ถังต้าสี่เป็คนแรกที่โพล่งออกมา
เป็เพราะถังฉี ทุกคนจึงโกรธแค้นครอบครัวเขา!
เมื่อเวลานี้มีโอกาสใส่ไฟ แล้วเขาจะพลาดได้อย่างไร?
“แน่นอนว่าทุกการกระทำย่อมมีความเสี่ยง ข้าถึงได้จัดการประชุมหมู่บ้านครั้งนี้ขึ้นเพื่อถามว่าใครจะยอมเสี่ยงและร่วมเลี้ยงหอยกาบไปกับเรา”
ผู้นำตระกูลไม่สนใจถังต้าสี่ เขาสูญสิ้นความเคารพต่อชายชราผู้นี้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของถังฉี!
"นี่ท่าน..."
ชาวบ้านด้านล่างเริ่มกระซิบกระซาบกันเองทันที
บรรพบุรุษของพวกเขาเป็ชาวนามาโดยตลอด และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยทำมาค้าขาย
เวลานี้ ผู้นำตระกูลกำลังขอให้พวกเขาเพาะเลี้ยงหอยกาบ? นี่จึงเป็ความท้าทายครั้งใหญ่สำหรับพวกเขา!
“ผู้นำตระกูล เรายินดีร่วมเพาะเลี้ยงหอยกาบกับท่าน!”
ถังหม่านกุ้ยผู้ซึ่งได้ลิ้มรสความหอมหวานของความสำเร็จ ทราบว่าถึงเวลาที่ต้องยืนหยัดและสนับสนุนผู้นำตระกูล
"อืม!"
ผู้นำตระกูลผงกศีรษะด้วยความพึงพอใจ
อันที่จริง การเลี้ยงหอยกาบไม่ต้องใช้เงินลงทุนมากนัก ใช้เพียงแรงงานคนจากแต่ละครัวเรือนเท่านั้น
อีกทั้งภูมิประเทศของหมู่บ้านตระกูลถังก็ล้อมรอบด้วยูเาและแม่น้ำลำธารมากมาย จึงไม่จำเป็ต้องเช่าที่ดินใด ๆ
แน่นอนว่าหากมีเงินทองเหลือใช้ ก็สามารถเช่าที่ดินซึ่งจะปลอดภัยกว่า
“หม่านกุ้ย เ้าต้องคิดให้ดี ไข่มุกในหอยกาบเป็สิ่งที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน!”
ถังต้าสี่ไม่คิดว่าจะมีคนยืนขึ้นตอบรับโครงการลม ๆ แล้ง ๆ นี้ของผู้นำตระกูล!
นี่ไม่ได้แปลว่าเขาเพิ่งถูกตบหน้าเข้าฉาดหนึ่งหรอกหรือ?
“ท่านอาต้าสี่ ข้าคิดว่าการร่วมมือกับผู้นำตระกูลย่อมไม่ใช่เื่เลวร้ายอย่างแน่นอน”
ถังหม่านกุ้ยได้ตระเตรียมกับผู้นำตระกูลไว้แล้วว่าจะยังไม่เอ่ยถึงการขายไข่มุก
“ครอบครัวเราก็จะเลี้ยงเพาะเลี้ยงด้วย!”
ถังฉียืนขึ้น มองตรงไปยังผู้นำตระกูล
“อืม ฉีเอ๋อร์ มานี่ซิ”
ผู้นำตระกูลยิ้มเมื่อเห็นถังฉี
ถังฉีคาดเดาสิ่งที่ผู้นำตระกูลกำลังจะทำต่อไปได้ จึงเดินไปหาเขาโดยปราศจากความลังเล
"อันที่จริง ความคิดในการเพาะเลี้ยงหอยกาบมาจากการที่นางหวังมาเข้าฝันฉีเอ๋อร์!"
การเปิดเผยจากผู้นำตระกูลสร้างความตกตะลึงแก่ชาวบ้านตระกูลถังอย่างยิ่ง!
ดวงตาที่หวาดกลัวคู่หนึ่งเหลือบมองไปยังถังฉีทันที ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาอีกครั้ง
"เฮอะ ๆ ข้าก็สงสัยว่าเหตุใดจู่ ๆ ท่านถึงคิดให้พวกเราเลี้ยงหอยกาบ ที่แท้ก็เกี่ยวกับการแก้แค้นครอบครัวของข้า!"
