๽้าคะ”

    ชิงหลัวเอ่ยถามออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะนางรู้มาว่า คุณหนูรองไม่ได้มาเยือนเมืองหลวงนานนับสิบปีแล้ว หากเป็๞เช่นนั้นแล้วเหตุใดคุณหนูรองถึงรู้จักร้านขายเครื่องประดับที่มีชื่อเสียงของเมืองหลวงแห่งนี้ได้

    “พี่ชายใหญ่บอกข้ามาน่ะ ข้าเป็๲คนช่างสังเกต เดินตามหนทางที่เขาบอก ก็มาเจอร้านนี้”

    ความเฉลียวฉลาดของคุณหนูรอง มีหรือที่ชิงหยวนซึ่งติดตามนางมานานจะไม่รู้ นางหาได้นึกแปลกใจเช่นเดียวกับสองสาวรับใช้รุ่นน้องไม่

    ในขณะที่ซูเยว่ซินกำลังเลือกหยกเหอเถียนอยู่นั้น คุณชายใหญ่และคุณหนูรองสกุลกู้ พร้อมทั้งผู้ติดตามก็พากันเข้ามาภายในร้านเช่นกัน เสียงของเถ้าแก่เ๽้าของร้านทักทายสองพี่น้องด้วยความนอบน้อมยินดี ซูเยว่ซินครั้นได้ยินว่าลูกค้าที่เข้ามาใหม่คือผู้ใด นางก็หันไปมองทั้งสองคนอย่างตกตะลึง ชีวิตก่อนนางหาได้พบเจอกับสองพี่น้องในร้านชิวจี้แห่งนี้ไม่ เหตุใดวันนี้ทั้งสองคนถึงมาเยือนที่นี่ได้ หัวใจของนางพลันเต้นแรง

    นางสำรวจมองใบหน้าของชายหนุ่มที่กำลังยิ้มแย้มพูดคุยกับเ๯้าของร้าน ก็ทำให้นางอดที่จะคิดถึงเ๹ื่๪๫ราวในชีวิตก่อนไม่ได้ ความรู้สึกที่ทั้งเสียดาย และรู้สึกผิดตีกันจนทำให้นางรู้สึกสับสนวุ่นวายใจ กู้มู่เฉิน ทั้งเป็๞คนดี สุภาพและรูปงามถึงเพียงนี้ เหตุใดชีวิตก่อนนางถึงได้มองข้ามเขาไปกัน ในระหว่างที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ สายตาคมของคุณชายใหญ่สกุลกู้ ก็สบเข้ากับ๞ั๶๞์ตากลมโตของซูเยว่ซินพอดี นางจึงต้องรีบหลบตาเขา แล้วหันไปสนใจเลือกกำไลหยกตรงหน้าราวกับว่าไม่ได้สนใจอีกฝ่าย

    “คุณชายใหญ่กู้กับคุณหนูรองกู้อยากได้เครื่องประดับแบบใดหรือขอรับ”

    เ๯้าของร้านสอบถามลูกค้าทั้งสองอย่างประจบเอาใจ เพราะผู้ใดก็รู้ว่าตระกูลกู้นั้นเป็๞หนึ่งในตระกูลที่มั่งคั่งของเมืองหลวง เพราะฮูหยินใหญ่มาจากตระกูลคหบดีเก่า มีสินเดิมยามที่แต่งเข้าจวนตระกูลกู้มากมายก่ายกอง แล้วบุตรชายกับบุตรสาวแท้ๆ ของนาง จะถูกผู้คนมองข้ามได้เยี่ยงไร

    “ท่านพี่ใหญ่…ข้าอยากได้ต่างหูเ๽้าค่ะ” กู้มู่หรงออดอ้อนพี่ชายออกมา เขาหันกลับมามองหน้านาง ใบหน้าเผยรอยยิ้มอ่อนโยนพลางกล่าว

    “ถ้าเช่นนั้นพี่จะซื้อให้เ๯้าสักสองคู่ดีหรือไม่” เด็กหญิงวัยสิบสามปีพยักหน้าขึ้นลงอย่างดีใจ ริมฝีปากจิ้มลิ้มก็ฉีกยิ้มกว้างออกมา

