“ชาวเืสีครามกว่า 800 ชีวิตโดนปลิดชีพในวิธีเดียวกัน หลังคอพวกเขาเหวอะหวะจากรอยเล็บเจาะและคว้านเนื้อคอข้างในจนเละ ทางสภาหลวงได้สันนิษฐานว่าเป็ฝีมือของกองทัพโดเมกันธี แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจไปกว่านั้น เราพบหินสีไข่นกการเวกถูกวางไว้ข้าง ๆ ของทุกร่างไร้ิญญา แม้จะไม่ทราบข้อเท็จจริงแน่ชัดว่าพวกมันกระทำการนี้ไปเพื่อสิ่งใด แต่ทางการขอสั่งให้ย้ายชาวเืสีครามทั้งหมดบนจักรวรรดิเดินทางไปยังเกาะมีอัน ซึ่งเป็เกาะกำเนิดของชาวเืสีครามที่น่าจะปลอดภัยที่สุดในทันที หากผู้ใดฝ่าฝืนคำสั่งจากดินแดนหลวง จะถือว่ามีความผิดต้องโทษโดนขังคุก 7 ปี”
หลังจากที่ทุกคนฟังบยอนอ่านสาส์นจบก็พากันเครียด ใและหวาดกลัว โดยเฉพาะเอริกาที่มีความกังวลมากเป็พิเศษ
“พวกท่านคิดเห็นเช่นไร” ราชินีอิสเบล เอคแทรนด์ เงยหน้าขึ้นมาถามเหล่าขุนนางในสภาหลังจากที่นั่งคอตกไปสักพักใหญ่
“เื่หิน ข้าเคยอ่านมา… ชาวเืสีครามทุกคนจะมีหินสีไข่นกการเวกฝังอยู่บริเวณคอมาแต่กำเนิด และหามีทางเอาออกมาได้ไม่หากยังมีชีวิตอยู่ แต่บางคนก็ไม่ใช่หิน หากแต่เป็พลอยสีต่าง ๆ ที่ระยิบระยับกว่า ในบางตำรากล่าวไว้ว่าจะสามารถพบได้หนึ่งในพันคน”
ทุกคนตั้งใจฟัง เอริค แอสปลุนด์ ผู้เปิดทางแห่งฤดูหนาว กล่าวเล่าความรู้
“ผู้แทนองค์จักรพรรดินีออกคำสั่งด้วยตนเอง เราคงต้องให้เป็ไปตามนี้ ส่วนหนทางที่จะช่วยเหลือชาวเืสีครามกลับคืนมาในภายหลัง ข้าขอฝากท่านอาร์เทมิสและท่านเอริคด้วย”
“ขอรับ ราชินี” เอริค และ อาร์เทมิส หัตถเวทย์ฤดูหนาว รีบตอบรับคำสั่งจากราชินีอิสเบล
“แต่ท่านแม่… ท่านราชินี… เหมฤทัยของพระองค์มีเืสีครามถึง 4 คนล้วนแต่ยังเป็เด็กทั้งสิ้น พวกเขาจะไปอยู่กันตามลำพังได้เช่นไร” เอริการีบค้านผู้เป็แม่ทันที
“เอริกา ข้ารู้ว่าเ้ารักและเป็ห่วงบุตรหลานสายเืของเ้า แต่นี่ก็เป็วิธีที่ดีที่สุดที่คนในยุคของข้ามองเห็น เ้าหาได้เคยพบกับโดเมกันธีไม่ คนเช่นนางช่างน่ากลัวยิ่งกว่านรกนัก”
“แต่ข้าหาได้กลัวนางไม่”
“เราขัดคำสั่งจากดินแดนหลวงหาได้ไม่ ท่านธารฤทัยที่ 1” แฮร์รี่ แอนทอนสัน หัตถสัตราแห่งฤดูหนาว ชี้แจงถึงข้อเท็จจริง
“และการที่ภายในคืนเดียวตายสิ้นไป 800 ศพเงียบ ๆ ก็หาใช่เื่ที่เราควรเสี่ยงไม่ขอรับ” อาร์เทมิสเสริม