ถังต้าสี่ถ่มน้ำลายออกมาทันที
ในสายตาของเขา หวังซิ่งฮวาคือสตรีชั้นต่ำ!
"เฮอะ ๆ เลี้ยงหอยกาบ? ต่างอะไรจากการโยนเงินลงแม่น้ำ? ตระกูลถังดั้งเดิมของเราจะไม่ทำ! และอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ผีที่ตายไปแล้วนั่นมันก็แค่ตัวซวย ใครก็ตามที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับนางต้องอับโชคกันหมด!”
เมื่อพูดจบ ถังต้าสี่ก็เดินกระแทกเท้าด้วยรองเท้าคู่ใหม่เอี่ยมจากไป
ภายหลังการจากไปของเขา ชาวบ้านประมาณครึ่งหนึ่งของหมู่บ้านตระกูลถังก็จากไปเช่นกัน
ถังฉีหาได้สนใจไม่ หากแต่จดจำแต่ละคนไว้ในใจ
มองไปยังชาวบ้านที่เหลือ ใบหน้าของผู้นำตระกูลก็ไม่ได้เผยความยินดียินร้ายใด ๆ
“ทุกคนที่ยังอยู่ พวกเ้าสนใจเลี้ยงหอยกาบใช่หรือไม่?”
“ใช่แล้ว ผู้นำตระกูล แม้เราจะอยู่ในหมู่บ้านมาทั้งชีวิต แต่เราไม่อยากให้ลูกหลานต้องประสบชะตากรรมแบบเดียวกัน การมีทางออกอื่น ๆ ย่อมดีเสมอ!”
มองไปยังผู้นำตระกูล ใบหน้าของชาวบ้านที่เหลือบ่งบอกถึงความคาดหวัง
ถังฉีเข้าใจความคิดของพวกเขาเป็อย่างดี
ทุกคนล้วนโหยหาชีวิตที่ดีขึ้นและมุ่งมั่นเพื่ออนาคตของลูกหลาน นางเองก็ทุ่มเททำงานหนักเพื่อน้องชายเช่นกันไม่ใช่หรือ?
ทันใดนั้น ชาวบ้านก็เริ่มพูดคุยกัน เสียงเซ็งแซ่
ทุกคนต่างสงสัยและไม่มั่นใจในสิ่งที่ไม่รู้มาก่อน
“หม่านกุ้ย เ้าเชื่อใจผู้นำตระกูลมากถึงเพียงนั้นได้อย่างไร? แม้ข้าจะไม่รู้ว่าการเลี้ยงหอยกาบต้องใช้เงินเท่าไร แต่ดินโคลนเ่าั้จะมีมูลค่าสักแค่ไหนกันเชียว? โดยปกติก็มีเพียงครอบครัวที่ยากจนข้นแค้นที่สุดที่ยอมกินของพวกนั้นประทังชีวิต” ชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งมีความสัมพันธ์อันดีกับถังหม่านกุ้ยเอ่ยถามด้วยความสับสน
"เฮอะ ๆ ใช่ว่าข้าเชื่อใจผู้นำตระกูล แต่ข้าเชื่อใจฉีเอ๋อร์..." ถังหม่านกุ้ยเริ่มพูด แต่แล้วก็ชะงักทันที
อันที่จริง นี่เป็การตกลงกันระหว่างผู้นำตระกูลและถังฉี
หากชาวบ้านเหล่านี้ไม่เต็มใจที่จะรับผิดชอบแม้ทราบถึงผลกำไรจากการเลี้ยงหอยกาบ พวกเขาก็อาจก่อปัญหาได้ในระหว่างทาง
นอกจากนี้ การยอมรับความเสี่ยงยังเป็ส่วนหนึ่งของการลงทุนอีกด้วย
นาง้านำพาชาวบ้านไปสู่ความมั่งคั่ง แต่นางไม่ใช่คนผลักดัน!
เมื่อได้ยินวาจาของถังหม่านกุ้ย ชาวบ้านหลายคนก็หันไปมองถังฉีที่สุขุมเยือกเย็นในเสื้อผ้าชุดใหม่
และไม่ใช่เพียงเสื้อผ้าธรรมดาทั่วไป แต่มาจากร้านตัดเย็บ!
ไม่ใช่เพียงนาง แต่ถังซานและถังสุ่ยที่มาพร้อมกันล้วนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าใหม่เอี่ยม!
