ตอนที่ 22 แม่นางน้อยผู้นี้ช่างโเี้นัก ใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อน
สตรีผู้เฉลียวฉลาดและมีเหตุผลเช่นซูชิงเกอ หากได้เลือกที่จะติดตามกู้ฉางเกอแล้ว ก็ย่อมจะตัดขาดความสัมพันธ์กับเย่เฉินอย่างเด็ดขาด
เื่นี้มิมีข้อกังขาแต่อย่างใด
ในฐานะที่เป็สตรีเช่นกัน เยี่ยนจีย่อมคาดเดาแผนการของซูชิงเกอได้
หากเป็นาง นางก็คงตัดสินใจทำเช่นเดียวกัน
แต่ก็ด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้นางอดถอนหายใจออกมามิได้
เหตุใดเสี่ยวเฉินถึงต้องตั้งตนเป็ปรปักษ์กับคุณชายกู้ด้วยเล่า
“ชิงเกอ เ้าโกหกข้าใช่หรือไม่ เื่เช่นนี้จะเป็ไปได้อย่างไร”
ภายในเรือน ควันธูปหอมจางลอยวนอยู่ในอากาศ
เย่เฉินรู้สึกปวดร้าวในใจจนต้องยกมือขึ้นกุมขมับ
เขามิอยากจะเชื่อเลยว่า ซูชิงเกอผู้มักจะเยือกเย็นและสง่างามนั้น จะเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมาจากปากของนางเองได้
“ทุกคำที่ข้าพูดล้วนเป็ความจริง หากเ้าจะไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ต่อไปอย่าได้มายุ่งวุ่นวายกับข้าอีก เพราะหากคุณชายกู้มาเห็นเข้า ข้าคงต้องหาเหตุผลมาอธิบายกับเขาอีก...”
ซูชิงเกอกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ วงหน้าขาวผ่องปรากฏเพียงความเรียบเฉย ถ้อยคำเฉียบขาดไร้ความปรานี
คำที่ควรพูดนางก็ได้กล่าวออกมาหมดแล้ว
หากเย่เฉินยังคงดื้อรั้นไม่ยอมเข้าใจ นางก็คงจำต้องลงมือ
“ต้องเป็เพราะกู้ฉางเกอใช้มนตร์ดำอุบายมืดกับเ้าแน่ เขามาจากแดน์ในตำนาน ย่อมต้องมีวิชาเหล่านี้ติดตัว...”
ในตอนนั้นเอง เย่เฉินกลับคล้ายฉุกคิดอันใดได้จึงะโออกมาเสียงดัง
ดวงตาของเขาแดงก่ำจ้องมองไปที่ซูชิงเกอ
ในเวลานี้ เขาดูราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังคลุ้มคลั่ง
“เ้าถูกมารครอบงำแล้ว เสี่ยวเฉิน รีบตั้งสติเสียเถิด”
เยี่ยนจีที่อยู่ในแหวนเห็นดังนั้น จึงรีบปล่อยพลังปราณออกมา เปลี่ยนเป็กระแสความเย็นะเืเพื่อให้เย่เฉินสงบสติอารมณ์ลงโดยเร็ว
“ข้าไม่เชื่อ...”
เย่เฉินร้องโหยหวนด้วยความเ็ป เหตุใดเทพธิดาที่เขาเคารพรักมาโดยตลอด ถึงได้กลายเป็เช่นนี้ไปได้
ในตอนนั้นเอง สีหน้าของซูชิงเกอก็แข็งกร้าวขึ้น
กระบี่ข้างกายถูกชักออกมา เตรียมพร้อมที่จะลงมือ
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก…”
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงหัวเราะแ่เบา
“เทพธิดาศักดิ์สิทธิ์ชิงเกออยู่หรือไม่”
กู้ฉางเกอยืนอยู่ที่หน้าประตู อาภรณ์ยาวสีดำบนตัวขับความสง่างาม เผยให้เห็นรูปโฉมงามสง่าประหนึ่งหยก เรือนกายเขาสูงเพรียว บนใบหน้าปรากฏรอยยิ้มแฝงความนัยลึกลับ
ในเวลานี้ ย่อมต้องเป็เขาที่ออกมาซ้ำเติมคมดาบอีกสักหน่อย
เพียงแต่ว่า จะต้องมิใช่เขาที่ลงมือเอง
เมื่อเสียงคุ้นเคยของกู้ฉางเกอดังขึ้น เย่เฉินก็พลันมีสีหน้าบิดเบี้ยว แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและความชิงชังลึกล้ำ
“เสี่ยวเฉิน รีบหนีไปเร็วเข้า”
ภายในแหวน เยี่ยนจีก็พลันเปลี่ยนสีหน้า รีบเร่งเย่เฉินให้หนีไปโดยเร็ว
แม้ว่ากู้ฉางเกอจะเคยรับปากเอาไว้ว่าจะไม่ทำอันใดนาง แต่การที่พวกเขาหลบหนีออกมาจากคุกใต้ดินเช่นนี้
ก็ย่อมหาเหตุผลใดมาแก้ต่างมิได้
เสียงเคาะประตูจากภายนอกทำให้ซูชิงเกอตกตะลึง คำถามผุดขึ้นมาในใจ
เหตุใดคุณชายกู้ถึงมาพบนางในเวลานี้
ไม่ถูกต้อง ด้วยความสามารถของคุณชายกู้แล้ว เขาน่าจะมาถึงที่นี่นานแล้ว เพียงแต่มิได้ปรากฏตัวออกมาเท่านั้น
หรือนี่อาจเป็การทดสอบของเขาก็เป็ได้
ฉึก!
