หลังจากที่เซียงหลินได้เรียนรู้ทักษะวิญญาณอย่างกระบวนยุทธหมัดมังกร ชายหนุ่มก็ได้เข้าใจถึงวิธีการรวมถึงคุณสมบัติพลังของมัน
บอกได้เลยว่าในสายตารวมถึงความรู้สึกของเขานั้น ทักษะวิญญาณนี้มันยังไม่สมบูรณ์แบบ
การที่สามารถปลดปล่อยออกไปได้เพียงแค่ฝ่ามือ มันก็ถือเป็นหนึ่งในข้อเสียที่ทำให้ทักษะวิญญาณนี้ไม่สะดวกสบายมากนัก
ถ้าเกิดว่าพวกเขาไม่สามารถสร้างมังกรวิญญาณได้ทันในท่วงท่าลักษณะที่กำลังเป็นอยู่
มันก็ถือเป็นอะไรที่ยากลำบากอย่างแท้จริง
ทว่าด้วยประสบการณ์ของมารสวรรค์ที่สั่งสมวิชามานานนับร้อยปี ตัวของเซียงหลินก็ได้ปรับเปลี่ยนการไหลเวียนวิญญาณรวมถึงกระบวนการทั้งหมด
เขาได้เลียนแบบกระบวนยุทธหมัดมังกรให้เป็นเหมือนกับทักษะที่อยู่ในโลกวรยุทธ ทำให้ตอนนี้ตัวของเขาสามารถปลดปล่อยมังกรวิญญาณออกมาจากอวัยะส่วนใดก็ได้ แถมยังใช้หลักการเดียวกันกับทักษะวิญญาณอย่างโซ่แห่งวิญญาณ
ในเมื่อพวกมันสามารถก่อตัวออกมาจากพื้นดินเบื้องล่างได้ แล้วทำไมมังกรวิญญาณถึงจะทำไม่ได้เช่นเดียวกันกัน เมื่อรากฐานทั้งหมดมันก็คือพลังวิญญาณด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้เองกระบวนยุทธหมัดมังกรจึงได้ถือกำเนิดขึ้นใหม่อย่างสมบูรณ์
โฮกกกกกกกกกกก!
ทันใดนั้นมังกรวิญญาณสีขาวบริสุทธิ์ทั้งสี่ก็พุ่งออกมาจากผืนดินเบื้องล่าง ร่างเงาขนาดนับสิบเมตรได้มุ่งโจมตีไปยังพวกวิญญาณร้ายที่อยู่รอบตัวของเขา
เมื่อพลังวิญญาณของทักษะได้กระทบไปยังเป้าหมายด้วยความรุนแรง แน่นอนว่ามันต้องเกิดเป็นพลังทำลายล้างที่สูงมาก
ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!ตู้ม!
พริบตาเดียวกูลนับสิบตัวก็แตกกระจายกลายเป็นเศษซาก บางตนถึงกับมึนงงเลยว่านี่มันคืออะไรกัน
ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้โจมตีไปยังผู้ฝึกฝนวิญญาณ ร่างกายของพวกมันก็ฉีกขาดรวมถึงเกิดการระเบิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ที่พวกมันโดนคืออะไรกันแน่
[ติ๊ง! โฮสต์เซียงหลินได้สังหารวิญญาณร้ายแรงก์E ซากศพกูล ได้รับค่าประสบการณ์10หน่วย โฮสต์ได้รับค่าวิญญาณ10แต้ม]
[ติ๊ง! โฮสต์เซียงหลินได้สังหารวิญญาณร้ายแรงก์E ซากศพกูล ได้รับค่าประสบการณ์10หน่วย โฮสต์ได้รับค่าวิญญาณ10แต้ม]
นี่คือครั้งแรกที่ระบบได้แจ้งเตือนรายงานของชายหนุ่มออกมา มันไม่ใช่ชื่อของเทพอาชูร่าอีกต่อไป ทว่ามันกลับเป็นชื่อของเขาแต่เพียงผู้เดียว
"ถ้าเป็นแบบนี้การยกระดับก็อยู่ไม่ไกล"
แล้วยิ่งเสียงรายงานของเขากับเทพอาชูร่าดังออกมาอย่างต่อเนื่อง มันก็ยิ่งทำให้เลือดลมของเซียงหลินต้องเดือดพล่านขึ้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า นี่แหละคือชีวิตแห่งการต่อสู้!!"