“ฉีเอ๋อร์ นี่เ้าผลาญเงินสินสอดของแม่เ้าไปหมดเลยหรือ? เสียเงินเสียทองไม่เข้าเื่จริง ๆ วันหน้าน้อง ๆ ของเ้าจะอยู่รอดได้อย่างไร?” หญิงชราในหมู่บ้านตระกูลถังคนหนึ่งเอ่ยด้วยดวงตาฉายแววสมเพชเวทนา
พวกเขายังเด็กเกินไป และไม่มีประสบการณ์ในการดูแลครอบครัว
“ท่านอาหลิ่ว ท่านไม่จำเป็ต้องกังวลเื่ฉีเอ๋อร์ นาง…”
ถังหม่านกุ้ยหุบปากทันที นึกถึงสิ่งที่ผู้นำตระกูลย้ำเตือนเขาก่อนหน้านี้
หากชาวบ้านรู้ว่าเขาทำเงินได้กว่าร้อยตำลึงจากการขายไข่มุก พวกเขาก็คงอิจฉาริษยา
แต่หากพวกเขารู้ว่าถังฉีทำเงินได้หลายร้อยตำลึง สถานการณ์จะแตกต่างออกไป!
สัญชาตญาณความละโมบโลภมากของมนุษย์ย่อมผลักดันชาวบ้านบางคนให้กระทำความผิดอย่างแน่นอน!
ท้ายที่สุดแล้ว ครอบครัวของถังฉีก็มีเพียงเด็ก ๆ และไม่มีพวกผู้ใหญ่คอยดูแล
“อะไรกัน ฉีเอ๋อร์รวยแล้วหรือ?”
"เฮอะ ๆ... ท่านอา ข้าไม่ได้ล้อเล่น วันนี้ลูกชายข้าไปตกปลากับพวกถังซาน พวกเขาจับหอยกาบมาเล่นกัน ระหว่างกินข้าว ฉีเอ๋อร์ก็วิ่งมาบอกว่าแม่ของนางมาเข้าฝันและบอกนางว่ามีสมบัติอยู่ในหอยเหล่านี้ ปรากฏว่ามีไข่มุกอยู่จริง ๆ เรานำไปขายในเมืองได้เงินมาพอสมควร ข้ารู้สึกสงสารเด็ก ๆ พวกนี้จึงซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้พวกเขา!”
ถังหม่านกุ้ยแต่งเื่ขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบ!
ทันทีที่เขาเล่าจบ สายตาทุกคู่ก็ฉายแววอิจฉาริษยาทันที
ทุกคนไม่เพียงแต่อิจฉาในความโชคดีของถังหม่านกุ้ย แต่ยังรวมถึงถังฉีด้วยเช่นกัน หากสามารถฝันเช่นนั้นได้ ครอบครัวของพวกเขาจะไม่มีเสื้อผ้าใหม่ด้วยหรือ?
เมื่อได้ยินวาจาของถังหม่านกุ้ย ถังฉีก็ััได้ถึงน้ำหนักที่เพิ่มพูนในหัวใจ
ด้วยคำอธิบายนี้ ชาวบ้านจะไม่สงสัยนางอีกต่อไป
“หลังจากที่ท่านแม่สอนวิธีเลี้ยงหอยกาบในความฝัน ข้ามักจะรู้สึกเสมอว่าดวงิญญาของนางเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง ราวกับว่านางตายด้วยความคับแค้นใจที่ยังไม่ได้สะสาง!”
กล่าวถึงจุดนี้ ชายคนหนึ่งในฝูงชนก็ตัวสั่นเทิ้ม ชำเลืองมองถังฉีอย่างมุ่งร้ายก่อนจะแอบหนีไป
ถังฉีสังเกตเห็นพฤติกรรมนั้นและจงใจให้ผู้นำตระกูลเล่าถึงมารดาในความฝัน
เมื่อนึกถึงเข็มเงินที่ได้มาจากหลังศีรษะของมารดาเล่มนั้นในห้วงมิติ ถังฉีก็รีบหันไปบอกถังซานแล้วตามออกไปทันที
ชายผู้นั้นเดินอย่างรวดเร็วไปยังทางเข้าหมู่บ้าน ฝีเท้าสะดุดไปตลอดทาง
หัวใจของเขาอัดแน่นด้วยความปั่นป่วน!
*******************