เขายิ้มออกมาเมื่อมองดูลูกเหยี่ยวเพเรกรินทั้งแปดที่อ้าปากค้างพร้อมกันอวี๋จื่ออวี๋ใช้กิ่งหนึ่งเกี่ยวลงไปที่พื้นจากนั้นก็ม้วนขึ้นมาพร้อมกับซากกระต่ายครึ่งตัว
นี่เป็เหยื่อที่เขาจับได้เมื่อวานส่วนหนึ่งเขาฝังดินไว้เป็ปุ๋ยบำรุงตัวเองอีกส่วนหนึ่งก็เอาไว้เป็อาหารสำหรับลูกนกพวกนี้
กิ่งก้านออกแรงฉีกเนื้อกระต่ายเป็ชิ้นเล็กๆแล้วค่อยๆ ป้อนใส่ปากลูกนกอย่างระมัดระวัง
“กินซะมูมมามเชียว”
อวี๋จื่ออวี๋บ่นพลางมองเหยี่ยวเพเรกรินที่กำลังสวาปามอาหารอย่างตะกละตะกลามจากนั้นก็ใช้กิ่งก้านลูบไล้ลูกนกพวกนั้น
อาจเป็เพราะคุ้นเคยกันแล้วลูกนกพวกนี้จึงเลือกที่จะปล่อยตัวกับการหยอกล้อของเขาบางตัวถึงกับหรี่ตาลงราวกับกำลังเพลิดเพลิน
“เ้าพวกนี้...”
เขายิ้มไม่ได้ใส่ใจอะไร และยังคงลูบไล้ขนนุ่มๆ ของพวกมันต่อไป
......
ขณะเดียวกันสิ่งที่อวี๋จื่ออวี๋ไม่ทันสังเกตเห็นก็คือไม่ไกลจากหุบเขามีบางอย่างกำลังย่างกรายเข้ามา
“กรอบแกรบ...”
พร้อมกับเสียงฝีเท้าสองร่างมุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของป่า
พวกเธอคือหญิงสาวชาวนาสองคนสวมเสื้อผ้าหยาบๆ หน้าตาค่อนข้างงดงาม หากได้แต่งตัวดีๆเชื่อว่าคงดึงดูดสายตาผู้คนไม่น้อย เพราะอย่างไรทั้งคู่ก็เป็ฝาแฝดกัน
“พี่คะ ทำไมพักนี้หมู่บ้านถึงไม่ยอมให้เราเข้าป่าเลยล่ะ?”
“เฮ้อ เพราะ่นี้ในป่าเกิดเื่บ่อยน่ะสิ แค่ครึ่งเดือนนี้เองคนในหมู่บ้านที่โดนงูหรือแมลงกัดจนนอนซมไปแล้วเจ็ดแปดคนบางคนถึงขั้นหายตัวไปเลยด้วยซ้ำ”
พูดพลางหญิงสาวที่ดูสงบเสงี่ยมกว่าก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
“นี่...”
ใบหน้าของหญิงสาวอีกคนแข็งค้างแล้วก็หยุดฝีเท้าลง จากนั้นเธอก็ลังเลมองเข้าไปในส่วนลึกของป่าอย่างวิตกกังวล
“ถ้าอย่างนั้น หนูชวนพี่ไปที่นั่น...คงไม่ดีใช่ไหม?”
“ยัยบื้อ จะไม่ดีได้ยังไง”
เหอชิงเอ๋อร์บ่นอุบ“ร้อนขนาดนี้ ถ้าไม่ได้อาบน้ำดีๆ ฉันคงจะเหม็นแย่แล้ว”
“อีกอย่าง...”