เซียงหลินเริ่มหัวเราะออกมาอย่างกับคนบ้า
จากนั้นเขาก็ได้พุ่งเข้าใส่ซากศพกูลนับสิบที่กำลังถาโถมเข้ามา พลังวิญญาณภายในร่างเริ่มไหลเวียนขึ้นอีกครั้ง ทว่าในครั้งนี้มันแตกต่างไปจากครั้งแรกอย่างชิ้นเชิง เพราะชายหนุ่มได้ลงมือด้วยวิธีการโจมตีรูปแบบใหม่
<ทักษะวิญญาณ กระบวนยุทธหมัดมังกรแห่งความผกผัน>
ขณะนั้นร่างเงามังกรสีขาวทั้งสี่ก็ได้ก่อตัวออกมาพร้อมกับเคลื่อนไหวอย่างฉวัดเฉวียนไปมาอยู่รอบๆทั่วทั้งร่างกาย พวกมันบินวนเวียนไปมาอย่างรวดเร็ว
ผาดโผนโดยที่มีเขาเป็นจุดศูนย์กลาง เสมือนพวกมันทั้งหมดได้กลายมาเป็นผู้พิทักษ์วิญญาณมังกรเลยก็ว่าได้
โฮกกกกกกกกกกก!
พร้อมกับที่ร่างมังกรวิญญาณได้เข้าขย้ำซากศพออกเป็นชิ้นๆ ไม่มีปราณี ไม่มีความเห็นใจ
ไม่ว่ามันจะมุ่งตรงไปยังทิศทางไหน
มังกรวิญญาณสี่ขาวบริสุทธิ์ก็เข้ากัดกินพวกวิญญาณร้ายกันอย่างบ้าคลั่ง
เรียกได้ว่าตอนนี้เซียงหลินสามารถบรรลุกระบวนยุทธหมัดมังกรไปถึงระดับขั้นรูปแบบใหม่แล้ว
เขาสามารถคงสภาพมังกรวิญญาณให้หมุนวนอยู่รอบๆตัวได้อย่างอิสระ แตกต่างไปจากทักษะของผู้เป็นอาจารย์อย่างคริมสันเอชที่สอนสั่งอย่างสิ้นเชิง
"มังกรวิญญาณพวกนั่นคือ..."
"กระบวนยุทธหมัดมังกรของท่านเจ้าเมือง?"
ท่ามกลางสายตาของทั้งสองที่กำลังจ้องมองเข้ามา นัยน์ตาของทั้งคู่เบิกกว้างขึ้นไปด้วยความตื่นตระหนก
"ไม่ผิดแน่ๆ แถมยังเป็นมังกรวิญญาณขาวบริสุทธิ์ถึงสี่ตัวอีกด้วย งั้นก็หมายความว่าเขาบรรลุทักษะดังกล่าวได้ในเวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น"
ไฉ่หลินแทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็น
พวกนางรวมถึงใครๆต่างก็ทราบดีว่าทักษะวิญญาณนี้ร้ายกาจและฝึกฝนได้ยากมากเพียงใด
ในอดีตตัวของนางเองก็เคยสนใจถึงทักษะวิญญาณนี้เช่นเดียวกัน ตัวของท่านเจ้าเมืองก็ไม่ได้ติดขัดอะไรแถมยังสั่งสอนกระบวนการไหลเวียนทักษะวิญญาณนี้ให้เธอด้วย
ทว่าวิธีการของกระบวนยุทธหมัดมังกรนั่นยากมากเกินไป ถ้าผิดพลาดอะไรขึ้นมาเพียงแค่นิดเดียว
ร่างกายของผู้ฝึกฝนวิญญาณจะพลันบาดเจ็บในทันที แถมยังต้องใช้เวลาในการสรรสร้างมังกรวิญญาณขึ้นมาอย่างยากลำบากอีก
"หือ?!! เขากำลังถูกลอบโจมตี!!"