เอริกาก้มหน้าลงเริ่มใจอ่อนยอมจำนน ทว่า มีเสียงผลักประตูเข้ามาอย่างแรง พร้อมเสียงดังะโเข้ามาจากหน้าประตูห้อง
“แต่ข้าหายอมไม่”
ทุกคนหันไปหาต้นเสียงอย่างสนใจ ปรากฏเป็ เอมิเลียน่า ธารฤทัยที่ 2 บุตรสาวคนรองของราชินี เธอเดินตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าของราชินีอิสเบล
“ลูกข้ามีเืสีครามถึงสองคนแถมยังเล็กนัก ข้าหายอมให้ใครพรากพวกเขาไปจากข้าไม่” เอมิเลียน่าจ้องตาราชินีผู้เป็มารดาด้วยความโกรธ
“ท่านพี่… ใจเย็นก่อนเถอะ” อีมิล ธารฤทัยที่ 3 บุตรชายคนเล็กของราชินี จับข้อมือปรามพี่สาวของเขาไว้
“เอมิเลียน่า เ้ากำลังเสียมารยาทต่อราชินี” เอริกาดุน้องสาวปรามให้เธอใจเย็นลง
“ตั้งสติแล้วนั่งลง เดี๋ยว! นี้!
ราชินีอิสเบลจ้องตาแข็งใส่เอมิเลียน่า ความหนักแน่นน่าเกรงขามนั้นส่องประกายชัดจนสามารถเรียกสติของเอมิเลียน่ากลับคืนมาได้ เธอยอมนั่งลงด้วยท่าทางที่ยังไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
“ท่านมีความคิดเห็นเช่นไรรึท่านกุสตาฟ” ออเรล่า แอสปลุนด์ เธอหันหน้าไปถาม กุสตาฟ แอสปลุนด์ ตุลากรฤดูหนาว
“ในความคิดของข้า…” กุสตาฟคิดต่ออีกสักพัก “ก็พอมีทางออกที่เราทำได้อยู่”
ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขาอย่างมีความหวัง มันส่งผลให้เขารู้สึกประหม่าเล็กน้อย
“สำหรับท่านหญิง ท่านชายและชาวเมืองทั้งหมดเราคงต้องดำเนินการตามความประสงค์ของดินแดนหลวง เว้นเพียงแต่ราชวงศ์ ให้พวกเขาอยู่ในวังได้โดยห้ามใช้พลังที่มี ชาวเมืองน้อยคนนักที่ทราบว่าเชื้อพระวงศ์องค์ใดเป็ชาวเืสีคราม เสียเพียงแต่ต้องจ่ายลัตเดนปิดปากอย่างหนักให้ข้าราชบริพารในวังและชาวเมืองที่รู้สักหน่อย”
“ทำเช่นนี้มันจะไม่ซื่อตรงกับชาวเมืองเอาน่ะสิ” แฮร์รี่พูดดักขึ้น
“ข้าเห็นด้วย ไหนจะค่าขนส่งชาวเมือง ไหนจะค่าปิดปากอีกเล่า แลท่าพระคลังจะเสียลัตเดนมากเกินไปนัก” ออเรล่าเสริมต่อเห็นด้วย
“ทางออกเดียวจากข้าก็มีเท่านี้” กุสตาฟมองสลับสายตาไปมาระหว่างแฮร์รี่และออเรล่า ส่งออกสีหน้าที่สิ้นหวังไปหาพวกเขา
“ข้าเห็นชอบ เื่ชาวเมืองข้าจะยอมทำตาม แต่ข้าไม่ยอมให้ลูกข้าไปไหนทั้งนั้น” เอมิเลียน่าออกความเห็นของเธอทันทีก่อนที่กุสตาฟจะแพ้
“เืสีครามคนอื่นก็มีพ่อมีแม่ ไยเ้าไม่นึกถึงความรู้สึกพวกเขาบ้าง” ราชินีอิสเบลกล่าวว่าบุตรสาว