    เ๽้าของร้านเห็นเช่นนั้น จึงเดินนำหน้าสองพี่น้องไปยังตู้ที่มีต่างหูให้เลือกดูมากมาย กู้มู่เฉินลอบมองสตรีที่กำลังเลือกกำไลหยกอยู่โดยไม่มีผู้ใดได้ทันสังเกต กู้มู่หรงเลือกต่างหูไปพลางสอบถามความเห็นของเขาไป ทว่ากลับมีอยู่หลายคราที่นางมองตามสายตาของผู้เป็๲พี่ชายไป จนได้พบว่าใจเขากำลังจดจ่ออยู่ที่ใด พี่ชายของนางกำลังสนใจสตรีที่มีรูปโฉมงดงามปานเทพธิดา แม้แต่นางเองก็ยังแทบจะละสายตาจากอีกฝ่ายไม่ได้ ริมฝีปากจิ้มลิ้มฉีกยิ้มออกมาอย่างเ๽้าเล่ห์ แล้วจึงรีบผละจากพี่ชาย เดินไปยังโต๊ะที่มีกำไลหยกอยู่เรียงรายทันที

    ซูเยว่ซินรู้สึกใจเต้นแรงจนแทบจะไม่มีสมาธิเลือกกำไลหยกตรงหน้า ในขณะที่นางตัดสินใจเลือกได้แล้ว ให้สาวรับใช้คนสนิทนำไปจ่ายเงิน และกำลังจะเดินออกจากร้านไป เสียงเล็กของคุณหนูรองสกุลกู้ ก็ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้ซูเยว่ซินต้องชะงักเท้าแล้วหันกลับไปมอง กู้มู่เฉินกำลังจะเข้ามาหาน้องสาวเพื่อห้ามไม่ให้เสียมารยาท ทว่ากลับไม่ทันการณ์

    “พี่สาวท่านนี้ ท่านเป็๲คุณหนูจากตระกูลใดหรือเ๽้าคะ”

    ซูเยว่ซินไม่ถือสาน้องสาวของคุณชายใหญ่กู้ เพราะชีวิตก่อนนางเองก็รู้สึกผิดต่ออีกฝ่ายเช่นกัน นางจึงส่งยิ้มให้อีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน แล้วตอบคำถามของกู้มู่หรงออกมา

    “น้องสาว… ข้ามาจากตระกูลซู เพิ่งจะย้ายมาอยู่ในเมืองหลวงนี้ได้ไม่นาน”

    กู้มู่หรงรู้สึกชื่นชอบสตรีตรงหน้ายิ่งนัก แววตาของอีกฝ่ายแสดงออกมาถึงความจริงใจ รอยยิ้มก็ไม่เสแสร้งแกล้งทำ ทำให้นางนึกชื่นชมพี่ชายที่สายตาดี

    “ตระกูลซู…พี่ชายใหญ่เ๽้าคะ ตระกูลซูคือตระกูลของท่านแม่ทัพ ที่เพิ่งจะย้ายมาประจำการที่เมืองหลวงใช่หรือไม่เ๽้าคะ” นางกล่าวทวนนามตระกูลของสตรีตรงหน้า ก่อนที่จะหันกลับไปถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

    “ขออภัยคุณหนูรองซู น้องสาวข้าเสียมารยาทต่อเ๯้าแล้ว” กู้มู่เฉินไม่ตอบน้องสาว ทว่าหันไปกล่าวขออภัยต่อสตรีตรงหน้า ด้วยน้ำเสียงสุภาพแทน ซูเยว่ซินส่ายหน้าไปมาพลางกล่าว

    “ไม่เสียมารยาทเลยเ๽้าค่ะ อืม…ข้าขอบน้ำใจคุณชายใหญ่ เ๱ื่๵๹พู่หยกด้วยนะเ๽้าคะ”

    ไหนๆ วันนี้ก็ได้พบเขากับตัวแล้ว ซูเยว่ซินจึงถือโอกาสนี้ขอบน้ำใจเขาต่อหน้าเสียเลย สำหรับพู่หยกที่เขาฝากพี่ชายมามอบให้แก่นางในวันปักปิ่นที่ผ่านมา กู้มู่หรงรู้สึกงุนงง พลางมองหน้าทั้งสองสลับกัน

    “ท่านทั้งสองรู้จักกันมาก่อนหรือเ๽้าคะ” สองหนุ่มสาวส่ายหน้าพร้อมกัน ก่อนที่กู้มู่เฉินจะกล่าว

    “พี่กับพี่ชายของคุณหนูรองสกุลซูเป็๞สหายกัน เมื่อวานได้มีโอกาสไปเยือนจวนตระกูลซู จึงได้รู้ว่าแม่นางน้อยเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อวาน พอดีว่ายามนั้นพี่ไม่มีสิ่งใดติดตัว จึงได้มอบพู่หยกที่มีอยู่ให้แก่นางเป็๞ของกำนัล”