ขณะที่พวกนางกำลังได้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของกระบวนยุทธหมัดมังกร
เฟี้ยวววววววววว!
ทันใดนั้นเซียงหลินก็ถูกลอบโจมตีโดยซากศพกูลตัวนึง ฝ่ามือกรงเล็บที่แหลมคมของมันได้พยายามจะเจาะไปยังหัวสมองของเขา
เคร้ง!เคร้ง!เคร้ง!
ทว่าในช่วงเวลาฉับพลันนั้น โซ่วิญญาณสีฟ้าครามก็ได้พุ่งทะลวงออกมาจากผืนดิน
ร่างได้ถูกพันธนาการและยับยั้งเอาไว้ด้วยทักษะโซ่แห่งวิญญาณ รัดพันมันเอาไว้อย่างหนาแน่น ร่างกายของมันถูกหยุดนิ่งอยู่กลางห้วงอากาศ ทำให้ซากศพกูลต้องสั่นสะท้านไปมาด้วยความตกใจ
"หึหึ ข้าไม่เหมือนกับตอนแรกนะเว้ย"
นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณสีฟ้าได้หันกลับมามองยังด้านหลัง พร้อมกับแขนข้างนึงของชายหนุ่มที่ได้ถูกเหวี่ยงออกไป
หมัดมังกรวิญญาณมุ่งตรงไปยังซากกูลที่ถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยความรวดเร็ว กระทบเป้าหมายด้วยความรุนแรงอย่างถึงขีดสุด
เปรี๊ยง!
เพียงแค่หมัดเดียวของเซียงหลินก็ทำให้ซากศพที่ถูกรัดพันอยู่ต้องสูญสลาย กลายมาเป็นฝุ่นละอองวิญญาณที่ค่อยๆจางหายไปอย่างช้าๆ
หลงเหลือไว้เพียงแค่คริสตัลวิญญาณสีฟ้าครามเล็กๆที่ล่วงหลนออกมาก็เท่านั้น
(นี่มัน.. ไฉ่หลิน!!)
(เจ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นหรือไม่?)
ต้าจีอ้าปากค้างออกมาอย่างอึ้งๆ นัยน์ตาได้แต่เบิกกว้างจ้องมองไปยังชายหนุ่มอย่างตะลึงงัน
"กระบวนยุทธหมัดมังกรขั้น4 ทักษะดวงตาวิญญาณขั้น2 ทักษะโซ่วิญญาณขั้น2 แล้วก็ยังมีทักษะม่านพลังวิญญาณขั้น2"
"ในเวลาเพียงไม่กี่วันนับจากที่ได้เป็นผู้ฝึกฝนวิญญาณ เซียงหลินคนนี้สามารถฝึกฝนพวกมันให้แตกต่างไปถึงระดับนี้ได้ยังไงกัน?"