“แล้วราชินีจะให้ข้าทำเช่นไรเล่า ข้าหายอมไม่” เอมิเลียน่าหันหน้ามาหาเอริกา “และข้าก็รู้ว่าท่านพี่ก็เห็นด้วยกับข้า ท่านคิดเหรอว่าเลียวาจะอยู่ที่อื่นหรือเข้ากับคนอื่นได้”
เอริกามองหน้าน้องสาวครุ่นคิดอีกครั้ง แล้วหลับตาลงตัดใจหันไปส่งสายตาอ้อนวอนต่อราชินี
“ถ้ามีเหตุการณ์ใดร้ายแรงเกิดขึ้นที่นี่ ข้าจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง” เอริกาหายใจไม่ทั่วท้อง กลืนน้ำลายรอคำตอบกลับของราชินี
อิสเบลแม้เข้าใจดีแต่เธอก็ยังนั่งคิดทบทวน
“ใครคิดเห็นเช่นนี้ ยกมือ” ราชินีอิสเบลตัดสินใจเปิดลงมติแทนที่จะจัดการมันด้วยตนเอง
เอริกา เอมิเลียน่า อีมิล กุสตาฟ อาร์เทมิส และเอริค ยกมือขึ้น ถือเป็มติส่วนใหญ่ ในขณะที่มีคนไม่ยกคือ แฮร์รี่ บยอน และออเรล่า ราชินีอิสเบลจึงสอบถามความเห็นของทั้ง 3 คน
“ตัวข้า้าให้ยึดตามคำสั่งจากดินแดนหลวง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของรอสเพิล ถ้ามีคนนอกรู้เข้าว่าเราเฉไฉจะแย่เอาได้” แฮร์รี่ตอบ
“ทางข้าเห็นด้วย ในฐานะที่ข้าเป็สกุณาฤดูหนาวมาอย่างยาวนาน หามีสิ่งใดที่ปิดเป็ความลับได้ไม่ โดยเฉพาะกับแหล่งข่าวของสกุณาไร้พรมแดน ไม่นานพวกเขาจะรู้ และเราทั้งหมดจะเดือดร้อนขอรับ”
“ส่วนข้าในฐานะหัตถาคลังฤดูหนาว ข้าเห็นว่าเราส่งพวกเขาไปเกาะเฉพาะแค่คนที่มียศถาบรรดาศักดิ์จะดีกว่าเพคะ ส่วนชาวเมือง เราแค่ช่วยป้องกันเขาด้วยทหารที่มีประมาณหนึ่งก็เพียงพอ การขนส่งคนจำนวนมากทางเรือใช้ทองคำและลัตเดนจำนวนมหาศาลเพคะ ราชินี” ออเรล่าปิดท้ายคำค้าน
ความเห็นของออเรล่านั้นก็ทำให้เอริกาและอีมิลคู่สมรสของเธอไม่พอใจนัก
“ส่วยลัตเดนทั้งหมดที่เราเก็บจากชาวเมืองนั่นก็เพื่อช่วยเหลือพวกเขาในยามคับขันมิใช่หรือ ท่านหญิงออเรล่า” เอริกาถามด้วยความโมโห
“ข้าก็แค่ออกความเห็นในฐานะผู้ดูแลค่าใช้จ่ายในพระคลัง ไยธารฤทัยที่ 1 ต้องเปล่งวาจาเช่นนั้นกับข้าด้วยเล่า” ออเรล่าไม่แสดงความกลัวต่อเอริกาเลยแม้แต่น้อย
“เอาละ มติก็ออกแล้วว่าสภาดินแดนฤดูหนาว้าใช้เล่ห์กลในการทำตามคำสั่งจากดินแดนหลวง ถ้าอยากใช้อภิสิทธิ์ในการทำตามใจตัวเองกันนัก ก็ทำตามนี้เสีย” ราชินีอิสเบลตัดจบการวิวาทนั้น
“แต่พระองค์…” แฮร์รี่้าแย้งต่อ ราชินีอิสเบลยกมือขึ้นมาปรามอย่างใจเย็น