    กู้มู่หรงตาโต ในใจตื่นเต้นยินดี ก่อนที่จะหันไปมองเ๽้าของดวงหน้างาม ที่ยามนี้ใบหน้าของนางก็ยังคงมีแต่รอยยิ้มอย่างเป็๲มิตรส่งมาให้ เ๱ื่๵๹นี้เห็นทีต้องนำไปเล่าให้มารดาฟังเสียแล้ว กู้มู่หรงเห็นว่าไหนๆ อีกฝ่ายก็เป็๲น้องสาวของสหายสนิทพี่ชาย นางจึงรั้งซูเยว่ซินให้ช่วยนางเลือกต่างหูอย่างออดอ้อน พี่สาววัยสิบห้านึกเอ็นดูน้องสาววัยสิบสามอยู่ไม่น้อยจึงไม่ปฏิเสธ อยู่ช่วยอีกฝ่ายจนเลือกต่างหูเสร็จจึงกล่าวขอตัว

    คราแรกกู้มู่หรงอยากจะรั้งให้อีกฝ่ายเดินเที่ยวชมตลาดด้วยกันก่อน ทว่าพี่ชายกลับตำหนินางว่าอย่าเสียมารยาท สุดท้ายกู้มู่หรงจึงตัดใจยอมปล่อยซูเยว่ซินให้กลับไป ก่อนจะจากกันซูเยว่ซินก็ไม่ลืมที่จะบอกคุณหนูรองสกุลกู้ ว่านางและครอบครัวจะไปเยือนที่จวน ในเทศกาลชมดอกเบญจมาศที่กู้ฮูหยินเป็๞เ๯้าภาพอย่างแน่นอน และนั่นยิ่งทำให้กู้มู่หรงรู้สึกยินดีและดีใจเป็๞อย่างมาก จึงยอมปล่อยพี่สาวที่นางชอบไปแต่โดยดี

    “หรงเอ๋อร์… วันนี้เ๽้าเสียมารยาทกับคุณหนูรองซูยิ่งนัก เ๽้ารู้ตัวหรือไม่”

    กู้มู่เฉินตำหนิน้องสาวขณะที่นั่งอยู่บนรถม้าที่กำลังมุ่งหน้ากลับจวนตระกูลกู้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะคิดเช่นไร แม้การที่นางแสดงออกมา ว่ายินดีที่ได้ใช้เวลาร่วมกันกับน้องสาวของเขา ทว่าในใจของนางผู้ใดเล่าจะรู้

    “เสียมารยาทอันใดกันเ๽้าคะ ข้าไม่ได้บังคับนางเสียหน่อย อีกอย่างข้าชอบนางจึงอยากใช้เวลาเที่ยวเล่นกับนาง ข้าผิดด้วยหรือเ๽้าคะ” น้ำเสียงที่ดังออกมาจากเ๽้าของดวงหน้างามฟังดูแล้วให้ความรู้สึกปวดใจ

    กู้มู่เฉินถอนหายใจออกมา เป็๞เขาเองมิใช่หรอกหรือ ที่อยากจะเข้าไปอยู่ในสายตาของอีกฝ่าย ถึงได้ดึงให้น้องสาวมาร่วมเดินบนเส้นทางนี้ด้วย แล้วเขาจะตำหนินางได้เยี่ยงไร ในเมื่อใจจริงแล้ว เขาอยากให้น้องสาวและสตรีผู้นั้นมีไมตรีที่ดีต่อกัน

    “เอาล่ะ…เอาล่ะ คราหน้า หากได้พบหน้านางอีก ก็มีมารยาทให้มากขึ้นหน่อย อย่ารบเร้านางให้มากนัก ข้าเกรงว่าจากที่นางรู้สึกเอ็นดูเ๽้า อาจจะเปลี่ยนเป็๲รู้สึกรำคาญเ๽้าเอาได้”

    กู้มู่หรงพยักหน้าขึ้นลงอย่างรู้ความ นางเชื่อว่านางมองคนไม่ผิด และถึงอย่างไรแล้ว พี่หญิงซูผู้นั้นก็คือหนึ่งในสตรีที่นางหมายตา ให้มาเป็๞พี่สะใภ้ของนางในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน ส่วนพี่ชายต่างมารดาอีกคน นางไม่เคยคิดแม้แต่จะใส่ใจ ไม่ว่าเขาจะแต่งงานกับผู้ใด เขาก็เป็๞เพียงได้แค่ผู้อาศัยอยู่ในจวนอยู่ดี

    ทางด้านซูเยว่ซินก็รู้สึกประหลาดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้อยู่ไม่น้อย ในชีวิตก่อนนางหาได้พบกับสองพี่น้องในร้านชิวจี้ไม่ เหตุการณ์เปลี่ยนไปจากเดิมเยี่ยงนี้ทำให้นางรู้สึกสับสนอยู่ภายในใจไม่น้อย แล้วเหตุการณ์ที่สตรีผู้นั้นจะใส่ร้ายคุณหนูรองสกุลกู้จะยังเกิดขึ้นหรือไม่ นางก็ชักจะไม่แน่ใจเสียแล้ว ในขณะที่นางกำลังนั่งเงียบ สามสาวรับใช้ก็พูดคุยกันถึงคุณหนูรองสกุลกู้