ในขณะนั้นเหอชิงเอ๋อร์ผู้เป็พี่สาวหยุดชะงัก แล้วมองเข้าไปในส่วนลึกของป่าอย่างลังเล“ไม่น่า...จะมีอะไรนะ พวกเราเคยมาที่นี่ตั้งหลายครั้งแล้วนี่นา”
“จริงด้วย ที่นี่ไม่มีสัตว์ร้ายอะไรสักหน่อยนี่คะ”
เหอหลิงเอ๋อร์ผู้เป็น้องสาวหัวเราะอย่างร่าเริงแล้วจับแขนพี่สาวเดินเข้าป่าไป
ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไป ใบหน้าของเหอชิงเอ๋อร์และเหอหลิงเอ๋อร์ก็ยิ่งปรากฏความประหลาดใจ
“พี่คะ คราวที่แล้วที่เราเข้ามา ป่านี้รกทึบขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไม่มั้ง นี่มันมืดสนิทเลย น่ากลัวจัง”
เมื่อเห็นป่าที่ทึบจนแสงสว่างแทบจะส่องลงมาไม่ได้เลยเหอหลิงเอ๋อร์ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา
ทว่าความหวาดกลัวก็ส่วนหนึ่ง แต่พวกเธอเติบโตมาในูเา ทั้งสองจึงกัดฟันเดินตามทางเล็กๆ แล้วเร่งฝีเท้า
ไม่นานนักหลังจากข้ามเนินเขาเล็กๆ จนเห็นสระน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากพวกเธอใบหน้าของทั้งสองก็เผยรอยยิ้มออกมา
สระน้ำแห่งนี้ยังคงใสสะอาดเหมือนเดิมสะอาดราวกับกระจกที่สะท้อนภาพใบหน้าที่เปื้อนฝุ่นของทั้งคู่
......
อวี๋จื่ออวี๋ที่กำลังหยอกล้อลูกเหยี่ยวเพเรกรินอยู่ในรังพลันสะท้านเฮือก
หากเขาฟังไม่ผิดเขาได้ยินเสียงคน
และเป็เสียงผู้หญิงด้วย!
ในหัวของเขานึกสงสัยเล็กน้อยอวี๋จื่ออวี๋จึงมองไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังมา
แต่แล้วไม่นาน อวี๋จื่ออวี๋ก็ถึงกับตกตะลึงไป
“เอ่อ นี่มันเื่อะไรกันเนี่ย?”
เมื่อเขามองจากที่สูงลงไปในสระน้ำเล็กๆ ที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร มีสองเงาร่างกำลังเล่นน้ำอยู่
หลายร้อยเมตรสำหรับเขาในตอนนี้ ไม่ถือว่าไกลเลยสายตาอันยอดเยี่ยมของเขาทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน
“เอ่อ ผู้หญิงสองคนนี้น่ามองมาก”
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็ให้คำวิจารณ์สั้นๆ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก
จะให้พูดอะไรได้อีกในเมื่อเขาไม่ได้มีปืนจะเข้าไปจู่โจม
ตอนนี้เป็ต้นไม้สิ่งที่เขาทำได้มากที่สุดก็คือพันธนาการ...
และมนุษย์นั้นช่างเป็เื่ที่น่ารำคาญจนถึงตอนนี้ เขาก็ยังคิดไม่ออกว่าจะเข้ากับมนุษย์อย่างไรดี
ไม่ใช่เผ่าพันธุ์เดียวกันย่อมมีใจที่แตกต่าง และมนุษย์...มีความคิดที่ซับซ้อนเกินไป
หากโชคร้ายไปพบกับมนุษย์บางคนที่เป็พวกสุดโต่งต้นไม้ปีศาจอย่างเขาคงถูกหั่นเป็ชิ้นๆ เพื่อการวิจัยเป็แน่
และความเสี่ยงเช่นนี้เขาก็ไม่กล้าข้องเกี่ยว
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาจึงล้มเลิกความคิดจะเข้าหาผู้หญิงสองคนนั้นไป
ก่อนที่จะมีพลังป้องกันตัวเองเพียงพอเขาควรทำตัวเป็ต้นไม้อย่างถ่อมตนไปก่อน