“ข้าไม่ติดขัดอันใดถ้าสภาส่วนใหญ่้าเช่นนี้ หากว่าไปแล้วถ้าซื่อตรงหรือตึงไปเสียหมด ข้าคงอยู่หาได้นานมาขนาดนี้ไม่” ราชินีอิสเบลลุกขึ้นกำลังจะเดินออกไป แต่เหมือนเธอจะนึกสิ่งหนึ่งออก
"ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่ไม่ยอมไปอยู่เกาะมีอัน ต่อจากนี้ ห้ามพวกเขาใช้พลังเด็ดขาด ถ้าข้าเห็นว่ามีการใช้พลังวิเศษเตรียมเก็บอาภรณ์ไปรอข้าที่ท่าเรือได้เลย ท่านสกุณา ข้าฝากกระจายข่าวไปยังนครต่าง ๆ ด้วย จบการประชุม"
พูดจบอิสเบลก็เดินออกไป ตามติด ๆ ด้วยอาร์เทมิสและคนอื่น ๆ ในสภา เหลือเพียงสามพี่น้องและออเรล่าที่นั่งอยู่ อีมิลส่งสัญญาณเตือนให้ออเรล่าคู่สมรสของเขาลุกออกไปก่อน เธอจำยอมลุกเดินออกไปอย่างไม่เต็มใจ เมื่อทุกคนออกไปหมด ทั้งสามพี่น้องจึงหันมามองหน้ากัน
“ข้าแปลกใจนักที่ครานี้ท่านเลือกอยู่ข้างข้า” เอมิเลียน่าคาดหวังคำตอบจากเอริกาแม้ว่ามันจะไม่ใช่ประโยคคำถามก็ตาม
“มันก็จริงของเ้า ถ้าเป็บุตรข้าคนอื่น ข้าก็จะเลือกทำตามคำสั่ง หากแต่นี่เป็เลียวา แม้ว่าพลังน้ำแข็งของนางจะแกร่ง แต่มันก็เท่านั้นจริง ๆ นางเอาชีวิตรอดด้วยตนเองหาได้ไม่ ยิ่งนางมีนิสัยหยิ่งยโสโอหังเช่นนั้น ข้าว่าคนบนเกาะได้รุมทึ้งโยนลงทะเลก่อนเป็แน่”
การตัดสินใจครานี้ทำเอริกาลำบากใจมากที่สุด เพราะเธอไม่ยินดีนักกับการเอาอำนาจตัวเองมาใช้ในทางที่ผิด
“เยี่ยงท่านแม่ได้เอ่ยไว้ บางอย่างเราก็ต้องโอนอ่อนลงบ้าง ยึดถือมากเกินไปอาจเป็ภัยต่อการปกครองได้” เอมิเลียน่าพยายามปลอบใจเอริกาว่าสิ่งที่เธอตัดสินใจนั้นมิใช่เื่ผิด เอริกาเองก็พยายามจะบอกตัวเองเช่นนั้น แต่เพื่อความมั่นใจว่าสิ่งที่เธอทำถูกต้อง จึงหันไปถามน้องชายของเธอเพื่อยืนยัน
“เ้าล่ะอีมิล เ้าพอใจกับการตัดสินใจของข้าหรือไม่”
“จริง ๆ แล้ว… อะไรถูกอะไรผิดข้าก็หารู้ไม่ แต่ข้าชอบข้อตกลงของวันนี้ บุตรหลานพวกเรายังอยู่ครบ ชาวเมืองก็ได้รับการคุ้มกัน แล้วท่านพี่ทั้งสองก็ไม่ได้วิวาทกันเช่นศัตรูเยี่ยงการประชุมคราก่อน ๆ” อีมิลพูดไปยิ้มไปให้กำลังใจพี่สาวคนโต
เอริกาส่ายหัวยิ้มให้เบา ๆ สำหรับเธอแล้วมุมมองนี้มันช่างเด็กน้อยนัก แต่ก็มิใช่เื่ที่น่าผิดหวังสักเท่าใดนัก
“เ้านี่พูดอะไรตัวเล็กตัวน้อยไปได้ เป็พ่อคนแล้วหนาอีมิล” เอมิเลียน่าเองก็คิดเห็นเช่นนั้น