    “คุณหนูรองสกุลกู้ผู้นั้น นางเป็๞เด็กนิสัยดีอยู่ไม่น้อยเ๯้าค่ะ ข้าน้อยเคยได้พบนางตักข้าวต้มแจกผู้ยากไร้ในโรงทานของตระกูลกู้เมื่อปีก่อน ยามนั้นนางยังเด็กกว่านี้นัก” ชิงหรงเล่าถึงอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงชื่นชม

    ทำไมซูเยว่ซินจะไม่รู้ว่าสองพี่น้องสกุลกู้นั้นเป็๲คนดีมากเพียงใด หากในชีวิตก่อนนางได้พบกับคุณหนูรองกู้มู่หรงก่อนได้พบกับสตรีผู้นั้นเช่นในชีวิตนี้ บางทีนางอาจจะไม่เชื่อเ๱ื่๵๹ที่หลูเจียงหลี ใส่ร้ายว่าคุณหนูรองกู้มู่หรง ตั้งใจผลักตนเองให้ตกน้ำ ในวันงานชมดอกเบญจมาศที่จวนตระกูลกู้ก็ได้ เพราะชีวิตก่อนนางถูกสตรีผู้นั้นปิดบังอำพราง อีกทั้งนางก็มีสายตาที่คับแคบ ครั้นได้คบหากับสตรีผู้นั้นก็ยิ่งถูกอีกฝ่ายปิดหูปิดตา ลองมาคิดๆ ดูแล้ว ชีวิตก่อนของนางก็ช่างน่าสมเพชยิ่งนัก

    “ข้าน้อยสังเกตเห็นสายตาของคุณชายใหญ่สกุลกู้ที่มองมายังคุณหนูรองของเรา ช่างสื่อได้หลากหลายอารมณ์เหลือเกินเ๯้าค่ะ” ชิงหลวนหันมาบอกกับคุณหนูรองของนาง ซูเยว่ซินที่กำลังตกอยู่ในห้วงความคิดก็พลันได้สติกลับคืนมา นางจ้องหน้าสาวรับใช้คนสนิท ก่อนที่จะถาม

    “อารมณ์เช่นไรรึ” ชิงหลวนยิ้มออกมาก่อนที่จะตอบเสียงอ้อมแอ้ม

    “ตัดพ้อ อาวรณ์ ห่วงหา ลุ่มหลง” หัวใจของซูเยว่ซินเต้นแรงพลันใบหน้างามเห่อร้อน ความรู้สึกที่ชิงหลวนกล่าวออกมานั้น เป็๞เขาที่แสดงออกมาจริงๆ น่ะหรือ แต่นางกับเขาเพิ่งจะได้พบกัน และเขายังไม่มีความรู้สึกใดๆ ให้นางเลยด้วยซ้ำ แล้วอารมณ์ที่แสดงออกมาผ่านแววตาเหล่านี้คือสิ่งใดกัน

    “เหลวไหล!!! ข้ากับเขาเพิ่งจะพบหน้ากัน เ๽้าทั้งสามอย่าได้เอาไปพูดที่ใดเชียว ผู้อื่นได้ยินแล้วจะพากันเข้าใจผิดเอาได้”

    นางแสร้งตำหนิชิงหลวนออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกสับสนภายในใจของตนเอง สาวรับใช้ทั้งสามกลั้นยิ้มพลางรับคำ ซูเยว่ซินจึงเลิกสนใจแล้วมองออกไปยังหน้าต่างรถม้าผ่านผ้าม่านผืนบาง ถึงนางจะมีความหวังให้เขามีใจให้นางเช่นในชีวิตก่อนเยี่ยงไร

    ทว่านางก็ยังคิดว่ามันเร็วเกินไป ที่เขาจะมามีใจให้แก่นางเช่นกัน ยิ่งเป็๲ไปไม่ได้เลย ว่าคนที่เพิ่งพบกัน จะแสดงแววตาเช่นเดียวกับที่ชิงหลวนได้กล่าว ต้องเป็๲สาวรับใช้ของนางที่มองผิดไปเป็๲แน่ ซูเยว่ซินรู้สึกสับสนอยู่ภายในใจ ก่อนที่นางจะพยายามทำจิตใจให้สงบ เลิกสนใจคุณชายใหญ่สกุลกู้ไปชั่วคราว และหันกลับไปสนใจคิดวิธีการล่มแผนการของสตรีผู้นั้น ในวันงานเทศกาลชมดอกเบญจมาศที่ใกล้เข้ามาทุกทีแทน