ไฉ่หลินพยักหน้ารับพร้อมกับบ่นพึมพำออกมาอย่างตกใจ นัยน์ตาที่เย้ายวนเริ่มหรี่ลงและสบเข้ากับชายหนุ่มที่มีชื่อว่าเซียงหลิน
ตอนนี้หัวใจภายในร่างของนางเองก็กำลังเต้นระรัวขึ้น เพราะการกระทำของชายหนุ่มมันได้พลิกหลักของผู้ฝึกฝนวิญญาณไปโดยปริยาย
ต้องบอกก่อนว่าไม่มีใครเลยที่สามารถใช้เวลาเพียงแค่อาทิตย์เดียวแล้วมีทักษะวิญญาณรูปแบบพวกนี้ได้ พวกเขากว่าจะยกระดับพวกมันได้ก็ต้องใช้เวลานับแรมเดือน ทว่าที่นางเห็นจากทักษะของเซียงหลิน ทั้งหมดได้ยกระดับไปถึงระดับสองอย่างสมบูรณ์
(ดูเหมือนพวกเราจะประเมินเขาต่ำมากไป)
(มิน่าละว่าเจ้าเมืองมังกรถึงได้หลงรักลูกศิษย์ของตน เพราะเขาเป็นอัจฉริยะนี่เอง)
ต้าจีเริ่มเข้าใจถึงสาเหตุที่ชายวัยกลางคนต้องเอาอกเอาใจตัวของเซียงหลินแล้ว
ไม่ใช่ว่าเขาให้ท้ายมากยิ่งกว่าทายาทของตนเอง ทว่าชายหนุ่มสมควรแล้วที่จะได้รับมัน ยังไงการสืบทอดกระบวนยุทธหมัดมังกรก็ถือเป็นความฝันของคริมสันเอช แล้วตอนนี้เขาก็ได้รับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ไม่นานการลงมือของเซียงหลินรวมถึงเทพอาชูร่าก็เริ่มบรรลุประสบผลสำเร็จ
[ติ๊ง! เทพอาชูร่าได้สะสมค่าประสบการณ์ครบเรียบร้อยแล้ว]
เมื่อได้ยินว่าเทพอาชูร่าสามารถยกระดับได้แล้ว เซียงหลินก็จะรออะไรอีกต่อไปละ เขาสั่งให้ระบบเริ่มอัพเกรดเทพอาชูร่าได้ในทันที
[ติ๊ง! เริ่มต้นการยกระดับและวิวัฒนาการไปยังแรงก์ขั้นต่อไป]
เทพอาชูร่าที่กำลังใช้หมัดเปลวเพลิงกระหน่ำโจมตีไปยังพวกซากศพกูล ในที่สุดพลังวิญญาณที่สูญเสียไปอย่างมากมายก็ได้ผุดออกมาจากส่วนลึก
พลังวิญญาณจากระดับแรงก์Eดั่งเดิมเริ่มพุ่งทะยานไปสู่ขั้นถัดไปด้วยความเร็วที่มหาศาล
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีด้วยนะโฮสต์]
[ภูติวิญญาณประจำตัวระดับเทพมายา เทพอาชูร่าได้ยกระดับจากแรงก์Eไปยังแรงก์Dเรียบร้อยแล้ว]
[ติ๊ง! เทพอาชูร่าได้รับทักษะวิญญาณใหม่ ผืนดินของอาชูร่า]
[ติ๊ง! โฮสต์ได้รับสิทธิ์ในการสุ่มวงล้อวิญญาณ1ครั้ง]
การยกระดับของเทพอาชูร่าได้ทำให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่ของกูลต้องย่ำแย่มากขึ้นไปอีก
สายลมทมิฬรวมถึงเปลวเพลิงทมิฬได้ปะทุออกมาจากร่างกายที่สูงใหญ่ ในรอบนี้พลังวิญญาณของเทพอาชูร่าได้ยกระดับขึ้นไปหลายเท่า มันก็ยิ่งทำให้ทักษะวิญญาณมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น
แต่ดูเหมือนว่ามันจะยังไม่จบ
เมื่อเทพอาชูร่าได้ยกระดับขึ้น ตัวของเซียงหลินก็ได้รับผลประโยชน์เช่นเดียวกัน
[ติ๊ง! ภูติวิญญาณประจำตัวได้เพิ่มระดับขึ้น]
[ร่างกายรวมถึงพลังวิญญาณของโฮสต์ยกระดับขึ้นหกเท่า]
ทันใดนั้นเซียงหลินก็คำรามออกมาราวกับสัตว์ร้าย พลังวิญญาณที่แทบจางหายไปจาการใช้ทักษะเริ่มไหลหลั่งออกมาราวกับสายน้ำที่โหมกระหน่ำ
ซากศพกูลรอบๆถึงกับปลิวกระเด็นไปตามพลังวิญญาณที่ระเบิดออก พวกมันยังต้องแสดงสีหน้าที่มึนงงออกมาเลยทีเดียว
"ฮ่าห์ นี่แหละความรู้สึกของการมีพลัง"