ดังนั้นซูชิงเกอจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่ควรจะทำ
กระบี่ถูกชักออก
พลังปราณอันมหาศาลแห่งขอบเขตมรรคาเทพพลุ่งพล่านออกมา แสงกระบี่เย็นเยียบและบาดลึกดุจสายฟ้าฟาดผ่านห้วงอากาศ ก่อให้เกิดรอยเืกระเซ็นขึ้นกลางอากาศ
“อ๊าก...”
เย่เฉินที่กำลังจะหลบหนีร้องลั่นด้วยความเ็ป เขาไม่ทันตั้งตัวจึงถูกกระบี่ของซูชิงเกอแทงเข้าที่กลางอก
หากมิใช่เพราะสัญชาตญาณการต่อสู้ที่เฉียบคม ทำให้เขาะโถอยหลบไปได้ครึ่งก้าว
กระบี่เล่มนี้อาจแทงทะลวงถูกหัวใจของเขาแล้วก็เป็ได้
“แย่แล้ว...”
“แม่นางน้อยผู้นี้ช่างโเี้นัก”
เยี่ยนจีเองก็ไม่คาดคิดว่าซูชิงเกอจะลงมือด้วยความโเี้ถึงเพียงนี้ มุ่งหมายสังหารจนเกือบทำให้เย่เฉินต้องจบชีวิตลง
โชคดีที่ตอนนี้นางอยู่ในสภาพิญญาที่แข็งแกร่งพอ จึงรีบใช้พลังปราณปกป้องเย่เฉินและพุ่งทะลุหน้าต่างหลบหนีไปได้ทัน
“นี่มันเกิดอันใดขึ้นกัน”
กู้ฉางเกอที่ได้ยินเสียงนั้นก็แสร้งทำท่าทางสงสัยประหลาดใจ ขณะเปิดประตูเดินเข้ามาในเรือน
“คุณชายกู้...”
ซูชิงเกอหันกลับมามองกู้ฉางเกอด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “ชิงเกอทำให้ท่านผิดหวังแล้ว”
นางมองออกว่าสีหน้าแปลกใจของกู้ฉางเกอนั้นเป็เพียงการแสร้งทำ
ั้แ่ต้นจนจบ เขาแอบซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเพื่อเฝ้ามองเหตุการณ์
นางรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงแผ่นหลัง
หากนางแสดงท่าทีผิดพลาดแม้เพียงเล็กน้อย ก็คงต้องตกอยู่ในห้วงแห่งความหายนะอย่างแน่นอน
เพราะนางไม่รู้มาก่อนว่ากู้ฉางเกอจะแอบซ่อนตัวอยู่
ทุกการกระทำของนางล้วนอยู่ในสายตาของเขา
บุรุษผู้นี้น่ากลัวยิ่งนัก
“ไม่เลย เ้าจะทำให้ข้าผิดหวังได้อย่างไร”
กู้ฉางเกอยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“จริงหรือ”
ซูชิงเกอไม่ค่อยแน่ใจนัก เพราะเมื่อครู่นางตั้งใจลงมือหมายเอาชีวิตเย่เฉินจริง แต่กลับไม่คาดคิดว่าเขาจะหลบหนีได้
นางกังวลว่ากู้ฉางเกอจะคิดว่านางจงใจออมมือไว้ชีวิตเขา
“แน่นอนว่าจริง” กู้ฉางเกอแย้มยิ้มกว้างขึ้น หากเย่เฉินสังหารได้ง่ายดายปานนั้น เขาคงไม่ต้องลงทุนลงแรงวางแผนซับซ้อนถึงเพียงนี้
“ครั้งหน้าที่ได้พบกัน ระหว่างเ้ากับเย่เฉิน คงจะต้องเป็ศัตรูคู่อาฆาตไม่มีวันลงรอยกันได้อีก เ้าไม่คิดเสียใจหรือ”
ซูชิงเกอส่ายหน้า “เมื่อชิงเกอเลือกติดตามท่านแล้ว ก็ย่อมเตรียมใจไว้แล้ว”
“ดี”
กู้ฉางเกอยิ้มรับ พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ในตอนนี้ซูชิงเกอได้แตกหักกับเย่เฉินจนกลายเป็ศัตรูคู่แค้น
เขาจึงมิจำเป็จะต้องวางท่าเข้มงวดกับนางอีกต่อไป
การใช้ทั้งไม้แข็งและไม้อ่อนเช่นนี้ ถึงจะทำให้ผู้อื่นยอมสยบอย่างแท้จริง
ซูชิงเกอมีโชคชะตาที่เหนือกว่าคนทั่วไป ในอนาคตย่อมมีอนาคตที่สดใสรออยู่
และแน่นอนว่ากู้ฉางเกอย่อมปรารถนาให้นางภักดีต่อเขาอย่างแท้จริง
มิใช่เพียงเพราะความหวาดกลัวดังเช่นในตอนนี้
“วางใจเถิด ครานี้มิใช่การทดสอบเ้า ข้าเชื่อมั่นในตัวเ้าเสมอมา เพียงแต่ข้าแค่อยากชมเื่สนุกก็เท่านั้น”
กู้ฉางเกอกล่าวด้วยรอยยิ้มอบอุ่นอ่อนโยน ก่อนจะโอบกอดนางไว้ในอ้อมแขน
ร่างกายบอบบางของซูชิงเกอสั่นไหว ดวงตาคล้ายหยกพิสุทธิ์เป็ประกายกะพริบเบา
นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้อยู่ใกล้ชิดกับบุรุษเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อกู้ฉางเกอผู้ที่แสนเ็าและน่าเกรงขามกลับเอ่ยถ้อยคำอ่อนโยนเช่นนี้ออกมา
ก็กลับทำให้หัวใจของนางพลันสับสนวุ่นวาย