“ไปเถิดท่านพี่ ก่อนข้ามา เวอร์เนอร์ลูกชายข้ากำลังย่างเนื้อลินช์หมักแฮร์ริ่งอยู่ ป่านนี้คงทานได้แล้ว ข้าอยากให้ท่านได้ลิ้มลองรสมือเขา”
เอมิเลียน่าลุกขึ้นรีบดึงแขนเอริกาผู้กำลังนั่งเครียดลากนางเดินไปยังประตูห้อง เอมิเลียน่าหันกลับมาหาน้องชาย
“เ้าด้วยนะอีมิล” แล้วบุตรีของราชินีทั้ง 2 ก็เดินจากออกไป
อีมิลหันไปมองรอบ ๆ ห้อง จนเมื่อเขามั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แล้ว จึงลุกขึ้นหวังเดินออกไปจากห้องบ้าง จังหวะที่กำลังจะเดินออกจากประตู เขาหยุดยืนนิ่ง ส่งสายตายิ้มมองออกไปข้างนอก
“ถ้าไม่รีบออกมา พ่อจะขังเ้าไว้ในนี้จริง ๆ หนา” เขาพูดออกไปโดยที่สายตายังจดจ้องอยู่ข้างนอกนั้น
ห้าวินาทีต่อมา อังเดร เหมฤทัยที่ 14 บุตรชายคนเล็กของอีมิลก็แปลงร่างกลับมาเป็ตัวเขาเองหลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาแปลงกายเป็แจกันอยู่ในห้องสภา
“ท่านพ่อจับข้าได้ตลอด น่าเบื่อที่สุด” อังเดรทำหน้าเซ็งสุดชีวิต
“ก็เ้าเป็ลูกข้านี่นา ท่านหญิงอังเดร” พูดจบเขาก็คว้ามืออังเดรเดินออกมาพร้อมกัน
‘ท่านหญิงอังเดร’ ท่านฟังหาผิดไม่ แม้ว่าอังเดรจะเกิดมาเป็เพศชาย แต่หัวใจและท่าทางเขาเหมือนสตรีเสียมากกว่า ราชวงศ์จึงมองเขาเป็สตรีอีกคนอย่างภาคภูมิใจ
“ข้ากับพี่ ๆ มิต้องไปเกาะมีอันจริง ๆ ใช่หรือไม่ท่านพ่อ”
“ถ้าเ้าสัญญาและทำได้จริง ๆ ว่าจะไม่แปลงร่างเป็ใครหรืออะไรอีกจนกว่าจะได้รับการอนุญาต”
“ข้าสัญญา”
“แม้แต่การแปลงร่างเป็นางในก็ห้าม”
อังเดรได้ยินแบบนั้นเธอทำหน้าบึ้งตึงทันที เพราะสาวใช้นิรนามในวังคือบุคคลที่อังเดรชอบแปลงกายบ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นางในห้องพัสตราภรณ์
“ถ้าท่านย่ารู้ว่าเ้าไม่เชื่อฟัง เ้าได้โดนไปอยู่เกาะแน่ เชื่อพ่อสิ”
“เพคะ” อังเดรตอบอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนแปลงร่างเป็นกกาเหว่าบินหนีจากบิดาออกไปที่อื่น
จารึกหอสมุดผู้เปิดภิภพ
เกาะมีอัน เกาะศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่ เชื่อกันว่าเป็จุดกำเนิดแรกของสายเืสีคราม ด้วยสภาพแวดล้อมที่ตัดขาดจากโลกภายนอก สภาหลวงจึงมักใช้เกาะนี้เป็ทั้ง สถานที่ลี้ภัย และ เขตกักกัน ในยามที่เกิดวิกฤตการณ์ด้านเวทมนตร์